เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14: ปี่บี่ตงผู้อารมณ์ซับซ้อน และความพิโรธของเชียนเต้าหลิว!

ตอนที่ 14: ปี่บี่ตงผู้อารมณ์ซับซ้อน และความพิโรธของเชียนเต้าหลิว!

ตอนที่ 14: ปี่บี่ตงผู้อารมณ์ซับซ้อน และความพิโรธของเชียนเต้าหลิว!


ตอนที่ 14: ปี่บี่ตงผู้อารมณ์ซับซ้อน และความพิโรธของเชียนเต้าหลิว!

พริบตานั้นเอง ณ นครวิญญาณยุทธ์ กลิ่นอายพลังของราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 99 ของ เชียนเต้าหลิว ก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง!

เหล่าวิญญาณจารย์ทั่วทั้งเมืองต่างถูกกดทับด้วยแรงดันมหาศาลในทันที บางคนถึงกับอวัยวะภายในบอบช้ำจากขุมพลังอันไพศาลนี้! จากนั้นเงาร่างของเชียนเต้าหลิวก็พุ่งทะยานออกจากนครวิญญาณยุทธ์ มุ่งหน้าไปยังป่าซิงโต้วด้วยความเร็วแสง... สู่สถานที่ที่ร่างของสังฆราชเชียนสวินจี๋ทอดกายอยู่!

ภายในตำหนักธิดาเทพ หลังจากแรงกดดันมหาศาลของเชียนเต้าหลิวจางหายไป ปี่บี่ตง ก็ค่อยๆ พยุงร่างลุกขึ้นอย่างยากลำบาก นางมองไปยังทิศทางที่เชียนเต้าหลิวหายลับไปพลางเผยรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายและงดงามที่มุมปาก!

ในวินาทีที่เชียนสวินจี๋สิ้นใจ การทดสอบแรกแห่งเทพรากษสของปี่บี่ตงก็เสร็จสิ้นลงในที่สุด!

“เชียนสวินจี๋ เจ้าปีศาจร้าย... เจ้าคงไม่นึกสินะว่าวันหนึ่งจะต้องมาตายด้วยน้ำมือของคนอื่น! จุ๊ จุ๊ จุ๊ ข้าต้องยอมรับเลยว่าพลังของท่านจ้าวจายซิงนั้นน่าสะพรึงกลัวจริงๆ ทว่า... เมื่อใดที่ข้าสืบทอดตำแหน่งเทพเจ้าได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นท่านจ้าวจายซิง หรือเชียนเต้าหลิว พวกเจ้าทุกคนก็ต้องตาย!”

พูดจบ ปี่บี่ตงก็เริ่มรับรางวัลจากการทดสอบแรกทันที! ในชั่วพริบตา กลิ่นอายพลังของนางก็พุ่งทะยานจากระดับ 89 ขึ้นสู่ระดับ 90! นี่เป็นเพราะนางยังไม่มีวงแหวนวิญญาณวงที่เก้า หากนางได้รับวงแหวนมาเมื่อไหร่ ความแข็งแกร่งของนางย่อมก้าวกระโดดอย่างไม่มีใครเทียบได้

“ความรู้สึกของพลังอำนาจนี่มันช่างน่าลุ่มหลงนัก...”

ความเคลื่อนไหวทางฝั่งของปี่บี่ตงไม่ได้ทำให้เหล่าราชทินนามพรหมยุทธ์คนอื่นๆ ในสำนักวิญญาณยุทธ์เอะใจแม้แต่น้อย เพราะในยามนี้ วิญญาณจารย์ทุกคนต่างอยากรู้ว่าเหตุใดเชียนเต้าหลิวถึงได้พิโรธถึงเพียงนี้!

