- หน้าแรก
- จุติราชันเซียน หนึ่งลมหายใจผูกชะตาแผ่นดิน
- บทที่ 29 หลินโม่ผู้ตื่นตะลึงและสับสน โดนวางยาหรือเปล่าเนี่ย? นักเรียนพิเศษของหลินซีเยว่
บทที่ 29 หลินโม่ผู้ตื่นตะลึงและสับสน โดนวางยาหรือเปล่าเนี่ย? นักเรียนพิเศษของหลินซีเยว่
บทที่ 29 หลินโม่ผู้ตื่นตะลึงและสับสน โดนวางยาหรือเปล่าเนี่ย? นักเรียนพิเศษของหลินซีเยว่
บทที่ 29 หลินโม่ผู้ตื่นตะลึงและสับสน โดนวางยาหรือเปล่าเนี่ย? นักเรียนพิเศษของหลินซีเยว่
แน่นอนว่าหลินโม่ย่อมไม่มีทางล่วงรู้บทสนทนาที่เกิดขึ้นตามมาระหว่างซือคงหยางและซูชิงหาน
ไม่อย่างนั้น เขาคงได้บ่นอุบเดี๋ยวนั้นเลยว่าบทมันจะละครเกินไปแล้ว
ในเวลานี้ เขากำลังนั่งอยู่ในห้องพักเล็กๆ ของตัวเอง มองดูกองสิ่งของที่ซือคงหยางยัดเยียดใส่มือมาให้ และยิ่งมองเขาก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนอื่น พักเรื่องอื่นไว้ก่อน แค่ 'แหวนมิติ' โบราณที่สวมอยู่บนนิ้ววงนี้ ก็ทำเอาเขาหนังหัวชาวาบแล้ว
นั่นเป็นเพราะตอนที่เขาลองส่ง 'จิตสัมผัส' เข้าไปสำรวจในแหวน เขาต้องตกใจจนแทบสิ้นสติกับพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขตภายในนั้น
"คุณพระช่วย พื้นที่ในแหวนวงนี้เผลอๆ จะยัดภูเขาลูกเล็กๆ เข้าไปได้สักสองสามลูกเลยกระมัง?"
ใช่แล้ว มันเว่อร์วังขนาดนั้นเลยแหละ
ต้องรู้ก่อนนะว่า 'ถุงมิติ' ที่ทางสำนักแจกจ่ายให้ศิษย์สายในทุกคนเหมือนกันหมดนั้น มีพื้นที่ภายในจุได้แค่ประมาณห้าสิบถึงหกสิบลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
ส่วนหลินโม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไงน่ะเหรอ?
แน่นอนว่าขากลับ เขาแวะไปที่หอการคลังเพื่อเบิกสวัสดิการของศิษย์สายในที่เขาควรจะได้รับ แล้วก็จัดการเปรียบเทียบด้วยตัวเองเรียบร้อยแล้ว
ผลจากการเปรียบเทียบ เขาค้นพบว่าความแตกต่างของขนาดพื้นที่ระหว่างแหวนมิติของเขากับถุงมิติอันน่าสงสารใบนั้น เมื่อเอามาวางเทียบกันแล้ว มันก็เหมือนกับเอาคฤหาสน์หรูมาเทียบกับบ้านสุนัขชัดๆ
"พื้นที่เก็บของในแหวนมิติปกติมันใหญ่ขนาดนี้ทุกวงเลยเหรอ?"
"หรือว่าเป็นเพราะวงที่อาจารย์มอบให้นี้ เป็นของระดับสูงเป็นพิเศษ?"
