เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 การไหว้วานครั้งใหม่

บทที่ 19 การไหว้วานครั้งใหม่

บทที่ 19 การไหว้วานครั้งใหม่


บทที่ 19 การไหว้วานครั้งใหม่

เจียงรั่วชูรออยู่ไม่กี่นาที ชุยเสวี่ยฮุ่ยก็ส่งข้อความมา

ชุยเสวี่ยฮุ่ย (โลกวันสิ้นโลก): พ่อแม่ฉันรักลูกชายมากกว่าลูกสาว พวกเขาเชื่อว่าลูกชายคือรากเหง้า คือสมบัติของตระกูล ส่วนลูกสาวก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป ต้องไปเป็นคนของครอบครัวอื่น ดังนั้นพวกเขาก็เลยไม่ยอมเสียเงินให้ฉันมากนัก ฉันต้องออกไปทำงานต่างเมืองกับคนอื่นตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น

ชุยเสวี่ยฮุ่ย (โลกวันสิ้นโลก): ตอนนั้นฉันยังเด็ก ไม่เข้าใจอะไร คิดแค่ว่าหาเงินใช้เองได้ก็ไม่เลว ดีกว่าอยู่บ้านโดนด่าเช้าเย็นแถมยังต้องคอยรับใช้พวกเขา แต่พอได้เข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ได้เห็นโลกกว้างขึ้น ฉันถึงได้รู้ซึ้งว่าการศึกษานั้นสำคัญแค่ไหน

ชุยเสวี่ยฮุ่ย (โลกวันสิ้นโลก): ฉันไม่อยากให้น้องสาวต้องเดินซ้ำรอยเดิมของฉัน ดังนั้นตอนที่พ่อแม่ขอให้ฉันส่งเงินกลับบ้าน ฉันยื่นคำขาดไปข้อเดียว คือต้องให้น้องสาวได้เรียนหนังสือต่อ

ข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยคของชุยเสวี่ยฮุ่ย ฉายภาพชีวิตเด็กสาวที่ถูกครอบครัวกดขี่ข่มเหงออกมาได้อย่างชัดเจน

สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดคือ ตัวชุยเสวี่ยฮุ่ยเองไม่มีร่มคอยกันฝน แต่เธอก็ยังพยายามจะเป็นร่มให้น้องสาวของเธอ

เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): คุณเป็นพี่สาวที่ดีมากค่ะ

ชุยเสวี่ยฮุ่ยส่งอีโมจิรูปรอยยิ้มกลับมา

ชุยเสวี่ยฮุ่ย (โลกวันสิ้นโลก): ฉันรู้ว่าเดี๋ยวนี้เด็กจบมหาวิทยาลัยหางานยาก แต่ยังไงก็ยังดีกว่าคนอย่างฉันที่เรียนมาน้อย

ชุยเสวี่ยฮุ่ย (โลกวันสิ้นโลก): ถ้าจำไม่ผิด น่าจะผ่านไปสักครึ่งปีแล้วตั้งแต่ฉันจากโลกเดิมมา

เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มรู้วันเวลาปัจจุบันที่แน่นอน เจียงรั่วชูจึงอัปเดตวันที่ในประกาศกลุ่มทุกวัน หลังจากทำได้สองวัน เธอก็ลองให้ระบบรับช่วงต่อ

เหนือความคาดหมาย ระบบเต็มใจทำหน้าที่นี้เป็นอย่างยิ่ง แถมยังทำอย่างมีความสุขอีกด้วย

แม้แต่ตอนที่เธอช่วยหยวนถังถังหาละครดู ระบบก็แอบดูด้วยแถมยังติดงอมแงม

เจียงรั่วชูเดาว่าระบบคงจะเบื่อเกินไป... นี่ทำให้เจียงรั่วชูรู้สึกเหมือนระบบเป็นเด็กประถม ส่วนเธอเป็นคุณครู

เด็กประถมมักจะอยู่ในวัยที่รู้สึกภูมิใจเมื่อได้ช่วยงานคุณครู

เจียงรั่วชูดึงสติกลับมาที่การสนทนากับชุยเสวี่ยฮุ่ย

ชุยเสวี่ยฮุ่ย (โลกวันสิ้นโลก): ฉันอยากรู้ว่าหลังจากที่ฉันจากมา น้องสาวฉันเป็นยังไงบ้าง เธอยังได้เรียนอยู่ไหม

เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): ส่งที่อยู่มาให้ฉันสิคะ เดี๋ยวฉันจะไปดูน้องสาวให้คุณเอง

เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): ไม่ต้องห่วงนะคะ ตราบใดที่น้องสาวคุณยังอยากเรียนต่อ ฉันจะช่วยส่งเสียเธอเอง

เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): ทองคำที่คุณให้ฉันมาก่อนหน้านี้ขายได้เงินเยอะมาก พอที่จะส่งน้องสาวคุณเรียนจนจบแน่นอนค่ะ

เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): คุณไม่ต้องกังวลเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของเธอในอนาคตด้วยซ้ำ ของที่คุณให้ฉันมา แค่ฉันขายออกไป ส่วนแบ่งก็เป็นของคุณ คุณสามารถใช้เงินก้อนนั้นได้ตามใจชอบเลยค่ะ

ชุยเสวี่ยฮุ่ยเผยรอยยิ้มอย่างโล่งใจ มิน่าล่ะหยวนถังถังถึงได้สนับสนุนเจียงรั่วชูในกลุ่มขนาดนั้น

ชุยเสวี่ยฮุ่ย (โลกวันสิ้นโลก): ขอบคุณนะคะ

ชุยเสวี่ยฮุ่ย (โลกวันสิ้นโลก): ถ้าคุณไปหาน้องสาวฉัน อย่าเพิ่งไปที่บ้านนะ พ่อแม่กับพี่ชายของฉันรับมือยากมาก

ชุยเสวี่ยฮุ่ย (โลกวันสิ้นโลก): ไปหาเธอที่โรงเรียน แล้วดูสถานการณ์จากตรงนั้นดีกว่า

ชุยเสวี่ยฮุ่ย (โลกวันสิ้นโลก): ครูประจำชั้นของน้องสาวฉันชื่อเกิ่งเยว่

ชุยเสวี่ยฮุ่ย (โลกวันสิ้นโลก): เธอเป็นครูที่มีความรับผิดชอบมาก ดีกว่าพ่อแม่ฉันเป็นไหนๆ

เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): โอเคค่ะ รับทราบ ไว้ติดต่อกันนะคะ

เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): คุณเองก็อย่ากังวลมากไป อยู่ในโลกวันสิ้นโลกต้องระวังตัวทุกฝีก้าว ความปลอดภัยต้องมาก่อนนะคะ

เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือน้องสาว ชีวิตจะต้องดีขึ้นแน่นอนค่ะ

เมื่อชุยเสวี่ยฮุ่ยเห็นข้อความนี้ ขอบตาของเธอก็ร้อนผ่าวด้วยความซาบซึ้งใจ

ไม่มีใครรู้หรอกว่าเธอดีใจแค่ไหนที่ได้รับความห่วงใยจากห้วงเวลาและสถานที่อันห่างไกล เธอผู้ซึ่งไม่เคยได้รับความรักจากพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก และต้องแบกรับทุกอย่างไว้บนบ่าเพียงลำพังเมื่อเติบโตขึ้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความห่วงใยและความช่วยเหลือจากเจียงรั่วชู มอบแรงใจให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกวันสิ้นโลก

ชุยเสวี่ยฮุ่ยขยี้ตา มองแสงแดดนอกหน้าต่าง แล้วยิ้มออกมาบางๆ

ในเวลานี้ แววตาของเธอไม่ได้เต็มไปด้วยความสิ้นหวังอีกต่อไป แต่เปี่ยมไปด้วยความหวัง

หลังจากเจียงรั่วชูคุยกับชุยเสวี่ยฮุ่ยจบ เธอก็ได้รับการแจ้งเตือนภารกิจจากระบบ

[เยี่ยมเยียนน้องสาวของชุยเสวี่ยฮุ่ยในโลกวันสิ้นโลก คุณจะรับภารกิจหรือไม่? เมื่อทำภารกิจสำเร็จ คุณจะได้รับคะแนนและปลดล็อกสกิลระบบ]

เจียงรั่วชูเลือก [รับ]

เมื่อนึกถึงสิ่งที่ชุยเสวี่ยฮุ่ยเล่า เธอก็อดถอนหายใจไม่ได้

เจียงรั่วชูเองก็มีน้องชาย แต่พ่อแม่ตระกูลเจียงเลี้ยงดูพวกเขาอย่างเท่าเทียมกัน

ตอนเด็กๆ เวลาพี่น้องทะเลาะกัน

พ่อแม่จะเรียกทั้งคู่มาปรับความเข้าใจ วิเคราะห์สาเหตุและผลลัพธ์ พูดคุยด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง

ถ้าพี่สาวผิด พี่สาวต้องขอโทษ ถ้าน้องชายผิด น้องชายต้องขอโทษ

ในบ้านของเธอ ไม่เคยมีข้อเรียกร้องที่ไร้เหตุผลอย่าง "น้องยังเด็ก ลูกเป็นพี่ต้องยอมน้อง" หรือ "พี่สาวเป็นผู้หญิง ลูกเป็นผู้ชายต้องเสียสละให้พี่"

การยอมจำนนอย่างไม่มีเหตุผลคือการทำร้ายเด็กทางอ้อม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้พ่อแม่ตระกูลเจียงทั้งขำทั้งกลุ้มก็คือ สองพี่น้องแทบจะไม่ตีกันเลย แต่กลับชอบรวมหัวกันซนเสียมากกว่า

สองพี่น้องไม่ได้เล่นแบบ 'ตัวใครตัวมัน' แต่เป็น 'พันธมิตรแนวร่วม' กันอย่างเหนียวแน่น

เป็นเพราะพ่อแม่ไม่ลำเอียง เจียงรั่วชูและเจียงฉูอี้จึงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก

สองพี่น้องต่างก็ใส่ใจซึ่งกันและกัน ความใส่ใจนี้ไม่ได้เกิดจากการบังคับ แต่เกิดจากความเต็มใจที่จะส่งต่อความรักที่พวกเขาได้รับมาอย่างเต็มเปี่ยม

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ชุยเสวี่ยฮุ่ยไม่เคยได้รับความรักจากพ่อแม่เพียงพอ แถมยังต้องออกไปทำงานหาเงินตั้งแต่เด็กเพื่อช่วยพ่อแม่เลี้ยงพี่ชาย

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงรั่วชูอดไม่ได้ที่จะส่งข้อความเสียงหาเหยียนหมิงอวี้

"แม่คะ หนูรักแม่นะ อิอิ"

"อ้อ ฝากบอกพ่อด้วยนะคะว่าหนูรักพ่อเหมือนกัน!"

"หนูเสร็จธุระแล้วค่ะ ยายของเพื่อนย้ายไปอยู่บ้านพักคนชราเรียบร้อย หนูเพิ่งออกเดินทาง น่าจะถึงตอนเที่ยงๆ เดี๋ยวไปถึงแล้วจะแวะไปหาพ่อกับแม่ที่โรงพยาบาลนะคะ"

เหยียนหมิงอวี้ซึ่งกำลังเฝ้าไข้เจียงเซิ่งอยู่ที่โรงพยาบาล ได้รับข้อความทางวีแชทจากลูกสาวก็อดอมยิ้มไม่ได้

เธอยิ้มหวานพลางหันไปบอกเจียงเซิ่งที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ "ดูลูกสาวคุณสิ ยิ่งโตยิ่งขี้อ้อน"

แม้ว่าเจียงเซิ่งจะกลายเป็นเจ้าชายนิทรา แต่หมอก็แนะนำให้พูดคุยกับเขาบ่อยๆ เพราะจะช่วยกระตุ้นสมองและส่งผลดีต่อการฟื้นตัว

จากนั้น เหยียนหมิงอวี้ก็ตอบกลับข้อความของเจียงรั่วชูด้วยรอยยิ้มแก้มปริ

"พ่อกับแม่ก็รักลูกเหมือนกันจ้ะ"

บางครั้ง อย่าได้ดูถูกพลังของคำพูดเพียงประโยคเดียว แม้จะเป็นแค่คำง่ายๆ อย่าง "ฉันรักคุณ" และ "ฉันก็รักคุณเหมือนกัน"

เหยียนหมิงอวี้พิมพ์ข้อความต่อ

"ลูกเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด กลับบ้านไปพักผ่อนก่อนเถอะ ไม่ต้องรีบ อาการพ่อทรงตัวดี ไม่ได้ดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้แย่ลง"

เจียงรั่วชูตอบกลับทันควัน "ไม่เอาค่ะ หนูอยากเจอพ่อกับแม่เดี๋ยวนี้เลย หนูคิดถึงทุกคนจะแย่แล้ว"

"แม่คะ แม่รู้ไหม สิ่งที่หนูเจอมาในช่วงไม่กี่วันนี้ ทำให้หนูรู้ซึ้งเลยว่าหนูโชคดีแค่ไหนที่ได้เกิดเป็นลูกแม่"

เมื่อได้ยินเสียงหวานๆ ของเจียงรั่วชูจากโทรศัพท์ รอยยิ้มแห่งความสุขก็ปรากฏบนริมฝีปากของเหยียนหมิงอวี้

บ้านของเจียงรั่วชูอยู่ที่เมืองหมิงอัน ระหว่างนั่งรถไฟความเร็วสูงกลับบ้าน เธอส่งอั่งเปาให้เจียงฉูอี้อีกซอง

เธอรู้นิสัยน้องชายดี หมอนั่นไม่ใช่คนประเภท "ฉันรักเธอ เธอรักฉัน" หรอก ให้เงินนี่แหละใช้ได้จริงที่สุด

เป็นไปตามคาด หลังจากเจียงฉูอี้ได้รับอั่งเปา เขาก็ส่งอีโมจิหมาหัวเราะร่ากลับมา

เจียงฉูอี้: เจ๊! เพื่อเจ๊ ผมยอมบุกน้ำลุยไฟ ถวายหัวให้เลยเอ้า!

เจียงรั่วชู: พอเลยๆ เลิกโชว์คลังสำนวนได้แล้ว

เจียงฉูอี้: เฮ้ย เจ๊ ช่วงนี้รวยจังวะ?

เจียงรั่วชู: อื้ม รับงานใหญ่มาสองสามงานน่ะ

เจียงฉูอี้: ผมรู้อยู่แล้วว่าเจ๊ของผมเจ๋งที่สุด

เจียงรั่วชู: เอาเป็นว่า นายไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สินแล้วนะ นายอยู่ม.6 แล้ว ตั้งใจเรียนไปเถอะ ไม่ต้องคิดเรื่องหาเงินมาช่วยที่บ้าน

เจียงฉูอี้: จริงดิ?

เจียงฉูอี้: เยี่ยมไปเลย!! เจ๊ ผมบอกเลยนะ ผมทนสอนพิเศษต่ออีกวันเดียวก็ไม่ไหวแล้ว

การสอนพิเศษที่เจียงฉูอี้พูดถึง ไม่ใช่การไปเรียนกวดวิชา แต่เป็นการที่เขาไปรับจ้างเป็นติวเตอร์สอนเพื่อนนักเรียนด้วยกัน

ก่อนหน้านี้ เขาเคยติวเด็กม.ต้นคนหนึ่งจนคะแนนพุ่งขึ้นมาห้าสิบคะแนน พ่อแม่เด็กคนนั้นถึงขั้นแห่กลองยาวเอาธงขอบคุณมาให้ถึงที่

ชื่อเสียงของเจียงฉูอี้จึงโด่งดังเป็นพลุแตก

แต่เจียงฉูอี้รับสอนเต็มที่แค่สองคนเท่านั้น เขาไม่มีแรงจะสอนมากกว่านี้ และเขารับสอนแต่เด็กต่างโรงเรียน

แน่นอนว่าโรงเรียนของพวกเขาเป็นโรงเรียนชั้นนำ เด็กที่นั่นแทบไม่มีใครต้องให้เขาติวให้อยู่แล้ว

ที่สำคัญคือ เกรดของเขาไม่ตกเลยแม้จะรับงานสอนพิเศษ ครูที่รู้เรื่องฐานะทางบ้านของเขาจึงทำเป็นหลับหูหลับตาไป

เพื่อนร่วมชั้นต่างคิดว่าเจียงฉูอี้สุดยอดมาก หาเงินได้ตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ แต่ถ้าไม่นับเรื่องเงิน จริงๆ แล้วเจียงฉูอี้น้ำตาจะไหลทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องสอนพิเศษ

เจียงฉูอี้: เด็กที่ผมสอนอยู่นี่นะ ทุกครั้งที่อธิบายโจทย์ ผมโกรธจนจะเป็นโรคหัวใจตายอยู่แล้ว!

เจียงฉูอี้: ขนาดนอนหลับยังฝันว่ากำลังอธิบายโจทย์อยู่เลย!

เจียงรั่วชูมองดูน้องชายบ่นระบายความอัดอั้นตันใจ พลางยิ้มและปลอบใจเขาไปพลางๆ

ทั้งสองคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อย และเธอก็เดินทางมาถึงเมืองหมิงอันโดยสวัสดิภาพ

จบบทที่ บทที่ 19 การไหว้วานครั้งใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว