เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - ศิษย์อาและศิษย์หลาน เดินท่ากิเลนเท่านั้น!

บทที่ 5 - ศิษย์อาและศิษย์หลาน เดินท่ากิเลนเท่านั้น!

บทที่ 5 - ศิษย์อาและศิษย์หลาน เดินท่ากิเลนเท่านั้น!


บทที่ 5 - ศิษย์อาและศิษย์หลาน เดินท่ากิเลนเท่านั้น!

พลังต้นกำเนิดระดับราชันย์ ฮวาอี้ใช้เวลาทั้งคืนกว่าจะผสานมันได้สำเร็จ และสร้างทักษะเทพใหม่ขึ้นมา:

[หัตถ์สวรรค์]

"สมกับเป็นต้นกำเนิดระดับราชันย์"

ฮวาอี้สัมผัสถึงพลังของทักษะเทพใหม่

ขีดจำกัดของต้นกำเนิดระดับราชันย์สูงมาก ด้วยขอบเขตพลังจิตในตอนนี้ของฮวาอี้ ยังแสดงพลังของ [หัตถ์สวรรค์] ออกมาได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนด้วยซ้ำ

แต่อยากจะตบอสูรระดับราชาสายเลือดแท้ให้ตายสักตัว ก็ยังเป็นเรื่องง่ายดาย...

.........

สามวันต่อมา วันรับน้อง

กิจกรรมรับน้องใหม่ ที่น่าตาดตารอคอยที่สุดก็คือการประลองสัตว์อสูร

การประลองสัตว์อสูรเรียกได้ว่าเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขตชิง

นักศึกษาเก่าเขตชิงจำนวนไม่น้อย หรือแม้แต่นักศึกษาเก่าเขตหลักที่ว่างงานก็ยังมาชมด้วย...

"พี่ฮวาอี้!"

หน้าสนามประลอง ติงอวี่เหมียนเห็นฮวาอี้อยู่ไม่ไกล

พอตะโกนเรียกชื่อเขา ก็พบว่าข้างกายหมอนี่ยังมีมู่หนูเจียว อ้ายถูถูอยู่ด้วย ความดีใจก็ค่อยๆ หายไปทันที

"จิ๊... ไหงบ้านไหนทำถังน้ำส้มสายชูคว่ำล่ะเนี่ย?" (หมายถึงหึงหวง)

ฮวาอี้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ติงอวี่เหมียน สูดจมูกฟุดฟิด

"พี่ฮวาอี้ พี่นิสัยเสียที่สุดเลย~~" ติงอวี่เหมียนพูดอย่างงอนๆ

"อย่าโกรธเลยน่า เธอก็รู้ว่าบ้านตระกูลมู่อยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยแค่ไหน"

"หนูไม่ได้โกรธสักหน่อย"

"ปากไม่ตรงกับใจ... ไป พวกเราเข้าไปข้างในด้วยกัน"

ฮวาอี้จูงมือเรียวของเธอ พาอีกสามสาวเดินเข้าสนามประลองไปด้วยกัน...

ในสนามประลอง ผู้คนแน่นขนัด

ตอนที่ฮวาอี้และน้องสาวทั้งสามเข้ามา การประลองก็เริ่มไปแล้ว

ที่นั่งติดกันสี่ที่หายากมาก

ถ้าไม่ใช่เพราะฮวาอี้ใช้พลังจิตอันแข็งแกร่งค้นหา เกรงว่าคงต้องหาเป็นสิบนาที

พอนั่งลง สัตว์อสูรทั้งเจ็ดของการประลองสัตว์อสูรก็ออกไปแล้วหก

เหลือเพียงคนเดียว นั่นก็คือโม่ฟาน

เมื่อโม่ฟานประกาศว่าจะสู้กับทุกธาตุ ท้าดวลคนสองร้อยคน

ทั้งสนามก็เดือดพล่าน ถึงจุดพีคทันที...

"พี่ฮวาอี้ หมอนั่นพอฟัดพอเหวี่ยงกับพี่เลยนะ" อ้ายถูถูอดพูดขึ้นไม่ได้

เธอยังไม่ลืมภาพที่ฮวาอี้เคยประกาศกร้าวในงานแลกเปลี่ยนสี่โรงเรียนทหาร ว่าจะใช้กำลังคนเดียวเป็นตัวแทนโรงเรียนทหารภาคใต้ ไล่ตบอีกสามโรงเรียนทหารที่เหลือ

ผลสุดท้ายก็เป็นอย่างที่ฮวาอี้พูดจริงๆ เทพขวางฆ่าเทพ พระขวางฆ่าพระ

แม้แต่เอ้ายเจียงถูที่ถูกยอมรับว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาอัจฉริยะจากสี่เขตทหาร ก็ยังถูกฮวาอี้ซ้อมจนน่วม...

ฮวาอี้ย่อมไม่ลืมเรื่องนั้น

เพียงแต่เขาจำได้แม่นว่า เพราะตัวเองซ่าเกินไป พอถูกอาจารย์เรียกตัวกลับไปก็โดนฝึกนรกแตก

อยากจะให้เขาจำใส่สมองว่าอะไรคือ 'ความอ่อนน้อมถ่อมตน'

จากนั้น ฮวาอี้ก็สำเร็จการฝึกนรกของอาจารย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แถมยังทำผลงานเกินคาด ด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรแค่ระดับกลางขั้นต้น ไล่ตบอสูรระดับขุนพลขั้นเลื่อนระดับจนยับเยิน

นับแต่นั้นมา ฮวาจั้นหงก็เลิกล้มความคิดที่จะให้ฮวาอี้รู้ว่าอะไรคือ 'ความอ่อนน้อมถ่อมตน' ไปเลย

ฮวาอี้ยิ้ม

"ดูต่อไปเถอะ จะเป็นมังกรหรือเป็นหนอน เดี๋ยวก็รู้"

.........

เวลาผ่านไปสักพัก

โม่ฟานยังคงอยู่บนสนาม จำนวนผู้ที่ถูกจัดการพุ่งไปถึงร้อยเอ็ดคน ใช้ความแข็งแกร่งทำลายทุกข้อกังขา

"หมอนี่ แข็งแกร่งน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!"

"จำนวนคนที่แพ้ทะลุร้อยแล้ว ดูจากแนวโน้มนี้ เขาอาจจะเอาชนะผู้ท้าชิงสองร้อยคนได้จริงๆ!"

"ชิบหายแล้ว! ทรัพยากรของทุกธาตุต้องยกให้เขา นั่นมันเงินมหาศาลขนาดไหนกันเชียว!"

"..."

บนอัฒจันทร์คนดู

"พี่ไปเล่นกับเขาหน่อยดีกว่า" จู่ๆ ฮวาอี้ก็เอ่ยปาก

"เอ๋?" อ้ายถูถูชะงัก:

"พี่ฮวาอี้ หนูนึกว่าพี่จะไม่ลงมือซะอีก!"

มู่หนูเจียวและติงอวี่เหมียนก็ทำหน้างง

ในความทรงจำของพวกเธอ ฮวาอี้ไม่มีทางแลตามองการต่อสู้ระดับต่ำแบบนี้หรอก

"ถ้าเป็นคนอื่นพี่คงไม่ลงมือ แต่กับเขาไม่ได้"

"ทำไมคะ?"

"พี่ต้องทำหน้าที่ของผู้อาวุโสหน่อย"

"..."

.........

ขณะที่ทุกคนกำลังโอดครวญอย่างหนัก

ร่างสีขาวร่างหนึ่งก็ไม่รู้โผล่มาจากไหน ก้าวขึ้นไปบนเวทีประลองสัตว์อสูร

แต่ทว่า ไม่มีใครสนใจ

แต่งตัวแบบนี้แถมขึ้นไปคนเดียว สงสัยคงเป็นพวกคุณชายรุ่นสองตระกูลไหนสักตระกูลอยากจะหาซีน...

แต่โม่ฟานที่อยู่บนสนามกลับไม่คิดแบบนั้น

พอเห็นคนคนนี้ เขาไม่มีสีหน้าหยิ่งยโสอีกต่อไป กลายเป็นเด็กดีในทันที

"สะ... ศิษย์อา?"

โม่ฟานเห็นเนตรวงแหวนคู่นั้น ก็ยืนยันตัวตนของผู้ท้าชิงคนนี้ได้ทันที

หนึ่งปีก่อน หมอนี่แหละที่มาเมืองป๋อ แล้วออกมายืนหยัดในยามภัยพิบัติมาเยือน

ร่วมมือกับลูกพี่จ่านคง สังหารหมาป่าปีกนิลกาฬ อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในภัยพิบัติครั้งนั้น!

หลังจบภัยพิบัติ ทั้งสองคนเคยเจอกันครั้งหนึ่ง คุยกันสั้นๆ ไม่กี่ประโยค

ที่ทำให้โม่ฟานงงมากก็คือ ความสัมพันธ์ของศิษย์อาคนนี้กับลูกพี่จ่านคงไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ สาเหตุลูกพี่จ่านคงก็ไม่ได้บอกเขา

ศิษย์พี่ศิษย์น้องจะร่วมมือกันจัดการหมาป่าปีกนิลกาฬ ก็เพราะศัตรูตัวฉกาจอยู่ตรงหน้า จะใช้อารมณ์ไม่ได้

ดังนั้น แม้ฮวาอี้กับจ่านคงจะไม่ถูกกัน แต่โม่ฟานก็มีความรู้สึกดีๆ ให้ศิษย์อาคนนี้ไม่น้อย...

"ฉันก็เป็นน้องใหม่เขตชิง ทำไมจะมาไม่ได้?" ฮวาอี้ยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม

โม่ฟานได้ยินดังนั้น แทบจะสบถด่าออกมาแล้ว

แม่ม ถ้าตูรู้ว่าพี่ก็เป็นเด็กใหม่ ตูจะกล้าโชว์พาวท้าชนทั้งมหาลัยได้ไงวะ

พี่เล่นจัดการระดับจอมพลได้เลยนะเว้ย!!!

"ศิษย์อา เล่นใหญ่ไปมั้งครับ?" โม่ฟานยิ้มแห้งๆ

ฮวาอี้ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้:

"ช่วยไม่ได้ อาจารย์ก็สอนฉันบ่อยๆ ว่าอะไรคือความอ่อนน้อมถ่อมตน ฉันไม่ฟัง แกก็จับฉันไปฝึกพิเศษ

"จะให้ฟัง ฉันก็ฟังไม่เข้าหู ก็โดนลากไปฝึกพิเศษอยู่ดี

"แต่จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือ 'ความอ่อนน้อมถ่อมตน' รู้ไหมว่าทำไม?"

"ทำไมครับ?" โม่ฟานถามรับมุกเป็นอย่างดี

"เพราะฉันแข็งแกร่งพอไง!" ฮวาอี้หัวเราะร่า:

"ธรรมเนียมอันดีงามของสายเราจะให้ขาดตอนไม่ได้ อาจารย์ปู่แกเทศนาฉันเพราะฉันซ่าเกินไป งั้นฉันในฐานะศิษย์อา แน่นอนว่าปล่อยให้แกซ่าขนาดนี้ต่อไปไม่ได้"

โม่ฟานสิ้นหวังแล้ว ในใจแทบจะสรรเสริญบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของ 'อาจารย์ปู่' คนนั้น

"ฉันถึงจะไม่ถูกกับจ่านคง แต่ศิษย์หลานอย่างแกถูกชะตาฉันมาก" ฮวาอี้ชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว:

"ฉันก็จะไม่รังแกแก... ฉันจะเดินแค่สามก้าว ถ้าแกทนฉันเดินสามก้าวนี้ได้ถือว่าฉันแพ้ เป็นไง?"

แววตาที่สิ้นหวังของโม่ฟานจุดประกายความหวังขึ้นมาใหม่ ยิ้มว่า:

"ศิษย์อาอุตส่าห์เลือกขึ้นมาตอนผมจัดการครบหนึ่งร้อยคน ถือว่าให้เกียรติผมมากแล้ว ว่ายังไงก็ว่าตามนั้นครับ"

"งั้นแกเตรียมตัวให้ดีนะ ศิษย์หลานรักของฉัน"

พอนึกถึงสิ่งที่จะทำต่อไป มุมปากฮวาอี้ก็อดไม่ได้ที่จะยกขึ้น กดให้ลงยากยิ่งกว่าปืน AK

เขาขยับตัว ยกเท้าขึ้น

มิติเหนือศีรษะบิดเบี้ยวอย่างประหลาด พื้นที่ในสนามประลองเริ่มสั่นสะเทือน สั่นระริกให้กับมัน!

ก้าวแรกประทับลง

ราวกับกลองเทพถูกตีลั่น ความว่างเปล่าสั่นสะเทือนหึ่งๆ จวนเจียนจะแตกสลาย!

โม่ฟานรู้สึกเหมือนหัวตัวเองจะระเบิด วิญญาณแทบแตกซ่าน

ยังไม่ทันตั้งตัว คลื่นพลังความคิดอันทรงพลังสายหนึ่งก็กระแทกใส่เขาและหมาป่าวิญญาณคลั่งที่อยู่ข้างๆ

คลื่นพลังความคิดนี้ผลักเขาและหมาป่าวิญญาณคลั่งถอยหลังไปสิบกว่าเมตร ถึงจะหยุดลง...

.........

ที่นั่งประธาน

"ไอ้เด็กนี่..."

ผู้อำนวยการเสี่ยวดันแว่นตาหนาเตอะ เก็บภาพทุกอย่างในสนามประลองไว้ในสายตา

เขาเห็นชัดเจนว่า วินาทีที่ฮวาอี้ยกเท้าขึ้น เหนือน่านฟ้าสนามประลองได้ก่อตัวเป็นเท้าพญายักษ์แห่งมิติรูปร่างคล้ายเท้าหมาป่า!

เท้าพญายักษ์แห่งมิตินั้นไม่ได้เหยียบลงที่ตัวโม่ฟาน แต่เหยียบลงที่ตรงหน้าฮวาอี้

ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ป่านนี้โม่ฟานคงกระดูกป่นไปพร้อมกับหมาป่าวิญญาณคลั่งแล้ว

เพียงแต่ แค่แรงสะเทือนจากเท้าพญายักษ์แห่งมิตินั้น สำหรับโม่ฟานก็หนักหนาสาหัสเอาการแล้ว...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 5 - ศิษย์อาและศิษย์หลาน เดินท่ากิเลนเท่านั้น!

คัดลอกลิงก์แล้ว