- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นจอมเวทเนตรคู่กู้โลกด้วยระบบสุดบั้ค กับเหล่าสาวงามตระกูลใหญ่
- บทที่ 9 - กิเลนสำแดงเดช สยบความชั่วร้ายทั้งปวง
บทที่ 9 - กิเลนสำแดงเดช สยบความชั่วร้ายทั้งปวง
บทที่ 9 - กิเลนสำแดงเดช สยบความชั่วร้ายทั้งปวง
บทที่ 9 - กิเลนสำแดงเดช สยบความชั่วร้ายทั้งปวง
ริมแม่น้ำหวงผู่
กลิ่นเหม็นเหมือนอุจจาระโชยมา เงาสีดำหลายสายวิ่งผ่านริมแม่น้ำไปอย่างรวดเร็ว
คนห้าคนกำลังไล่ต้อนเงาอัปลักษณ์สีดำเหล่านั้นอยู่ข้างหน้า ราวกับต้อนฝูงปศุสัตว์
ทั้งห้าคนสวมชุดคลุมสีเทา บนตัวมีกลิ่นประหลาด
"ฮุยซื่อ (เทาสี่) แกเฝ้าอยู่ข้างนอก เห็นเป้าหมายให้รีบแจ้งพวกเราทันที"
"ครับ!"
คนที่ชื่อฮุยซื่อเฝ้าอยู่ข้างนอก สายตาระแวดระวังมองไปรอบๆ
อีกสี่คนเดินเข้าไปในโรงงานร้างแห่งหนึ่ง โรงงานนี้รับซื้อเนื้อคุณภาพต่ำโดยเฉพาะ ทุกที่จึงส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง
ซึ่งพอดีที่จะกลบกลิ่นเหม็นบนตัวสิ่งมีชีวิตอัปลักษณ์พวกนั้นได้ ตบตาผู้คน
"จำไว้ จับเป็นเป้าหมาย! ห้ามพลาด ผลที่ตามมาพวกแกรู้ดี" ฮุยอี (เทาหนึ่ง) สั่งการอสูรทาสทมิฬเสียงต่ำ
............
นอกโรงงาน
ชายหนุ่มสวมเสื้อสีม่วงค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ ดวงตาในความมืดคมกริบเป็นพิเศษ
"ลู่ลู่ เธอรอฉันอยู่ตรงนี้ ฉันจะเข้าไปดูหน่อย" ชายหนุ่มเสื้อม่วงบอกหญิงสาวผมหางม้าข้างกาย
"พวกนั้นดูอันตรายจัง น่าขยะแขยงด้วย ทำไมนายต้องตามพวกเขาไปด้วย?" จางลู่ลู่ถาม
"อย่าถาม ถ้าฉันไม่กลับมาภายในสิบนาที ให้เธอรีบหนีไปทันที!" สวีเจ้าถิงกล่าว
เดิมทีเขามาตามหาอสูรเงากับแฟนสาวจางลู่ลู่ แต่บังเอิญได้กลิ่นของอสูรทาสทมิฬเข้า
สวีเจ้าถิงเคยสัมผัสกับอสูรทาสทมิฬตอนอยู่ที่เมืองป๋อ มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า คนพวกนี้คือลัทธิทมิฬ!
ภัยพิบัติเมืองป๋อ คนทั้งครอบครัวเขาไม่มีใครรอดชีวิต ความแค้นที่มีต่อลัทธิทมิฬมันฝังลึกเข้าไปในกระดูก...
"ความแค้นทำให้คนแข็งแกร่ง แต่ก็สามารถบดบังดวงตา ทำให้เสียสติได้เช่นกัน"
ฮวาอี้ที่ยืนอยู่บนความว่างเปล่า เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็อดทอดถอนใจไม่ได้
ตอนนี้สวีเจ้าถิงเพิ่งจะเข้าสู่ระดับกลาง เวทมนตร์ระดับกลางยังใช้ไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่กลับกล้าหาญชาญชัยไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนของลัทธิทมิฬ
มิน่าล่ะถึงได้เกิดโศกนาฏกรรมแบบในต้นฉบับ ตายด้วยน้ำมือลัทธิทมิฬพร้อมกับแฟนสาว...
............
ไม่นานนัก
ภายในโรงงานแปรรูปก็มีเสียงสายฟ้าดังสนั่น และเงาอัปลักษณ์ยี่สิบห้าเงากระโดดไปมาในความมืด
จางลู่ลู่ที่อยู่นอกโรงงานกัดริมฝีปาก พุ่งตัวตรงไปที่โรงงานแปรรูปทันที
เธอทิ้งคำพูดของสวีเจ้าถิงไว้ข้างหลัง เธอทำใจทิ้งแฟนหนุ่มแล้วหันหลังหนีไปไม่ได้
วิ่งมาถึงหน้าประตูโรงงานแปรรูป จางลู่ลู่เห็นสัตว์ประหลาดรูปร่างคนอัปลักษณ์เหล่านั้น และสวีเจ้าถิงที่เลือดท่วมตัว
"ไอ้สารเลว! บังอาจมาทำลายแผนการของพวกเรา ฉันจะทำให้แกอยู่ไม่สู้ตาย!" ฮุยอีเหยียบหน้าสวีเจ้าถิง ตะคอกด้วยความโกรธ
"พวกเราต้องถอนตัวแล้ว ท่านนักบวชสั่งให้พาตัวคนคนนี้ไป เพื่อไม่ให้ความแตกเร็วเกินไป"
ฮุยอีเห็นชัดว่ายังไม่หายโกรธ:
"ฉันจะพาไอ้เด็กนี่ไป พวกแกฆ่านังผู้หญิงนั่นซะ อย่าให้เหลือร่องรอยอะไรไว้"
"แกพาไปไม่ได้หรอก"
เสียงแปลกหน้าดังขึ้นมาจากนอกโรงงาน
เหล่าสาวกและสวีเจ้าถิงหันไปมองตำแหน่งที่จางลู่ลู่ยืนอยู่
พูดให้ถูกคือ ร่างมหึมาที่อยู่ข้างหลังจางลู่ลู่นั่นต่างหาก
จางลู่ลู่ที่ยืนอยู่หน้าประตูโรงงานก็รู้สึกตัว
ข้างหลังมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กำลังเดินเข้ามา เงาของสิ่งมีชีวิตนั้นทาบทับเงาของเธอจนมิด...
"ขวางทางแล้ว ช่วยหลบหน่อย"
ฮวาอี้ดันตัวจางลู่ลู่ ฝ่ายหลังขยับหลบไปด้านข้างโดยสัญชาตญาณ
จากด้านข้าง จางลู่ลู่ถึงได้เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่เดินเคียงคู่มากับฮวาอี้ชัดๆ
สิ่งมีชีวิตตัวนี้หน้าตาแปลกประหลาด เป็นลักษณะที่เธอไม่เคยเห็น แต่ก็สามารถหาจุดเด่นของสัตว์ที่เคยเห็นมารวมกันได้
หัวแพะ กีบเท้าหมาป่า หัวกลม เขาเดียว ลำตัวเหมือนกวางชะมด หางวัวแกว่งไกว ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรห้าสี!
รัศมีพลังที่ท่านแผ่ออกมา กลับขับไล่กลิ่นเหม็นคาวบนตัวอสูรทาสทมิฬจนกระเจิง...
"นะ... นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย??!!"
ฮุยอีที่เมื่อครู่ยังวางก้ามถึงกับยืนบื้อ
สัตว์อัญเชิญห้าสีตัวนี้ สามารถกดดันรัศมีพลังของอสูรทาสทมิฬยี่สิบห้าตัวลงได้อย่างง่ายดาย!
ต้องรู้ก่อนนะว่า อสูรทาสทมิฬยี่สิบห้าตัว ต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตระดับขุนพลก็ยังรับมือได้...
"ฆ่าให้หมด ไม่ต้องเหลือ" ฮวาอี้ตบตัวกิเลนข้างกายเบาๆ
"โฮก!!!"
กิเลนคำรามก้อง แม้แต่มิติยังเกิดการสั่นสะเทือน
เห็นเพียงร่างของท่านกลายเป็นก้อนสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ฮุยอี
เมื่อร่างมหึมาสี่เมตรของท่านปรากฏขึ้นอีกครั้ง ฮุยอีก็ถูกฉีกกระชากจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
"ระ... เร็วมาก! ฮุยอี!"
"อสูรทาสทมิฬ! เร็วเข้า ฉีกมันซะ!"
เห็นฮุยอีถูกฆ่าตายในพริบตา ฮุยเอ้อร์ ซาน อู่ (เทาสอง สาม ห้า) รีบสั่งการอสูรทาสทมิฬทันที
ตัวพวกเขาเองระดับการบำเพ็ญเพียรไม่สูง แต่การหลอมสร้างอสูรทาสทมิฬพวกนี้กลับแข็งแกร่งมาก...
ตูม!!!
กิเลนยกเท้าที่เหมือนกีบหมาป่าขึ้น กระทืบลงไปอย่างแรง
เหนือความว่างเปล่าปรากฏย่างก้าวกิเลนเลือนราง เหยียบอสูรทาสทมิฬตายคาที่ไปหกตัวในพริบตา
จากนั้น กิเลนอ้าปาก พ่นลมหายใจวาตภัยไปอีกทิศทางหนึ่ง
ลมหายใจวาตภัยม้วนเอาอสูรทาสทมิฬแปดตัวเข้าไป
ลมหายใจอันรุนแรงฉีกกระชากอสูรทาสทมิฬแปดตัวจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปลิวว่อนสลายไปราวกับผงหมึก
อสูรทาสทมิฬอีกสิบเอ็ดตัวที่เหลือ ถูกลมหายใจอัคคี และหนามปฐพีของกิเลนจัดการเรียบ!
[กิเลน] เรียกได้ว่าเป็นสัตว์อัญเชิญที่ฮวาอี้พอใจที่สุดแล้ว
สายเลือดและพลังที่ดัดแปลงด้วยเนตรวงแหวนคู่ ทำให้ [กิเลน] ครอบครองทักษะเทพหลากหลายธาตุ
มิติ แสง สายฟ้า ไฟ ดิน น้ำ ลม ไม้... ทักษะเทพแต่ละธาตุที่ท่านครอบครอง น่ากลัวยิ่งกว่าวิชาอสูรของปีศาจในระดับเดียวกันเสียอีก!
อสูรทาสทมิฬถูกจัดการหมด สาวกชุดเทาสี่คนก็หมดฤทธิ์เดช
กิเลนพ่นก้อนสายฟ้าออกมา ระเบิดสาวกชุดเทาสี่คนจนกลายเป็นจุณ...
............
หลังจัดการทุกอย่างเสร็จ ฮวาอี้เดินไปตรงหน้าสวีเจ้าถิง
สวีเจ้าถิงรู้จักฮวาอี้ ตอนภัยพิบัติเมืองป๋อ หมาป่าปีกนิลกาฬถูกฆ่าตายได้ ฮวาอี้ถือเป็นคนที่มีความดีความชอบสูงสุด
ตอนประลองสัตว์อสูรเขาก็เห็นฮวาอี้ลงสนาม จำได้ในทันที
"จำใส่สมองไว้หรือยัง?" ฮวาอี้ก้มมองสวีเจ้าถิงที่เลือดท่วมตัวและเต็มไปด้วยบาดแผล:
"อยากจะแก้แค้น แกต้องดูด้วยว่าความแข็งแกร่งของตัวเองพอไหม รู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ได้ยังจะเสนอหน้าไปเจอ นี่ไม่ใช่การแก้แค้น มันคือความโง่เขลา คือการรนหาที่ตาย!
"ร่องรอยของลัทธิทมิฬหายไปแล้วยังหาใหม่ได้ ถ้าแกตาย ใครจะมาแก้แค้น?"
"ผะ... ผมผิดไปแล้วครับ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตครับ" สวีเจ้าถิงน้ำเสียงสำนึกผิด
เขาบาดเจ็บไปทั้งตัว ก็ไม่ได้โกรธแค้นที่ฮวาอี้จงใจรอให้เขาแพ้ก่อนค่อยลงมือ
เพราะเขาเข้าใจดีว่า นี่คือสิ่งที่เขาทำตัวเอง
"แกอ่อนแอเกินไป เรื่องลัทธิทมิฬในเมืองเซี่ยงไฮ้อย่ามาเกะกะเลย ฉันจะลงมือเอง... กลับไปซะ"
ฮวาอี้โยนเวทรักษาให้เขาทีหนึ่ง แล้วกระโดดขึ้นหลังกิเลน หายวับไปจากโรงงาน
มองดูทิศทางที่ฮวาอี้จากไป สวีเจ้าถิงกัดฟันแน่น
สักวันหนึ่ง ฉันจะต้องทำลายล้างลัทธิทมิฬด้วยมือตัวเอง...
............
จินหยวนอพาร์ตเมนต์
"พี่ฮวาอี้ ทำไมกลับมาดึกจังคะ?"
อ้ายถูถูเห็นฮวาอี้กลับบ้าน ก็พุ่งเข้าไปถูไถออเซาะทันที
"ก็ต้องไปสืบข่าว แล้วบังเอิญช่วยคนมาคนหนึ่ง..." ฮวาอี้ขยี้หัวเธอ:
"เด็กดี ไปเล่นตรงนู้นไป พี่จะไปอาบน้ำก่อน"
"เดี๋ยวค่ะ พี่ฮวาอี้ พี่เจียวเจียวอยู่..."
หลังจากฮวาอี้ผลักอ้ายถูถูออกไป ก็จะเอ่ยปากเตือนอะไรสักอย่าง
แต่สายไปเสียแล้ว ฮวาอี้เปิดประตูห้องน้ำดังแกร๊กเรียบร้อย
ในห้องน้ำ ไอน้ำลอยอบอวล
มู่หนูเจียวที่เปลือยเปล่าล่อนจ้อน มือเพิ่งจะแตะเสื้อผ้า ประตูก็ถูกเปิดออกดังแกร๊ก...
(จบแล้ว)