เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - ไม่ใช่ว่าให้มาเล่นเกมเหรอ

บทที่ 23 - ไม่ใช่ว่าให้มาเล่นเกมเหรอ

บทที่ 23 - ไม่ใช่ว่าให้มาเล่นเกมเหรอ


บทที่ 23 - ไม่ใช่ว่าให้มาเล่นเกมเหรอ

คำอธิบายของหานอี้เพิ่งจบลง พ่อของเขาก็ตบต้นขาฉาดใหญ่ด้วยความตื่นเต้น "มีมหาวิทยาลัยรับรองให้เหรอ? งั้นทำไมจะไม่ตกลงล่ะ? ต้องตกลงสิ! เอ็งนี่มันโง่หรือบ้าเนี่ยลูก? ทีมชาติเขามาเชิญตัวถึงที่แล้วยังจะลังเลอีก? เอ็งทำแบบนี้จะมองหน้า... จะมองหน้า... ได้ยังไง!"

แม่ของเขายังคงมีความกังวลอยู่บ้าง "เดี๋ยวก่อนๆ ถ้าเกิดเป็นแก๊งต้มตุ๋นล่ะ?"

พ่อโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "โธ่ ลูกเราโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว ถ้าแค่นี้ยังแยกแยะไม่ได้ก็สมควรโดนหลอกแล้วล่ะ อีกอย่างถ้าโดนหลอกเงินจริงๆ ก็ให้มันเอาเงินแต๊ะเอียกับค่าขนมตัวเองไปโปะ ถือซะว่าจ่ายค่าหน่วยกิตวิชาชีวิตไป"

"มันก็จริงนะ..."

"แถมทีมชาติเขามาขอตัวเลยนะ อย่าว่าแต่ให้เงินให้สวัสดิการเลย ต่อให้ฝนตกเป็นมีดเป็นดาบเอ็งก็ต้องไป! ยังจะมาลังเลอะไรอีก!" น้ำเสียงของพ่อหนักแน่น ก่อนจะเสริมว่า "พ่อกับแม่ต้องไปทำงานแล้ว เรื่องนี้เอ็งจัดการเอง ถ้ากล้าทำให้... ผิดหวังล่ะก็ กลับมาพ่อจะตีขาหักเลยคอยดู!"

"ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด——"

เสียงสัญญาณตัดสายดังขึ้นผ่านลำโพง หานอี้หันไปยิ้มแห้งๆ ให้ป้าหวังและพี่ชายเจ้าหน้าที่อีกสองสามคน พยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ "พ่อผมเขาก็แบบนี้แหละครับ แหะๆ เลือดรักชาติเข้มข้นจนเกือบดำแล้ว..."

ป้าหวังยังคงรักษารอยยิ้มปกติไว้ได้ "ความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อ... พวกเราเข้าใจดี แต่เสี่ยวหาน เธอไม่ต้องกดดันนะ เหตุผลที่เราให้เซ็นแค่สัญญาเก็บความลับการสนทนา ก็เพราะเรื่องนี้ไม่ได้บังคับ... จะไม่มีทางทำเรื่องที่ขัดต่อเจตจำนงของพลเมือง หรือบีบบังคับให้พลเมืองต้องเสียสละเด็ดขาด ดังนั้นเธอยึดความต้องการของตัวเองเป็นหลักได้เลย ทางเราเคารพการตัดสินใจส่วนบุคคลของเธออย่างเต็มที่"

หานอี้นึกขึ้นได้ เลยลองถามหยั่งเชิงดูเสียงเบา "ผมขอถามหน่อยได้ไหมครับ คือในบรรดาผู้เล่น 50 คนที่สุ่มได้ มีกี่คนที่โดนภาครัฐเก็บเข้าคลังแบบผมอ่ะครับ"

ป้าหวังเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วทำท่าเลียนแบบหานอี้โดยเอามือป้องปากข้างหนึ่ง กระซิบตอบด้วยระดับเสียงที่เบาลงมาหน่อยแต่รับรองว่าทุกคนในห้องได้ยินชัดแจ๋ว "เรื่องนี้เป็นความลับนะ แต่ป้าแอบกระซิบแบบมิตรภาพให้ฟังคร่าวๆ ว่า ไม่เกิน 10 คนจ้ะ"

"งั้นผมขอรับโอกาสนี้ไว้ครับ" หานอี้กัดฟันกรอด นิ้วเท้าในรองเท้าแตะจิกพื้นแน่นด้วยความประหม่า "ยังไงพ่อผมก็พูดถูก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตราบใดที่... ต้องการ ผมต้องออกแรงช่วยแน่นอน"

ป้าหวังหันไปชี้หานอี้พลางกล่าวชมกับเจ้าหน้าที่หนุ่มสามคนที่ยืนเงียบมาตลอด "ดูสิ ดูความตระหนักรู้ของพ่อหนุ่มเสี่ยวหานเขาสิ ยอดเยี่ยมจริงๆ!"

จากนั้นเธอก็พูดต่อ "เสี่ยวหาน วันนี้เธอมีธุระพิเศษอะไรไหม ถ้าไม่มี งั้นบ่ายนี้ไปที่ฐานของพวกเราเลยดีไหม เอาพวกของใช้ส่วนตัวง่ายๆ ไปก็พอ เพราะเกมจะเปิดตอนเที่ยงคืนกว่าๆ วันนี้อาจจะต้องอดนอนหน่อย ที่ฐานมีของใช้จำเป็นเตรียมไว้ให้แล้ว แต่อาจจะไม่ชินมือเท่าของตัวเอง ส่วนเรื่องสถานะนักศึกษา เราจัดการโอนย้ายไปที่มหาวิทยาลัยจิงหัวให้เรียบร้อยแล้ว คณะเดิม แต่หลักสูตรอาจจะมีปรับเปลี่ยนนิดหน่อยตามมหาวิทยาลัย อ้อ จริงสิ ฐานของเราอยู่ที่เมืองหลวงนะ แต่ถ้าเธอคิดถึงเมือง N เมื่อไหร่ ช่วงวันหยุดก็นั่งเครื่องบินหรือรถไฟความเร็วสูงกลับมาได้ตลอด ทางเราเบิกค่าเดินทางให้เต็มจำนวน"

หานอี้อึ้งไปเล็กน้อย "รีบขนาดนี้เลยเหรอครับ"

ก่อนหน้านี้ตอนคุยเล่นกับป้าหวังไม่เห็นจะดูรีบร้อนอะไรเลยนี่นา?

ป้าหวังอธิบาย "ก็เพื่อจะให้ทันเกมเปิดเซิร์ฟเวอร์รอบนี้นั่นแหละ แต่ถ้าเธอรู้สึกว่าเวลามันกระชั้นชิดไป จะขอเวลาเตรียมตัวสักสองวันก็ได้นะ เรื่องนี้เราคุยกันได้ ไม่ได้บังคับ อีกอย่างเป็นแค่นักศึกษา พอมาเจอโปรเจกต์ลับระดับนี้ครั้งแรกก็ต้องมีมึนงงกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ตอนป้ารู้ว่าจะได้เข้า... ป้าก็มึนไปหลายวันเหมือนกัน! หรือเธออยากจะใช้เวลาช่วงนี้เที่ยวเล่นให้เต็มที่ นัดเพื่อนฝูงสังสรรค์ผ่อนคลายก่อนก็ได้นะ"

หานอี้รีบโบกมือปฏิเสธ "ไม่เป็นไรครับๆ ผมไม่มีธุระอะไร ช่วงปิดเทอมเพื่อนๆ ก็กลับบ้านเกิดกันหมด ผมอยู่บ้านก็แค่นั่งเล่นเกม เหมือนกันเปี๊ยบ เดี๋ยวผมไปเก็บของเลยครับ!"

เด็กมหาวิทยาลัยยุคนี้คติประจำใจคือกลัวการสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ยิ่งป้าหวังพูดแบบนั้น หานอี้ยิ่งเกรงใจไม่กล้ายื้อเวลา เขาใช้เวลาเก็บกระเป๋าไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ

ทว่า หานอี้ผู้ตอบรับคำเชิญอย่างกระตือรือร้นในตอนนี้ หารู้ไม่ว่าชีวิตในวันข้างหน้าของเขาจะต้องเผชิญกับความรันทดขนาดไหน...

...

หลายชั่วโมงต่อมา หลังจากเซ็นสัญญาเก็บความลับและหนังสือรับรองต่างๆ เรียบร้อยแล้ว หานอี้ก็ได้เข้าพักใน "หอพัก" ที่สภาพดีเยี่ยมระดับโรงแรมหรู จากนั้นก็เดินตามป้าหวังไปลงทะเบียนข้อมูลต่างๆ จนสุดท้ายมายืนเอ๋อรับประทานอยู่ในห้องปิดทึบขนาดเท่าสนามบาสเกตบอล

"ป้า... ป้าหวังครับ..."

หานอี้ยืนอยู่กลาง "โรงยิม" มองดูชั้นวางอาวุธที่เต็มไปด้วยอาวุธเย็นสารพัดชนิด กองเบาะฟองน้ำและกระสอบทรายที่วางเรียงราย เขาหลั่งเหงื่อเย็นเฉียบ กลืนน้ำลายลงคอดังเอือก น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ "ป้าแน่ใจนะครับ... ว่าภารกิจของผมคือการเล่นเกม?

"ทำไมผมถึงมีโค้ชสอนศิลปะการต่อสู้ด้วยล่ะครับ"

ป้าหวังที่มาส่งหานอี้รายงานตัวที่โรงยิมยิ้มกริ่ม แอบขยิบตาอย่างขี้เล่นซึ่งหาดูได้ยาก "ไม่ได้มีแค่คนเดียวนะจ๊ะ!"

"อ้าว พี่หวังกลับมาเร็วจัง นี่เสี่ยวหานสินะ สวัสดีๆ"

สิ้นเสียงป้าหวัง ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมลงพุงที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนยอดฝีมือด้านการต่อสู้ รีบวางเบาะฟองน้ำที่กำลังจัดอยู่แล้วเดินตรงเข้ามา เขาเป็นฝ่ายยื่นมือมาจับมือหานอี้ก่อนพร้อมทักทายอย่างเป็นกันเอง "ฉันแซ่เริ่น เรียกโค้ชเริ่นก็ได้ เป็นหัวหน้าโค้ชของเธอ ถึงแม้ว่าในเส้นทางการฝึกยุทธ์ของเธอจะมีโค้ชอย่างน้อยสามคนก็เถอะ แต่อีกสองคนจะมาอาทิตย์หน้า ช่วงนี้เรามาทำความรู้จักกันไปก่อนนะ"

หานอี้เริ่มรู้สึกชาหนึบไปทั้งตัว "สะ... สามคน?"

โค้ชเริ่นหัวเราะชอบใจกับปฏิกิริยาของหานอี้ เขาปลอบว่า "ฮ่าๆๆ ใช่ นอกจากฉันแล้วยังมีนักพรตเฉินกับโค้ชหวัง แต่ไม่ต้องห่วงนะ เธอก็มีศิษย์พี่หญิงศิษย์พี่ชายเหมือนกัน อนาคตอาจจะมีเพื่อนร่วมสำนักเพิ่มขึ้นอีก เพราะงั้นไม่ใช่ว่าพวกเราสามคนมารุมสอนเธอคนเดียวซะหน่อย แต่ช่วงนี้ศิษย์พี่หญิงใหญ่ของเธอติดภารกิจ อาทิตย์หน้าถึงจะกลับมาฝึกพร้อมกับเธอได้"

"ครับ... ครับผม..."

พอได้ยินว่าไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่ต้องฝึก หานอี้ก็ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังมองทุกอย่างในสนามฝึกด้วยความหวาดหวั่น รู้สึกว่าดวงตาคู่เดียวมองอะไรไม่ทันแล้ว

โค้ชเริ่นยืดแขนมาโอบไหล่ผอมแห้งของหานอี้ ยิ้มตาหยีพูดว่า "เอางี้ ระหว่างรอโรงอาหารเปิด เรามาทำความคุ้นเคยกับเนื้อหาการฝึกคร่าวๆ กันก่อนดีไหม สนุกนะจะบอกให้!"

ป้าหวังช่วยเสริมอยู่ข้างๆ "โค้ชเริ่นของเราเป็นถึงโค้ชศิลปะการต่อสู้ระดับท็อปของประเทศจีนเลยนะ แชมป์โลกหลายคนก็ผ่านมือโค้ชเริ่นมาแล้วทั้งนั้น ตั้งแต่ปี 2012 โค้ชเริ่นก็ได้รับเชิญให้เป็นหัวหน้าโค้ชทีมชาติชุดเก็บตัว โอกาสที่จะได้แกมาสอนตัวต่อตัวแบบนี้ คนทั่วไปหาไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ!"

"เชี่... ว้าว—— สุดยอดไปเลยครับ!"

หานอี้เกือบหลุดคำอุทานสรรเสริญบิดามารดาออกมา เบรกจนลิ้นแทบพันกัน

"ไม่ขนาดนั้นหรอก แค่โชคดีน่ะ ฮ่าๆ..."

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 23 - ไม่ใช่ว่าให้มาเล่นเกมเหรอ

คัดลอกลิงก์แล้ว