ด้วยพลังระดับ 99 เพียงสิบห้านาที เชียนเต้าหลิวก็มาถึงป่าซิงโต้ว! กลิ่นอายพลังของเขาที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าเย่เทียนเฉินแผ่กระจายไปทั่ว สัตว์วิญญาณทุกตัวในป่าต่างตื่นตระหนก แม้แต่สัตว์วิญญาณอายุห้าหมื่นปีก็ยังหนีหัวซุกหัวซุนเข้าสู่ใจกลางป่า... แรงกดดันนี้ไม่ได้ทำให้แค่สัตว์วิญญาณแสนปีอย่างวานรยักษ์ไททันหรือวัวอสรพิษมรกตต้องสั่นสะท้านด้วยความกังวลเท่านั้น

ลึกลงไปในพื้นที่ใต้ดินใต้ทะเลสาบแห่งชีวิต! ตี้เทียน ที่จมอยู่ในห้วงนิทราอันลึกซึ้งพลันลืมตาตื่นขึ้นเพราะสัมผัสได้ถึงการมาของเชียนเต้าหลิว! เขาเหลือบมองไปยังทิศทางของเชียนเต้าหลิว พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนจะเลิกสนใจและหันไปจดจ้องที่สัตว์วิญญาณล้านปีอย่างหนอนไหมน้ำแข็งเทียนเมิ่งที่อยู่ตรงหน้าแทน

เชียนเต้าหลิวพุ่งทะยานมาจนถึงหุบเขาที่เชียนสวินจี๋ดับสูญ! เมื่อมองจากที่ไกลๆ หุบเขานี้กลายเป็นพื้นที่รกร้างไปเสียแล้ว พรรณไม้และป่าไม้ถูกเผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตาที่เพลิงกรรมของเย่เทียนเฉินเข้าจู่โจม

สายตาของเขาเลื่อนไปพบกับศพของเชียนสวินจี๋ที่สภาพดูไม่ได้ เชียนเต้าหลิวพุ่งเข้าหาศพนั้นทันที มือที่ชราและสั่นเทาค่อยๆ ช้อนร่างของลูกชายขึ้นมาโอบกอดไว้ หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความโศกเศร้า!

“สวินจี๋ลูกพ่อ! ใครกัน! ใครมันกล้าลงมือกับเจ้าถึงเพียงนี้! อ๊ากกกกก!...”

ชั่วขณะหนึ่ง เชียนเต้าหลิวถูกครอบงำด้วยความแค้นและโศกเศร้า แม้ปกติเขาจะไม่ค่อยพอใจลูกชายคนนี้เพราะมองว่าเชียนสวินจี๋แบกรับอนาคตของสำนักไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรเชียนสวินจี๋ก็คือลูกชาย... ลูกชายในไส้ของเขาเอง! เสือยังไม่กินลูก แล้วเชียนเต้าหลิวจะทนได้อย่างไร?

เขาลูบใบหน้าที่แข็งทื่อและซีดเซียวของลูกชาย หัวใจเหมือนถูกกริชกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผ่านไปเนิ่นนานจนสายฝนเริ่มโปรยปราย เชียนเต้าหลิวจึงยอมปล่อยร่างที่เย็นชืดนั้นลง และหันไปจ้องมองพรหมยุทธ์เบญจมาศและสื่อวิญญาณที่ขยับตัวไม่ได้!

เพียงชั่วอึดใจ เชียนเต้าหลิวก็มาอยู่ข้างกายทั้งคู่ เขามองแวบเดียวก็เข้าใจถึงอาการบาดเจ็บ ฝั่งเบญจมาศและสื่อวิญญาณเองเมื่อเห็นเชียนเต้าหลิวเดินเข้ามาหา หัวใจก็เต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว! พวกเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าการตายของสังฆราชจะนำหายนะอะไรมาสู่ตนบ้าง

เชียนเต้าหลิวข่มความโกรธไว้ในอก เขาฟาดฝ่ามือที่เหี่ยวย่นออกไป พลังวิญญาณมหาศาลแฝงด้วยกลิ่นอายประหลาดพุ่งเข้าสู่ร่างของทั้งคู่ ในชั่วพริบตา พรหมยุทธ์ทั้งสองต้องตกตะลึงเมื่อพบว่ากระดูกที่แตกละเอียดเริ่มสมานตัวขึ้นทีละนิด จนกระทั่งเชียนเต้าหลิวชักมือกลับ อาการบาดเจ็บภายในก็ฟื้นฟูไปได้กว่าครึ่ง

ดวงตาอันลึกล้ำของเชียนเต้าหลิวจ้องมองคนทั้งสองอย่างสงบนิ่ง ทว่าแฝงด้วยความกดดันมหาศาล

“พรหมยุทธ์เบญจมาศ พรหมยุทธ์สื่อวิญญาณ บอกข้ามา... มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และใครเป็นคนฆ่าสังฆราช!”