หลินโม่ไม่เข้าใจ
ก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงศิษย์รับใช้ระดับล่าง สมบัติทั้งเนื้อทั้งตัวยัดใส่ย่ามใบเดียวก็หมดแล้ว ไม่เคยได้สัมผัสของไฮโซอย่างแหวนมิติมาก่อน ย่อมไม่เข้าใจความลึกซึ้งของมัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีถุงมิติเป็นตัวเปรียบเทียบ เขาก็พอจะเดาได้คร่าวๆ ว่าระดับของแหวนบนนิ้วมือนี้ ต้องไม่ใช่ 'ระดับต่ำ' อย่างแน่นอน
แต่ทว่า ซือคงหยางกลับโยนมันให้เขาหน้าตาเฉย โดยไม่แม้แต่จะกระพริบตาด้วยซ้ำ
เรื่องนี้ทำเอาเขางงเป็นไก่ตาแตกจริงๆ
"ช่างเถอะ คิดไปก็ปวดหัว"
"ในเมื่อเป็นความหวังดีของท่านอาจารย์ งั้นฉันก็จะขอใช้มันอย่างสบายใจเฉิบก็แล้วกัน"
ถ้าคิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิด หลินโม่ไม่ใช่คนชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่แล้ว
ทันใดนั้น เพียงแค่เขานึกคิด สมบัติวิเศษสามชิ้นที่แผ่คลื่นพลังจางๆ ก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าตรงหน้า
กระบี่ยาวขอบเขียว, คันธนูยาวสีดำสนิท, และหอกยาวสีเงินยวบ
"ดูไม่ธรรมดาทุกชิ้นเลยแฮะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นระดับไหน"
ความรู้ของหลินโม่มีจำกัด เขาดูไม่ออกเลยว่าสมบัติวิเศษสามชิ้นนี้ตื้นลึกหนาบางแค่ไหน
แต่ไม่เป็นไร แค่ทำพิธีหยดเลือดผูกพันธสัญญา ข้อมูลของสมบัติวิเศษก็จะปรากฏขึ้นมาเอง
ดังนั้น หลินโม่จึงรีบทำการผูกพันธสัญญากับสมบัติวิเศษทั้งสามชิ้นทีละชิ้น
และแล้ว เขาก็ต้องช็อกตาตั้ง
"บัดซบ!"
"เอาจริงดิ?!"
"ศาสตราวุธวิญญาณระดับสูงสองชิ้น กับสมบัติวิเศษระดับต่ำอีกหนึ่งชิ้นเนี่ยนะ?!"
หลินโม่ถึงกับอึ้งกิมกี่
แม้ความรู้จะหางอึ่ง แต่เขาเคยได้ยินข่าวลือในสำนักมาบ้างว่า แม้แต่ปรมาจารย์เซียนใน 'ขอบเขตจินตาน' ทั่วไป ส่วนใหญ่ก็ยังใช้แค่ศาสตราวุธวิญญาณระดับสูงเป็นอาวุธคู่กาย
และของระดับ 'สมบัติวิเศษ' นั้น เป็นสิ่งที่ต้องระดับเฒ่าสัตว์ประหลาดใน 'ขอบเขตหยวนอิง' เท่านั้นถึงจะมีครอบครอง!
แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่?
ทำไมท่านอาจารย์ที่ได้มาแบบฟลุ๊คๆ ของเขา ถึงสามารถหยิบของระดับ 'โกงสวรรค์' แบบนี้ออกมาแจกได้หน้าตาเฉย?
แถมยังให้ทีเดียวสามชิ้น?
"นี่มันจะเกินเรื่องไปหน่อยไหม อย่างมากท่านอาจารย์ก็แค่อยู่ขอบเขตจินตานไม่ใช่เหรอ?"
"ทำไมถึงได้รวยล้นฟ้าขนาดนี้?"
"แล้วนี่เล่นเปย์จนหมดหน้าตักเลยหรือเปล่าเนี่ย? กะจะไม่เก็บไว้ใช้ชีวิตบั้นปลายบ้างเลยเหรอ?"
หลินโม่ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน เขารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ต่อให้ซือคงหยางจะเชื่อว่าเขามีกายาพิเศษ หนึ่งในล้าน และมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมาเอาอกเอาใจกันขนาดนี้เลยไม่ใช่เหรอ?
การลงทุนครั้งนี้มันดูทุ่มหมดหน้าตักเกินไปหน่อย
"ผิดปกติ เรื่องผิดปกติย่อมมีเลศนัย หรือว่าฉันโดนวางยาเข้าแล้ว?"
