เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 731 แม่คะ คุณเคยได้ยินคำว่าลูกผลาญสมบัติไหม

บทที่ 731 แม่คะ คุณเคยได้ยินคำว่าลูกผลาญสมบัติไหม

บทที่ 731 แม่คะ คุณเคยได้ยินคำว่าลูกผลาญสมบัติไหม


บทที่ 731 แม่คะ คุณเคยได้ยินคำว่าลูกผลาญสมบัติไหม

คนที่ว่านซุ่ยส่งคลิปเสียงไปให้เป็นคนที่เธอคัดเลือกมาอย่างดี เขาเป็นเจ้าของสื่อออนไลน์ช่องหนึ่งในเจียวโจวที่ชอบขุดคุ้ยเรื่องฉาวของเหล่าเศรษฐีไร้คุณธรรม

หลายคนเกลียดเจ้าของสื่อออนไลน์ช่องนั้นเข้ากระดูกดำ แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้

ชายผู้นี้มีคนหนุนหลังอยู่ ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้

ว่านซุ่ยจับตาดูเขามานานแล้ว เธอจึงติดตามบัญชีโต้วอินของเขาและส่งข้อความส่วนตัวไปให้

ชายคนนั้นกำลังกลุ้มใจเรื่องที่ไม่มีเนื้อหามาทำคลิปพอดี นี่จึงเปรียบดั่งสวรรค์ประทานหมอนมาให้คนง่วงนอน เขาไม่รอช้ารีบอัดคลิปวิดีโอทันที ไม่เพียงแต่ใส่คลิปเสียงนี้เข้าไป แต่ยังวิพากษ์วิจารณ์เหล่าตระกูลใหญ่เก่าแก่ที่ยังคงยึดมั่นในค่านิยมเชิดชูชายเหยียดหญิงอย่างเผ็ดร้อน พวกเขาตามใจลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจนปล่อยให้รังแกพี่น้องผู้หญิงของตัวเอง ทั้งยังใช้การแต่งงานของลูกสาวมาปูทางเพื่ออนาคตของลูกชาย

พอวิดีโอนี้ถูกปล่อยออกไปก็กลายเป็นกระแสไวรัลขึ้นเทรนด์ยอดนิยมทันที ชาวเน็ตต่างพากันรุมประณามตระกูลเจียง และเรียกร้องให้มอบความเป็นธรรมแก่เธอ

ว่านซุ่ยถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินไม่ถึงแปดชั่วโมง ก็ถูก 'เชิญ' ตัวออกมา ตำรวจสองนายก็จากไปหลังจากยืนยันแล้วว่าเธอไม่เป็นอะไร

ตำรวจหญิงคนนั้นยื่นนามบัตรให้ว่านซุ่ย พร้อมกับบอกว่าหากมีเรื่องอะไรก็ให้โทรหาเธอได้โดยตรง

ว่านซุ่ยทำหน้าตาน่าสงสารแล้วพูดว่า “ขอบคุณค่ะพี่สาว ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ คุณพ่อคุณแม่ดีกับฉันมาก”

ยืมหอกสนองคืน

สีหน้าของสามีภรรยาตระกูลเจียงย่ำแย่ถึงขีดสุด

ตำรวจหญิงตบไหล่เธอเบาๆ อย่างเห็นใจแล้วพูดว่า “ถ้าอยู่ที่นี่แล้วไม่มีความสุข ก็ย้ายออกไปอยู่ข้างนอกเถอะ”

ว่านซุ่ยก้มหน้าตอบ “ฉัน...ฉันไม่มีเงิน...”

คุณนายเจียงแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมา แต่ก็ถูกคุณเจียงห้ามไว้จึงต้องหยุด

ตำรวจหญิงยิ่งรู้สึกสงสารเธอมากขึ้น ตระกูลเจียงร่ำรวยมหาศาล แต่ลูกสาวกลับยากจนถึงขนาดไม่มีเงินแม้แต่จะเช่าห้องอยู่

ครอบครัวนี้ลำเอียงอย่างหาที่สุดไม่ได้

เธอหันไปมองคุณเจียงและคุณนายเจียงอย่างเคร่งขรึม “พวกคุณซักเสื้อผ้าของเจียงถิงซู่ไปแล้ว และยังปฏิเสธที่จะให้ตรวจร่างกายเขา ตอนนี้จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นว่านซุ่ยที่ผลักเขา ตามหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เราจึงไม่รับแจ้งความ สองท่านมีความเห็นอะไรเพิ่มเติมไหมคะ”

สีหน้าของคุณนายเจียงบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ ดวงตาจับจ้องไปที่ว่านซุ่ยอย่างไม่วางตา แดงก่ำราวกับมีเลือดหยดออกมา

ตำรวจหญิงยิ่งไม่พอใจมากขึ้น นี่มันสายตาที่ใช้มองลูกสาวแท้ๆ ที่ไหนกัน นี่มันสายตาที่ใช้มองศัตรูคู่อาฆาตชัดๆ

คนเป็นแม่คนนี้ ทำไมถึงได้เกลียดลูกสาวของตัวเองขนาดนี้ บนโลกนี้มีแม่แบบนี้อยู่จริงๆ เหรอ

“คุณนายเจียง คุณมีความเห็นอะไรเพิ่มเติมไหมคะ” น้ำเสียงของเธอเย็นชาขึ้น

คุณนายเจียงยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อถูกคุณเจียงตวัดสายตามองก็เงียบไปทันที แต่ยังคงจ้องว่านซุ่ยอย่างเคียดแค้น