เย่ว์กวนฝืนทนความเจ็บปวดตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาก้มกราบกับพื้นเสียงดังสนั่น ดวงตาที่สั่นเครือไม่กล้าสบตาเชียนเต้าหลิวแม้แต่วินาทีเดียว

“ท่านมหาปุโรหิต! องค์สังฆราช... องค์สังฆราชถูก จ้าวจายซิง สังหารขอรับ!”

เย่ว์กวนตัดสินใจพูดความจริงทิ้งสิ้น ไม่สนอะไรอีกแล้ว เพราะการพูดความจริงอาจทำให้เขาและกุ่ยเม่ยรอดชีวิต มิเช่นนั้นพวกเขาคงไม่มีโอกาสเห็นตะวันของวันพรุ่งนี้เป็นแน่!

“จ้าวจายซิง...” เชียนเต้าหลิวชะงักไปครู่หนึ่ง เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเป็นคนคนนี้! หอคว้าดาวตั้งอยู่ในนครวิญญาณยุทธ์แท้ๆ เจ้านั่นกล้าดีอย่างไร!

แต่เชียนเต้าหลิวก็ดูออกว่าทั้งคู่ไม่ได้โกหก ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกชายบวกกับความรู้สึกอึดอัดที่รู้ตัวคนร้ายแต่กลับทำอะไรไม่ได้ในทันที ทำให้เชียนเต้าหลิวดูแก่ชราลงไปถนัดตา เขารู้ดีว่าในเมื่อจ้าวจายซิงกล้าลงมือ หอคว้าดาวในนครวิญญาณยุทธ์ย่อมเป็นเพียงตึกเปล่าที่ไร้ผู้คน ต่อให้เขาจะเก่งกาจเพียงใด ก็คงไม่สามารถไล่ตามจ้าวจายซิงไปได้ทั่วโลก สำนักวิญญาณยุทธ์ขาดเขาไม่ได้ และเชียนเร็นเสวี่ย (โถวโถว) ก็ยิ่งต้องการเขามากกว่าใคร!

หลังจากสงบสติอารมณ์ได้บ้าง เชียนเต้าหลิวก็หันมาจ้องเขม็งที่ทั้งคู่ต่อ

“พวกเจ้าทั้งสองเป็นถึงราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 94 ส่วนสวินจี๋ระดับ 95 ต่อให้สู้จ้าวจายซิงไม่ได้ ก็ไม่น่าจะมีสภาพอเนจอนาถขนาดนี้! บอกมาให้ละเอียดว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น!”

เชียนเต้าหลิวสังเกตเห็นว่าบนศพของลูกชายไม่มีร่องรอยการโจมตีจากพิณเทวมารของเย่เทียนเฉินเลย แต่กลับมีกลิ่นอายของค้อนเฮ่าเทียนหลงเหลืออยู่ ซึ่งสร้างความฉงนให้เขาอย่างมาก

พรหมยุทธ์เบญจมาศและสื่อวิญญาณสบสายตากัน แม้จะรู้สึกผิดแต่ก็รู้ว่าเรื่องนี้ปิดบังมหาปุโรหิตไม่ได้ เย่ว์กวนจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด

“ท่านมหาปุโรหิต เดิมทีองค์สังฆราชได้รับบาดเจ็บสาหัสจนสลบไปด้วยน้ำมือของ ถังเฮ่า จากสำนักเฮ่าเทียน พวกข้าสองคนเองก็ถูกถังเฮ่าเล่นงานบาดเจ็บ จ้าวจายซิงมาปรากฏตัวตอนที่พวกข้ากำลังจะพาองค์สังฆราชกลับสำนัก... พวกข้าสู้เขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้แต่แรงจะขัดขืน! อ้อ แล้วที่สำคัญ! จ้าวจายซิงมีวงแหวนวิญญาณเป็นสีดำเจ็ดวงและสีแดงแสนปีถึงสองวงขอรับ!”

