เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 จัดการเรื่องสัพเพเหระรอบตัว

บทที่ 7 จัดการเรื่องสัพเพเหระรอบตัว

บทที่ 7 จัดการเรื่องสัพเพเหระรอบตัว


บทที่ 7 จัดการเรื่องสัพเพเหระรอบตัว

หลังจากเซี่ยหนิงหนิงทำธุระเสร็จ เธอก็ฉวยเสื้อผ้าชุดหนึ่งจากตู้ของเซี่ยหลินมาสวมใส่อย่างลวกๆ แล้ววิ่งออกไปทันที

เซี่ยหลินก้มลงมองรอยฝ่ามือแดงเป็นปื้นที่ปรากฏชัดอยู่ใต้ไหปลาร้าของตนเอง ได้แต่ยิ้มขื่นออกมาอย่างจนใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำ เปลี่ยนชุดนอน แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง

สาวใช้คนหนึ่งซึ่งไร้ตราประทับเช่นเดียวกับเซี่ยหลินเดินเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นน้ำเจิ่งนองเต็มพื้นห้องน้ำลามมาถึงห้องนอน หล่อนก็ชักสีหน้าไม่พอใจทันที

เซี่ยหลินก็แค่คนไร้ตราประทับเหมือนกันแท้ๆ แต่เพียงเพราะเกิดในตระกูลนี้จึงได้เสวยสุขบนกองเงินกองทอง ส่วนตัวหล่อนกลับต้องมาเป็นข้ารับใช้ ความรู้สึกรังเกียจที่มีต่อเซี่ยหลินจึงยิ่งทวีคูณ

เซี่ยหลินลุกขึ้นนั่ง สังเกตเห็นสายตาหงุดหงิดรำคาญใจของสาวใช้ จึงนึกถามในใจว่า "บ่นอะไรของเธอ?"

เมื่อรู้ตัวว่าถูกจับได้ว่ากำลังนินทาเจ้านายในใจ สาวใช้จึงแสร้งยิ้มกลบเกลื่อน "คุณหนูคะ ฉันแค่จะเตือนว่าคราวหน้าอาบน้ำระวังหน่อยนะคะ พื้นเปียกแบบนี้มันลื่นง่าย"

เซี่ยหลินแกล้งทำเป็นไม่รู้เท่าทัน พลางเอ่ยเรียบๆ "จำไว้ว่าต้องถูให้สะอาดด้วยล่ะ"

สาวใช้รีบกุลีกุจอไปเช็ดน้ำที่นองพื้นในห้องนอนจนแห้งสนิท

"คุณหนูคะ ทำความสะอาดเสร็จแล้ว เดี๋ยวฉันจะลงไปยกของว่างมาให้ ไม่ทราบว่าอยากทานรสไหนดีคะ?"

เดิมทีเซี่ยหลินไม่ได้พิสมัยของหวานจุกจิกตามประสาเด็กสาวพวกนี้นัก แต่หลังจากข้ามมิติมา พอได้ยินคำว่า 'ของว่าง' ภาพขนมหวานก็น่าทานก็ลอยเข้ามาในหัวจนน้ำลายสอ

"เอาทีรามิสุ กับบาสก์ชีสเค้กมาให้ฉันที"

สาวใช้รีบจัดการในห้องน้ำอย่างรวดเร็วแล้วเดินลงไปชั้นล่าง

เซี่ยหลินเปิดใช้งาน 'เครือข่ายเทวะ' ของตนเองขึ้นมาดู แต่เพราะเธอไร้ซึ่งตราประทับ ฟังก์ชันการใช้งานเกือบทั้งหมดจึงถูกจำกัดสิทธิ์ แม้แต่จำนวนเงินในบัญชีก็ยังมีอยู่น้อยนิดจนน่าใจหาย

ด้วยความจำนน เซี่ยหลินจึงเปิดตู้เก็บของใต้กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง เครื่องประดับมีค่าทั้งหลายควรจะถูกเก็บไว้ในนี้

เจ้าของร่างเดิมดูเหมือนจะถูกทางบ้านตัดหางปล่อยวัด และคงไม่มีโอกาสกลับมาเอาเงินอีกแล้ว เซี่ยหลินจึงตั้งใจจะพกทรัพย์สินพวกนี้ติดตัวไว้ เผื่อว่าพ่อแม่ตระกูลเซี่ยเกิดคุ้มคลั่งไล่เบี้ยขึ้นมา เธอจะได้ไม่ต้องระเห็จไปขายตัวเพื่อความอยู่รอด

แต่ทว่า... เมื่อเปิดตู้และเตรียมจะกวาดของเข้าเครือข่ายเทวะ ทรัพย์สินมีค่าในนั้นกลับอันตรธานหายไปเกือบหมด

"คุณหนูคะ จะให้วางของว่างไว้ตรงไหนดี?" สาวใช้ถามด้วยน้ำเสียงประจบประแจง เซี่ยหลินชี้ไปที่ระเบียงส่งๆ