"ดูเหมือนฉันต้องหาโอกาสตะล่อมถามอาจารย์หน่อยแล้วแฮะ"
สีหน้าของหลินโม่เคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย
เขารู้สึกว่าการกระทำของซือคงหยางน่าจะมีความนัยแอบแฝง
ของพวกนี้ตอนนี้ดูเหมือนเผือกร้อนลวกมือ
ตราบใดที่ยังไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของซือคงหยาง เขาคงไม่กล้าหยิบมาใช้อย่างสบายใจแน่
ดังนั้น หลินโม่จึงเก็บสมบัติวิเศษทั้งหมดกลับเข้าไปในแหวนมิติชั่วคราว
เขาตัดสินใจว่าก่อนที่จะเคลียร์เรื่องนี้กับซือคงหยางให้รู้เรื่อง เขาขอปิดผนึกของที่เกินความเข้าใจพวกนี้ไว้ก่อนดีกว่า
หลังจากนั้น เขาก็เริ่มหันมาสนใจธุระหลัก
เขาหยิบตำราพื้นฐานการปรุงยาที่ซูชิงหานให้มาออกมาจากแหวน และเริ่มโครงการ "แปลภาษา" ที่คุ้นเคย
ไม่นานนัก ตำราปรุงยาเบื้องต้นฉบับแปลภาษาต้าเซี่ยก็เสร็จสมบูรณ์ร้อนๆ จากเตา
"เอ่อ... ไอ้เล่ม 'ภาพประกอบร้อยสมุนไพรวิญญาณ ฉบับอธิบายพื้นฐาน' นี่เอาวางไว้ก่อนละกัน"
"ยังไงซะสมุนไพรวิญญาณที่บันทึกอยู่ในนี้ ก็ไม่มีทางงอกบนแผ่นดินต้าเซี่ยได้อยู่แล้ว"
หลังจากโยนตำราที่ยังไม่จำเป็นเล่มนี้กลับเข้าไปในแหวนมิติอย่างไม่ไยดี หลินโม่ก็เริ่มติดต่อหาหลินซีเยว่ด้วยความกระตือรือร้น...
...
ณ ดาวลานซิง, ประเทศต้าเซี่ย
ในห้องฝึกซ้อมลับสุดยอดภายในฐานทัพใต้ดิน
หลินซีเยว่ยืนเท้าเอว วางมาดเข้มงวด คอยควบคุมดูแลนักเรียนพิเศษทั้งหกคนที่อยู่กลางลานฝึก
"ไม่ได้ๆ ท่านปู่ทวดสาม ท่าผิดแล้ว ผิดหมดเลย!"
"ยกแขนขวาขึ้นอีกสามสิบองศา... หนูไม่ได้ให้ปู่มาระบำนะ!"
"อ่า ใช่ๆ แบบนั้นแหละ ค้างไว้ ห้ามขยับ!"
"ผู้เฒ่าสี่ ผู้เฒ่าสี่คะ?"
"ทำไมตาปรือแบบนั้น?"
"ห้ามหลับในเด็ดขาดนะ!"
"ไม่อย่างนั้นถ้าจัดท่าผิดแล้วเกิดธาตุไฟเข้าแทรก กระดูกหักขึ้นมามันจะทรมานนะ!"
"แล้วก็พ่อกับแม่ ห้ามกระซิบคุยกันแล้วอู้นะ!"
"ยังอยากจะเป็นผู้ฝึกตนตัวจริงเร็วๆ ไหม?"
"ดูท่านผู้เฒ่าใหญ่กับท่านปู่ทวดสองสิ ท่านจัดท่าได้เป๊ะมาก เอาอย่างท่านบ้าง!"
หลินกั๋วฮุยที่กำลังกัดฟันฝืนทำท่าทางขัดเกลากายาอันพิสดาร เงยหน้ามองลูกสาวที่กำลังสั่งการอยู่เบื้องบนด้วยความรู้สึกน้ำตาตกใน
ลูกสาวจ๋า ลูกพูดน่ะมันง่าย!
ท่าทางของวิชาขัดเกลากายานี้แต่ละท่ามันพิสดารหลุดโลกทั้งนั้น กระดูกแก่ๆ ของพวกเขาจะไปทำได้ง่ายๆ ได้ยังไง?
อันที่จริง ตอนที่เหล่าผู้เฒ่าทั้งสี่ซึ่งมีอายุรวมกันเกือบสามร้อยปีเริ่มฝึกครั้งแรก พวกเขาแทบจะล้มพับไปกองกับพื้นพร้อมกันเพราะการเคลื่อนไหวที่หักโหมเกินไป
ถ้าไม่ได้หลินซีเยว่หัวไว รีบส่งพลังปราณเข้าไปประคองชีพจรและเลือดลมในร่างกายของพวกเขาไว้ทัน ทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าของชาติทั้งสี่ท่านนี้คงได้พลีชีพในหน้าที่ไปแล้ว!
"ลูกสาว..."
"ร่างกายของพวกเราเทียบกับพวกทหารหนุ่มยอดฝีมือข้างนอกที่แข็งแรงเหมือนลูกวัวไม่ได้หรอกนะ"
"จะให้ทำได้เป๊ะๆ ในเวลาสั้นๆ แบบนี้มันยากจริงๆ!"
"อีกอย่าง พ่อเห็นหน้าผู้เฒ่าสี่ซีดหมดแล้ว ให้ท่านพักหน่อยเถอะ!"
เฉินเหม่ยเองก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะขอร้องลูกสาว
"โธ่ แม่คะ อย่ามาหาข้ออ้าง"
"นี่มันยังห่างไกลจากขีดจำกัดของร่างกายแม่มาก!"
"มีหนูเฝ้าอยู่ตรงนี้ รับรองว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด"
"ผู้เฒ่าสี่แค่เลือดลมสูบฉีดขึ้นหน้า เลยทำให้หน้ามืดง่วงนอนนิดหน่อย ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"
หลินซีเยว่โบกมือ คำพูดของเธอทำเอาทั้งหกคนด้านล่างยิ้มแห้งๆ อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม พวกเขารู้ดีว่าหลินซีเยว่ทำไปก็เพราะหวังดี
อันที่จริง ด้วยสภาพร่างกายของพวกเขา ตามปกติแล้วการจะก้าวเข้าสู่ 'ขอบเขตขัดเกลากายา' ได้สำเร็จในเวลาสั้นๆ นั้นเป็นเรื่องยากมาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
แต่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หลินซีเยว่เจียดเวลามาดูแลพวกเขาเป็นพิเศษทุกวัน ใช้พลังปราณอันล้ำค่าของเธอช่วยบำรุงและปรับปรุงสมรรถภาพร่างกายให้ ทำให้พวกเขามีโอกาสที่จะก้าวข้ามธรณีประตูแห่งการบำเพ็ญเพียรได้
ดังนั้น รวมทั้งท่านผู้เฒ่าสูงสุดด้วย ทั้งหกคนจึงไม่มีใครอยากทำให้หลินซีเยว่ผิดหวัง
ยิ่งไปกว่านั้น หากพวกเขาสามารถเข้าสู่ขอบเขตขัดเกลากายาได้จริงๆ ประโยชน์ที่จะได้รับย่อมประเมินค่าไม่ได้
ไม่นาน หนึ่งชั่วโมงก็ผ่านไป ทั้งหกคนที่อยู่ที่นั่นยังคงกัดฟันสู้ต่อไป
ทันใดนั้น หลินซีเยว่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรีบสั่งหยุดการฝึกทันที
"อ๊ะ พี่ชายติดต่อมาพอดีเลย!"
"เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญค่ะ"
"งั้นทุกคน วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ หนูขอตัวไปคุยธุระกับพี่ชายก่อน"
พอได้ยินหลินซีเยว่พูดแบบนี้ ท่านผู้เฒ่าสูงสุดที่แทบจะเป็นลมล้มพับเพราะความเหนื่อยล้า ก็กระเด้งตัวขึ้นมาแล้วรีบพูดรัวเร็ว
"ซีเยว่ รีบไปเถอะ ธุระสำคัญต้องมาก่อน!"
หลินซีเยว่พยักหน้า ร่างของเธอวูบไหวหายไปจากจุดเดิม มุ่งหน้าไปยังห้องส่วนตัวของเธอ
เธอกำลังเตรียมจะถามหลินโม่ว่ามีเรื่องสำคัญอะไรจะบอกเธอกันแน่