เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 พระจันทร์แห่งบ้านเกิด

บทที่ 29 พระจันทร์แห่งบ้านเกิด

บทที่ 29 พระจันทร์แห่งบ้านเกิด


แสงตะวันยามเย็นที่สวนหลังบ้านค่อยๆ เคลื่อนคล้อยผ่านทุ่งหญ้า ทะเลสาบ และหายลับไปในที่ไกล

ที่โต๊ะกลมกลางสวน ผู้คนและโปเกมอนนั่งล้อมวงเริ่มลงมือทานอาหารอันโอชะ ขณะที่เหล่าโปเกมอนรายรอบก็กำลังเพลิดเพลินกับโปเกบล็อกที่ฟางหยานตั้งใจทำให้อย่างสุดฝีมือ

หลังจากมุ่งมั่นศึกษาคู่มือการทำโปเกบล็อกของเพื่อนนิรนามของคุณทวด ฝีมือการทำโปเกบล็อกของฟางหยานก็รุดหน้าไปไกลโข

สายลมเย็นพัดผ่าน จิบน้ำโซดาทำมือผสมน้ำผึ้งหวานฉ่ำ เพียงอึกเดียวก็ช่วยชะล้างความกังวลทั้งวันให้มลายหายไป

"ฝีมือทำอาหารของฟางหยานนี่สุดยอดจริงๆ"

เจนนี่เอ่ยปากชม ทั้งที่มือยังง่วนอยู่กับการแทะคากิหมูตุ๋นอย่างเมามัน

คนอื่นไม่ได้พูดอะไร ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง

เห็นทุกคนเจริญอาหาร ฟางหยานก็อิ่มอกอิ่มใจ

สำหรับคนทำอาหาร ไม่มีอะไรน่ายินดีไปกว่าการเห็นคนทานมีความสุขกับสิ่งที่ตนทำอีกแล้ว

ทำตามที่ซานะชี้บอก ฟางหยานคีบปีกไก่ต้มโค้กใส่จานให้เธอ

เซียหลานกลืนอาหารคำโตลงคอ แล้วชูแก้วขึ้น

"ตามธรรมเนียมบ้านเกิดเธอ เราต้องชนแก้วแล้วพูดว่า 'สุขสันต์วันไหว้พระจันทร์' ใช่ไหม?"

คุณจอยและเจนนี่พยักหน้า ยกแก้วขึ้นตาม ซานะเองก็ชูแก้วใบจิ๋วของเธอขึ้นบ้าง

เห็นดังนั้น ฟางหยานยิ้มอย่างรู้ใจ แล้วยกแก้วขึ้น

"ขอให้พวกเรามีความสุขในวันไหว้พระจันทร์~"

กริ๊ง~

"เกงการ์~"

และแน่นอน มีมืออ้วนป้อมปริศนามือหนึ่งแอบเนียนชนแก้วด้วยตามเคย

"เกงการ์ ถ้าแกแอบขโมยคากิหมูฉันตอนเผลออีก เชื่อไหมฉันจะตีก้นแกแน่"

ฟางหยานที่กำลังคุยกับพวกเซียหลาน ก้มมองจานตัวเอง พบว่าคากิหมูหายวับไปอีกแล้ว ส่วนเจ้าอ้วนข้างๆ กำลังนั่งแทะคากิในมืออย่างมีความสุข

"เกงการ์"

เชอะ

เกงการ์หันหลังให้ ทำหูทวนลมไม่สนใจคำขู่

"..."

ทุกคนเห็นท่าทางนั้นแล้วก็ระเบิดหัวเราะออกมา

ซานะไม่เข้าใจว่าขำอะไร แต่ก็พลอยหัวเราะตามไปด้วย ขณะแทะปีกไก่ต้มโค้กในมือ ตาแป๋วๆ มองไปรอบๆ

ระหว่างมื้ออาหาร ทุกคนและเหล่าโปเกมอนได้ถ่ายรูปหมู่ร่วมกันเป็นที่ระลึก

งานเลี้ยงจบลงท่ามกลางเสียงหัวเราะ หลังจากช่วยกันเก็บกวาด ฟางหยานจัดขนมไหว้พระจันทร์ใส่กล่องให้พวกเซียหลานนำกลับไปคนละสองกล่อง และให้ซานะอีกสองกล่อง

หลังจากฝากฝังซานะให้เจนนี่ช่วยพาไปส่งบ้าน ฟางหยานยืนส่งที่หน้าประตู ลูบหัวเล็กๆ ของเธอเบาๆ

ซานะชอบสัมผัสนี้มาก เธอกอดไข่โปเกมอนไว้แนบอก หรี่ตาลงอย่างเคลิบเคลิ้มทุกครั้งที่ฟางหยานลูบหัว

โบกมือลาจนทุกคนลับสายตาไป ฟางหยานปิดประตูสถานรับเลี้ยง แล้วเดินกลับไปที่สวนหลังบ้านพร้อมเกงการ์

โต๊ะที่สวนหลังบ้านยังไม่ได้เก็บ ฟางหยานเดินเข้าครัวไปหยิบเค้กรูปเกงการ์ที่ทำไว้เมื่อบ่ายออกมา

"เกงการ์ มาเป่าเทียนกัน!"

ฟางหยานวางเค้กลงบนโต๊ะ อุ้มชูลิเนะขึ้นมา แล้วตะโกนเรียกเกงการ์

"เกงการ์—"

มาแล้วจ้า

เมื่อเกงการ์และตัวอื่นๆ มารวมตัวกัน ฟางหยานก็บรรจงปักเทียนลงบนเค้ก

"นี่เป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีแรกที่เราได้ฉลองด้วยกัน ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นครอบครัวเดียวกับพวกนาย"

ฟางหยานให้เกงการ์จุดเทียน มองหน้าเหล่าโปเกมอน แล้วพูดออกมาจากใจ

เพราะมีพวกนาย ที่นี่ถึงได้เป็น 'บ้าน'

"เกงการ์"

"นิเฮะ"

"ลาลาจี้~"

เหล่าโปเกมอนซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ เกงการ์พุ่งเข้าเลียหน้าฟางหยานทันที

"โอเคๆ รู้แล้วๆ ไม่ต้องดราม่า รีบมาเป่าเทียนพร้อมกันเร็ว"

ฟางหยานพยายามดันหน้าเกงการ์ออก พลางพูดอย่างขำๆ

"เกงการ์—"

ฟางหยานด้วย

เกงการ์ดึงไหล่ฟางหยานเข้ามา

ในเวลานี้ พระจันทร์ดวงกลมโตลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าราวกับจานหยกขาว สาดแสงนวลลงมากระทบเค้กรูปเกงการ์อย่างงดงาม

เขาวางชูลิเนะลงบนโต๊ะ ชูลิเนะที่เคยกลัวความมืด บัดนี้ไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไปแล้ว

จับมือชูลิเนะและเกงการ์ไว้คนละข้าง ฟางหยานสูดหายใจลึก

"นับถึงสาม แล้วเป่าพร้อมกันนะ สาม!"

"เกงการ์?! Σ(゚∀゚ノ)ノ"

โดนฟางหยานแกงหม้อใหญ่ เกงการ์รีบสูดลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วเป่าเทียนจนดับพรึ่บ

ฟางหยานหัวเราะลั่น หยิบมีดมาตัดเค้ก อาศัยจังหวะที่เกงการ์เผลอสนใจเค้ก ป้ายครีมใส่หน้ามันด้วยความเร็วแสง

แล้วก็ป้ายใส่ชูลิเนะ และตัวอื่นๆ ด้วย

ผลคือโดนเกงการ์และพรรคพวกเอาคืน ตัวอื่นๆ ช่วยกันล็อกตัวฟางหยานไว้ แล้วให้เกงการ์ละเลงครีมใส่หน้าเขาจนเละ

หลังสงครามป้ายครีมจบลง ทุกคนหน้าตาดูไม่ได้ ฟางหยานชิมเค้กไปคำหนึ่ง ที่เหลือยกให้พวกเกงการ์จัดการ ส่วนตัวเองขอตัวไปอาบน้ำ

อาบน้ำเสร็จกลับมาที่สวนหลังบ้าน พวกเกงการ์จัดการทำความสะอาดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

ฟางหยานบิดขี้เกียจ เดินไปหามุมเหมาะๆ ที่ริมทะเลสาบ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนพื้นหญ้า

กลิ่นหอมของหญ้าและกลิ่นดินลอยมาแตะจมูก ฟางหยานนอนมองดูพระจันทร์เงียบๆ

ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ รายล้อมพระจันทร์ดวงโต

เขาลืมไปแล้วว่านานแค่ไหนที่ไม่ได้แหงนหน้ามองดูดาวแบบนี้ จำได้ลางๆ ว่าสมัยเด็กในชาติก่อน ก็เป็นวันไหว้พระจันทร์แบบนี้แหละ ที่เขาและครอบครัวจะเอาเสื่อไปปูบนดาดฟ้า นั่งล้อมวงคุยกัน เขาชอบนอนฟังพ่อแม่คุยสัพเพเหระ พลางนับดาวแข่งกับพี่สาว และอ้อนให้เธอเล่านิทานให้ฟัง

แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เวลาเดินคนเดียวตอนกลางคืนแล้วเงยหน้ามองฟ้า ก็เห็นดาวแค่ไม่กี่ดวง ไม่เคยเห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวเหมือนในวัยเด็กอีกเลย

แต่วันนี้ เขาได้เห็นมันอีกครั้ง... ท้องฟ้าที่พร่างพราวไปด้วยดวงดาว... เขาเหม่อมองจนหลงอยู่ในภวังค์

รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวข้างกาย เกงการ์มานอนลงข้างๆ ตามด้วยชูลิเนะ

ตัวอื่นๆ นั่งถือขนมไหว้พระจันทร์อยู่ไม่ไกล มองดูดาวและพระจันทร์อย่างเงียบสงบ

บนท้องฟ้าไกลออกไป มีบัลบีท (Volbeat) และอิลลูมิเซ (Illumise) บินวาดลวดลายเรขาคณิตสวยงามยามค่ำคืน

"เกงการ์ รู้ไหม วันนี้พระจันทร์ยังไม่เต็มดวงที่สุดนะ พรุ่งนี้ต่างหากถึงจะกลมที่สุด"

ฟางหยานพูดขึ้น เอามือประสานท้ายทอยหนุนหัว

"เกงการ์?"

"พระจันทร์คืนสิบหกกลมกว่าคืนสิบห้า (สำนวนจีน)" ฟางหยานพึมพำกับตัวเอง

อาจจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่แปลกไปของฟางหยาน เกงการ์ขยับตัวเข้ามาเบียดใกล้ขึ้น

เหลือบมองเกงการ์ที่เบียดเข้ามา ฟางหยานหลุดขำ

"รู้ไหม ที่บ้านเกิดฉันมีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับคู่รักคู่หนึ่ง... สุดท้ายภรรยาของเขาก็ลอยขึ้นไปบนดวงจันทร์"

ฟางหยานเล่าเสียงเบา เกงการ์และตัวอื่นๆ ตั้งใจฟังอย่างเงียบเชียบ

"แต่ถ้าเป็นที่นี่ พวกเขาคงขี่เร็คควอซา (Rayquaza) บินขึ้นไปมั้ง"

ฟางหยานยิ้ม เอื้อมมือไปกอดชูลิเนะ ลูบหัวเธอเบาๆ

"ลาลาจี้~"

เสียงร้องหวานใสตอบรับ ชูลิเนะหรี่ตาพริ้ม

"ขอบใจนะทุกคน"

ฟางหยานพูดเสียงแผ่ว แล้วเงียบลง นอนนับดาวไปเรื่อยๆ

เกงการ์แอบมองฟางหยาน เห็นว่าอารมณ์ดีขึ้นแล้ว ก็เงยหน้ามองพระจันทร์บ้าง

"เกงการ์ ٩(º﹃º ٩)"

น่ากินจังแฮะ... แล้วมันก็หยิบขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นเบ้อเริ่มออกมาเทียบกับพระจันทร์ อืม กลมเหมือนกันเปี๊ยบ

แล้วก็งับเข้าให้

"เกงการ์—"

ส่วนฟางหยาน กอดชูลิเนะไว้ ดื่มด่ำกับความสงบสุขที่หาไม่ได้ในชาติก่อน ตาของเขากระพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ แข่งกับแสงดาว

ในที่สุด เขาก็หลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทรา

ค่ำคืนในชินโอค่อนข้างหนาว ลมพัดมาวูบหนึ่ง ฟางหยานเผลอขดตัวเข้าหากัน

เกงการ์โยนขนมไหว้พระจันทร์เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด แล้วลอยตัวขึ้น ใช้พลังจิตยกตัวฟางหยานลอยตามมาอย่างนุ่มนวล พาเขากลับไปที่ห้องนอน

วางฟางหยานลงบนเตียง ห่มผ้าให้ แล้วออกไปเปลี่ยนดินในกระถางที่ระเบียง ยกกระถางเข้ามาวางที่โต๊ะหัวเตียง ค่อยๆ แกะมือฟางหยานออก แล้วอุ้มชูลิเนะที่หลับปุ๋ยไปวางในกระถาง

"ลาลาจี้..."

"เกงการ์—"

หลังจากปลอบชูลิเนะเสร็จ เกงการ์ปรับไฟในห้องเป็นโทนอุ่น แล้วกลับขึ้นไปสิงสถิตบนเพดาน

วันนี้ไม่ต้องฝึก เพราะคิวคอนบอกว่าการฝึกจบลงแล้วเมื่อวาน

ลึกเข้าไปในป่า คิวคอนตัวหนึ่งก็นั่งมองพระจันทร์ดวงเดียวกันอยู่อย่างเงียบงัน

จนกระทั่งเมฆดำเคลื่อนมาบดบังดวงจันทร์ มันจึงดึงสติกลับมา หันไปมองทิศทางที่ตั้งของสถานรับเลี้ยงเป็นครั้งสุดท้าย แล้วหันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

จบบทที่ บทที่ 29 พระจันทร์แห่งบ้านเกิด

คัดลอกลิงก์แล้ว