เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - ตัวตลกดันเป็นผมเองซะงั้น

บทที่ 33 - ตัวตลกดันเป็นผมเองซะงั้น

บทที่ 33 - ตัวตลกดันเป็นผมเองซะงั้น


บทที่ 33 - ตัวตลกดันเป็นผมเองซะงั้น

"สุดยอด"

"เหลืออีกหกตัวเหรอ เป็นไปไม่ได้น่า ฉันจำได้ว่าเหลือเยอะกว่านี้นะ"

"ฉันหมายถึงนายน่ะ 'สุดยอด' จริงๆ"

เง็กเซียนฮ่องเต้ทำหน้าตายมองหวังเอ้อร์โก่ว สีหน้าบอกบุญไม่รับสุดๆ

ผู้เล่นคนหนึ่งถามแทรกขึ้นมาด้วยความสงสัย "แล้วถ้าพวกเราระเบิดหมูจนเละ แล้วจะเอาเนื้อไปขายยังไงล่ะ"

หวังเอ้อร์โก่วครุ่นคิดสามวินาที "คุมปริมาณดินปืนไหม"

ผู้เล่นอีกคนเสนอ "งั้นขุดหลุมพรางดีไหม"

"หมูตัวบะเอ้กขนาดนั้น ต้องขุดถึงเมื่อไหร่กว่าจะเสร็จ!"

"ใช้เชือกขึงสะดุด?"

"หมูป่าที่ชนกำแพงดินพังได้สบายๆ นายคิดว่าเชือกธรรมดาจะเอาอยู่เหรอ"

"งั้นก็ต้องระเบิด?"

เง็กเซียนฮ่องเต้สูดหายใจเข้าลึกๆ ถามอย่างจนใจ "พวกพี่ชายไม่ได้คำนวณต้นทุนการผลิตดินปืนดำกันเลยใช่ไหมเนี่ย"

ทั้งสี่คนหันขวับมามองเง็กเซียนฮ่องเต้พร้อมกัน ทำหน้าเอ๋อรับประทานกันถ้วนหน้า "..."

"แค่ค่าดินประสิวอย่างเดียว พวกเราก็จ่ายไปตั้งสิบกว่าตำลึงเงินแล้วนะ นั่นมันเงินที่ได้จากการขายสมุนไพรวิญญาณทั้งหมดที่ขุดมาเลยนะเว้ย กำมะถันก็แพงไม่ใช่เล่น ลืมไปแล้วเหรอว่าตอนนั้นเราต้องเอาเงินจริงไปกว้านซื้อสมุนไพรจากคนอื่นมาขาย เพื่อระดมทุนค่าวัสดุวิจัยเนี่ย"

หวังเอ้อร์โก่วเถียงเสียงอ่อยด้วยความร้อนตัว "กะ ก็ตอนนั้นมันทำเพื่อปราบบอสภารกิจลับนี่นา แถมเงินยี่สิบตำลึงทำออกมาได้ตั้งหลายร้อยชั่ง..."

"ต่อให้ไม่นับค่าแรงกับค่าเวลา ดินปืนดำชั่งนึงต้นทุนก็เกือบร้อยอีแปะแล้ว!"

หวังเอ้อร์โก่วโบกมืออย่างมั่นใจ "คุ้ม! ใช้แค่ไม่กี่สิบชั่งก็จัดการได้อยู่หมัดแล้ว!"

เง็กเซียนฮ่องเต้มองบน "ลำบากแทบตายครึ่งค่อนวัน สุดท้ายแบ่งเงินกันคนละสองสามตำลึง? งั้นสู้ไปขุดสมุนไพรขายไม่ดีกว่าเรอะ!"

หวังเอ้อร์โก่วพอเถียงไม่ออกก็เริ่มพาล หลุดสำเนียงอีสานออกมาเต็มเหนี่ยว "อย่าฝอยนักเลย! ตกลงจะเอามั้ย!"

"เอา!"

"งั้นจะบ่นหาพระแสงอะไร! ในกระเป๋านายเหลือระเบิดอีกกี่ลูก"

"สอง จำได้ว่าศิษย์พี่รองมีเยอะ ดูเหมือนจะมีตั้งหกลูกแน่ะ"

"งั้นเอาของพวกเราก่อน ฉันยังมีอีกสี่"

ทั้งสองปรึกษากันเสร็จก็นำห่อระเบิดที่ส่วนผสมอาจจะไม่เป๊ะปังแต่ก็พอถูไถออกมา

หวังเอ้อร์โก่วนับระเบิดที่เหลืออยู่น้อยนิดแล้วพูดด้วยความเสียดาย "ลองเชิงดูสักสองลูกก่อน ถ้าไม่ได้ค่อยว่ากัน!"

แต่ทว่าฝูงหมูป่าเมื่อกี้วิ่งหายไปไหนต่อไหนแล้ว เกมนี้เคลมว่าเป็น AI วิวัฒนาการโลกเอง สิ่งต่างๆ ในเกมไม่หยุดรอให้ผู้เล่นปรึกษาแผนการหรอกนะ ดังนั้นปัญหาที่หวังเอ้อร์โก่วกับพวกต้องเจอตอนนี้คือต้องหาฝูงหมูป่าฝูงใหม่

คราวนี้โชคไม่เข้าข้างเท่าไหร่ พวกเขาแยกย้ายกันหาเป็นชั่วโมงก็ไม่เจอหมูใหม่สักตัว ส่วนเจี๋ยหรานที่พยายามแกะรอยฝูงเดิมก็ตามไม่ทัน

เจี๋ยหรานมาจากโรงเรียนนายร้อย เคยประจำการหน่วยเทคนิคชายแดน แม้ปลดประจำการมาอยู่ฝ่ายโลจิสติกส์แล้ว แต่วิชาที่ร่ำเรียนมาก็ยังไม่คืนครู การแกะรอยฝูงหมูป่าไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ

แต่ทักษะพวกนั้นไม่ครอบคลุมถึงสถานการณ์ตอนนี้...

เขารู้สึกเหมือนถูกบางสิ่งที่น่ากลัวสุดขีดจับจ้อง แรงกดดันมหาศาลทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก!

เขาหดตัวหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ไม่กล้าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว สัมผัสวิญญาณร้องเตือนว่าถ้าขยับแค่นิดเดียว ไอ้ตัวประหลาดที่จ้องเขาอยู่จะลงมือทันที และเขาตายสถานเดียว!

"ช่วยด้วย!"

เจี๋ยหรานพิมพ์ข้อความลงในช่องปาร์ตี้ด้วยสีหน้าตายด้าน "ดูเหมือนผมจะไปสะกิดโดนเนื้อเรื่องอะไรเข้าแล้ว มีบอส!"

หวังเอ้อร์โก่วตาเป็นประกาย "เชี่ย!? หรือจะเป็นภารกิจลับ!?"

พอได้ยินคำนี้ ผู้เล่นคนอื่นก็รีบเปิดแผนที่ดูพิกัดของเจี๋ยหรานด้วยความตื่นเต้น

...

ครึ่งชั่วโมงต่อมา จ้าวชิงที่เพิ่งเรียนพิเศษเสร็จมองหวังเอ้อร์โก่วกับเง็กเซียนฮ่องเต้ที่เดินหน้าดำคร่ำเครียดออกมาจากตำหนักเกิดใหม่ด้วยความงุนงง "พวกนายไปฆ่าหมูไม่ใช่เหรอ? ฉันเห็นประกาศรับคนอยู่เลย ทำไมกลับมาแล้วล่ะ? ฆ่าเสร็จแล้ว?"

หวังเอ้อร์โก่วยังคงหน้าบูดบึ้ง "เปล่า เราเจอเนื้อเรื่องลับ น่าจะเป็นภารกิจลับอีกแล้ว..."

"นั่นมันเรื่องดีไม่ใช่เหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้น?"

หวังเอ้อร์โก่วกัดฟันกรอด "แต่พวกเราตาทัพแตก แถมตอนตายฉันดันลืมปิดระบบรับกลิ่น"

เง็กเซียนฮ่องเต้ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "ฉันก็ไม่ได้ปิด!"

เจี๋ยหรานกับผู้เล่นอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แม้จะไม่ได้เล่นใหญ่เท่า แต่สีหน้าก็ดูไม่จืดเหมือนกัน

จ้าวชิงนึกไม่ออกเลยว่าต้องตายท่าไหนถึงทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบขนาดนี้ แถมยังย้ำเรื่อง "กลิ่น" ขนาดนั้น เลยลองเดาดู "ซี้ด... พวกนายตายยังไง? ตกส้วมตาย?"

"โดนปีศาจเก้าโลกันตร์จับกิน... โดนน้ำย่อยในกระเพาะเหม็นเน่าของมันละลายทั้งเป็น... อุแหวก... ไม่ไหวแล้ว พอนึกถึงแล้วจะอ้วก..."

เง็กเซียนฮ่องเต้พูดไปก็เกาะแขนหวังเอ้อร์โก่วทำท่าโก่งคออาเจียน

จ้าวชิงมองพวกนั้นด้วยความเวทนา ก่อนจะถามต่อ "ปีศาจเก้าโลกันตร์? นี่เราข้ามขั้นไปตีปีศาจเก้าโลกันตร์กันแล้วเหรอ? ไอ้พวกนั้นมันโผล่มาแค่ในแดนจิ่วโยวไม่ใช่รึไง"

ปีศาจเก้าโลกันตร์ หรือปีศาจจิ่วโยว คือคำเรียกรวมๆ ของปีศาจที่เกิดในแดนจิ่วโยว ซึ่งมีนับไม่ถ้วน ในหมู่ปีศาจมีการแบ่งชนชั้นตามความแข็งแกร่ง มีตั้งแต่ปีศาจชั้นต่ำ ปีศาจชั้นกลาง และปีศาจแท้จริง เหนือกว่าปีศาจแท้จริงยังมีจอมมารอีกมากมายที่ปกครองพื้นที่ในจิ่วโยว

"ความรู้พื้นฐานต่างโลก" พวกนี้มีสอนวนไปวนมาในคลาสเรียนของสำนักทุกวัน เพียงแต่ผู้เล่นที่ตั้งใจฟังมีน้อยนิด เลยไม่ค่อยมีใครรู้รายละเอียดลึกซึ้ง

ในเกม "บันทึกสิบทวีป" นอกจากสัตว์และพืชทั่วไปแล้ว ของอย่างอื่นผู้เล่นต้องเพิ่มข้อมูลและสร้างสมุดภาพกันเอาเอง ในกระทู้ปักหมุดของเว็บบอร์ดเกม มีกระทู้หนึ่งที่รวบรวมข้อมูล "สมุดภาพสิบทวีป" ไว้

ดังนั้น หลังจากตรวจสอบแล้ว ทีมหวังเอ้อร์โก่วระบุได้แค่ว่าสิ่งที่ฆ่าล้างปาร์ตี้พวกเขาคือปีศาจจิ่วโยวชนิดหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าเป็นพันธุ์อะไร

หวังเอ้อร์โก่วได้ยินจ้าวชิงถามก็แบมือยักไหล่ "ไม่รู้สิ ถึงได้บอกว่าน่าจะเป็นภารกิจลับไง!"

จ้าวชิงนิ่งคิดครู่หนึ่ง "อืม... มีภาพสแกนไหม? หรือลองบรรยายหน้าตามันหน่อย เผื่อฉันจะรู้!"

"สแกนทันแต่แคปภาพไม่ทัน ไอ้ตัวนั้นโหดกว่าบอสท่านปู่หวงแน่นอน!" หวังเอ้อร์โก่วพยายามรื้อฟื้นความทรงจำ "ส่วนหน้าตาเหรอ... จำได้แค่ว่าเป็นก้อนดำๆ..."

"ไม่มีขา มีหางเดียว สองข้างมีครีบ ตัวสีดำม่วง ผิวไม่มีเกล็ด แต่..."

คนที่พูดแทรกขึ้นมาคือเจี๋ยหรานผู้พูดน้อย เขาเสริมอย่างลังเลว่า "แต่ผมไม่แน่ใจ เหมือนจะเห็นตาเยอะแยะไปหมดตรงท้องมัน..."

"นั่นคือซี! ปีศาจซี!"

จ้าวชิงฟันธงด้วยน้ำเสียงมั่นใจ "ใน 'บันทึกจิ่วโยว' เคยกล่าวไว้ ปีศาจซี มากดวงตา หางงู ครีบปลา ปากกว้างไร้ฟัน เป็นปีศาจธาตุหยินจัด!"

"เช้ดเข้! ต้องคารวะเลยหว่ะ!" หวังเอ้อร์โก่วมองจ้าวชิงด้วยความทึ่ง "ทุกวันนี้ศิษย์พี่หญิงใหญ่จับเธอไปเรียนวิชาอะไรบ้างเนี่ย!?"

"เรียนทุกอย่างแหละ!"

คราวนี้ไม่ใช่แค่หวังเอ้อร์โก่ว แม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้กับคนอื่นก็มองจ้าวชิงด้วยสายตาเห็นใจ เล่นเกมยังต้องมานั่งเรียนหนังสือ ชีวิตรันทดแท้

"ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะ? ฉันว่าสนุกดีออก! ทุกวันไปนั่งฟังศิษย์พี่หญิงใหญ่เล่านิทาน แล้วก็สอนวิธีเดินลมปราณ วิธีบำเพ็ญเพียร" พูดถึงตรงนี้ จ้าวชิงก็เชิดหน้าขึ้น ประกาศด้วยความภูมิใจ "จริงสิ! ศิษย์พี่หญิงใหญ่บอกว่าตบะฉันได้ที่แล้ว อีกไม่กี่วันก็เตรียมตัวสร้างรากฐานได้! เธอยังบอกว่าจะช่วยคุ้มกันภัยให้ฉันตอนสร้างรากฐานด้วยตัวเองเลยนะ!"

"สัส!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 33 - ตัวตลกดันเป็นผมเองซะงั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว