- หน้าแรก
- ปฐมบทราชันแห่งโลกสยองขวัญ
- บทที่ 28 พื้นที่ส่วนบุคคล
บทที่ 28 พื้นที่ส่วนบุคคล
บทที่ 28 พื้นที่ส่วนบุคคล
[ติ๊ง! ได้รับหีบสมบัติพิชิตใจ เฮเธอร์ ซอว์เยอร์! ต้องการเปิดหรือไม่?]
ทักษะการควบขี่ของเฮเธอร์ยังห่างไกลจากคำว่าเชี่ยวชาญ เรียกว่าเก้ๆ กังๆ เลยก็ว่าได้ แต่ทว่าถุงลมนิรภัยคู่โตที่กระเพื่อมไหวตลอดเวลานั้นช่วยชดเชยข้อด้อยนี้ได้เป็นอย่างดี
ดวงตาของรอยแทบจะลายพร้อยจนหมุนติ้ว เขาต้องเอามือยันถุงลมนิรภัยคู่นั้นไว้เพื่อกันไม่ให้การขับขี่ครั้งนี้จบลงด้วยอุบัติเหตุรถชน
เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เอว รอยจึงไม่ได้หักโหม เขาและเฮเธอร์จัดไปเพียงแค่สองยกเท่านั้น
หลักๆ เป็นเพราะเฮเธอร์ไม่มีความอึดเลย เทียบไม่ได้กับกัปตันเชียร์ลีดเดอร์อย่างเจนนิเฟอร์แม้แต่น้อย เธอควบทะยานได้ไม่กี่ครั้งก็ยอมแพ้ราบคาบ
เมื่อประกอบกับหลังของรอยที่ยังเจ็บแปลบ การสงบศึกจึงเป็นทางเลือกเดียว
รอยชำเลืองมองเฮเธอร์ที่หลับสนิท เขาบีบถุงลมนิรภัยเล่นเบาๆ ก่อนจะเตรียมเปิดหีบสมบัติ
ระบบ เปิดหีบโชคชะตาเลเธอร์เฟซ!
[กำลังเปิดหีบโชคชะตาเลเธอร์เฟซ...]
[ได้รับแต้มคุณสมบัติพละกำลัง 3 แต้ม!]
[ได้รับแต้มคุณสมบัติความทนทาน 3 แต้ม!]
[ได้รับดาบเลื่อยโซ่!]
ว้าว นี่ฉันได้อาวุธประจำกายมาเลยเหรอ?
รอยจำดาบเลื่อยโซ่เล่มนี้ได้ มันมาจากเกมที่ชื่อ วอร์แฮมเมอร์ 40K ใช่ไหมนะ?
[ดาบเลื่อยโซ่: ฉีกกระชากเนื้อหนังและเหล็กกล้าได้อย่างง่ายดาย แต่ระวังให้ดี มันก็เฉือนผู้ใช้ได้ดีไม่แพ้กัน
เพื่อความภักดี!]
อุปกรณ์ชั้นยอด แต่เสี่ยงอันตรายและพกพาลำบากชะมัด
ส่วนแต้มคุณสมบัตินั้นเข้าใจง่าย หลังจากจัดสรรแต้มแล้ว ค่าพละกำลังของรอยก็พุ่งไปที่ 18 และความทนทานอยู่ที่ 24
ใช่แล้ว เขาเริ่มห่างไกลจากความเป็นมนุษย์ปกติออกไปทุกที
รอยบีบถุงลมนิรภัยอีกข้างของเฮเธอร์
คราวที่แล้วเขาเล่นกับลูกแมวน้อยไปแค่ครั้งเดียว การลืมสัมผัสรอบที่สองทำให้เขาพลาดของรางวัลที่ดีที่สุดจากเจนนิเฟอร์ไป
คราวนี้เขาต้องรักษาความสมดุลให้เท่าเทียมกัน
แต่ดูเหมือนเฮเธอร์จะตื่นเพราะสัมผัสนั้น
'รอย เช้าแล้วเหรอ?'
'ยังหรอก นอนต่อเถอะ'
ขณะที่รอยพยายามดึงมือออก เฮเธอร์กลับกอดมือของเขาแนบแน่นไว้กับหน้าอก
ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเธอกอดไว้ เขาก็ต้องจับถุงลมนิรภัยนั่นต่อไป
ระบบ เปิดหีบสมบัติพิชิตใจ เฮเธอร์ ซอว์เยอร์!
