- หน้าแรก
- กำเนิดมหาภัยล้างโลก
- บทที่ 5
บทที่ 5
บทที่ 5
บทที่ 5 - จูเลียน เดเคร เอวนัส [4]
༺༻
ความคาดหวังก่อนที่เขาจะปรากฏตัวนั้นช่างริบหรี่
เบื้องหลังโต๊ะทำงาน กรรมการผู้คุมสอบทั้งสี่กำลังสนทนากัน พลางไล่สายตาดูแฟ้มประวัติของผู้เข้าทดสอบ
"ระดับพรสวรรค์โดยรวมปีนี้ต่ำกว่าปีที่แล้วอีก แย่ชะมัดถ้าจะให้พูดตามตรง ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป สถาบันอื่นในจักรวรรดิคงแซงหน้าเราไปแน่"
ชายเคราแดงพึมพำ—เฮอร์แมน แชมเบอร์ส จอมเวทชั้นสูงและชายผู้ขึ้นชื่อเรื่องสายตาที่เฉียบคมในการมองเห็นพรสวรรค์ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้รับหน้าที่ในการคัดเลือกบุคลากรสำหรับปีการศึกษาใหม่ที่สถาบันเฮเวน
เพียงแค่จินตนาภาพกระแสมานาที่ไหลเวียนออกมาจากร่างกายของผู้เข้าทดสอบ เขาก็สามารถบอกได้คร่าวๆ ว่าคนคนนั้นมีพรสวรรค์หรือไม่
ดูจากความหนาแน่น และความบริสุทธิ์ของมัน... เขาสามารถแยกแยะระดับโดยรวมของผู้เข้าทดสอบได้ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มแสดงฝีมือเสียอีก
"เชิญผู้เข้าทดสอบคนต่อไปเข้ามาได้"
เมื่อเทียบกับปีก่อน เหล่าผู้มีพรสวรรค์นั้นขาดแคลนอย่างหนัก
แต่ทว่า
"เราก็เจอสัตว์ประหลาดตัวน้อยอยู่สองสามคนไม่ใช่หรือไง?"
มันก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง
และข้อยกเว้นเหล่านั้นก็อยู่เหนือมาตรฐานทั่วไปไปไกลลิบ
"...ก็คงงั้น"
เฮอร์แมนกอดอกและเอนหลังพิงเก้าอี้ จากหางตา เขาชำเลืองมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกาย
เธอสวมเครื่องแต่งกายที่เป็นทางการ แผ่กลิ่นอายแห่งความสมบูรณ์แบบออกมา รูปลักษณ์ที่สะกดสายตานั้นทิ้งร่องรอยความประทับใจอันลึกซึ้งไว้แก่ผู้คนรอบข้าง ส่วนผสมที่ลงตัวไร้ที่ติระหว่างหน้าตาและอาภรณ์ทำให้เธอโดดเด่นเหนือใคร
เดไลลาห์ วี. โรเซมเบิร์ก
ไม่มีจุดด่างพร้อยหรือช่องว่างใดๆ ในตัวเธอ จนดูราวกับว่าเธอคือตัวตนแห่งความสมบูรณ์แบบ
ความสง่างามแทรกซึมอยู่ในทุกอริยาบถ วาจา และสีหน้า นิยามตัวตนทั้งหมดของเธอ
เธอคือตัวตนที่ใครหลายคนไม่อาจเอื้อมถึง
เป็นเด็กฝึกหัดตอนอายุ 18
เป็นจอมเวทระดับปรมาจารย์ตอนอายุ 19
เป็นจอมเวทชั้นสูงตอนอายุ 21
เป็นมหาจอมเวทตอนอายุ 24
และเป็นหนึ่งในเจ็ดราชันย์แห่งจักรวรรติตอนอายุ 27
หลายคนทำนายว่าเธอคืออนาคตของจักรวรรดิ ผู้ถูกลิขิตให้มาเติมเต็มตำแหน่งที่ว่างเว้นมานานหลายศตวรรษ—จอมเวทที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่มวลจอมเวท
จุดสูงสุด
'คนระดับเธอมาทำงานที่นี่ได้ยังไงกัน...?'
คำถามนี้สร้างความฉงนให้กับหลายคน รวมถึงเฮอร์แมนด้วย แต่เมื่อใดที่มีคนถาม สิ่งที่เธอตอบกลับมามีเพียงรอยยิ้มที่ว่างเปล่า
เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่แสดงอารมณ์มากนัก แต่เมื่อไหร่ที่เธอแสดงอารมณ์ออกมา...
ใครคนนั้นจะต้องรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วกระดูก
"...ผู้เข้าทดสอบคนต่อไปน่าจะมาจากตระกูลบารอน"
น้ำเสียงที่คมชัดและสะอาดสะอ้านของเธอดังขึ้นในห้อง มันดูไร้น้ำหนักแต่กลับสร้างแรงกดดันได้ในเวลาเดียวกัน
"จูเลียน เดเคร เอวนัส"
เธอพึมพำชื่อนั้น ราวกับกำลังเคี้ยวเอามันไว้ในปาก ขณะที่ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังเอกสารตรงหน้า
"พรสวรรค์ ธาตุและ... อารมณ์"
"สายอารมณ์?"
เฮอร์แมนเลิกคิ้วขึ้นและหยิบเอกสารตรงหน้ามาดู 'จริงด้วย เขามีพรสวรรค์ด้านเวทอารมณ์...' ความคาดหวังของเขาลดฮวบลงทันที
ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดจอมเวทสายอารมณ์ หรือดูถูกพวกนั้น
แต่ทว่า
"มันเป็นงานหิน"
แคทเธอรีน ไรลีย์ เกรแฮม หญิงวัยกลางคนที่มีผมสีน้ำตาลยาวสลวย เอ่ยความในใจออกมาพร้อมกอดอกและส่ายหน้าอย่างไม่ไยดี
"จอมเวทสายอารมณ์ต้องจัดการกับการควบคุมอารมณ์ มันไม่ใช่พรสวรรค์ที่หาได้ยากหรอก แต่..."
เธอเม้มริมฝีปากและหยุดพูดกลางคัน ปล่อยให้อีกเสียงหนึ่งเติมเต็มประโยคนั้นแทนเธอ
"...คนคนนั้นอาจสูญเสียตัวตนไป หากดำดิ่งลงไปในการศึกษาเรื่องอารมณ์มากเกินไป"
"ถูกต้อง"
ศาสตร์แห่งอารมณ์เป็นแขนงที่อันตราย การจะศึกษาอารมณ์... เข้าใจมัน... คนคนนั้นต้องดำดิ่งลงไปในมัน
หากดำดิ่งลึกเกินไป... ก็อาจลงเอยด้วยการสูญเสียตัวตนของตัวเอง
"ฉันเห็นพวกหัวกะทิเสียสติเพราะพยายามถลำลึกในเส้นทางนี้มานักต่อนักแล้ว น่าเสียดาย... น่าเสียดายจริงๆ"
"อืม อย่างน้อยเขาก็มีพรสวรรค์ด้านธาตุ เวทคำสาปงั้นเหรอ? ก็ไม่ใช่แขนงที่แย่นะ"
ไม่มีธาตุที่เลวร้าย
มีแต่คนเลวร้ายต่างหาก
ขณะที่กำลังพิจารณาเอกสารตรงหน้าอย่างละเอียด ประตูห้องก็เปิดออก ชายหนุ่มวัยรุ่นตอนปลายก้าวเข้ามา
"เธอคงจะเป็นจูเลียน"
เดไลลาห์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงที่คมชัดก้องกังวานไปทั่วห้อง
รูปลักษณ์ของเขาดึงดูดความสนใจของทุกคนในที่นั้น
'หล่อเหลาเอาการ แต่... น่าผิดหวัง'
ความประทับใจแรกที่เฮอร์แมนมีต่อจูเลียนคือความผิดหวัง
'กระแสมานาของเขาไม่สม่ำเสมอ ความหนาแน่นก็เบาบาง แถมดูเหมือนจะควบคุมมันไม่ได้ด้วยซ้ำ'
นี่น่ะหรือขุนนาง? ราวกับว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่คิดแบบนี้ แคทเธอรีนพึมพำออกมา
"ดูเหมือนรายนี้จะเหลวแฮะ น่าผิดหวังชะมัดทั้งที่เป็นขุนนางแท้ๆ"
เฮอร์เบิร์ต นิวเบอร์แมน ที่นั่งอยู่ทางขวาของเฮอร์แมน ก็มีความคิดคล้ายกัน
"กระแสมานาของเขามั่วซั่วไปหมด มองแวบเดียวก็รู้ว่าเขาไม่รู้วิธีใช้มานาอย่างถูกวิธีด้วยซ้ำ ของเกรดต่ำชัดๆ..."
ในความคิดของเหล่ากรรมการ การมาของจูเลียนดูจะเสียเปล่า การแสดงของเขาคงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องรีบลบออกจากความทรงจำ
แต่ถ้าจะมีสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกต ก็คงเป็นท่าทีของเขา
วิธีที่เขาวางตัว... ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ และจังหวะก้าวเดินที่นิ่งสงบ...
มันดูเหมือนจะแผ่ความมั่นใจอันเปี่ยมล้นออกมา
พวกงี่เง่าที่มั่นใจในตัวเองเกินเหตุงั้นเหรอ?
'ช่างเถอะ รีบๆ ทำให้มันจบไป ฉันเคยเจอที่แย่กว่านี้มาแล้ว'
เฮอร์แมนพยักพเยิดหน้าไปทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา
"เจสัน ไปทดสอบเขา"
เขาเป็นนักเรียนปีหนึ่ง หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือปีสองแล้ว... เป็นนักเรียนเตรียมทหาร เขาไม่ใช่นักเรียนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นอะไรนัก แต่สำหรับการทดสอบผู้เข้าสอบหน้าใหม่ เขาก็ถือว่าดีพอ
"ครับผม"
เจสันเริ่มขยับตัว แต่ทันทีที่เขาก้าวเท้าออกไป สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
รวมถึงสีหน้าของกรรมการทุกคนด้วย
"เขาทำอะไรน่ะ?"
"...นั่นเขากำลังเช็คชีพจรตัวเองอยู่เหรอ?"
"นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน?"
ด้วยสีหน้าว่างเปล่าและนิ้วที่กดลงบนท่อนแขน จูเลียนจ้องมองไปข้างหน้า ดูเหมือนสติเขาจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ใบหน้าของเขาขาวโพลน
ราวกับกระดาษเปล่า
"เจ้านั่นทำอะไรของมัน...?"
"ผู้เข้าสอบ? ผู้เข้าสอบ?"
เฮอร์แมนตะโกนเรียกเขาหลายครั้ง จนกระทั่งเขาได้สติ
"อา...?"
"ผู้เข้าสอบ? เป็นอะไรหรือเปล่า? เราไม่ได้มีเวลาทั้งวันนะ"
เขาชี้ไปทางเจสันอย่างหงุดหงิด
"...แสดงให้เราดูซิว่ามีดีอะไร"
ทันทีที่เฮอร์แมนชี้ไปที่เจสัน ความเปลี่ยนแปลงกะทันหันก็เกิดขึ้นกับจูเลียน รูม่านตาของเขาขยายกว้าง ใบหน้าซีดเผือด และแขนเริ่มสั่นเทา
การเปลี่ยนแปลงอย่างปุบปับของเขาทำให้ทุกคนตกตะลึง
ดวงตาของจูเลียนสั่นระริก กวาดมองไปรอบๆ อย่างลนลานด้วยท่าทีหวาดผวา เขาดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
ไหล่ของเขาห่อลงและลมหายใจถี่กระชั้น
"แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก..."
ทุกคนสัมผัสได้ถึงจังหวะลมหายใจของเขา
มันเร็วขึ้นเรื่อยๆ ในทุกเฮือกที่สูดดม
เขาดูเหมือนจะเป็นร่างอวตารของอารมณ์บางอย่าง
อารมณ์แบบไหนกัน...?
อ่า
ในไม่ช้ามันก็กระจ่างชัดต่อทุกคน
'ความหวาดกลัว'
เขาเริ่มกลายเป็นร่างทรงแห่งความกลัว
เฮอร์แมนรู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่าง
ไม่ใช่แค่เขา แต่กรรมการคนอื่นก็เช่นกัน
"แก แกทำอะไร...!"
จูเลียนเดินตรงเข้าไปหาเจสัน บางทีอาจเป็นเพราะตกใจกับสถานการณ์ เจสันจึงไม่สามารถตอบสนองได้ทัน มือของจูเลียนกดลงบนกะโหลกศีรษะของเขา แทบจะบีบมัน
และ
"อ๊ากกกกกก...!!!!"
เสียงกรีดร้องสั่นสะเทือนไปทั่วห้อง
มันทิ่มแทงและก้องกังวานอยู่ในหูของทุกคนที่อยู่ที่นั่น
ทันใดนั้น ทุกคนในห้องก็นิ่งค้าง ไม่ใช่แค่เฮอร์แมน เฮอร์เบิร์ต และแคทเธอรีน แต่รวมถึงเดไลลาห์ด้วย
ผลกระทบจากการกระทำของจูเลียนนั้นรุนแรงถึงเพียงนั้น
ด้วยการกระทำเพียงครั้งเดียว เขาทำให้ทุกคนในห้องถูกแช่แข็ง
"อ๊ะ...! ไม่! อ๊ากกกก...! ฉันไม่อยากตาย ไม่นะ!!!"
มันรุนแรง และทุกคนสามารถสัมผัสได้ถึงความกลัวที่เจสันกำลังเผชิญอยู่อย่างชัดเจน
ขนลุก
เฮอร์แมนรู้สึกขนลุกซู่
"อ๊ากกก...!"
ตุบ!
เจสันล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ตัวสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ เขากุมหัวตัวเองพลางดิ้นพล่านอยู่บนพื้น น้ำลายฟูมปากไหลย้อยออกมา
"ช...ช่วยด้วย...!"
แม้จะมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีกรรมการคนใดขยับตัว
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคือร่างจำแลงของผู้ที่เดินบนเส้นทางที่แทบไม่มีใครกล้าย่างกราย
เมื่อหวนนึกขึ้นได้ เฮอร์แมนก็พึมพำออกมา
"การจะเข้าใจอารมณ์หนึ่งได้ คนผู้นั้นต้องสัมผัสมันด้วยตนเอง"
การจะแสดงความกลัวเช่นนี้ได้ คนผู้นั้นต้องเคยประสบกับมัน ทุกคนในห้องต่างเชี่ยวชาญและรู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี
พวกเขาเดินทางไปทั่วทวีปและพบเจอจอมเวทสายอารมณ์มามากมาย จากตรงนั้น พวกเขาได้เรียนรู้ถึงความโหดร้ายที่ผู้เดินบนเส้นทางสายนี้ต้องแบกรับ
เพื่อที่จะสัมผัสถึงความกลัว คนผู้นั้นต้องวิ่งไล่ตามมันอย่างไม่ลดละ
หลายคนล้มเหลวในเส้นทางของตน ตายไประหว่างการฝึกฝน หรือเพียงแค่ไม่อาจเข้าถึงอารมณ์นั้นได้
แต่ทว่า
"เขาต้องผ่านการฝึกฝนอันน่าสยดสยองแบบไหนมา ถึงได้แสดงอารมณ์เช่นนี้ออกมาได้?"
จูเลียนสามารถทำในสิ่งที่หลายคนทำไม่ได้ เขายังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ แต่การทำได้ถึงขนาดนี้ในวัยเพียงเท่านี้...
'เขาเคี่ยวเข็ญตัวเองมาหนักขนาดไหนกัน?'
การประเมินที่เฮอร์แมนมีต่อจูเลียนเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
'ไม่ใช่แค่สามารถถ่ายทอดความกลัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ดูเหมือนเขาจะเชี่ยวชาญสภาวะการดำดิ่งอีกด้วย'
สภาวะที่จอมเวทสายอารมณ์หลายคนต่างไขว่คว้า สภาวะที่คนคนหนึ่งสามารถแยกแยะระหว่างความเป็นจริงกับการดำดิ่งได้
นั่นคือเหตุผลที่เขาเช็คชีพจรตัวเองก่อนหน้านี้หรือเปล่า?
เพื่อตรวจสอบสภาพร่างกายก่อนจะเริ่มการดำดิ่ง?
'สัตว์ประหลาด'
เขาคือสัตว์ประหลาดชัดๆ
"ถ้าไม่รังเกียจที่จะตอบ..."
แคทเธอรีนเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบที่ปกคลุมห้องอย่างแท้จริง เธอชำเลืองมองเจสันที่ตัวสั่นอยู่บนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปหยุดที่จูเลียน
"เธอฝึกฝนมาแบบไหนถึงทำแบบนี้ได้? แล้วมันจำกัดอยู่แค่ความกลัวหรือเปล่า?"
"..."
คำถามของเธอได้รับเพียงความเงียบงันเป็นคำตอบ จูเลียนยังคงยืนนิ่ง
จากนั้นเขาก็ก้มหน้าและส่ายหัว
"อา"
'มันแย่มากจนเขาไม่อยากพูดถึงเลยงั้นเหรอ?'
เหล่ากรรมการรู้สึกว่าสีหน้าของตนเริ่มเคร่งเครียด
และในที่สุด เดไลลาห์ผู้เงียบงันมาตลอด โดยที่สายตาของเธอแทบไม่ละไปจากจูเลียนเลย ก็เอ่ยปากขึ้น
"เธอไปได้ เราจะแจ้งผลให้ทราบหลังจากประเมินผู้เข้าสอบทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว"
จูเลียนพยักหน้าและเดินออกจากห้องไปอย่างใจเย็น ราวกับว่าเขาไม่ได้ทำอะไรที่ควรค่าแก่การยกย่องเลย
เมื่อเขาออกไป เฮอร์แมนและคนอื่นๆ ก็หันมามองเธอ
"ทำไมคุณถึงปล่อยเขาไปแบบนั้นล่ะ? เรายังสอบ—"
"ดูที่พื้นสิ"
"อา"
และนั่นคือตอนที่ทุกคนเพิ่งตระหนักได้
"อ๊ะ...! ด-ได้โปรดช่วยด้วย... อา..."
"เขาไม่อยู่ในสภาพที่จะสอบต่อได้ บอกให้คนมาเปลี่ยนตัวแล้วพาเขาไปห้องพยาบาลซะ ตอนนี้เราจะพักเบรกกันก่อน"
"แต่ว่า...!"
"ฉันรู้ว่าคุณอยากจะพูดอะไร"
เดไลลาห์ยกมือขึ้นห้ามไม่ให้กรรมการคนอื่นพูด
"พวกคุณอยากรู้เรื่องของเขามากกว่านี้ใช่ไหมล่ะ?"
เมื่อเฮอร์แมนและคนอื่นๆ พยักหน้า เดไลลาห์ก็หันไปมองประตูที่จูเลียนเพิ่งเดินจากไป
สายตาของเธอบอกเล่าเรื่องราวนับพันคำ
เฮอร์แมนดูออก
เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ความสนใจของเธอถูกกระตุ้นเข้าให้แล้ว
ไม่ต้องสงสัยเลย เธออยากรู้ในสิ่งที่ทุกคนในห้องนี้อยากรู้
คำถามที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม
เขาดำดิ่งลงไปลึกถึงระดับไหนกัน?
ทุกอย่างดูพร่ามัวไปหมดสำหรับฉัน
ตั้งแต่วินาทีที่ฉันปลดปล่อยทุกอย่างออกมา จนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น สมองของฉันเหมือนถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบตลอดเวลา
ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย
"เธอฝึกฝนมาแบบไหนถึงทำแบบนี้ได้? แล้วมันจำกัดอยู่แค่ความกลัวหรือเปล่า?"
เป้าหมายเดียวของฉันคือการออกไปจากที่นี่
ฉันรู้สึกได้จากส่วนลึกภายในจิตใจ ฉันยังปลดปล่อยมันออกมาไม่หมด มันยังคงตกค้างอยู่ในหัว ค่อยๆ คืบคลานขึ้นมาอย่างช้าๆ
'ฉันต้องไปจากที่นี่...'
ดังนั้น
"เธอไปได้ เราจะแจ้งผลให้ทราบหลังจากประเมินผู้เข้าสอบทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว"
เมื่อโอกาสมาถึง ฉันไม่รอช้าและรีบเดินออกมา ทันทีที่ก้าวออกมา ฉันสัมผัสได้ถึงสายตาของทุกคนในโถงทางเดินที่จับจ้องมา แต่ฉันก็ไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจพวกเขา
'ฉันต้องหาที่ที่ปลอดภัย... ห้องน้ำ หรือห้องอะไรก็ได้ ฉันไม่ไหวแล้ว...!'
ฝีเท้าของฉันสะดุดไปชั่วขณะ รู้สึกถึงบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาจากท้อง กลั้นใจกลืนมันกลับลงไป แล้วฝืนบังคับตัวเองให้เดินหน้าต่อ
"หลีกไป"
ฉันผลักทุกคนที่ขวางหน้าออกไปและเดินดุ่มๆ ต่อ
"เฮ้ย...!"
ฉันไม่สนเสียงประท้วงของพวกเขา
ห้องน้ำ... ห้องอะไรสักอย่าง... ที่ไหนก็ได้...
ฉันยังคงเดินต่อไป ไม่สนใจจะมองด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ฉันหยุดก็ต่อเมื่อเจอห้องห้องหนึ่ง กวาดตามองไปรอบๆ แล้วรีบเข้าไป
มันเป็นห้องเล็กๆ
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
และที่สำคัญที่สุด
มันว่างเปล่า
"อ้วกกกก...!"
สิ่งที่ฉันพยายามกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถพุ่งทะลักออกมาทั้งหมดในคราวเดียว การมองเห็นของฉันพร่ามัว ร่างกายค้อมต่ำลง
ท้องไส้บิดเกร็งด้วยความเจ็บปวด ฉันรู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก
"ฮ-เฮือก..."
ฉันกำเสื้อแน่น รู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจผ่านฝ่ามือ
มันเร็วมาก
เร็วสุดๆ...
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์
เพื่อปลอบประโลมหัวใจที่เต้นรัว แต่...
มันไม่ยอมหยุด
"อา... อา...!"
ความกลัวที่เกาะกุมฉันเมื่อครู่ หวนกลับมาหลอกหลอนฉันอีกครั้ง
ฉันหยุดสั่นไม่ได้
มันเหมือนกับมีบางอย่างเข้าสิงร่าง
"อึก...!"
ฉันรู้สึกได้
ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ตัวฉัน...
กำลังถูกกัดกิน
༺༻