เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 พัสดุปริศนา

บทที่ 5 พัสดุปริศนา

บทที่ 5 พัสดุปริศนา


พอคิดได้ดังนั้น ลู่ชิงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก เธอกวาดสายตามองห้องที่อยู่มาสองปีกว่า แล้วความคิดที่จะย้ายออกก็ผุดขึ้นมา

แค่จินตนาการถึงภาพชายชั่วหญิงเลวพลอดรักกันในห้องนี้ เธอก็รู้สึกคลื่นไส้จนทนไม่ไหว ไม่อยากจะอยู่ต่อแม้แต่นาทีเดียว แม้สัญญาเช่าจะเหลืออีกสองเดือนกว่า แต่เธอไม่แคร์แล้ว เธอเริ่มเก็บข้าวของส่วนตัวทันที

เธอลงทุนลางานหนึ่งวันเต็มเพื่อออกตระเวนหาห้องเช่าใหม่ ค่าเช่าในปักกิ่งนั้นแพงหูฉี่ ยิ่งต้องมาอยู่คนเดียวด้วยแล้ว เธอจึงต้องหาที่ที่ราคาประหยัดที่สุด

เธอวิ่งเต้นติดต่อบริษัทนายหน้าหาบ้านหลายแห่ง จนในที่สุดก็เจอห้องเช่าแห่งหนึ่งในเขตตงเฉิง เป็นแฟลตในชุมชนเก่า ชั้นสาม ขนาดหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น พื้นที่ประมาณห้าสิบตารางเมตร แม้จะเล็กไปหน่อย แต่อยู่คนเดียวกำลังดี สภาพตึกอาจจะดูเก่า แต่เจ้าของดูแลรักษาความสะอาดภายในห้องได้ดีมาก เธอจึงตัดสินใจเซ็นสัญญาเช่าหนึ่งปีทันที

จากนั้นเธอก็รีบแจ้งเจ้าของห้องเช่าเดิม อีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่แจ้งว่าจะไม่คืนค่าเช่าที่เหลือ ซึ่งก็เป็นไปตามที่เธอคาดไว้อยู่แล้ว

ด้วยความรวดเร็ว เธอขนย้ายข้าวของเข้าห้องใหม่ จัดแจงทำความสะอาดจนน่าอยู่ แล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงในห้องนอนอย่างสบายใจ ความรู้สึกดีๆ เริ่มกลับมา เธอพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่

ลู่ชิงเป็นผู้หญิงประเภทที่ปรับตัวเก่งและฟื้นตัวเร็ว เธอไม่มีทางยอมเสียเวลานั่งฟูมฟายให้กับคนที่ไม่คู่ควรเด็ดขาด

ทว่า... โชคชะตากลับเล่นตลกกับหญิงสาวผู้แสนดี เพราะพิษเศรษฐกิจตกต่ำ ยอดขายของบริษัทร่วงกราวรูดติดต่อกัน จนบริษัทจำเป็นต้องลดขนาดองค์กร และเธอก็เป็นหนึ่งในรายชื่อผู้โชคร้ายที่ถูกเลิกจ้าง

ตอนที่หอบกล่องใส่ของใช้ส่วนตัวเดินออกจากบริษัท เธอรู้สึกเคว้งคว้างจนไปไม่ถูก ไม่รู้จะเดินต่อไปทางไหน

แม้บริษัทจะจ่ายเงินชดเชยมาให้ก้อนหนึ่ง แต่เงินแค่นั้นคงประทังชีวิตไปได้ไม่นาน

ภาระหนักอึ้งคือเธอต้องส่งเงินกลับบ้านเกินครึ่งของเงินเดือน บ้านเกิดของลู่ชิงอยู่ในชนบท พ่อแม่มีลูกสองคน นอกจากเธอแล้วยังมีน้องชายที่อายุน้อยกว่าเธอสองปี

บ้านเกิดของเธออยู่ในหุบเขาลึก ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน พ่อแม่สุขภาพไม่ดี ทำได้แค่ไร่นาประสาชาวบ้าน เพื่อส่งเสียให้เธอได้เรียนหนังสือ น้องชายยอมเสียสละลาออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อออกไปทำงานรับจ้างหาเงิน

กว่าเธอจะเรียนจบมหาวิทยาลัย สุขภาพของพ่อแม่ก็ทรุดโทรมลงมาก น้องชายจึงต้องกลับมาดูแลพ่อแม่ที่บ้าน ด้วยเหตุนี้จนป่านนี้น้องชายก็ยังไม่ได้แต่งงาน

ยุคสมัยนี้จะมีใครอยากแต่งงานเข้าไปลำบากในชนบท ต่อให้มีคนยอมแต่ง อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีเรือนหอในตัวอำเภอ ซึ่งลำพังฐานะทางบ้านของเธอก็ไม่มีปัญญาซื้อบ้านในตัวอำเภอได้

ลู่ชิงเป็นเด็กกตัญญูและรู้บุญคุณ เธอตระหนักดีว่าทุกคนในครอบครัวทุ่มเทเพื่อเธอมามากแค่ไหน ดังนั้นเธอจึงตั้งใจตอบแทนบุญคุณ ตั้งแต่เริ่มทำงาน นอกจากค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว เงินส่วนใหญ่เธอก็ส่งกลับไปให้ที่บ้านตลอด

พ่อแม่และน้องชายพยายามห้ามไม่ให้เธอส่งเงินมา แต่เธอจะเห็นแก่ตัวมีความสุขอยู่คนเดียวโดยทิ้งครอบครัวไว้ข้างหลังได้อย่างไร นั่นไม่ใช่นิสัยของลู่ชิง

ลู่ชิงจำต้องเรียกสติกลับมา เริ่มร่อนใบสมัครงานในอินเทอร์เน็ตอย่างบ้าคลั่ง แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ตลาดแรงงานซบเซา ใบสมัครส่วนใหญ่จึงเงียบหายเข้ากลีบเมฆ นานๆ ทีจะมีเรียกไปสัมภาษณ์ แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว

วันเวลาผ่านไป เงินเก็บเริ่มร่อยหรอ ความกดดันถาโถมเข้าใส่ลู่ชิงมากขึ้นเรื่อยๆ

วันนี้เธอลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมาถึงที่พัก ความรู้สึกท้อแท้กัดกินหัวใจ เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยทำร้ายใคร จริงใจกับทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำไมสวรรค์ถึงใจร้ายกับเธอนัก

ยามว่างเธอก็ชอบอ่านนิยายออนไลน์ เคยฝันอยากจะเป็นเหมือนตัวเอกในนิยาย ที่จู่ๆ ก็เจอปาฏิหาริย์พลิกชีวิตให้พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ให้คนที่เคยดูถูกต้องแหงนหน้ามอง

แต่ความจริงก็คือความจริง ไม่ใช่นิยาย เธอทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับวันพรุ่งนี้ ภาวนาให้ได้งานดีๆ สักที

ชุมชนที่เธออยู่ชื่อซิ่งฝู เป็นตึกเก่าไม่มีลิฟต์ โชคดีที่อยู่แค่ชั้นสาม ลู่ชิงเดินเข้าประตูตึก

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เธอหยิบออกมาดู หน้าจอโชว์เบอร์ของ 'แม่'

เธอรีบปรับอารมณ์ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกดรับสาย

เสียงของแม่เฝิงชุ่ยผิง ดังลอดมาตามสายด้วยความเป็นห่วง "ชิงชิง เป็นไงบ้างลูก ช่วงนี้งานยุ่งไหม"

ลู่ชิงรู้สึกแสบจมูก น้ำตาพาลจะไหล แต่ก็กัดฟันกลั้นไว้ ปั้นเสียงให้เป็นปกติที่สุด "แม่ หนูสบายดี งานก็ดีจ้ะ แม่ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวสิ้นเดือนหนูโอนเงินไปให้เหมือนเดิม"

เฝิงชุ่ยผิงรีบปฏิเสธ "แม่ไม่ได้โทรมาขอเงิน คือลูกเงียบหายไปนาน พ่อกับน้องชายเขาเป็นห่วง เลยให้แม่โทรมาถามข่าวคราว ได้ยินว่าลูกสบายดีแม่ก็หมดห่วงแล้ว"

น้ำตาของลู่ชิงไหลพรากอาบแก้ม การได้รับความห่วงใยจากคนในครอบครัวมันดีอย่างนี้นี่เอง เธออยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วกลับบ้านเดี๋ยวนี้ อยากกอดพ่อกับแม่ใจจะขาด แต่ความเป็นจริงมันทำไม่ได้

เธอปาดน้ำตา แล้วฝืนหัวเราะตอบกลับไป "แม่ หนูคิดถึงทุกคนเหมือนกัน ช่วงนี้งานยุ่งมากเลยไม่ได้โทรหา เดี๋ยวถ้าได้หยุดยาวหนูจะกลับไปหานะ พ่อกับแม่รักษาสุขภาพด้วยล่ะ รอหนูเก็บเงินได้เยอะๆ จะพาพ่อกับแม่กับน้องชายย้ายมาอยู่ปักกิ่งด้วยกันนะ"

เฝิงชุ่ยผิงฟังคำพูดของลูกสาวแล้วก็ยิ้มแก้มปริด้วยความปลาบปลื้ม

"แม่รู้ว่าลูกกตัญญู แต่ถ้ามีวันนั้นจริงๆ แม่กับพ่อไม่ไปเป็นภาระลูกหรอก ขอแค่ลูกมีความสุขก็พอแล้ว"

"แล้วหูเหล่ยดีกับลูกไหม รักกันให้มากๆ นะ ไม่ต้องส่งเงินมาที่บ้านบ่อยนักหรอก ตอนนี้น้องชายลูกหางานทำในตำบลได้แล้ว พอจุนเจือที่บ้านได้ ลูกเก็บเงินไว้ใช้เองบ้าง เข้าใจไหม"

ลู่ชิงฟังเสียงแม่บ่นงึมงำด้วยความห่วงใย หัวใจที่แห้งผากกลับชุ่มชื่นขึ้นมาอย่างประหลาด เพื่อตัวเองและเพื่อครอบครัว เธอต้องลุกขึ้นสู้

เธอจึงตอบกลับไปว่า "แม่วางใจเถอะ หนูสบายดีจริงๆ วันนี้แค่นี้ก่อนนะแม่ พอดีหนูมีงานต้องรีบเคลียร์ วางก่อนนะจ๊ะ!"

เธอไม่กล้าคุยต่อนานกว่านี้ กลัวแม่จะจับผิดน้ำเสียงที่สั่นเครือได้ เธอไม่อยากให้แม่ต้องมานั่งกังวล

ลู่ชิงสูดหายใจลึกอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นบันไดไปยังห้องเช่า

เมื่อมาถึงชั้นสาม เธอไขกุญแจเปิดประตูห้อง แล้วเหวี่ยงกระเป๋าไปกองบนโซฟา

เธอตั้งใจว่าจะอาบน้ำก่อนค่อยทำกับข้าว เธอเสียดายเงินถ้าต้องซื้อข้าวกินข้างนอก อาหารตามสั่งเดี๋ยวนี้แพงจะตาย สู้กลับมาทำเองประหยัดกว่าเยอะ

ลู่ชิงเดินเข้าห้องนอน ถอดเสื้อคลุมออก เตรียมจะหยิบชุดนอนบนเตียงมาเปลี่ยน

ทันใดนั้น สายตาเธอก็สะดุดเข้ากับห่อพัสดุปริศนาที่วางอยู่บนเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

จะเรียกว่าพัสดุก็ดูดีเกินไป เรียกว่าถุงผ้าน่าจะเหมาะกว่า ปกติลู่ชิงก็ช้อปออนไลน์ผ่านแอปพินตัวตัวบ่อยๆ แต่ไม่เคยเจอห่อพัสดุแบบนี้มาก่อน

ห่ออะไรจะเชยระเบิดขนาดนี้ ยุคนี้ยังมีใครใช้ถุงผ้าห่อของส่งไปรษณีย์กันอยู่อีกเหรอ

แวบแรกเธอคิดว่าใครมาเล่นตลกแกล้งกันหรือเปล่า เธอจำได้แม่นว่าช่วงนี้ไม่ได้สั่งของออนไลน์เลยสักชิ้น

แล้วไอ้ห่อผ้านี่มันโผล่มาจากไหน เธอไม่อยู่ห้องทั้งวัน แล้วจู่ๆ มันจะมาโผล่อยู่บนเตียงในห้องล็อกกุญแจแน่นหนาได้ยังไง

จบบทที่ บทที่ 5 พัสดุปริศนา

คัดลอกลิงก์แล้ว