[กำลังเปิดหีบสมบัติพิชิตใจ เฮเธอร์ ซอว์เยอร์...]
[ได้รับแต้มคุณสมบัติพลังใจ 2 แต้ม!]
[ได้รับทักษะการใช้เลื่อยไฟฟ้าตระกูลซอว์เยอร์!]
แจ็กพอตแตกอีกแล้วเหรอ?
วินาทีที่เขาได้รับความรู้เรื่องเลื่อยไฟฟ้าของตระกูลซอว์เยอร์ ในหัวของรอยก็เต็มไปด้วยแบบแปลนต่างๆ ทั้งวิธีสร้าง การบำรุงรักษา การดัดแปลง และวิธีต่อสู้ด้วยเลื่อยไฟฟ้าทุกรูปแบบ
ปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว ด้วยความเชี่ยวชาญระดับตระกูลซอว์เยอร์ แม้เขาอาจจะเทียบชั้นไม่ได้กับพวกอิมพีเรียลการ์ด แต่อย่างน้อยเขาก็คงไม่เผลอเลื่อยผ่าครึ่งตัวเองแน่ๆ
แม้จะได้แต้มพลังใจมาแค่ 2 แต้ม แต่รอยก็ตื่นเต้นมาก
เขาคันไม้คันมืออยากจะดึงดาบเลื่อยโซ่ออกมาจากช่องเก็บของ แล้วลองเหวี่ยงดูสักสองสามทีเดี๋ยวนี้เลย
แต่ดีกว่าอย่าทำเลย ให้เฮเธอร์ได้นอนพักเถอะ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่คฤหาสน์ซอว์เยอร์ยังคงเป็นความลับสำหรับชาวเมืองวอเตอร์ฟอลส่วนใหญ่
ทางเมืองสั่งให้ตำรวจปิดข่าวเงียบ และผู้เสียชีวิตก็เป็นคนนอกพื้นที่ เรื่องราวทั้งหมดจึงค่อยๆ เลือนหายไป
รอยยังคงได้รับค่าปิดปาก แต่คราวนี้ได้มาแค่หมื่นดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นเศษเงินสำหรับเขาในตอนนี้
เขาไม่สนหรอก เพราะตอนนี้เขาได้เกาะติด 'แม่บุญทุ่ม' อย่างเฮเธอร์แล้ว
เธอได้รับมรดกเป็นเงินสดหลายล้านดอลลาร์ รวมถึงที่ดินผืนใหญ่ มหาศาลพอที่จะกินอยู่ได้ตลอดชีวิตถ้าไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย
เช้าวันรุ่งขึ้น เฮเธอร์ขอรอยแต่งงาน
ไม่มีทางที่เขาจะยอมทิ้งป่าทั้งผืนเพื่อต้นไม้เพียงต้นเดียว เขาจึงปฏิเสธโดยอ้างว่ายังเด็กเกินไป
แต่อายุสิบแปดปีถือเป็นวัยที่เหมาะสมสำหรับการแต่งงานในเมืองเล็กๆ อย่างวอเตอร์ฟอล
ชาวบ้านส่วนใหญ่แต่งงานกันตอนอายุสิบแปดหรือสิบเก้า และเป็นพ่อคนแม่คนตอนอายุยี่สิบ แต่เฮเธอร์ที่โตในลอสแอนเจลิสไม่รู้เรื่องนี้
'รอย ฉันเกลียดการต้องอยู่คนเดียว ทำไมนายไม่ย้ายเข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์ซอว์เยอร์ล่ะ?'
