- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นจอมเวทเนตรคู่กู้โลกด้วยระบบสุดบั้ค กับเหล่าสาวงามตระกูลใหญ่
- บทที่ 5 - ศิษย์อาและศิษย์หลาน เดินท่ากิเลนเท่านั้น!
บทที่ 5 - ศิษย์อาและศิษย์หลาน เดินท่ากิเลนเท่านั้น!
บทที่ 5 - ศิษย์อาและศิษย์หลาน เดินท่ากิเลนเท่านั้น!
บทที่ 5 - ศิษย์อาและศิษย์หลาน เดินท่ากิเลนเท่านั้น!
พลังต้นกำเนิดระดับราชันย์ ฮวาอี้ใช้เวลาทั้งคืนกว่าจะผสานมันได้สำเร็จ และสร้างทักษะเทพใหม่ขึ้นมา:
[หัตถ์สวรรค์]
"สมกับเป็นต้นกำเนิดระดับราชันย์"
ฮวาอี้สัมผัสถึงพลังของทักษะเทพใหม่
ขีดจำกัดของต้นกำเนิดระดับราชันย์สูงมาก ด้วยขอบเขตพลังจิตในตอนนี้ของฮวาอี้ ยังแสดงพลังของ [หัตถ์สวรรค์] ออกมาได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนด้วยซ้ำ
แต่อยากจะตบอสูรระดับราชาสายเลือดแท้ให้ตายสักตัว ก็ยังเป็นเรื่องง่ายดาย...
.........
สามวันต่อมา วันรับน้อง
กิจกรรมรับน้องใหม่ ที่น่าตาดตารอคอยที่สุดก็คือการประลองสัตว์อสูร
การประลองสัตว์อสูรเรียกได้ว่าเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขตชิง
นักศึกษาเก่าเขตชิงจำนวนไม่น้อย หรือแม้แต่นักศึกษาเก่าเขตหลักที่ว่างงานก็ยังมาชมด้วย...
"พี่ฮวาอี้!"
หน้าสนามประลอง ติงอวี่เหมียนเห็นฮวาอี้อยู่ไม่ไกล
พอตะโกนเรียกชื่อเขา ก็พบว่าข้างกายหมอนี่ยังมีมู่หนูเจียว อ้ายถูถูอยู่ด้วย ความดีใจก็ค่อยๆ หายไปทันที
"จิ๊... ไหงบ้านไหนทำถังน้ำส้มสายชูคว่ำล่ะเนี่ย?" (หมายถึงหึงหวง)
ฮวาอี้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ติงอวี่เหมียน สูดจมูกฟุดฟิด
"พี่ฮวาอี้ พี่นิสัยเสียที่สุดเลย~~" ติงอวี่เหมียนพูดอย่างงอนๆ
"อย่าโกรธเลยน่า เธอก็รู้ว่าบ้านตระกูลมู่อยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยแค่ไหน"
"หนูไม่ได้โกรธสักหน่อย"
"ปากไม่ตรงกับใจ... ไป พวกเราเข้าไปข้างในด้วยกัน"
ฮวาอี้จูงมือเรียวของเธอ พาอีกสามสาวเดินเข้าสนามประลองไปด้วยกัน...
ในสนามประลอง ผู้คนแน่นขนัด
ตอนที่ฮวาอี้และน้องสาวทั้งสามเข้ามา การประลองก็เริ่มไปแล้ว
ที่นั่งติดกันสี่ที่หายากมาก
ถ้าไม่ใช่เพราะฮวาอี้ใช้พลังจิตอันแข็งแกร่งค้นหา เกรงว่าคงต้องหาเป็นสิบนาที
พอนั่งลง สัตว์อสูรทั้งเจ็ดของการประลองสัตว์อสูรก็ออกไปแล้วหก
เหลือเพียงคนเดียว นั่นก็คือโม่ฟาน
เมื่อโม่ฟานประกาศว่าจะสู้กับทุกธาตุ ท้าดวลคนสองร้อยคน
ทั้งสนามก็เดือดพล่าน ถึงจุดพีคทันที...
"พี่ฮวาอี้ หมอนั่นพอฟัดพอเหวี่ยงกับพี่เลยนะ" อ้ายถูถูอดพูดขึ้นไม่ได้
เธอยังไม่ลืมภาพที่ฮวาอี้เคยประกาศกร้าวในงานแลกเปลี่ยนสี่โรงเรียนทหาร ว่าจะใช้กำลังคนเดียวเป็นตัวแทนโรงเรียนทหารภาคใต้ ไล่ตบอีกสามโรงเรียนทหารที่เหลือ
ผลสุดท้ายก็เป็นอย่างที่ฮวาอี้พูดจริงๆ เทพขวางฆ่าเทพ พระขวางฆ่าพระ
แม้แต่เอ้ายเจียงถูที่ถูกยอมรับว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาอัจฉริยะจากสี่เขตทหาร ก็ยังถูกฮวาอี้ซ้อมจนน่วม...
ฮวาอี้ย่อมไม่ลืมเรื่องนั้น
เพียงแต่เขาจำได้แม่นว่า เพราะตัวเองซ่าเกินไป พอถูกอาจารย์เรียกตัวกลับไปก็โดนฝึกนรกแตก
อยากจะให้เขาจำใส่สมองว่าอะไรคือ 'ความอ่อนน้อมถ่อมตน'
จากนั้น ฮวาอี้ก็สำเร็จการฝึกนรกของอาจารย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แถมยังทำผลงานเกินคาด ด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรแค่ระดับกลางขั้นต้น ไล่ตบอสูรระดับขุนพลขั้นเลื่อนระดับจนยับเยิน
นับแต่นั้นมา ฮวาจั้นหงก็เลิกล้มความคิดที่จะให้ฮวาอี้รู้ว่าอะไรคือ 'ความอ่อนน้อมถ่อมตน' ไปเลย
ฮวาอี้ยิ้ม
"ดูต่อไปเถอะ จะเป็นมังกรหรือเป็นหนอน เดี๋ยวก็รู้"
.........
เวลาผ่านไปสักพัก
โม่ฟานยังคงอยู่บนสนาม จำนวนผู้ที่ถูกจัดการพุ่งไปถึงร้อยเอ็ดคน ใช้ความแข็งแกร่งทำลายทุกข้อกังขา
"หมอนี่ แข็งแกร่งน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!"
"จำนวนคนที่แพ้ทะลุร้อยแล้ว ดูจากแนวโน้มนี้ เขาอาจจะเอาชนะผู้ท้าชิงสองร้อยคนได้จริงๆ!"
"ชิบหายแล้ว! ทรัพยากรของทุกธาตุต้องยกให้เขา นั่นมันเงินมหาศาลขนาดไหนกันเชียว!"
"..."
บนอัฒจันทร์คนดู
"พี่ไปเล่นกับเขาหน่อยดีกว่า" จู่ๆ ฮวาอี้ก็เอ่ยปาก
"เอ๋?" อ้ายถูถูชะงัก:
"พี่ฮวาอี้ หนูนึกว่าพี่จะไม่ลงมือซะอีก!"
มู่หนูเจียวและติงอวี่เหมียนก็ทำหน้างง
ในความทรงจำของพวกเธอ ฮวาอี้ไม่มีทางแลตามองการต่อสู้ระดับต่ำแบบนี้หรอก
"ถ้าเป็นคนอื่นพี่คงไม่ลงมือ แต่กับเขาไม่ได้"
"ทำไมคะ?"
"พี่ต้องทำหน้าที่ของผู้อาวุโสหน่อย"
"..."
.........
ขณะที่ทุกคนกำลังโอดครวญอย่างหนัก
ร่างสีขาวร่างหนึ่งก็ไม่รู้โผล่มาจากไหน ก้าวขึ้นไปบนเวทีประลองสัตว์อสูร
แต่ทว่า ไม่มีใครสนใจ
แต่งตัวแบบนี้แถมขึ้นไปคนเดียว สงสัยคงเป็นพวกคุณชายรุ่นสองตระกูลไหนสักตระกูลอยากจะหาซีน...
แต่โม่ฟานที่อยู่บนสนามกลับไม่คิดแบบนั้น
พอเห็นคนคนนี้ เขาไม่มีสีหน้าหยิ่งยโสอีกต่อไป กลายเป็นเด็กดีในทันที
"สะ... ศิษย์อา?"
โม่ฟานเห็นเนตรวงแหวนคู่นั้น ก็ยืนยันตัวตนของผู้ท้าชิงคนนี้ได้ทันที
หนึ่งปีก่อน หมอนี่แหละที่มาเมืองป๋อ แล้วออกมายืนหยัดในยามภัยพิบัติมาเยือน
ร่วมมือกับลูกพี่จ่านคง สังหารหมาป่าปีกนิลกาฬ อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในภัยพิบัติครั้งนั้น!
หลังจบภัยพิบัติ ทั้งสองคนเคยเจอกันครั้งหนึ่ง คุยกันสั้นๆ ไม่กี่ประโยค
ที่ทำให้โม่ฟานงงมากก็คือ ความสัมพันธ์ของศิษย์อาคนนี้กับลูกพี่จ่านคงไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ สาเหตุลูกพี่จ่านคงก็ไม่ได้บอกเขา
ศิษย์พี่ศิษย์น้องจะร่วมมือกันจัดการหมาป่าปีกนิลกาฬ ก็เพราะศัตรูตัวฉกาจอยู่ตรงหน้า จะใช้อารมณ์ไม่ได้
ดังนั้น แม้ฮวาอี้กับจ่านคงจะไม่ถูกกัน แต่โม่ฟานก็มีความรู้สึกดีๆ ให้ศิษย์อาคนนี้ไม่น้อย...
"ฉันก็เป็นน้องใหม่เขตชิง ทำไมจะมาไม่ได้?" ฮวาอี้ยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
โม่ฟานได้ยินดังนั้น แทบจะสบถด่าออกมาแล้ว
แม่ม ถ้าตูรู้ว่าพี่ก็เป็นเด็กใหม่ ตูจะกล้าโชว์พาวท้าชนทั้งมหาลัยได้ไงวะ
พี่เล่นจัดการระดับจอมพลได้เลยนะเว้ย!!!
"ศิษย์อา เล่นใหญ่ไปมั้งครับ?" โม่ฟานยิ้มแห้งๆ
ฮวาอี้ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้:
"ช่วยไม่ได้ อาจารย์ก็สอนฉันบ่อยๆ ว่าอะไรคือความอ่อนน้อมถ่อมตน ฉันไม่ฟัง แกก็จับฉันไปฝึกพิเศษ
"จะให้ฟัง ฉันก็ฟังไม่เข้าหู ก็โดนลากไปฝึกพิเศษอยู่ดี
"แต่จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือ 'ความอ่อนน้อมถ่อมตน' รู้ไหมว่าทำไม?"
"ทำไมครับ?" โม่ฟานถามรับมุกเป็นอย่างดี
"เพราะฉันแข็งแกร่งพอไง!" ฮวาอี้หัวเราะร่า:
"ธรรมเนียมอันดีงามของสายเราจะให้ขาดตอนไม่ได้ อาจารย์ปู่แกเทศนาฉันเพราะฉันซ่าเกินไป งั้นฉันในฐานะศิษย์อา แน่นอนว่าปล่อยให้แกซ่าขนาดนี้ต่อไปไม่ได้"
โม่ฟานสิ้นหวังแล้ว ในใจแทบจะสรรเสริญบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของ 'อาจารย์ปู่' คนนั้น
"ฉันถึงจะไม่ถูกกับจ่านคง แต่ศิษย์หลานอย่างแกถูกชะตาฉันมาก" ฮวาอี้ชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว:
"ฉันก็จะไม่รังแกแก... ฉันจะเดินแค่สามก้าว ถ้าแกทนฉันเดินสามก้าวนี้ได้ถือว่าฉันแพ้ เป็นไง?"
แววตาที่สิ้นหวังของโม่ฟานจุดประกายความหวังขึ้นมาใหม่ ยิ้มว่า:
"ศิษย์อาอุตส่าห์เลือกขึ้นมาตอนผมจัดการครบหนึ่งร้อยคน ถือว่าให้เกียรติผมมากแล้ว ว่ายังไงก็ว่าตามนั้นครับ"
"งั้นแกเตรียมตัวให้ดีนะ ศิษย์หลานรักของฉัน"
พอนึกถึงสิ่งที่จะทำต่อไป มุมปากฮวาอี้ก็อดไม่ได้ที่จะยกขึ้น กดให้ลงยากยิ่งกว่าปืน AK
เขาขยับตัว ยกเท้าขึ้น
มิติเหนือศีรษะบิดเบี้ยวอย่างประหลาด พื้นที่ในสนามประลองเริ่มสั่นสะเทือน สั่นระริกให้กับมัน!
ก้าวแรกประทับลง
ราวกับกลองเทพถูกตีลั่น ความว่างเปล่าสั่นสะเทือนหึ่งๆ จวนเจียนจะแตกสลาย!
โม่ฟานรู้สึกเหมือนหัวตัวเองจะระเบิด วิญญาณแทบแตกซ่าน
ยังไม่ทันตั้งตัว คลื่นพลังความคิดอันทรงพลังสายหนึ่งก็กระแทกใส่เขาและหมาป่าวิญญาณคลั่งที่อยู่ข้างๆ
คลื่นพลังความคิดนี้ผลักเขาและหมาป่าวิญญาณคลั่งถอยหลังไปสิบกว่าเมตร ถึงจะหยุดลง...
.........
ที่นั่งประธาน
"ไอ้เด็กนี่..."
ผู้อำนวยการเสี่ยวดันแว่นตาหนาเตอะ เก็บภาพทุกอย่างในสนามประลองไว้ในสายตา
เขาเห็นชัดเจนว่า วินาทีที่ฮวาอี้ยกเท้าขึ้น เหนือน่านฟ้าสนามประลองได้ก่อตัวเป็นเท้าพญายักษ์แห่งมิติรูปร่างคล้ายเท้าหมาป่า!
เท้าพญายักษ์แห่งมิตินั้นไม่ได้เหยียบลงที่ตัวโม่ฟาน แต่เหยียบลงที่ตรงหน้าฮวาอี้
ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ป่านนี้โม่ฟานคงกระดูกป่นไปพร้อมกับหมาป่าวิญญาณคลั่งแล้ว
เพียงแต่ แค่แรงสะเทือนจากเท้าพญายักษ์แห่งมิตินั้น สำหรับโม่ฟานก็หนักหนาสาหัสเอาการแล้ว...
(จบแล้ว)