- หน้าแรก
- เส้นทางรวยด้วยแชตต่างมิติ
- บทที่ 10 นี่มันเงินทั้งนั้น!
บทที่ 10 นี่มันเงินทั้งนั้น!
บทที่ 10 นี่มันเงินทั้งนั้น!
บทที่ 10 นี่มันเงินทั้งนั้น!
เมื่อเทียบกับสภาพอันน่าอนาถของพ่อค้าแม่ค้าพวกนั้นแล้ว กิจการของคุณยายโจวกลับขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทำให้แกเก็บร้านกลับบ้านได้ก่อนเวลาทุกวัน
แกไม่ได้คิดจะฉวยโอกาสกอบโกยกำไร ไม่ใช่ว่าไม่อยากได้เงิน แต่เรี่ยวแรงของคนแก่นั้นมีจำกัด และเพื่อรักษามาตรฐานรสชาติ แกจึงทำขายในปริมาณที่กำหนดไว้เท่านั้น
ในวันแรกที่เริ่มขาย เจียงรั่วชูได้ถ่ายรูปหมู่ของคุณยายโจวกับหนุ่มๆ ทั้งแปดคนส่งไปให้หยวนถังถังดู
เวลานี้หยวนถังถังยังไม่รู้ว่าคุณยายของเธอต้องเจออะไรมาบ้าง แต่เมื่อเห็นภาพคุณยายยิ้มแย้มท่ามกลางวงล้อมของเด็กหนุ่มมหาวิทยาลัยรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาดี เธอก็อดอุทานออกมาไม่ได้
"ว้าว"
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): คุณยายดูมีความสุขยิ่งกว่าฉันอีก รายล้อมไปด้วยหนุ่มมหาวิทยาลัยตั้งแปดคน
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): ส่วนฉันวันๆ ได้เจอแต่ฮ่องเต้
หยวนถังถังหวังจากใจจริงว่าหลังจากเธอจากมา คุณยายจะก้าวผ่านความเศร้าและใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข การได้เห็นคุณยายยิ้มแย้มและกระฉับกระเฉงแบบนี้ทำให้เธอวางใจลงได้มาก
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): นี่คงเป็นหน้ามหาวิทยาลัยของฉันใช่ไหม? คุณยายยังไปขายของอยู่อีก เฮ้อ ที่จริงแกมีเงินบำนาญนะ ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักขนาดนั้นเลย
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): แต่มีอะไรให้ทำบ้างก็ดีเหมือนกัน ดีกว่าอุดอู้อยู่แต่ในบ้านแล้วคิดฟุ้งซ่าน
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): เจียงเจียง ถ้าทำได้ช่วยเกลี้ยกล่อมแกหน่อยนะ ขายของน่ะทำได้ แต่ต้องรักษาสุขภาพด้วย
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): ที่จริงแล้วคุณยายโจวออกมาขายของเพื่อเธอนะ
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันรับปริญญาของเธอแล้ว แกอยากจะขายไปจนถึงวันนั้น
หยวนถังถังชะงักไป ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
ภาพความทรงจำของถนนทุกสายที่เคยเดินกับคุณยาย และฤดูร้อนทุกปีที่เคยผ่านมาร่วมกันย้อนกลับมาในห้วงคำนึง ในชั่วพริบตา น้ำตาก็ไหลพรากจนภาพตรงหน้าพร่ามัว
นางกำนัลที่อยู่ข้างกายตกใจรีบเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "พระสนม เป็นอะไรไปเพคะ?"
หยวนถังถังสูดหายใจลึกหลายครั้งเพื่อเรียกสติ เธอตอบเสียงสั่นเครือ "ข้าไม่เป็นไร แค่... แค่คิดถึงบ้าน พวกเจ้าออกไปก่อนเถอะ"
เหล่านางกำนัลมองหน้ากัน แม้จะห่วงใยพระสนม แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง จึงย่อกายถวายบังคมแล้วถอยออกไป
ผ่านไปครู่หนึ่ง หยวนถังถังสงบสติอารมณ์ได้แล้วจึงกลับมาคุยกับเจียงรั่วชูต่อ
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): ฉันคิดถึงแกจริงๆ
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): ตอนนี้แกเป็นยังไงบ้าง? กินอิ่มนอนหลับดีไหม? สุขภาพร่างกายแข็งแรงหรือเปล่า?
เจียงรั่วชูไม่ลังเลที่จะเล่าเรื่องราวความอยุติธรรมที่คุณยายโจวได้รับให้หยวนถังถังฟังตามตรง
แน่นอนว่าเจียงรั่วชูไม่ได้ละเว้นที่จะเล่าถึงวิธีการที่เธอวางแผนจัดการกับคนพวกนั้นด้วย
ทว่าหลังจากหยวนถังถังอ่านข้อความของเจียงรั่วชูจบ เธอก็ยังคงโกรธจัดจนตบโต๊ะดังสนั่น
ปัง!
เสียงตบโต๊ะดังก้องจนนางกำนัลหน้าตำหนักสะดุ้งตัวสั่นด้วยความตกใจ สงสัยว่าเหตุใดพระสนมผู้เกียจคร้าน อ่อนโยน และใจดีเสมอมา วันนี้ถึงได้มีโทสะรุนแรงเช่นนี้
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): ความจริงฉันก็ลังเลว่าจะบอกเธอดีไหม เพราะเธอยู่ทางนั้นก็ทำได้แค่กังวล
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): แต่พอลองคิดดู เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันคงอยากรู้ความจริงมากกว่าได้รับรู้แต่ข่าวดี
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): ใช่ ฉันขอบคุณมากที่เธอไม่ปิดบังฉัน
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): ดูเหมือนสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดจะเกิดขึ้นจริงๆ
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): ความจริงหลังจากฉันจากมา ฉันกังวลอยู่สองเรื่อง หนึ่งคือกลัวยายหมดอาลัยตายอยาก สองคือกลัวแกจะโดนรังแก
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): ฉันซาบซึ้งใจจริงๆ ที่เธอยื่นมือเข้าช่วยคุณยาย ขอบคุณมากๆ ขอบคุณจริงๆ
หากเจียงรั่วชูมองเห็น หยวนถังถังในตอนนี้แทบจะลุกขึ้นยืนโค้งคำนับให้อากาศ
ในขณะเดียวกัน หยวนถังถังก็เดินวนไปวนมาในห้องด้วยความโมโห
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): คนพวกนั้นมันหน้าด้านไร้ยางอายจริงๆ!
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): ไม่ต้องห่วงนะ ช่วงสองสามวันนี้ที่แกตั้งร้านขายของ ฉันจะให้หนุ่มๆ จากโรงเรียนกีฬาช่วยเป็นหูเป็นตาให้ คุณยายโจวจะไม่เสียเปรียบใครแน่นอน
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): ดีจัง ดีจัง มีเธออยู่ด้วยฉันค่อยโล่งใจหน่อย
พูดตามตรง พวกเธอเป็นเพียงเพื่อนชาวเน็ตที่ไม่เคยพบหน้ากัน แถมยังเป็นเพื่อนชาวเน็ตทางไกลที่อยู่ห่างกันคนละห้วงเวลาและมิติ
หากเจียงรั่วชูคิดจะหลอกลวงเธอ ก็คงทำได้ง่ายดายเหลือเกิน
แต่เจียงรั่วชูไม่ได้ทำเช่นนั้น กลับทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทำให้ความประทับใจที่หยวนถังถังมีต่อเจียงรั่วชูเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): แต่ฉันเชื่อว่าดูจากความขี้ขลาดตาขาวของคนพวกนั้นแล้ว คงไม่กล้ากลับมาอีกหรอก
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): ที่จริงแล้ว วันนี้ที่ฉันบอกสถานการณ์จริงกับเธอ เพราะมีเรื่องอยากจะปรึกษาด้วย
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): เกี่ยวกับเรื่องความเป็นอยู่ของคุณยายโจวหลังจากเลิกขายของแล้ว
เรื่องนี้จี้ใจดำของหยวนถังถังเข้าอย่างจัง
หยวนถังถังที่เมื่อครู่เดินพล่านเหมือนมดบนกระทะร้อน ไหล่ตกและทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): เธอไม่ต้องกังวลเรื่องเงินนะ หลังจากฉันขายเครื่องประดับที่เธอให้มาได้แล้ว ฉันจะแบ่งเงินสามสิบเปอร์เซ็นต์ไว้เป็นกองทุนเลี้ยงดูคุณยายโจว
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): แต่ฉันคิดว่าตอนนี้คุณยายอายุมากแล้ว แกต้องการมากกว่าเงิน ฉันไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ คงมาดูแกบ่อยๆ ไม่ได้ ดังนั้นฉันอยากจะจ้างคนมาดูแลแก หรือไม่ก็ส่งแกไปอยู่บ้านพักคนชราดีๆ สักแห่ง
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): เธอคิดว่ายังไง?
ตอนนี้เจียงรั่วชูมีเงินทุนสำรองอยู่สามแสนหยวน การจะเจียดเงินหลักหมื่นเพื่อจ้างพี่เลี้ยงดีๆ หรือหาบ้านพักคนชราดีๆ ให้คุณยายโจวชั่วคราวนั้นไม่ใช่ปัญหา
รอให้ขายแหวนคู่แดงน้ำเงินและกำไลทัวร์มาลีนได้เมื่อไหร่ เงินสามสิบเปอร์เซ็นต์จากยอดขายก็น่าจะเพียงพอให้คุณยายโจวใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างสุขสบายหายห่วง
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): เห็นด้วย! เห็นด้วยอย่างยิ่ง! ให้แกอยู่บ้านคนเดียวฉันไม่วางใจจริงๆ
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): อย่าว่าแต่คนแก่เลย คนหนุ่มสาวอยู่บ้านคนเดียวสมัยนี้ก็อันตราย
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): จริงๆ แล้วเมื่อก่อนฉันกับยายเคยคุยเรื่องนี้กัน ว่าถ้าฉันต้องไปทำงานไกลๆ ฉันจะส่งแกไปอยู่บ้านพักคนชรา ฉันจะได้ทำงานข้างนอกได้อย่างสบายใจ
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): ตอนนั้นยายก็ตกลงนะ ดังนั้นฉันคิดว่าส่งแกไปบ้านพักคนชราน่าจะดีกว่าจ้างพี่เลี้ยง เพราะที่นั่นแกจะได้มีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันไว้คุยแก้เหงาด้วย
บ้านพักคนชราสมัยนี้หลายแห่งมีสภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการที่ดีเยี่ยมดูแลทั้งเรื่องอาหารการกินและที่พักอาศัย ทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ
เพียงแต่คนแก่ส่วนใหญ่มักเสียดายเงิน และอยากอยู่ใกล้ลูกหลานมากกว่า จึงไม่ยอมไปอยู่บ้านพักคนชรา
เจียงรั่วชูรู้สึกว่าในเมื่อหยวนถังถังกับคุณยายเคยตกลงกันไว้แล้ว ขั้นตอนการเกลี้ยกล่อมน่าจะราบรื่น
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): โอเค งั้นฉันจะลองเลือกบ้านพักคนชราให้คุณยายโจว รอให้งานรับปริญญาของมหาวิทยาลัยหยางไห่จบลง แล้วค่อยบอกเรื่องนี้กับแก
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): ลำบากเธอแย่เลย!!!
เครื่องหมายตกใจสามตัวของหยวนถังถังเพียงพอที่จะอธิบายความรู้สึกของเธอในขณะนี้
หากคุณยายโจวคือความห่วงใยเพียงหนึ่งเดียวของหยวนถังถังในโลกใบนั้น เจียงรั่วชูก็เปรียบเสมือนแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในชีวิตการข้ามมิติของเธอ มอบความหวังให้แก่เธอ
เจียงรั่วชูไม่อยากให้การคบหากันกลายเป็นภาระ แม้เธอจะช่วยเหลือหยวนถังถัง แต่ในความเป็นจริง หยวนถังถังก็ช่วยเหลือเธออย่างมหาศาลเช่นกัน
เจียงรั่วชู (โลกปัจจุบัน): ไม่ต้องเกรงใจหรอก เอาจริงๆ เครื่องประดับที่เธอให้มาก็ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเงินด่วนให้ฉันได้เหมือนกัน
หยวนถังถังเข้าใจดี มันก็แค่ปัญหาเรื่องการขาดแคลนเงิน ซึ่งเป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญ ก่อนข้ามมิติมาเธอก็เคยขัดสนเรื่องเงิน ตอนนี้แม้จะไม่ขาดแคลนอาหารและเสื้อผ้า แต่ก็มีความห่วงใยที่ตัดไม่ขาด
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): เครื่องประดับที่ให้ไปมีราคา แต่น้ำใจที่เธอช่วยฉันนั้นประเมินค่าไม่ได้
หยวนถังถัง (วังหลังชิงดีชิงเด่น): ไว้เดือนหน้าแลกของกันได้อีกเมื่อไหร่ ฉันจะคัดของดีๆ ส่งไปให้เธออีกนะ!
เมื่อเจียงรั่วชูได้ยินว่าจะยังมีเครื่องประดับวังหลวงอันวิจิตรตระการตามาอีก เธอก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังใจฮึดสู้
ท้ายที่สุดแล้ว นี่มันเงินทั้งนั้น! แถมยังเป็นเงินก้อนโตเสียด้วย!
เงินทองเป็นของบาดใจ และเงินตราก็สามารถทำให้พนักงานออฟฟิศหน้าตาสดใสและปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บได้ชะงัดนัก!