ขณะมองดูสาวใช้จัดวางชุดน้ำชาที่ระเบียง สายตาของเซี่ยหลินก็เหลือบไปเห็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ห้อยอยู่บนข้อมือของหล่อน

มันคือกำไลข้อมือที่แผ่กลิ่นอายของตราประทับสีน้ำเงินออกมา ของพรรค์นี้ราคาในตลาดไม่ใช่ถูกๆ มีแต่คนระดับตระกูลเธอเท่านั้นที่จะหาซื้อมาใส่ได้

"กำไลข้อมือวงนั้นสวยดีนี่"

สาวใช้เผลอชักมือกลับโดยสัญชาตญาณ แต่พอรู้ตัวว่าเซี่ยหลินเห็นเข้าแล้ว ขืนซ่อนตอนนี้ก็คงดูมีพิรุธเกินไป

หล่อนหัวเราะแห้งๆ "คุณนายเห็นว่าฉันดูแลคุณหนูเป็นอย่างดี ก็เลยมอบให้เป็นรางวัลพิเศษค่ะ"

เซี่ยหลินแค่นหัวเราะในลำคอ ลูกสาวในไส้ยังไม่มีปัญญาได้ใส่ แต่สาวใช้กลับได้เครื่องประดับราคาแพงระยับขนาดนี้เชียวหรือ

"แม่ฉันให้เธอมากับมือเลยเหรอ?" สาวใช้กลั้นใจพยักหน้ารับ

หลังจากจัดวางของหวานและชาดำเรียบร้อย หล่อนก็เดินเข้ามาหาเซี่ยหลิน "คุณหนูคะ จางเหล่ยคือตัวเลือกที่ดีที่สุดเท่าที่คุณหนูจะหาได้ในตอนนี้แล้วนะคะ ถ้าคุณหนูมีลูกกับเขาได้ ก็จะสามารถใช้เด็กคนนั้นเป็นที่พึ่ง..."

เซี่ยหลินยิ้มมุมปาก

มิน่าล่ะ เจ้าของร่างเดิมถึงได้ไปพัวพันกับนักเลงกระจอกพรรค์นั้น ที่แท้ก็เพราะมีบ่าวรับใช้คอยเสี้ยมสอนอยู่นี่เอง

แต่ตอนนี้ จางเหล่ยอย่าว่าแต่จะแตะตัวเธอเลย แค่เห็นหน้าคงรีบเดินหนีแทบไม่ทัน

"มีลูก แล้วก็โดนแม่ฉันไล่ออกจากบ้าน จากนั้นเธอก็จะได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยแทนงั้นสิ?"

สาวใช้พยายามจะอ้าปากแก้ตัว แต่ยังไม่ทันจะเปล่งเสียง ฝ่ามือฉาดใหญ่ก็ฟาดเข้าที่แก้มของหล่อนเต็มแรง

เพียะ!

"บัตรทุกใบของฉันเงินเกลี้ยงบัญชี เธอแอบโอนเข้าเครือข่ายเทวะของตัวเองไปใช่ไหม?"

สาวใช้ทรุดตัวลงคุกเข่าทันที "มะ... ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้ทำ..."

"ก็ได้ งั้นไปตามคนที่มีตราประทับสีน้ำเงินมาตรวจสอบเครือข่ายเทวะของเธอ แม่ฉันก็น่าจะยังไม่ออกไปไหนนี่นะ"

สาวใช้เถียงข้างๆ คูๆ อย่างไม่ยอมจำนน "ฉันช่วยคุณหนูติดต่อจางเหล่ย คุณหนูเป็นคนให้ฉันเองต่างหาก!"

"ถ้าแม่รู้ว่าเธอช่วยฉันด้วยวิธีสิ้นคิดแบบนี้ คิดว่าแม่จะตบรางวัลให้อย่างงามรึไง?"

เธอไม่ใช่เซี่ยหลินคนเดิมที่โหยหาความรัก อ่อนแอ และขี้ขลาดอีกต่อไป

คิดจะมาเอาเปรียบเธองั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!

สาวใช้จำใจวางกำไลข้อมือคืนลงในตู้ของเซี่ยหลินด้วยมือที่สั่นเทา "คุณหนูคะ ฉันยอมเสี่ยงทำเพื่อคุณหนูแท้ๆ ทำไมคุณหนูถึงทำกับฉัน..."

เซี่ยหลินไม่หลงกลดราม่าแม้แต่น้อย

"เอาอะไรใส่เข้าไปในเครือข่ายเทวะ ก็คายออกมาให้หมด ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้จะไม่จบแค่ระหว่างเราสองคน แต่มันจะลามไปถึงครอบครัวของเธอด้วย"

พอได้ยินว่าครอบครัวจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย สาวใช้ที่ตอนแรกคิดว่าถือไพ่เหนือกว่าเซี่ยหลินก็เริ่มตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก

มือไม้สั่นเทาขณะเปิดเครือข่ายเทวะ แล้วโอนเงินทั้งหมดที่เคยยักยอกไปคืนกลับมา

ทำไมมันถึงมีแค่เศษเงินแค่นี้? เซี่ยหลินไม่เชื่อ

"ฉันบอกว่า 'ทั้งหมด' ฟังไม่เข้าใจหรือไง?"