เฮเธอร์ยังคงหวาดผวา ผู้หญิงตัวคนเดียวในคฤหาสน์ใหญ่โตขนาดนั้นย่อมต้องรู้สึกระแวงเป็นธรรมดา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนตายในบ้านตั้งหลายศพเมื่อไม่นานมานี้
รอยย้ายเข้าไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นปลาในบ่ออื่นๆ ของเขาคงแตกตื่นหนีหายกันหมด
'พ่อแม่ฉันไม่มีทางยอมแน่ จ้างคนท้องถิ่นมาดูแลบ้านสิ จะได้มีชีวิตชีวาขึ้นหน่อย'
เฮเธอร์เห็นด้วยกับความคิดนั้น
'แต่ฉันไม่ใช่คนเมืองวอเตอร์ฟอลนะ'
'ไม่ต้องห่วง ฉันรับรองให้เอง วันนี้ฉันจะลางานช่วยจัดการเรื่องเอกสารกับเรื่องไร่ให้เธอ'
เมื่อตื่นขึ้น รอยรู้สึกว่าอาการเจ็บหลังดีขึ้นมากแล้ว อาจเป็นเพราะค่าความทนทานระดับ 24 ของเขา
ค่าความทนทานไม่ได้ควบคุมแค่ความอึดและพละกำลังของร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเร็วในการฟื้นฟูสภาพร่างกายด้วย
เฮเธอร์กอดเขาโดยไม่รู้ว่าอาการบาดเจ็บของเขาดีขึ้นแล้ว เธอรู้สึกซาบซึ้งใจที่เขาช่วยเหลือเธอทั้งๆ ที่ยังเจ็บอยู่
'รอย นายนี่วิเศษจริงๆ!'
กลับมาที่คฤหาสน์ ตำรวจได้ขนย้ายศพออกไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่คราบเลือดและร่องรอยการต่อสู้ยังรอให้เฮเธอร์ทำความสะอาด
เธอปฏิเสธความช่วยเหลือจากรอยเพราะเป็นห่วงเอวของเขา
หลังจากทำความสะอาดนานหลายชั่วโมง เธอก็จัดการจนเสร็จ และด้วยความช่วยเหลือจากรอย เธอก็ได้ฝังศพคุณย่าของเธอ
ช่วงใกล้เที่ยง แขกที่ไม่ได้รับเชิญก็มาถึง เป็นคู่สามีภรรยาวัยกลางคน
เฮเธอร์กำลังทำอาหารอยู่ รอยจึงเป็นคนออกไปเปิดประตู
'พวกคุณเป็นใคร?'
'พวกเราเป็นพ่อแม่ของเฮเธอร์ ให้เราเข้าไป!'
พ่อแม่ที่แท้จริงของเฮเธอร์เสียชีวิตไปตั้งแต่ยี่สิบปีก่อน คนพวกนี้คงเป็นพ่อแม่บุญธรรมของเธอ
พวกเขามีส่วนร่วมในการไต่สวนคดีตระกูลซอว์เยอร์ในอดีต พบทารกน้อยเฮเธอร์ จึงไว้ชีวิตเธอและนำไปเลี้ยงดูที่แอลเอ
เฮเธอร์เคยเล่าให้รอยฟังว่าวัยเด็กของเธอเลวร้ายมาก พ่อแม่บุญธรรมขี้เมาและชอบทุบตีเธอ
ดังนั้นเมื่อจดหมายจากทนายความส่งไปถึง เธอจึงหนีมาที่เท็กซัสเพื่อหลบหนีจากพวกเขา
รอยเห็นว่าคู่สามีภรรยาคู่นี้ไร้มารยาทสิ้นดี ทำตัวราวกับคฤหาสน์หลังนี้เป็นของตัวเอง
'เฮเธอร์ พ่อแม่บุญธรรมของคุณมาหา!'
รอยยืนขวางประตูไว้และตะโกนเรียกเธอ
เสียงจานแตกดังมาจากในครัว เฮเธอร์เดินออกมาพร้อมกับคิ้วที่ขมวดมุ่น
'พวกแกมาทำอะไรที่นี่?'
พ่อบุญธรรมมองไปรอบๆ การตกแต่งที่หรูหราด้วยความตะลึง
'เฮเธอร์ แกได้รับมรดกตระกูลซอว์เยอร์จริงๆ งั้นเหรอ ทำไมไม่บอกพวกเราบ้าง?'
'เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกแก'
'จะไม่เกี่ยวได้ยังไง! เราเลี้ยงแกมาจนโต แกต้องตอบแทนบุญคุณเราสิ!'
แม่บุญธรรมพยายามจะแทรกตัวเข้ามาข้างใน
รอยชักปืนลูกโม่ของเขาออกมา
'ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลครับ'