- หน้าแรก
- พลิกชะตารัก ย้อนเวลาเมินดาวโรงเรียน
- บทที่ 2 มีดแรกหลังเกิดใหม่ ตัดลิ้นพวกขี้ข้าก่อน
บทที่ 2 มีดแรกหลังเกิดใหม่ ตัดลิ้นพวกขี้ข้าก่อน
บทที่ 2 มีดแรกหลังเกิดใหม่ ตัดลิ้นพวกขี้ข้าก่อน
บทที่ 2 มีดแรกหลังเกิดใหม่ ตัดลิ้นพวกขี้ข้าก่อน
ช็อก
เหลือเชื่อ
ทั้งสนามเงียบกริบราวกับป่าช้า
โจวเจียงหนานเป่าผมหน้าม้าแล้วยิ้มกว้าง ในขณะที่เปลือกตาขวาของหลี่เผิงเฟยกระตุกถี่... ลางร้ายเตือนกระเป๋าตังค์ชัดๆ
"ฟลุคแน่ๆ แค่แมวตาบอดเดินชนหนูตายเท่านั้นแหละ"
"เจียงหนาน ส่งบอลมา!"
"เลิกโชว์ออฟได้แล้ว!"
เสียงตะโกนสารพัดดังเข้าหูโจวเจียงหนาน
แต่ว่านะ
ส่งบอลบ้านแกสิ
ตัวประกบอยู่ห่างตั้งสามเมตร ความเข้มข้นระดับนี้ ต่อให้แบกยายวัยแปดสิบไว้บนหลัง เขาก็ยังเลี้ยงฝ่าไปได้สบายๆ
เลี้ยงข้ามเส้นครึ่งสนาม เพื่อนร่วมทีมที่มุมสนามส่งสัญญาณขอบอล แต่เขาไม่แม้แต่จะปรายตามอง
เขารวบบอล
ตั้งท่าเตรียมยิง
"ยิงเลย ให้ยิงเลย ถ้าลูกนี้ลง ฉันยอมกินขี้แล้วหกสูงโชว์เลยเอ้า"
คู่แข่งเท้าเอวเยาะเย้ย สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
โจวเจียงหนานกระโดดลอยตัว ชู้ตบอลจากนอกเส้นสามคะแนน ลูกบาสลอยละลิ่วพุ่งลงห่วงดัง 'สวบ'
"ไอ้น้อง นิสัยชอบหลอกกินฟรีแบบนี้มันไม่ดีนะ" เขาตอบกลับอย่างเจ็บแสบ แล้วทำท่าแบมือขอของจากหลี่เผิงเฟย
หลี่เผิงเฟยพยักหน้าทั้งน้ำตา ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาจ้าวหวานหวานอย่างเงียบๆ แล้วยื่นนกกระเรียนกระดาษสีชมพูที่พับไว้ให้เธอ
เปลือกตาโจวเจียงหนานกระตุก เขาแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมา
ความทรงจำเลวร้ายพรั่งพรูย้อนกลับมา บาดลึกกลางใจ... "โจวเจียงหนาน เลิกเขียนจดหมายหาฉันสักที ผู้ชายอกสามศอกมานั่งพับนกกระเรียนเหมือนผู้หญิง น่าขยะแขยงชะมัด"
"นายมีอะไรดี? เกรดก็ห่วย บ้านก็จน แถมยังไม่มีปากมีเสียง ดูไม่เหมือนลูกผู้ชายเลยสักนิด คนตาบอดเท่านั้นแหละที่จะมาชอบนาย"
"อยากพิสูจน์ตัวเองเหรอ? งั้นก็ไปลงชื่อสิ ตัวสูงซะเปล่า แต่พอมีเรื่องอะไรก็เอาแต่หลบหัวหด ทำตัวเหลวไหลเหมือนโคลนที่ไม่เกาะผนังจริงๆ"
"ผู้ชายอ่อนแอแบบนี้ อนาคตจะไปทำอะไรกินได้?"
...แม่งเอ้ย
เพิ่งเกิดใหม่มาหมาดๆ ก็โดนบูมเมอแรงที่ตัวเองเคยขว้างไว้ย้อนกลับมาปักอก โจวเจียงหนานแทบจะประสาทกิน
ก็เพราะชื่อนี้แหละ... จ้าวหวานหวาน
ชื่อที่ตามหลอกหลอนเขามาทั้งชีวิต
ในชาติก่อน สมัยเรียนวิศวกรรมโยธาที่มหาวิทยาลัยชั้นสอง โจวเจียงหนานฝึกซ้อมบาสเกตบอลอย่างหนักจนได้เป็นตัวจริงทีมมหาลัยตอนปีสาม
ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยมและหน้าตาที่หล่อเหลา ทำให้ 'หลี่เสี่ยวอวี่' ดาวคณะดุริยางค์ศิลป์ เป็นฝ่ายเข้ามาจีบเขาเอง
ตอนแรก พวกเขาก็ดูเหมาะสมกันดี หนุ่มหล่อสาวสวย ราวกิ่งทองใบหยก
แต่เงาของจ้าวหวานหวานในจิตใต้สำนึกเขากลับคอยตามรังควาน ทุกครั้งที่เขากำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม 'Fast and Furious' กับหลี่เสี่ยวอวี่ เสียงของเธอก็จะก้องขึ้นมาในหัว:
"โจวเจียงหนานไม่ใช่ลูกผู้ชาย!"
ด้วยการถูกสะกดจิตตัวเองแบบนี้ เขาก็เลย 'ไม่เป็นลูกผู้ชาย' ขึ้นมาจริงๆ
ครั้งแล้วครั้งเล่า
หลี่เสี่ยวอวี่เริ่มไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ทั้งคู่ก็ค่อยๆ ห่างกันไป
ต่อมา หลังจากไม่ได้เจอกันหกเดือน เมื่อโจวเจียงหนานกลับจากไซตงานก่อสร้างมาที่เมืองเอกของมณฑล เด็กในท้องของเธอก็ปาเข้าไปสามเดือนแล้ว
ความรักช่างเป็นแสงสว่าง... สีเขียวจนน่าตกใจ
หลี่เสี่ยวอวี่นอกใจแต่กลับไม่รู้สึกผิด กลับอ้างอย่างชอบธรรมว่าเขาไม่ได้รักเธอ และในใจเขามีแต่เงาของคนอื่น
โจวเจียงหนานเคี้ยวหมากฝรั่งดับเบิ้ลมิ้นต์ เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เศรษฐีคนหนึ่งดึงหลี่เสี่ยวอวี่ขึ้นรถ เขาได้แต่ยืนมองท้ายรถแลนด์โรเวอร์คันใหญ่ด้วยสายตาครุ่นคิด
คืนนั้น เขาดื่มเหล้าหนักมากเพื่อย้อมใจ
จากนั้นก็ผลาญเงินเก็บทั้งชีวิตเปย์ 'จรวด' ให้สตรีมเมอร์สาว 'สวีซือซือ' สัมผัสความรู้สึกของการเป็น 'เสี่ยบุญทุ่ม' และผลาญชีวิตตัวเองไปวันๆ
อย่างที่เขาว่ากัน โรคทางใจต้องแก้ด้วยยาใจ
ตอนนี้ต้นตอของโรคมายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันกลายเป็นมะเร็งร้ายกัดกินชีวิตเขาอีกเป็นอันขาด
มีดแรกหลังเกิดใหม่: ตัดใจจากคนรักเก่า แล้วค่อยตัดลิ้นพวกขี้ข้าปากดี
แววตาของโจวเจียงหนานแน่วแน่ขึ้น รังสีความมุ่งมั่นที่แผ่ออกมาทำให้ผู้ชมข้างสนามฮือฮา
"กรี๊ดดด... เท่ชะมัดเลย!"
"เชี่ย โจวเจียงหนานชู้ตสามแต้มลง?"
"ไม่สังเกตเหรอ? ท่าชู้ตของไอ้หมอนี่เป๊ะตามตำรา การเลี้ยงบอลก็พริ้ว ไม่เหมือนคนที่เล่นไม่เป็นเลยสักนิด"
"ไอ้โจวเจียงหนาน แม่งหลอกพวกเราซะเปื่อยเลย"
ใครบอกว่าเขาเป็นผู้ชายที่อ่อนแอที่สุดในห้องหก? การชู้ตและการบุกทะลวงของเขาแม่นยำขนาดนี้
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน โจวเจียงหนานกลายเป็นคนละคน
เขากระชากบอลด้วยสองมือ แหวกฝ่าวงล้อมคู่แข่งที่รุมประกบสองคน อาศัยเพื่อนร่วมทีมสกรีนให้ จนหลุดไปยืนโล่งๆ ที่มุมสนาม
กระโดด ลอยตัวชู้ต
ลงห่วงไปอีกลูก
"เชี่ย สามแต้มอีกแล้ว!"
เพื่อนร่วมทีมอ้าปากค้าง เหมือนได้เจอ 'ป๋าแบก' ที่หายสาบสูญไปนาน
จากนั้น เขาก็หลอกล่อซ้ายขวา ความเร็วและทักษะเหนือกว่าทุกคนในสนาม
สายตาของทุกคนเปลี่ยนไป ไม่มีใครสงสัยในฝีมือเขาอีกแล้ว
ครอสโอเวอร์ หมุนตัว เลย์อัพ
ได้มาอีกสองแต้ม
เพียงแค่การบุกสามครั้ง ห้องหกก็รันแต้มสวนกลับคู่แข่งแปดต่อศูนย์
"ว้าว เบอร์ 18 เก่งจัง ท่าทางสง่างามมากเลย"
"หน้าตาก็ดีด้วย หล่อมาก!"
"ห้องหกมีนักบาสเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมไม่เคยเห็นมาก่อน?"
ไม่รู้ตัวเลยว่าฝูงชนเริ่มหลั่งไหลมามุงดูข้างสนาม สาวน้อยหลายคนถึงกับเอามือปิดปากอุทาน... "หวานหวาน เลิกฟังเพลงเถอะ ดูสิ โจวเจียงหนานเก่งมากเลย!"
จ้าวหวานหวานถูก 'หลินอวี่' เพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆ ดึงหูฟังออก เธอเงยหน้าขึ้นมองโจวเจียงหนานที่กำลังเปล่งประกาย
จังหวะนั้น เขาเลี้ยงบอลมาที่เส้นสามคะแนนอีกครั้ง
เคาะบอลลอดหลัง สลับเลี้ยงลอดขาหลอกผ่านคนแรก
ตามด้วยท่า 'แชมกอด' หลอกตัวประกบวงใน จนเสียหลัก ก่อนจะหมุนตัวอย่างงดงามแล้วเร่งความเร็วบุกเข้าหาแป้น
"สวยมาก เจียงหนาน! เลย์อัพโล่งๆ..."
เพื่อนร่วมทีมคิดว่าโจวเจียงหนานจะเลย์อัพเช็ดแป้น แต่เขากลับอาศัยแรงส่งกระโดดลอยตัวสูง ถือบอลด้วยสองมือเหนือศีรษะ
เขาจะดังก์เหรอ?
ปั้ง!
และแล้วก็เป็นดังก์จริงๆ บอลถูกยัดลงห่วงอย่างแรง
เขาดังก์ได้!
บ้าเอ้ย ไอ้หมอนี่ดังก์ได้จริงๆ!
สุดยอด!
แป้นบาสสั่นสะเทือนจากการกระแทก โจวเจียงหนานลงสู่พื้นพลางสะบัดข้อมือ ฝ่าเท้าเจ็บนิดหน่อย
ถุย! ใครรับผิดชอบทำความสะอาดสนามเนี่ย? สกปรกชะมัด
"เชี่ย!"
"ป๋าโจว!"
"สุดยอด พี่หนานโคตรเจ๋ง!"
"เรียกพี่หนานทำไม? ต่อไปนี้ต้องเรียก 'ป๋า' แล้ว!"
"กรี๊ดดด หวานหวาน หวานหวาน โจวเจียงหนานหล่อมาก!"
จ้าวหวานหวานเจ็บแขนเพราะแรงบีบของหลินอวี่ เธอขมวดคิ้ว "เห็นแล้วน่า เธอนี่เสียงดังจริง"
ภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง เธอเห็นโจวเจียงหนานในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
สง่างาม ร้อนแรง มั่นใจ... คนขี้ขลาดและอ่อนแอคนเดิมหายไปไหนแล้ว?
เด็กหนุ่มที่มักโดนล้อว่าเป็น 'รุคาวา คาเอเดะ' เซินเจิ้นเพราะเล่นบาสไม่เป็น กลับเจิดจรัสในสนามขนาดนี้
ถ้าเก่งขนาดนี้ ทำไมต้องปิดบังด้วย?
จ้าวหวานหวานมีความประทับใจที่ไม่ดีต่อโจวเจียงหนานเอามากๆ
ทั้งที่ตอนสอบเข้ามีเกรดดีแท้ๆ แต่กลับปล่อยตัวเหลวไหล ติดเกม อ่านนิยาย แถมยังทำตัวเป็นนักเลงมีความรักในวัยเรียน ไร้สาระไปวันๆ
เด็กหนุ่มจากครอบครัวธรรมดาที่ไม่มีความทะเยอทะยาน เกรดห่วย นิสัยอ่อนแอ นอกจากหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ เธอก็หาข้อดีอื่นไม่เจอเลยจริงๆ
หน้าตาดีไปก็ไร้ประโยชน์สำหรับผู้ชายแบบนี้ ไม่มีจุดเด่นอะไรให้น่าจดจำสักนิด
แต่พอดูตอนนี้ เขาเล่นบาสเก่งจริงๆ นั่นแหละ
จ้าวหวานหวานเห็นรอยยิ้มสดใสของโจวเจียงหนานท่ามกลางแสงแดด นอกจากความดูแคลนแล้ว ในใจเธอกลับรู้สึกสงสารขึ้นมานิดๆ
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ให้ได้ เล่นบาสเก่งแค่ไหนก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มคะแนนสอบหรอก
เธอส่ายหัว ใส่หูฟัง แล้วก้มหน้าฟังภาษาอังกฤษต่อ นกกระเรียนกระดาษตัวนั้นถูกลมพัดไปอยู่ใต้รองเท้าเธอ และกำลังถูกเหยียบย่ำ
โจวเจียงหนานยิ้มอย่างไม่ยี่หระ
เขาต้องขอบคุณอุโมงค์ที่เพิ่งเจาะทะลุนั่นจริงๆ มันเหมือนแถบเมอบิอุสที่พาเขาย้อนเวลากลับมา
เมื่อวาน อุโมงค์ทางด่วนหรงไห่ช่วงที่สามเพิ่งสร้างเสร็จ พวกเขาไปฉลองกินดื่มที่ร้านบาร์บีคิวป้าหวัง แล้วตื่นมาอีกทีก็เกิดใหม่ซะแล้ว
ในเมื่อได้กลับมาอายุสิบแปดอีกครั้ง เขาจะไม่มีวันเรียนวิศวะโยธาอีกเด็ดขาด
เทปูนบ้าบออะไร ใครอยากทำก็ทำไปเถอะ
วิศวกรโจวอะไรนั่น... ชาตินี้ 'เสี่ยโจว' จะไม่ยอมเป็นลูกจ้างใครอีกแล้ว
ถ้าจะเป็น ก็ต้องเป็น 'ท่านประธานโจว' เท่านั้น
ส่วนดาวโรงเรียนอย่างจ้าวหวานหวาน ให้ตายเขาก็จะไม่ยอมกลับไปเป็นพวกหน้ามืดตามมัวหลงรักหัวปักหัวปำอีก
ความอัดอั้นตันใจและความคับแค้นที่สะสมมาค่อนชีวิต ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้นในเวลานี้
การบุกทะลวง การขโมยบอล การดังก์อัดหน้า... คู่แข่งได้แต่ยืนมองคะแนนที่ถูกตีเสมออย่างหมดทางสู้ ไม่มีใครหยุดเขาได้
ในช่วงสามวินาทีสุดท้าย โจวเจียงหนานเผชิญหน้ากับการรุมประกบสามคน แต่เขากลับชู้ตสามแต้มระยะไกลลงไปอย่างสวยงาม คว้าชัยชนะมาได้
ห้องหกพลิกนรกกลับมาชนะท่ามกลางเสียงกรีดร้องกึกก้อง สร้างปาฏิหาริย์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
เขาเดินเข้าหาทุกสายตาที่มองมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ท่าทีสงบนิ่งและมั่นใจ "เพื่อนๆ ครับ มาทำความรู้จักกันใหม่นะ ผมชื่อโจวเจียงหนาน"
"เจียงหนาน ที่แปลว่า 'แม้นทิวทัศน์เจียงหนานจักงดงามเพียงใด ข้าขอพานพบเจ้าอีกคราในยามบุปผาโรยรา'!"