สาวใช้นั่งคุกเข่าเงียบกริบอยู่นาน สรุปได้ว่าเงินส่วนใหญ่ถูกหล่อนผลาญไปเกือบหมดแล้ว

เซี่ยหลินขี้เกียจจะบีบคั้นต่อ จึงยื่นคำขาด "ถ้าพรุ่งนี้เย็นยังหามาคืนไม่ครบ ฉันจะไปฟ้องแม่ ให้เธอรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง"

ในที่สุดสาวใช้ก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้โฮออกมา

หากเรื่องถึงหูคุณนายตระกูลเซี่ย คงไม่มีที่ไหนกล้ารับหล่อนเข้าทำงานอีก และคงจบลงที่ต้องไปขายเรือนร่างในย่านโคมแดงเท่านั้น

คนพวกนั้นไม่เคยเห็นคนไร้ตราประทับเป็นมนุษย์ นึกจะทรมานยังไงก็ได้ตามใจชอบ

ต่อให้ตายไป ก็ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ

"คุณหนูคะ... ฉัน... ฉันจะหาเงินทั้งหมดมาคืนภายในพรุ่งนี้เย็น ขอร้องล่ะค่ะ อย่าบอกคุณนายเลยนะคะ"

สาวใช้นอนหมอบราบกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางพร่ำพรรณนาว่าที่ทำไปทั้งหมดก็หวังดีต่อคุณหนู อ้างถึงความลำบากยากเข็ญสารพัด

เซี่ยหลินเริ่มรำคาญ "ออกไป!"

ฉันยืนแล่ปลาอยู่ในห้างมาตั้งสิบปี หัวใจด้านชาดั่งมีดที่ใช้เชือดเฉือนไปนานแล้ว

จะยกเว้นก็แค่พวกพี่สาวสวยๆ สาวน้อยน่ารัก หรือโลลิเท่านั้นแหละ

หลังจากสาวใช้ออกไป ห้องก็กลับมาเงียบสงบทันที

เนื่องจากสถาบันแดนเทพให้ความสำคัญกับพรสวรรค์เป็นที่สุด จึงไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนทุกวัน และตารางเรียนของแทบทุกคนก็ไม่แน่นอน

เซี่ยหลินไม่มีเรียนในวันรุ่งขึ้น จึงหมกตัวอยู่บ้านตลอดทั้งวัน

พอตกค่ำ สาวใช้ก็นำบัตรมาโอนเงินทั้งหมดคืนเข้าสู่เครือข่ายเทวะของเซี่ยหลิน

เซี่ยหลินลองเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบันดูแล้ว ก็นับว่าเป็นเงินก้อนโตพอสมควร

เมื่อเห็นใบหน้าที่เหนื่อยล้าจนแทบดูไม่ได้ของสาวใช้ เซี่ยหลินก็พอจะเดาได้ว่าหล่อนต้องวิ่งเต้นทำอะไรมาบ้างตั้งแต่เช้ายันค่ำ ริมฝีปากที่แห้งแตกนั่นคงผ่านการเจรจาต่อรองมาอย่างหนักเพื่อหาเงินก้อนนี้

"เอาเถอะ เงินส่วนที่เหลือฉันจะไม่ติดใจเอาความ ถือซะว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น และอย่าให้ฉันได้ยินว่าเธอนินทาฉันลับหลังอีก ไม่อย่างนั้น..."

"ไม่ทำแล้วค่ะ! ไม่มีทางแน่นอน!"

หล่อนไม่อยากจะเจอเรื่องเลวร้ายแบบวันนี้อีกแล้ว แค่นึกถึงหน้าผู้ชายพวกนั้น หล่อนก็คลื่นไส้จนอยากจะอาเจียน

สาวใช้เอามือปิดปากแล้วรีบวิ่งหนีออกไป วินาทีถัดมา เซี่ยหนิงหนิงก็มายืนพิงประตู มองเซี่ยหลินด้วยสายตาสมน้ำหน้า

"พี่คะ~ เมื่อกี้คุณย่าติดต่อผ่านเครือข่ายเทวะมาหาฉัน บอกว่าให้พี่ไปหาท่านที่บ้านหน่อย ท่านมีเรื่องจะคุยด้วย"

เซี่ยหลินขมวดคิ้วมุ่น

ดูเหมือนว่าในเกมจะไม่มีเนื้อเรื่องส่วนไหนที่เกี่ยวกับหญิงชราคนนี้เลยนี่นา เรียกเธอไปพบทำไมกัน?

จบบทที่ บทที่ 7 จัดการเรื่องสัพเพเหระรอบตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว