- หน้าแรก
- เส้นทางรวยด้วยแชตต่างมิติ
- บทที่ 7 แปดหนุ่มนักศึกษาสุดหล่อ
บทที่ 7 แปดหนุ่มนักศึกษาสุดหล่อ
บทที่ 7 แปดหนุ่มนักศึกษาสุดหล่อ
บทที่ 7 แปดหนุ่มนักศึกษาสุดหล่อ
หลังจากเจียงรั่วชูมองเห็นแก่นแท้ของปัญหาแล้ว เธอก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะเกลี้ยกล่อมคุณยายโจว เพราะถึงขั้นนี้แล้ว การพูดหว่านล้อมที่ไม่จริงใจคงไม่มีความหมายอะไร เธอจึงเลือกที่จะตีสนิทกับคุณยายโจวก่อน
"คุณยายโจวคะ พรุ่งนี้หนูจะไปช่วยตั้งแผงเป็นเพื่อนนะคะ"
"ไม่เป็นไรหรอกลูก" คุณยายโจวโบกมือปฏิเสธ "จะให้หนูมาลำบากช่วยยายได้ยังไง แค่หนูอุตส่าห์มาเยี่ยม ยายก็ซึ้งใจมากแล้ว"
"วันนี้คนพวกนั้นทำไม่สำเร็จ ใครจะรู้ว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรอีก ในเมื่อยายจะไป ยังไงหนูก็ต้องไปเป็นเพื่อนค่ะ"
"ไม่ได้ๆ" คุณยายโจวโบกมือรัวกว่าเดิม "ถ้าพรุ่งนี้พวกมันมาอีก หนูเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จะเสียเปรียบเอาได้ ยายยอมให้เกิดเรื่องไม่ดีกับหนูไม่ได้หรอก"
"ไม่ต้องห่วงค่ะคุณยายโจว" เจียงรั่วชูกุมมือที่เหี่ยวย่นของคุณยายโจวไว้พลางปลอบโยน "เดี๋ยวหนูจะเรียกเพื่อนมาอีกหลายคนเลย ถ้าพวกนั้นกล้าหาเรื่องอีก งานนี้ไม่รู้ใครจะเป็นฝ่ายเจ็บตัวกันแน่"
"คุณยายแค่ขายของไป เรื่องอื่นหนูมีวิธีจัดการค่ะ"
คุณยายโจวไม่รู้หรอกว่าเจียงรั่วชูจะมีวิธีไหน รู้เพียงแค่ว่าพอมองเด็กสาวผู้มีน้ำใจคนนี้แล้ว ก็อดนึกถึงถังถังไม่ได้ แถมยังรู้อีกว่าเด็กสาวสมัยนี้หัวไวและฉลาดเป็นกรด
ดังนั้น หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง คุณยายโจวก็พยักหน้า "ก็ได้ๆ ยายเชื่อหนู"
"ถ้าพวกมันกล้ามาป่วนอีก ยายจะทุ่มสุดตัวลงไปนอนกลิ้งกับพื้นเหมือนวันนี้แหละ! หนูช่วยถ่ายคลิปไปประจานในเน็ตด้วยนะ หึ ดูสิว่าพวกมันจะยังมียางอายอยู่ไหม!" ขณะพูด มือไม้ของคุณยายก็แกว่งไกวไปด้วย แสดงให้เห็นว่าแกโมโหจริงๆ
เจียงรั่วชูขำกับท่าทางดุดันแต่แฝงความไร้เดียงสาของคุณยายโจว
คุณยายโจวในโหมดขบถแบบนี้ ดูแล้วน่าเบาใจกว่าเยอะ
วันรุ่งขึ้น คุณยายโจวยังคงไปตั้งแผงตามเวลาปกติ แต่พอไปถึงที่เดิมก็พบว่าทำเลประจำถูกลูกพี่นักเลงคนเมื่อวานยึดไปเสียแล้ว
เห็นแบบนั้น คุณยายโจวก็ไม่ได้เข้าไปโต้เถียง เพราะแผงลอยริมทางแบบนี้ไม่เหมือนแผงในตลาดที่ระบุล็อคชัดเจน ไม่มีกฎตายตัวว่าที่ตรงไหนเป็นของใคร
เพียงแต่โดยปกติแล้ว ทุกคนจะมีมารยาทรู้กันเองว่าจะตั้งแผงที่เดิมของตน แต่ถ้าไปเจอคนหน้าด้านยิ่งกว่ากำแพงเมืองแบบนี้ ก็คงทำอะไรไม่ได้
อีกอย่าง คุณยายโจวเชื่อมั่นว่าที่ของแกขายดีไม่ใช่เพราะทำเลดี แต่เป็นเพราะ 'ปิงเฝิ่น' ของแกอร่อย สะอาด ถูกหลักอนามัย และราคาเป็นธรรม นักเรียนถึงได้ชอบมาอุดหนุน
คุณยายโจวจึงขยับไปตั้งแผงเงียบๆ อีกฝั่งหนึ่ง
ชายนักเลงคนนั้นคอยสอดส่องอย่างระแวดระวังอยู่หลายรอบ พอแน่ใจว่านังเด็กตัวแสบเมื่อวานไม่อยู่ ก็ยืดหลังวางมาดเข้มอีกครั้ง แต่พอยืดตัวปุ๊บ ความเจ็บปวดที่ช่วงเอวก็ทำเอาเขาสูดปากดังซี้ด
พูดตามตรง ลูกเตะของนังเด็กนั่นหนักเอาเรื่อง พอกลับไปดูเมื่อวาน เอวเขาก็เขียวช้ำไปหมด
"ลูกพี่ เป็นไรไหมครับ?"
"นั่นสิ ลูกเตะเมื่อวานเจ็บหนักเลยเหรอ?"
ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้ จะให้ยอมรับว่าเจ็บได้ยังไง ขืนยอมรับก็เสียหน้าแย่
"ข้าไม่เป็นไร!"
ในเมื่อวันนี้เจียงรั่วชูไม่อยู่ ชายคนนั้นก็กลับมามั่นใจเต็มเปี่ยมอีกครั้ง "ถ้านังเด็กนั่นกล้าโผล่มาวันนี้ ข้าจะสั่งสอนให้เข็ด โชคดีของมันที่วันนี้ไม่มา!"
"ใช่ครับ! ใช่ครับ!" ลูกสมุนรอบข้างรีบประจบสอพลอ
"แต่พวกเอ็งนี่นะ เมื่อวานวิ่งหนีกันป่าราบ วันนี้ยังมีหน้ามาเรียกข้าว่าลูกพี่อีกเหรอ?"
พอเห็นลูกพี่บ่น พวกพ่อค้าแม่ค้าหน้าม้าก็รีบฉีกยิ้มประจบพลางแก้ตัวตะกุกตะกัก
ชายคนนั้นแค่นเสียงฮึดฮัด ข่มความไม่พอใจเอาไว้ "เรื่องนี้ข้าจะยังไม่คิดบัญชี ตอนนี้ที่สำคัญคือต้องกำจัดยายแก่นั่นออกไปให้ได้"
"ลูกพี่ช่างใจกว้างดั่งมหาสมุทร!"
ทุกคนพากันยกนิ้วโป้งสรรเสริญเยินยอ ก่อนจะสบตากันอย่างรู้กัน ดูแล้วเหมือนแก๊งตัวพังพอนกำลังประชุมแผนชั่วไม่มีผิด
พวกเขาคิดว่าหลังจากเกิดเรื่องเมื่อวาน ยายแก่คงไม่กล้ามา หรืออย่างน้อยก็คงพักอยู่บ้านสักสองสามวัน ใครจะคิดว่าจะยังโผล่มาอีก
มีคนเสนอไอเดีย "เอางี้ไหม วันนี้เราล้อมแกไว้ พอมีคนมาซื้อของ เราก็โวยวายว่าของยายแก่นั่นสกปรก กินไม่ได้"
"ข้าว่าวิธีนี้เข้าท่า แกจะได้ไม่ต้องลงไปนอนดิ้นโทษพวกเราเหมือนเมื่อวานด้วย"
"ใช่ๆ ถ้าเราไม่แตะตัวแก แกก็โทษเราไม่ได้"
คนกลุ่มนั้นลงมือทันที พวกเขาเดินหน้ากระดานเข้าไปล้อมคุณยายโจวไว้อย่างอุกอาจ
จังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำแปดคน ส่วนสูงเกินร้อยแปดสิบเซนติเมตรทุกคน ก็เดินตรงเข้ามาพร้อมกัน
พวกเขายืนแทรกกลางระหว่างคุณยายโจวกับคนกลุ่มนั้นด้วยความมั่นใจ ชายหนุ่มเหล่านั้นไม่ต้องเอ่ยปากพูดอะไร เพียงแค่ยืนนิ่งๆ พวกพ่อค้าแม่ค้าหน้าม้าก็ถอยกรูดไปเองโดยอัตโนมัติ
ร่างกายสูงใหญ่ของชายหนุ่มทั้งแปดเปรียบเสมือนกำแพงทองแดงกำแพงเหล็ก ที่ไม่เพียงแต่ปกป้องคุณยายโจวไว้ แต่ยังแผ่แรงกดดันมหาศาลใส่พวกพ่อค้าแม่ค้าหน้าม้าที่คิดจะหาเรื่อง
เมื่อเทียบกันแล้ว รูปร่างของพวกนักเลงหน้าม้าพวกนั้นดูเหมือนถั่วงอกแคระแกร็นไปถนัดตา
คุณยายโจวตะลึงงัน พวกนักเลงพวกนั้นก็ตะลึงงันเช่นกัน
ทันใดนั้น เจียงรั่วชูก็ปรากฏตัวขึ้น เธอช่วยจัดแผงให้คุณยายโจวอย่างใส่ใจ "คุณยายโจวคะ ช่วงนี้พี่ชายทั้งแปดคนนี้จะมาอยู่เป็นเพื่อนยายตั้งแผงนะคะ พวกเขาเป็นเพื่อนหนูเอง ตั้งใจมาช่วยโดยเฉพาะ ไม่ต้องเกรงใจนะคะ"
แน่นอนว่าชายหนุ่มทั้งแปดคนนี้ไม่ใช่เพื่อนของเจียงรั่วชูจริงๆ แต่เป็นคนที่เธอจ้างมาจากโรงเรียนกีฬา
วิธีการก็ง่ายมาก เธอแค่หานักศึกษาชายที่เหมาะสมมาหนึ่งคน แล้ววานให้เขาช่วยหาเพื่อนร่วมชั้นมาอีกกลุ่ม
เงื่อนไขมีข้อเดียว: ต้องตัวสูงและล่ำบึ้ก
พอเหล่านักศึกษาหนุ่มได้ยินว่าแคมายืนเฝ้าเฉยๆ ก็ได้เงินค่าจ้าง ทุกคนก็แย่งกันลงชื่ออย่างกระตือรือร้น
ว่ากันว่าการแข่งขันแย่งงานนี้ดุเดือดมาก โดยเฉพาะพอรู้ว่าจะมาช่วยคุณยายที่ถูกรังแก ทุกคนก็ยิ่งไฟแรงขึ้นไปอีก
ประจวบเหมาะกับที่โรงเรียนกีฬาปิดเทอมเร็วกว่ามหาวิทยาลัยหยางไห่ไม่กี่วัน นักศึกษามหาวิทยาลัยกลุ่มนี้กำลังหาที่ระบายพลังงานเหลือเฟืออยู่พอดี
พอหาคนได้ครบ เจียงรั่วชูก็ตั้งกลุ่มแชทชื่อ 【วันละแปดหนุ่มมหาลัย ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ】 จากนั้นก็จัดการแจกซองแดงให้หนุ่มๆ แต่ละคนอย่างรวดเร็ว
ทุกคนต่างร้องเรียกอย่างเสียงหวาน "ขอบคุณครับเจ๊สำหรับซองแดง"
พอมาถึงหน้างาน หนุ่มๆ ก็ประสานเสียงเรียกอย่างน่ารักอีกครั้ง "สวัสดีครับคุณยาย!"
คุณยายโจวงุนงงเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็มี 'หลานชาย' โผล่มาเยอะแยะขนาดนี้ แต่ก็รับรับไหว้ด้วยความเอ็นดู
สีหน้าของพวกพ่อค้าแม่ค้าหน้าม้าเปลี่ยนจากเขียวเป็นแดง จากแดงเป็นม่วง และสุดท้ายก็ดำคล้ำ
ลูกพี่นักเลงคนนั้นตะคอกใส่เจียงรั่วชูเสียงแข็ง "นี่เธอขนคนมาเยอะแยะขนาดนี้ กะจะมาหาเรื่องตีกันหรือไง?!"