เย่ว์กวนยิ่งพูดยิ่งตัวสั่น จนกระทั่งเห็นสีหน้าของเชียนเต้าหลิวเริ่มดำคล้ำขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงหยุดพูด

“สำนักเฮ่าเทียน ถังเฮ่า! เจ้านั่นเป็นแค่พรหมยุทธ์วิญญาณ (ระดับ 80+) จะทำร้ายสวินจี๋กับพวกเจ้าที่เป็นราชทินนามพรหมยุทธ์สามคนได้ยังไง! พรหมยุทธ์เบญจมาศ เจ้าเห็นข้าเป็นคนแก่เลอะเลือนหรือไง!”

ร่างของเย่ว์กวนสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ในที่สุดเขาก็หลุดปากเล่าเรื่องที่พวกเขานำเชียนสวินจี๋มาตามหาสัตว์วิญญาณแสนปี และเรื่องที่จักรพรรดิหญ้าเงินครามสังเวยให้ถังเฮ่าจนหมดสิ้น

เมื่อได้ยินดังนั้น เชียนเต้าหลิวก็พิโรธถึงขีดสุด เขาฟาดฝ่ามือซัดทั้งคู่กระเด็นไปไกล อาการที่เพิ่งทุเลาลงกลับทรุดหนักยิ่งกว่าเดิม

“สวะ! พวกเจ้ามันพวกสวะทั้งนั้น! ทหารเรือ เอ้ย... ราชทินนามพรหมยุทธ์ตั้งสามคน กลับแพ้ให้คนที่เพิ่งจะเลื่อนระดับเนี่ยนะ!”

เชียนเต้าหลิวไม่อยากจะพูดอะไรอีก ความอัดอั้นตันใจบวกกับความเศร้าทำให้เขาแทบหน้ามืด เย่ว์กวนที่กระเด็นไปไกลกระอักเลือดออกมาคำโต พลันนึกบางอย่างขึ้นได้

“ท่านมหาปุโรหิต... จ้าวจายซิงฝากคำพูดมาถึงท่านด้วยขอรับ!” เขาตะโกนออกมาสุดแรง

เชียนเต้าหลิวใช้พลังฝ่ามือดูดร่างเย่ว์กวนเข้ามาใกล้ “พูดมา!”

“ท่านจ้าวจายซิงบอกว่า... เชียนสวินจี๋น่ะเป็นแค่สวะ... ส่วนถังเฮ่า... ถังเฮ่ามีเทพเจ้าคอยหนุนหลังอยู่!

หลังจากพูดจบ เย่ว์กวนก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวสลบไปทันที... ทิ้งให้เชียนเต้าหลิวยืนนิ่งอึ้งอยู่เพียงลำพัง เทพเจ้าคอยหนุนหลัง?

เขาไม่เข้าใจว่าคำพูดของเย่เทียนเฉินหมายถึงอะไร เจ้านั่นกำลังเยาะเย้ยว่าเขามีลูกชายไม่ได้ความ หรือหมายถึงความจริงบางอย่างกันแน่? ผ่านไปเนิ่นนาน เชียนเต้าหลิวถึงเริ่มฉุกคิดได้... ถังเฮ่ามีเทพหนุนหลัง งั้นรึ! ไม่อย่างนั้น คนที่เพิ่งจะบรรลุระดับ 90 จะเอาชนะราชทินนามพรหมยุทธ์ถึงสามคนพร้อมกันได้อย่างไร?

เรื่องที่เดิมทีเป็นเพียงความแค้นจากการสูญเสียลูกชาย ตอนนี้กลับเริ่มกลายเป็นปริศนาที่ซับซ้อนและลึกลับขึ้นมาเสียแล้ว!

จบบทที่ ตอนที่ 14: ปี่บี่ตงผู้อารมณ์ซับซ้อน และความพิโรธของเชียนเต้าหลิว!

คัดลอกลิงก์แล้ว