เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 - ประกาศิตธรรม

บทที่ 35 - ประกาศิตธรรม

บทที่ 35 - ประกาศิตธรรม


บทที่ 35 - ประกาศิตธรรม

หมานสยงมู่ได้ยินเสียงเรียกจากด้านนอก คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที เขาไม่เคยไปมาหาสู่กับทางถ้ำสุนัขป่ามาก่อน แถมถงก้วนผู้นี้ก็นิสัยสันโดษและเย่อหยิ่ง จู่ๆ จะมาหาถึงที่นี่ทำไม

แต่พริบตาเดียว สายตาของเขาก็เบนมาหยุดที่อู๋เทียน เรื่องที่ถ้ำสุนัขป่าต้องการสุนัขปีศาจไปทำหนังสัตว์จำแลงนั้น เป็นเรื่องที่ศิษย์บนเขารู้กันทั่ว

"เกรงว่าอันตรายที่เจ้ามังกรขาวพูดถึง คงจะมาจากเรื่องนี้นี่เอง!"

สีหน้าของหมานสยงมู่เคร่งขรึมขึ้น เขาคาดไว้อยู่แล้วว่าเมื่อระดับพลังของเจ้ามังกรขาวสูงขึ้น ย่อมต้องดึงดูดความสนใจจากผู้อื่น ต่อให้ไม่มีถ้ำสุนัขป่า ก็ต้องมีคนอื่นอยู่ดี

สามสิบหกถ้ำบนภูเขากะโหลก มีถ้ำไหนบ้างที่ไม่ต้องการถลกหนังสัตว์ปีศาจไปทำอาภรณ์อสูร หรือถ้าจะสร้างธงร้อยอสูร ก็ยิ่งต้องใช้เลือดเนื้อและวิญญาณของสัตว์ปีศาจจำนวนมาก

เจ้ามังกรขาวมีลักษณะดีเยี่ยมขนาดนี้ ถ้าไม่มีใครอยากได้สิถึงจะแปลก

เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย หากสามารถยืมเรื่องของเจ้าถ้ำสุนัขป่ามาตัดไฟแต่ต้นลม ทำให้คนอื่นเลิกคิดแย่งชิงได้ ก็อาจเป็นเรื่องดี ช่วยลดปัญหายุ่งยากในภายหลังไปได้เยอะ

อย่างน้อยก่อนที่เจ้ามังกรขาวจะเลี้ยงดูปราณสำเร็จและเริ่มหลอมกระถาง ก็คงจะอยู่อย่างสงบสุขไปได้อีกพักใหญ่

คิดได้ดังนั้น หมานสยงมู่ก็เปิดประตูถ้ำ แล้วหัวเราะเสียงดัง "ที่แท้ก็ศิษย์พี่ถง เชิญเข้ามาเลย"

ถงก้วนพาลูกชายถงจิ่นเดินเข้ามาในถ้ำ แวบแรกเขาก็เห็นสุนัขขาวที่หมอบอยู่บนพื้น ขนสีขาวราวหิมะ ดวงตาสีนิลเป็นประกาย พลังชีวิตเปี่ยมล้น ช่างดูองอาจผ่าเผยสมคำร่ำลือ

สัตว์ปีศาจที่มีลักษณะดีขนาดนี้ แม้แต่ในป่าดงดิบกว้างใหญ่ ก็ใช่ว่าจะหาเจอกันได้ง่ายๆ

ตัวถงก้วนเองไม่เท่าไหร่ เพราะบำเพ็ญเพียรมาหลายสิบปี จนหลอมกระถางสมบูรณ์แล้ว สัตว์ปีศาจทั่วไปจึงไม่อยู่ในสายตา

แต่ถงจิ่นที่เดินตามหลังมานี่สิ ตาค้างไปแล้ว จ้องอู๋เทียนตาไม่กระพริบ น้ำลายแทบจะหกออกมา ถ้าได้สุนัขขาวขนสวยเนียนละเอียดแบบนี้มาทำเป็นอาภรณ์อสูร แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว...

"จิ่นเอ๋อร์ รีบคารวะศิษย์อาหมานสยงเร็วเข้า" ถงก้วนร้องเตือน ทำให้ถงจิ่นที่กำลังเสียกิริยาได้สติกลับมา

เขารีบทำความเคารพหมานสยงมู่ "ศิษย์หลานคารวะศิษย์อาหมานสยงขอรับ"

"ไม่ต้องมากพิธี ศิษย์พี่ถงเชิญนั่งก่อน" หมานสยงมู่เชิญถงก้วนให้นั่งลง ส่วนถงจิ่นนั้นไม่มีที่นั่ง ได้แต่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ พ่อ

หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี ถงก้วนก็เข้าเรื่องทันที "ศิษย์น้องหมานสยง จิ่นเอ๋อร์เป็นลูกชายคนเดียวของข้า พวกเราผู้ฝึกตนมีลูกยาก ข้าเองก็ไม่นึกว่าจะมีลูกหลงมาคนหนึ่ง"

"โชคดีที่แกพอจะเอาถ่าน มีรากฐานเซียนระดับสูงโดยกำเนิด ถือว่ามีวาสนาอยู่บ้าง เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะเดินลมปราณสมบูรณ์ เริ่มเข้าสู่ขั้นกลั่นรูปลักษณ์"

"ศิษย์น้องก็รู้ดีว่า สายถ้ำสุนัขป่าของข้าจำเป็นต้องใช้ หนัง ขน และกระดูกของสุนัขปีศาจมาสร้างอาภรณ์อสูร"

"ข้าได้ยินว่าศิษย์น้องเลี้ยงสุนัขขาวที่กลายเป็นปีศาจไว้ตัวหนึ่ง เลยบากหน้ามาขอ หวังว่าศิษย์น้องจะเห็นใจยอมยกให้"

เพื่อลูกชายแล้ว ถงก้วนถึงกับยอมทิ้งมาดเย่อหยิ่งที่เคยมี พูดจาถ่อมตนและวิงวอนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

หมานสยงมู่ได้ยินดังนั้น คิ้วก็ขมวดเข้าหากัน สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก เขาตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า "ศิษย์พี่ ไม่ทราบว่าใครเป็นคนเอาข่าวไปบอกท่าน"

เขาไม่รอให้ถงก้วนตอบ ก็พูดต่อทันที "สุนัขขาวที่ข้าเลี้ยงไว้ในถ้ำ ไม่ใช่ปีศาจที่บำเพ็ญตบะจนเกิดไอปิศาจ แต่เป็นสัตว์ที่ฝึกจนเกิดปราณสื่อวิญญาณของสำนักเรา"

"ข้าเลี้ยงดูมันในฐานะสัตว์วิญญาณ หวังว่าวันหน้ามันจะหลอมกระถางสำเร็จ แปลงร่างเป็นมนุษย์ มาเป็นผู้พิทักษ์ให้ถ้ำชีอวิ๋นของเรา"

"คำขอของศิษย์พี่ ข้าคงรับปากไม่ได้"

ถงก้วนฟังจบ ดวงตาก็หรี่ลง นัยน์ตาสีเขียวมรกตเหลือเพียงจุดเล็กๆ เหมือนคมมีดที่เย็นยะเยือก

"อ้อ? เป็นเช่นนั้นหรอกรึ"

"แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร หากศิษย์น้องต้องการเพาะเลี้ยงสัตว์วิญญาณผู้พิทักษ์ ข้าสามารถหาสัตว์ปีศาจสายเลือดดีๆ ตัวอื่นมาให้แทน หรือจะให้เป็นทรัพยากรอื่นๆ ก็ได้"

"ข้าดูแล้วสุนัขขาวตัวนี้ก็น่าจะเพิ่งเป็นปีศาจได้ไม่นาน คงไม่ทำให้ศิษย์น้องเสียเวลาเท่าไหร่หรอก"

"ขอศิษย์น้องเห็นแก่หน้าข้าสักครั้ง ข้ายินดีจ่ายค่าตอบแทนให้อย่างงาม"

เขาคิดจริงๆ ว่าหมานสยงมู่กำลังเล่นตัวเพื่อโก่งราคา ในใจเริ่มรู้สึกหงุดหงิด แต่เพื่อลูกชาย จึงยอมกลืนความไม่พอใจลงคอไปก่อน

หมานสยงมู่พูดตัดบททันที "ศิษย์พี่ ข้าบอกไปแล้ว สุนัขขาวตัวนี้ข้าเลี้ยงไว้เป็นผู้พิทักษ์ ข้าไม่คิดจะแลกเปลี่ยน ต้องขออภัยที่ทำให้ศิษย์พี่ผิดหวัง"

ถงก้วนไม่พูดอะไรอีก บรรยากาศในถ้ำพลันอึดอัดและเงียบงัน จนหายใจแทบไม่ออก

อู๋เทียนที่อยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายที่เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน เหมือนมีสัตว์ร้ายกำลังอ้าปากกว้างหมายจะกลืนกินเขาลงไปทั้งตัว ความรู้สึกนั้นทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

เห็นพ่อเงียบไปนาน ถงจิ่นเริ่มทนไม่ไหว ร้องเรียกเบาๆ จากด้านหลัง "ท่านพ่อ!!"

ถงก้วนคลายรังสีอำมหิตลงเล็กน้อย แล้วพูดเสียงเรียบ "หมานสยงมู่ เจ้ารู้นิสัยข้าดี สุนัขขาวตัวนี้ข้าจะเอา เจ้าอยากได้อะไรก็บอกมา ขอแค่ไม่เกินเลยไปนัก ข้ายอมตกลงทั้งนั้น"

"ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าลูกชายข้า หึ!"