คุณเจียงกล่าวกับตำรวจทั้งสองนายอย่างสุภาพ “ขอโทษด้วยที่เรื่องในครอบครัวของผมทำให้พวกคุณต้องลำบาก วิธีการอบรมสั่งสอนลูกๆ ของเราอาจจะหยาบกระด้างไปหน่อย ต่อไปพวกเราจะระวังให้มากขึ้นครับ”

ตำรวจหญิงพยักหน้าแล้วกล่าว “ไม่ว่าลูกจะเติบโตมาอยู่ข้างกายหรือไม่ แต่ท้ายที่สุดก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ฝ่ามือกับหลังมือก็เนื้อเดียวกัน อย่าแบ่งแยกพวกเขาเลยค่ะ ไม่อย่างนั้นพี่น้องจะไม่ปรองดองกัน บ้านช่องไม่สงบสุข กิจการครอบครัวจะใหญ่โตแค่ไหนก็จะถูกผลาญจนหมดสิ้น”

คุณเจียงรู้สึกไม่พอใจ เขารู้สึกว่าคำพูดนี้เป็นลางร้าย แต่ก็ควบคุมอารมณ์ได้ดีจึงไม่ได้แสดงออกมา เพียงแค่ให้พ่อบ้านไปส่งคนทั้งสองออกไปอย่างนอบน้อม

พอพวกเขาจากไป สายตาของคนทั้งคู่ก็จับจ้องมาที่ว่านซุ่ยอีกครั้ง ว่านซุ่ยยิ้มออกมาทันที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อมอย่างยิ่งว่า “คุณพ่อ คุณแม่ น้องชายไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ ฉันไปดูอาการเขาหน่อยดีกว่า”

คิ้วเรียวงามของคุณนายเจียงขมวดมุ่น เธอทำท่าจะลงมืออีกครั้ง แต่คราวนี้ว่านซุ่ยไม่หลบ แถมยังขยับเข้าไปใกล้ “ถ้าการตีฉันจะทำให้คุณแม่หายโกรธได้ละก็ ให้คุณแม่ตีให้ตายฉันก็ยอมค่ะ”

มือของคุณนายเจียงง้างค้างอยู่กลางอากาศ แต่ก็ตบไม่ลงสักที เธอรู้สึกว่าถ้าตบลงไปเมื่อไหร่ ยัยเด็กนี่ต้องก่อเรื่องอีกแน่

แต่คุณเจียงกลับใจเย็นกว่า เขาพูดเสียงเย็นชาว่า “พอได้แล้ว ยังขายหน้าไม่พออีกหรือไง ว่านซุ่ย กลับไปที่ห้องของเธอซะ”

ว่านซุ่ยพูดว่า “ก่อนหน้านี้คุณแม่ทุบโทรศัพท์ของฉันจนแหลกไปแล้ว คงถึงเวลาต้องซื้อเครื่องใหม่ให้ฉันแล้วใช่ไหมคะ”

คุณเจียงและคุณนายเจียงทำเป็นไม่ได้ยิน ล้อเล่นหรือไง จะให้เธอได้โทรศัพท์ไปได้อย่างไร ใครจะไปรู้ว่าเธอจะก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก

ว่านซุ่ยถอนหายใจ มองไปรอบๆ และสุดท้ายสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ภาพวาดสีน้ำมันที่แขวนอยู่บนผนังฝั่งตรงข้าม “ภาพนี้ไม่เลวเลยนะคะ ได้ยินว่าเป็นผลงานชิ้นที่จิตรกรชาวอิตาลีท่านหนึ่งพึงพอใจมากที่สุดในชีวิตของเขา”

สีหน้าของคุณนายเจียงพลันเปลี่ยนไป “เธอจะทำอะไร”

ว่านซุ่ยยิ้มแล้วพูดว่า “แม่คะ คุณเคยได้ยินคำว่าลูกผลาญสมบัติไหม”

ใบหน้าของคุณนายเจียงเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด ว่านซุ่ยรู้สึกว่าอีกไม่นานเธอคงจะเป็นลมไป

คุณเจียงทำหน้าเคร่งขรึมแล้วพูดว่า “พ่อบ้าน!”

พ่อบ้านที่เพิ่งกลับเข้ามาในบ้านรีบเดินเข้ามาพลางเอ่ยว่า “คุณผู้ชายมีอะไรให้รับใช้ครับ”

คุณเจียงชำเลืองมองว่านซุ่ยด้วยความรังเกียจ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างว่า “ไปหาโทรศัพท์มาให้เธอเครื่องหนึ่ง”

พ่อบ้านไม่เต็มใจอย่างยิ่ง แต่ในเมื่อประมุขของบ้านออกคำสั่งแล้ว เขาก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงเหลือบตามองบนใส่ว่านซุ่ย ส่วนว่านซุ่ยก็พูดพลางยิ้มร่า “ต้องเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ฟังก์ชันครบครันที่สุดนะคะ อ้อ จริงสิ อย่าเผลอติดตั้งไวรัสหรือโปรแกรมดักฟังอะไรลงไปนะคะ พอดีว่าฉันรู้จักแฮกเกอร์คนหนึ่ง เขาเชี่ยวชาญเรื่องนี้มากเลยล่ะ ถ้าเกิดคนนอกรู้ว่าคุณท่านกับคุณนายแห่งตระกูลเจียงผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับติดตั้งโปรแกรมสอดแนมในโทรศัพท์ของลูกสาวแท้ๆ ล่ะก็ ครอบครัวของเราคงจะต้องขายหน้าอีกรอบแน่ๆ เลยค่ะ”

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 731 แม่คะ คุณเคยได้ยินคำว่าลูกผลาญสมบัติไหม

คัดลอกลิงก์แล้ว