เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: แหวนเถาวัลย์ไม้ (ระดับอีลิต) และกฎการค้าของฮูเซย์!

บทที่ 10: แหวนเถาวัลย์ไม้ (ระดับอีลิต) และกฎการค้าของฮูเซย์!

บทที่ 10: แหวนเถาวัลย์ไม้ (ระดับอีลิต) และกฎการค้าของฮูเซย์!


บทที่ 10: แหวนเถาวัลย์ไม้ (ระดับอีลิต) และกฎการค้าของฮูเซย์!

จี๊ด จี๊ด~

เจ้ากระต่ายฟันเหยินสะดุ้งตกใจในตอนแรก ก่อนจะจ้องมองสไลม์เขียวด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อเห็นว่ามันมีสีเดียวกับหญ้าที่ตัวเองชอบกิน มันจึงยื่นจมูกเข้าไปดมฟุดฟิด

กร้วม~

กร้วม~

กระต่ายฟันเหยินกัดไปสองคำและพบว่าเนื้อของสไลม์เขียวนั้นนุ่มนิ่มและลื่นคอราวกับเยลลี่ ไหลลงคอไปโดยแทบไม่ต้องเคี้ยว ดวงตาของมันเป็นประกายและเริ่มลงมือสวาปามทันที

"เจ้ากระต่ายฟันเหยินตัวนี้กินจุใช้ได้เลยแฮะ!"

ฉินเฟิงที่แอบสังเกตการณ์อยู่หลังเปลือกไม้เห็นว่าเพียงครู่เดียว เจ้ากระต่ายฟันเหยินก็เขมือบสไลม์เข้าไปเกินครึ่งตัวแล้ว

ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไว สีหน้าของเจ้ากระต่ายเปลี่ยนไปทันควันราวกับเพิ่งกลืนดีขมเข้าไป มันทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

อุก~

วินาทีถัดมา กระต่ายฟันเหยินก็เริ่มวิ่งพล่านไปทั่วพร้อมกับอาเจียนออกมาตลอดทาง เศษเนื้อสไลม์และหญ้าที่ยังไม่ย่อยพุุ่งกระจายเกลื่อนพื้น

ฉินเฟิงรีบตามไปดูใกล้ๆ และสังเกตเห็นว่าสิ่งที่เจ้ากระต่ายฟันเหยินขย้อนออกมานั้น มีแหวนวงหนึ่งที่ทำจากเถาวัลย์ไม้ฝังด้วยอัญมณีสีเขียวรวมอยู่ด้วย

แต่เวลานี้เจ้ากระต่ายฟันเหยินไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจเรื่องพวกนี้ มันยังคงอาเจียนอย่างควบคุมไม่ได้และวิ่งเตลิดหนีไปไกลขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเห็นดังนั้น ฉินเฟิงจึงรีบพุ่งเข้าไปเก็บแหวนขึ้นมาจากพื้นทันที

[แหวนเถาวัลย์ไม้ (ระดับอีลิต): แหวนพ่อค้าที่ออกโดยเผ่าเอลฟ์ตะวันตก ผู้ครอบครองสามารถใช้เข้าสู่เผ่าเอลฟ์ตะวันตกเพื่อทำการค้าขายได้

หนึ่ง: สามารถร่ายคาถาชำระล้างขั้นพื้นฐานใส่ตนเองได้วันละหนึ่งครั้ง

สอง: สามารถร่ายคาถาฟื้นฟูขั้นพื้นฐานได้วันละหนึ่งครั้ง

ราคา: 300 เหรียญทองแดง]

"แหวนวงนี้มีค่ามากทีเดียว น่าจะเป็นเพราะสิทธิ์ในการเข้าทำการค้าที่เป็นของคู่กันที่ทำให้มูลค่าสูงขึ้น เก็บไว้ขายเองดีไหมนะ?"

หัวใจของฉินเฟิงเต้นแรงขึ้น หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาตัดสินใจว่าจะลองไปดูพ่อค้าก๊อบลินก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกที

เขามุ่งหน้าไปยังทิศทางของพ่อค้าก๊อบลิน ไม่นานนักฉินเฟิงก็ซ่อนตัวอยู่หลังกองหินและมองเห็นเป้าหมายในที่สุด... 'พ่อค้าก๊อบลินฮูเซย์'

แม้จะมีผิวสีเขียวเข้มเหมือนกัน แต่ก๊อบลินกับก๊อบลินก็ยังมีความแตกต่างกันมาก

พ่อค้าก๊อบลินฮูเซย์มีหลังค่อม ผิวหนังเหี่ยวย่นราวกับหนังคางคกตากแห้ง สวมชุดเกราะหนังเปรอะเปื้อนคราบน้ำมันและแบกหีบเหล็กขนาดใหญ่ไว้บนหลัง เขานั่งพักผ่อนอยู่บนโขดหินก้อนใหญ่

ดวงตาที่ควรจะเต็มไปด้วยความโลภและการคำนวณผลกำไร ตอนนี้กลับฉายแววหงุดหงิดและจนปัญญา

สิ่งที่ทำให้ฉินเฟิงประหลาดใจคือ พ่อค้าก๊อบลินรายนี้จ้างผู้คุ้มกันมาด้วย

ด้านหลังฮูเซย์มีสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ สูงไม่ถึงหนึ่งเมตร สวมชุดเกราะเหล็กมิดชิดยืนเฝ้าอยู่โดยไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วเดียว

"นั่นสินะ ถ้าไม่มีหลักประกันอะไรเลย พ่อค้าก๊อบลินจะกล้าเข้ามาในเทือกเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรได้ยังไง?"

ในขณะที่ฉินเฟิงกำลังจะเข้าไปคุยกับพ่อค้าก๊อบลิน จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากที่ไกลๆ

เขามองไปทางต้นเสียง ก็เห็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตผิวสีเขียวทั้งตัว รูปร่างเตี้ยม่อต้อแต่ผอมแห้งจนเห็นกระดูก เดินออกมาจากป่า

ยกเว้นตัวหัวหน้าไม่กี่ตัวที่สวมชุดเกราะหนังและขนสัตว์ พวกที่เหลือใช้เพียงหนังสัตว์หยาบๆ ปกปิดของสงวนเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าพวกมันคือ 'ก๊อบลิน' ในตำนาน

หัวหน้าทีมก๊อบลินเดินเข้าไปหาพ่อค้าก๊อบลิน ดูเหมือนกำลังเจรจาอะไรบางอย่าง

ไม่นานนัก หัวหน้าทีมก๊อบลินก็โบกมือ เหล่าลูกสมุนด้านหลังก็นำกองอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เกราะเหล็ก ดาบเหล็ก สร้อยคอ และโล่เหล็ก ซึ่งเห็นได้ชัดว่ายึดมาจากพวกนักผจญภัย ออกมากองไว้

จากนั้น พ่อค้าก๊อบลินก็หยิบขวดโหลและไหต่างๆ ออกมาจากหีบเหล็กด้านหลังส่งให้ทีมก๊อบลิน แถมยังควักเหรียญเงินเหรียญหนึ่งออกมาจากถุงหนังที่เอว ส่งให้หัวหน้าก๊อบลินด้วยความเสียดาย

หลังเสร็จสิ้นการแลกเปลี่ยน พ่อค้าก๊อบลินเหมือนจะพูดคุยอะไรบางอย่างต่อกับหัวหน้าทีมก๊อบลิน

ครู่ต่อมา หัวหน้าทีมก๊อบลินพยักหน้าและสั่งให้ก๊อบลินส่วนหนึ่งกระจายตัวออกไปคล้ายกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

ส่วนก๊อบลินที่เหลือ ภายใต้การนำของหัวหน้าทีม ก็ขนสินค้าที่แลกเปลี่ยนมาได้และเดินกลับไปตามเส้นทางภูเขาที่พวกมันจากมา

ในขณะที่ฉินเฟิงซ่อนตัวอยู่อย่างระมัดระวัง ก๊อบลินผอมโซตัวหนึ่งก็เดินกลับมาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนและเข้าไปคุยกับฮูเซย์

สักพักฮูเซย์ก็พยักหน้าและหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากหีบเหล็ก

ก๊อบลินตัวนั้นซื้อมันไป จากนั้นฮูเซย์ก็หยิบของชิ้นที่สองออกมา

คราวนี้ก๊อบลินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง พูดคุยต่อรองกับฮูเซย์อีกพักใหญ่ ก่อนจะกัดฟันซื้อไป

แต่เมื่อฮูเซย์หยิบของชิ้นที่สามออกมา ก๊อบลินตัวนั้นทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างจนใจและรีบจากไป

"เจ้านั่นน่าจะเป็นผู้รอดชีวิตที่มาเกิดใหม่เป็นก๊อบลิน โชคดีชะมัด! เหมือนได้ข้อมูลสีเขียวฟรีๆ เลย มีเผ่านี่มันดีจริงๆ!"

เพื่อความไม่ประมาท ฉินเฟิงรอต่ออีกพักใหญ่ และพบว่าในช่วงเวลาสั้นๆ มีก๊อบลินอีกสองสามเผ่าเข้ามาทำการค้ากับฮูเซย์ในบริเวณนี้

นอกจากนี้ยังมีผู้รอดชีวิตฉายเดี่ยวที่บังเอิญผ่านมา หรืออาจรู้ข่าวเรื่องพ่อค้าก๊อบลินจากข้อมูล แต่พ่อค้าก๊อบลินมักจะหยิบสินค้าออกมาทีละชิ้น และส่วนใหญ่ก็ซื้อกันได้แค่หนึ่งหรือสองชิ้นเท่านั้น

ผู้รอดชีวิตบางคนถึงกับคิดจะกระโจนเข้าใส่ฮูเซย์ทันทีที่ซื้อขายเสร็จ แต่พอเห็นสิ่งมีชีวิตสวมเกราะที่อยู่ด้านหลัง ก็ต้องยอมตัดใจด้วยความเสียดาย

ระหว่างรอ ฉินเฟิงก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ เขาซ่อนตัวเงียบๆ ใต้ใบไม้ใหญ่และออกกำลังกายด้วยการวิดพื้นรวดเดียว 18 เซ็ต

[ความอิ่ม -25%]

[ค่าประสบการณ์การเติบโต +8]

"ดูเหมือนความถี่ในการเพิ่มค่าประสบการณ์จะเปลี่ยนจาก +1+1+2 เป็น +1+2+1+2 แล้ว ด้วยอัตรานี้ พรุ่งนี้ข้าน่าจะอัปเกรดเป็น Lv4 ได้!"

ดวงตาของฉินเฟิงเป็นประกาย เขารอจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าและไม่มีสัตว์อสูรตัวอื่นผ่านมาอีก แม้แต่พ่อค้าก๊อบลินก็ทำท่าจะเก็บของกลับ เขาจึงตัดสินใจพุ่งตัวออกไปปรากฏตัวต่อหน้าฮูเซย์ในที่สุด

"ฮึ่ม~ เจ้าตัวเล็กที่บ้าระห่ำและโง่เขลา ทำข้าตกใจหมด! วันนี้มันวันซวยจริงๆ ไม่มีสัตว์อสูรใจดีตัวไหนคาบแหวนกลับมาให้ข้าเลย ข้าเกลียดที่นี่ ข้าเกลียดเทือกเขายาคิลา!"

พ่อค้าก๊อบลินฮูเซย์บ่นพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะก้มมองฉินเฟิงและพูดต่อ "เจ้าเองก็อยากมาทำการค้ากับข้าหรือไง?"

"ใช่ครับ ท่านพ่อค้าก๊อบลิน"

ฉินเฟิงตอบกลับอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าไม่มาค้าขายกับเขา แล้วจะให้มาชวนไปกินข้าวเย็นหรือไง?

"โอ้ เจ้ากิ้งก่าน้อยบ้าบอเอ๊ย เจ้าควรเรียกข้าว่าคุณฮูเซย์ผู้มีเกียรติต่างหาก"

น้ำเสียงของฮูเซย์ฟังดูไม่พอใจนัก เขาพูดต่อ "เจ้าควรทำความเข้าใจกฎการค้าของข้าเสียก่อน ข้ารับซื้อของที่เจ้าอยากขาย แต่ข้าจะขายของให้เจ้าแค่ 3 ชิ้นเท่านั้น"

"ราคาของ 3 ชิ้นนี้จะเพิ่มขึ้นทวีคูณ เจ้าต้องจ่ายเงินซื้อชิ้นแรกก่อน ข้าถึงจะหยิบชิ้นต่อไปออกมา"

"แต่ข้าขอสาบานต่อเทพเจ้าแห่งก๊อบลินเลยว่า คุณภาพของสินค้าแต่ละชิ้นจะสูงขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน"

"ถ้าเจ้าเหมาหมดทุกชิ้น มันจะคุ้มค่าเกินราคาแน่นอน กำไรประมาณ 1.5 เท่าเห็นจะได้!"

[พ่อค้าก๊อบลินฮูเซย์ (ระดับอีลิต) ได้สาบานต่อเทพเจ้าแห่งก๊อบลินแล้ว และไม่สามารถผิดคำสาบานได้ ท่านต้องการเริ่มการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการกับเขาหรือไม่?]

"ไหนเขาว่ากันว่าพ่อค้าก๊อบลินหน้าเลือดทุกคนนี่นา ไหงถึงใจดีนักล่ะ!"

เมื่อนึกย้อนไปถึงฉากที่สังเกตเห็นก่อนหน้านี้ ที่ผู้รอดชีวิตทุกคนซื้อได้แค่ชิ้นที่สอง ฉินเฟิงก็พอจะเดาอะไรบางอย่างได้ลางๆ

"เมื่อกี้ข้าได้ยินมาว่า คุณฮูเซย์ทำแหวนวงหนึ่งตกหาย... ถ้าข้าช่วยหามาคืนให้ ท่านจะตอบแทนข้ายังไง?"

จบบทที่ บทที่ 10: แหวนเถาวัลย์ไม้ (ระดับอีลิต) และกฎการค้าของฮูเซย์!

คัดลอกลิงก์แล้ว