ถ้าเป็นนิสัยเมื่อก่อน เขาคงตบสุนัขตัวนี้ให้ตายคาที่ แล้วเดินสะบัดก้นจากไปนานแล้ว

แค่ถ้ำชีอวิ๋นกระจอกๆ จะทำอะไรเขาได้?

หมานสยงมู่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับหลอมวิชา เกรงว่าแม้แต่เมล็ดพันธุ์แห่งวิชาก็ยังไม่ก่อตัว จะมีคุณสมบัติอะไรมาวางก้ามต่อหน้าเขา?

หมานสยงมู่เห็นท่าทีเช่นนั้น สีหน้าก็เย็นชาลงทันที "ถงก้วน ข้าบอกแล้วไง สุนัขขาวตัวนี้ข้าไม่ขาย"

"ข้าต้องรีบเข้าฌานฝึกวิชา ไม่สะดวกต้อนรับแขก"

"เชิญพวกท่านกลับไปได้!"

ประตูถ้ำเปิดออกเสียงดังสนั่น แสงแดดสาดส่องเข้ามา ฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งต้องแสงเป็นประกายทอง

"ดี ดีมาก" ถงก้วนลุกขึ้นยืน ใบหน้ากลับมาเรียบเฉยไร้อารมณ์ "จิ่นเอ๋อร์ เราไปกันเถอะ"

ถงจิ่นทั้งโกรธทั้งโมโห ชี้หน้าด่าหมานสยงมู่ว่า "ไอ้แก่นี่ กล้าไม่ไว้หน้าพ่อข้าเชียวรึ เชื่อไหมว่า..."

"สามหาว!" หมานสยงมู่ระเบิดโทสะ คราวนี้เขาโกรธจริง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีทองเข้ม ทันใดนั้นลมพายุทมิฬก็พัดโหมกระหน่ำไปทั่วถ้ำ ทำให้อุณหภูมิลดฮวบเหมือนตกนรก ไอเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้ากระดูก

ถงก้วนรีบดึงตัวถงจิ่นไปหลบข้างหลัง เสื้อคลุมสีดำตัวโคร่งสะบัดไหวในสายลม โดยเฉพาะเสื้อคลุมที่แปลงจากหนังสัตว์ แว่วเสียงเห่าหอนดุร้ายของสุนัขป่าดังออกมา

"ลูกข้ายังไม่ถึงคราวให้เจ้ามาสั่งสอน"

"ทำไม หมานสยงมู่ เจ้าอยากจะลองดีกับข้าหรือไง"

เขาแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันที่แหลมคมน่ากลัว "ไอ้พวกให้หน้าแล้วไม่เอา สุนัขขาวตัวนี้ข้าจะเอาให้ได้ จะเป็นหรือตายก็มีค่าเท่ากัน"

"หึหึ ของที่ข้าอยากได้ ไม่เคยมีคำว่าไม่ได้"

หมานสยงมู่โกรธจัดจนหัวเราะออกมา แต่พริบตาเดียวก็กลับมาสงบนิ่ง ความโกรธเมื่อครู่เจ็ดส่วนเป็นเรื่องเสแสร้ง เขารู้อยู่แล้วว่าต้องลงเอยแบบนี้ ความอวดดีของถ้ำสุนัขป่าไม่ใช่เพิ่งจะมีวันสองวัน

เขานั่งลงช้าๆ แล้วพูดเสียงเรียบว่า "ถงก้วน ไม่ใช่ข้าดูถูกเจ้านะ แต่ลำพังแค่เจ้า คิดจะแตะต้องสุนัขขาวตัวนี้ เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติพอ"

"เจ้าดูนี่สิว่าคืออะไร?"

พูดจบเขาก็สะบัดแขนเสื้อ ยิงลำแสงเวทสายหนึ่งไปที่ร่างของอู๋เทียน

ฉับพลัน แสงสีทองก็พุ่งออกมาจากร่างของอู๋เทียน รวมตัวกันเป็นอักษรโบราณหกตัว พร้อมกับเสียงสตรีที่เย็นชาและทรงอำนาจดังก้องไปทั่วถ้ำ

"อนุญาตให้เข้าภูเขามาบำเพ็ญเพียร"

ถงก้วนตะลึงงันไปชั่วครู่ แล้วก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าเป็นเสียงของใคร ใบหน้าพลันซีดเผือด ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลากตัวถงจิ่นหันหลังเดินหนีไปทันที

แม้แต่อู๋เทียนเองก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีแสงสีทองนี้ซ่อนอยู่ในตัว

รอจนพ่อลูกถงก้วนหายลับไปแล้ว เขาถึงได้ถามด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย "ท่านอาจารย์ เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นขอรับ?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 35 - ประกาศิตธรรม

คัดลอกลิงก์แล้ว