- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นจอมเวทเนตรคู่กู้โลกด้วยระบบสุดบั้ค กับเหล่าสาวงามตระกูลใหญ่
- บทที่ 4 - กระดูกราชันย์ หัตถ์สวรรค์!
บทที่ 4 - กระดูกราชันย์ หัตถ์สวรรค์!
บทที่ 4 - กระดูกราชันย์ หัตถ์สวรรค์!
บทที่ 4 - กระดูกราชันย์ หัตถ์สวรรค์!
"ปู่หาผมมีธุระอะไรครับ?" ฮวาอี้ถาม
"อาจารย์แกให้คนส่งของสิ่งหนึ่งมา ให้ฉันช่วยส่งต่อให้แก" มู่จ้านซิงพูดพลางหยิบชิ้นส่วนกระดูกสีเทาขนาดเท่าฝ่ามือส่งให้เขา:
"อุปกรณ์เวทป้องกัน [กระดูกราชันย์] สมัยอาจารย์แกยังหนุ่ม บุกเดี่ยวเข้าไปในอาณาจักรอสูรทะเลใต้ สังหารราชาอสูรระดับราชันย์ สร้างชื่อเสียงจากการต่อสู้ครั้งเดียว!
"อุปกรณ์เวทป้องกันชิ้นนี้ ก็หลอมขึ้นมาจากกระดูกพิเศษของราชาอสูรทะเลระดับราชันย์ตนนั้นนั่นแหละ!"
"ปกติขี้เหนียวกับผมจะตาย ค่าขนมก็ต้องให้พี่เยว่จู๋ให้ ทำไมพอผมออกมาข้างนอกถึงได้ใจป้ำขนาดนี้เนี่ย"
ฮวาอี้รับอุปกรณ์เวทป้องกัน [กระดูกราชันย์] มา ปากก็บ่นพึมพำ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่น
สัมผัสได้ถึงต้นกำเนิดระดับราชันย์ในอุปกรณ์เวทป้องกันชิ้นนี้ น้ำลายแทบไหล!
นี่นับเป็นต้นกำเนิดที่ทรงพลังที่สุดที่เขาเคยสัมผัสมาจนถึงตอนนี้เลย...
"อาจารย์แกมักจะพูดว่า ความลำบากจะสร้างคนให้เป็นยอดคน... แกเองก็ถือว่าผ่านความลำบากมาแล้วสินะ!" มู่จ้านซิงอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
จากนั้น มู่จ้านซิงก็กระแอมสองที:
"เอ่อ เสี่ยวอี้ ปู่เห็นว่าสองวันมานี้หนูเจียวกับหนูชินเข้ากับแกได้ดี แกคิดว่าพวกหล่อนเป็นยังไงบ้าง?"
"ดีมากครับ! น้องเจียวหุ่นดี อ่อนโยนเป็นแม่บ้านแม่เรือน น้องชินไอคิวอีคิวสูง รอบคอบถี่ถ้วน" ฮวาอี้ตอบทันควัน
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ แกกับหนูเจียวหรือหนูชิน มีแผนจะพัฒนาความสัมพันธ์กันบ้างไหม?" มู่จ้านซิงถามจี้ต่อ
ฮวาอี้เข้าใจความหมายของมู่จ้านซิงทันที:
"ปู่มู่ พวกเรายังเด็กอยู่นะครับ"
ได้ยินคำนี้ มู่จ้านซิงเริ่มไม่พอใจ ส่งเสียง "จิ๊" ออกมา:
"แกกับหนูเจียวจะยี่สิบอยู่แล้ว หนูชินก็เด็กกว่าแกแค่ปีเดียว แต่ก็บรรลุนิติภาวะแล้ว!
"คิดดูสมัยฉันจีบกับย่าของพวกหล่อน ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยด้วยซ้ำ!"
พูดเหมือนตอนผมไปจีบหลานสาวปู่ ผมบรรลุนิติภาวะแล้วงั้นแหละ... ฮวาอี้บ่นอุบในใจ แล้วพูดต่อ:
"คำพูดของปู่ผมเข้าใจครับ แต่ตอนนี้ผมเห็นพวกเธอเป็นแค่น้องสาว การพัฒนาในอนาคตผมก็พูดไม่ได้
"แต่ผมสัญญากับปู่ได้เลยว่า ผมจะรับผิดชอบต่อพวกเธอในฐานะพี่ชายตลอดไป!"
พูดมาถึงขั้นนี้แล้ว มู่จ้านซิงก็พูดอะไรมากไม่ได้ ได้แต่จำยอม:
"ช่างเถอะๆ ลูกหลานก็มีวาสนาของลูกหลาน แต่ตาแก่อย่างฉันวางใจเรื่องนังหนูชินไม่ได้ที่สุด
"หล่อนปลุกพลังล้มเหลว เป็นจอมเวทไม่ได้ อยากจะหาคนที่ไว้ใจได้ฝากฝัง แต่หล่อนดันติดแกแจขนาดนั้น
"ในเมื่อแกพูดแบบนี้ ตาแก่อย่างฉันก็จะไม่ไปยุ่งวุ่นวายแทนหล่อนแล้ว
"เสี่ยวอี้ ไม่ได้มาเยี่ยมบ้านตระกูลมู่เกือบปีแล้ว... ดื่มกับปู่สักสองแก้วไหม?"
ฮวาอี้รีบโบกมือปฏิเสธรัวๆ:
"ดื่มไม่ได้ครับ ดื่มไม่ได้ ตอนบ่ายผมต้องไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยหมิงจู"
"หือ? น่าเสียดายจัง ปู่กะว่าจะเอาเหล้าเก่าที่หมักมาสามสิบปีออกมาจิบสักสองแก้วเชียว"
"ปู่มู่ จริงๆ แล้ว... ดื่มสักสองแก้วก็ไม่เสียหายอะไรครับ"
"..."
............
มหาวิทยาลัยหมิงจู
ฮวาจั้นหงเขียนจดหมายแนะนำตัวส่งให้ผู้อำนวยการเสี่ยวตั้งนานแล้ว
แต่ฮวาอี้คิดว่ารอให้เปิดเทอมค่อยไปรายงานตัวก็ไม่สาย เลยดึงเชงมาตลอดไม่ได้ให้คำตอบที่แน่นอน
เมื่อวานถือว่าได้อยู่เป็นเพื่อนพวกพี่สาวน้องสาวที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจนครบแล้ว ฮวาอี้ถึงได้เก็บใจมารายงานตัวที่มหาวิทยาลัย...
"ผู้อำนวยการเสี่ยว!"
ฮวาอี้เดินเข้ามาในห้องทำงานของผู้อำนวยการเสี่ยว ราวกับกลับมาบ้านตัวเอง แล้วทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาทันที
อืม... หนุนตักนุ่มๆ ของหญิงสาวเสียด้วย
"อุ๊ย! น้องอวี่เหมียนก็อยู่ด้วยเหรอ?" ฮวาอี้ทำหน้า 'ประหลาดใจ'
"พี่ฮวาอี้"
ติงอวี่เหมียนหน้าแดง
เธอสงสัยว่าฮวาอี้จงใจ แต่เธอไม่มีหลักฐาน...
"ได้ยินว่าเธอจะมา อวี่เหมียนก็มารอเธอตั้งแต่เที่ยงแล้ว"
ผู้อำนวยการเสี่ยวในชุดคลุมนักเวทสีขาว ยิ้มอย่างใจดี
"ไม่ได้เจอน้องอวี่เหมียนตั้งเกือบปี กลายเป็นสาวสวยสะพรั่งไปอีกคนแล้วสิเนี่ย" ฮวาอี้จ้องมองดวงตาสวยของเธอพลางยิ้ม
"อีกคน?" ติงอวี่เหมียนหุบยิ้มทันที
แย่ล่ะ หลุดปาก... ฮวาอี้ลุกขึ้นนั่ง เปลี่ยนเรื่องคุย:
"ผู้อำนวยการเสี่ยว ผมมารายงานตัวครับ!"
ติงอวี่เหมียนแค่นเสียงเบาๆ ไม่พอใจในใจ พี่ฮวาอี้ไปหาผู้หญิงอื่นมาก่อนอีกแล้ว!
ผู้อำนวยการเสี่ยวชินกับการกระทำของฮวาอี้แล้ว จึงยิ้มว่า:
"ได้ยินว่าเธอจะมา ทำเอาฉันตกใจเลยนะ ปฏิเสธคำเชิญที่เขียนด้วยลายมือตัวเองของผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยตี้ตู แล้ววิ่งมาที่หมิงจูของฉัน เธอนน่าจะเป็นคนแรกเลย"
ได้ยินคำว่าผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยตี้ตู สีหน้าฮวาอี้ก็ไม่ค่อยดีนัก:
"ตาแก่นั่นให้ผมไปหา ไม่กลัวผมไปพังมหาวิทยาลัยตี้ตูรึไง!"
เขาพูดต่อ:
"อย่าไปพูดถึงตาแก่ซวยๆ นั่นเลยครับ ผู้อำนวยการเสี่ยว จัดผมไปอยู่คณะธาตุไฟเถอะครับ"
"คณะธาตุไฟ?" ผู้อำนวยการเสี่ยวชะงัก
ติงอวี่เหมียนได้สติ ร้องด้วยความดีใจ:
"พี่ฮวาอี้ พี่ทะลวงระดับสูงแล้วเหรอคะ?"
"เพิ่งทะลวงได้ไม่นาน เพื่อที่จะได้เห็นหน้าน้องอวี่เหมียนทุกวัน พี่อุตส่าห์ไปปลุกพลังธาตุไฟเพื่อเธอโดยเฉพาะเลยนะ"
ฮวาอี้ยกมือขึ้นบีบแก้มขาวอมชมพูของเธอ
พี่ฮวาอี้ดีจัง... ติงอวี่เหมียนจู่ๆ ก็ปัดมือเขาออก ตีหน้าขรึม:
"หนูเป็นนักศึกษาเขตหลักธาตุไฟแล้ว พี่ฮวาอี้ถือว่าเป็นน้องใหม่เขตชิง ต้องเรียกหนูว่ารุ่นพี่นะคะ!"
"หา?"
ฮวาอี้หันไปมองผู้อำนวยการเสี่ยว
ฝ่ายหลังยิ้มใจดี:
"เป็นแบบนั้นแหละ"
"คนละเรื่องกัน วันนี้เธอก็ยังเป็นน้องอวี่เหมียนของพี่อยู่ดี"
"พี่ฮวาอี้ขี้โกง~~"
"อะแฮ่ม..."
ผู้อำนวยการเสี่ยวกระแอมสองที
นักศึกษาสมัยนี้ไม่รู้จักกาละเทศะเอาซะเลย
มาโปรยอาหารหมาในห้องทำงานผู้อำนวยการต่อหน้าผู้อำนวยการ ใช้ได้ที่ไหน!
"เสี่ยวอี้ ฉันจัดเธอไปอยู่ธาตุไฟแล้ว อีกสองวันเปิดเทอมก็ไปรายงานตัวได้เลย"
ผู้อำนวยการเสี่ยวยิ้ม: "เธอมาเรียนที่หมิงจูของฉัน ฉันในฐานะผู้อำนวยการยังไงก็ต้องแสดงน้ำใจหน่อย ให้เวลาฝึกฝนในหอคอยสามขั้นตอนเจ็ดวัน เป็นไง?"
เดิมทีฮวาอี้ต้องไปมหาวิทยาลัยตี้ตู แต่เพราะมีเรื่องขัดแย้งกับซงเฮ่อ ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยตี้ตู เลยเลือกมาที่หมิงจู
พรสวรรค์และความแข็งแกร่งของฮวาอี้ ผู้อำนวยการเสี่ยวเห็นมากับตา คนเก่งแบบนี้ คุ้มค่าที่เขาจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ตั้งแต่แรกเจอ...
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ขอบคุณผู้อำนวยการเสี่ยวล่วงหน้าครับ พอดีธาตุมิติของผมก็ใกล้จะทะลวงระดับสูงแล้วเหมือนกัน" ฮวาอี้กล่าว
ฮวาอี้ก็มีพรสวรรค์ในการปลุกพลังได้สองธาตุทุกครั้งเหมือนกัน
ตอนนี้ธาตุความโกลาหลของเขาอยู่ระดับสูงขั้นที่หนึ่ง ธาตุมิติระดับกลางขั้นสูงสุด
ธาตุจิตใจและธาตุอัญเชิญระดับกลางขั้นที่สาม
ธาตุรักษาและธาตุไฟเพิ่งปลุกพลังได้ไม่กี่วัน
"อีกสองวันจะมีการประลองสัตว์อสูร สนใจไปร่วมสนุกหน่อยไหม แล้วค่อยไปหอคอยสามขั้นตอน?" ผู้อำนวยการเสี่ยวเสนอ
"ร่วมสนุกเหรอ... ก็ได้ครับ"
ฮวาอี้พยักหน้า รับปากตกลง
ตอนนี้ยังไม่เปิดเทอม ถ้าเขาไปหอคอยสามขั้นตอนเลย มันก็จะผิดกฎ...
............
อยู่เป็นเพื่อนน้องสาวแสนดีติงอวี่เหมียนจนถึงตอนเย็น ให้เธอพอใจแล้ว ฮวาอี้ถึงได้กลับตระกูลมู่
พี่น้องตระกูลมู่และอ้ายถูถูพักผ่อนกันหมดแล้ว เขาเลยไม่ต้องเสียเวลาไปอยู่เป็นเพื่อน
รีบร้อนกลับไปที่ห้อง...
"ต้นกำเนิดของระดับราชันย์แข็งแกร่งกว่าระดับจอมพลไม่รู้กี่เท่า หวังว่าจะใช้เวลาไม่นานเกินไปนะ"
ฮวาอี้หยิบอุปกรณ์เวทป้องกัน [กระดูกราชันย์] ที่อาจารย์ฮวาจั้นหงส่งมาให้ออกมา
คว้าหมับ หลอมรวมทันที (อย่างช้าๆ)!
เนตรวงแหวนคู่สีม่วงเปล่งประกายแสงเทพ ตาขวาเปล่งแสงสีดำทมิฬ ตาซ้ายหมุนวนด้วยแสงสีขาว!
พลังหยินหยาง คือการทำลายล้าง และการเกิดใหม่!
พลังหยินสีดำห่อหุ้มอุปกรณ์เวทป้องกัน [กระดูกราชันย์] ค่อยๆ ย่อยสลายมัน แยกส่วนเป็นสสารต้นกำเนิด
จากนั้น พลังหยางสีขาวก็เริ่มผสานต้นกำเนิดนี้ โดยใช้ปณิธานของฮวาอี้เป็นทิศทาง เริ่มสร้างทักษะเทพใหม่:
[หัตถ์สวรรค์]
(จบแล้ว)