เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 ค่ำคืนอันอ่อนโยน

ตอนที่ 12 ค่ำคืนอันอ่อนโยน

ตอนที่ 12 ค่ำคืนอันอ่อนโยน


ตอนที่ 12 ค่ำคืนอันอ่อนโยน

ไป๋เนี่ยนปิงกระอักเลือดและล้มหงายหลัง เซียวเฉินรีบอุ้มนางไว้ในอ้อมแขน

"เนี่ยนปิง!" เซียวเฉินร้องตะโกน เขาไม่คาดคิดเลยว่าไป๋เนี่ยนปิงจะใช้ร่างกายตนเองมาปกป้องเขาจากฝ่ามือนั้น!

ชั่วขณะนั้นเซียวเฉินรู้สึกถึงความอบอุ่นแผ่ซ่าน

โจวหลิงเสวี่ยทรยศเขา ชิงกระดูกเต๋าของเขา วางแผนสังหารเขา และทำร้ายซิ่นเอ๋อร์

ถึงกระนั้นในโลกนี้ยังมีคนที่ยอมสละชีวิตตนเองเพื่อเขา!

ไป๋ชิวเหยียนตกใจเช่นกัน ไป๋เนี่ยนปิงยินดีที่จะรับฝ่ามือของเขาแทนเซียวเฉิน!

"พวกเจ้าทุกคนต้องตาย!"

ไป๋ชิวเหยียนเห็นเซียวเฉินยังยืนอยู่ที่เดิม มือของเขาก็สะสมพลังรากฐานแก่นแท้อีกครั้ง ในจังหวะตั้งท่าจะโจมตีเซียวเฉิน เหล่าผู้อาวุโสทั้งเจ็ดก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขา

"หลีกไป!" ไป๋ชิวเหยียนตะโกนสั่งทั้งเจ็ดคน

"การกระทำของท่านตอนนี้ถือเป็นการทรยศต่อตระกูลไป๋" มีผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ความผิดของท่านนั้นไม่ใช่แค่การถูกขับไล่ออกจากตระกูลไป๋ แต่ควร... ถูกสังหาร!"

สิ้นคำผู้อาวุโสทั้งเจ็ดก็ลงมือพร้อมกัน พลังรากฐานแก่นแท้มหาศาลก็แผ่กระจายออกไปราวกับสายลมสารทฤดูที่พัดพาใบไม้อย่างรุนแรง

ตูม!

เพียงแค่ครั้งเดียว ไป๋ชิวเหยียนก็ถูกกระแทกกระเด็นออกไปไกล กระอักเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ

ไม่ว่าใครในขอบเขตทะเลทุกข์ขั้นเก้าก็สามารถเหยียบย่ำไป๋ชิวเหยียนได้ ในขณะนี้พวกเขาร่วมมือกันโจมตี พลังนั้นจะน่ากลัวเพียงใดเล่า!

"อั๊ก!"

ไป๋ชิวเหยียนถูกโจมตีซ้ำ ร่างของเขากลิ้งไปไม่ไกลนัก ราวกับว่ากระดูกทั้งตัวของเขาจะแตกร้าว

คนตระกูลไป๋เฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ ไม่มีผู้ใดออกมาพูดปกป้องและลงมือเพื่อผู้อาวุโสใหญ่

แม้สถานการณ์ในเมืองวายุไกลในยามนี้จะไม่เป็นผลดีต่อพวกเขา แต่เหมือนอย่างที่ไป๋เนี่ยนปิงพูดไว้ ตระกูลไป๋ในวันนี้ได้เหนือกว่าในอดีตแล้ว!

ในบรรดาผู้คนในตระกูลไป๋ มีหลายคนก้าวข้ามระดับขอบเขตด้วยความช่วยเหลือของเซียวเฉิน กล่าวได้ว่าความแข็งแกร่งของตระกูลไป๋ได้เหนือขึ้นไปอีกขั้น!

"พวกเจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าคนรุ่นหลังทั้งสองจะสามารถนำพาตระกูลไป๋ไปสู่ความรุ่งเรือง พวกเจ้าคิดผิดแล้ว ผิดมหันต์เสียด้วย กายเต๋าโดยกำเนิดได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว มันคือโชคชะตา มีแต่ต้องจำนนต่อโชคชะตาเท่านั้นจึงจะอยู่รอดได้..."

ไป๋ชิวเหยียนหลับตาลงด้วยเสียงหัวเราะสมเพช ผู้อาวุโสทั้งเจ็ดล้วนมีส่วนร่วมในความตายของเขา

แต่ผู้อาวุโสทั้งเจ็ดไม่เสียใจ ไป๋ชิวเหยียนสมควรได้รับสิ่งนี้!

เซียวเฉินเฝ้าอยู่ข้างไป๋เนี่ยนปิงตลอดเวลา รอให้ยาสมานแผลมาส่ง นางมองเขาพลางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยปรากฎเป็นรอยยิ้ม

"อาการบาดเจ็บของเนี่ยนปิงค่อนข้างรุนแรง ผู้อาวุโสใหญ่ลงมือหนักเกินไป!" หลังจัดการกับไป๋ชิวเหยียนแล้ว เหล่าผู้อาวุโสก็เข้ามาตรวจอาการบาดเจ็บของไป๋เนี่ยนปิง

"อาการบาดเจ็บรุนแรงขนาดนี้ เกรงว่าเนี่ยนปิงจะไม่สามารถเข้าร่วมงานประลองครั้งใหญ่ของเมืองวายุไกลได้" ผู้อาวุโสคนหนึ่งกังวล ไป๋เนี่ยนซงนั้นด้อยกว่าน้องสาวของเขา

"อย่ากังวลไปเลย ข้าจะลงแข่งแทนตระกูลไป๋" เซียวเฉินโพล่งขึ้น ทำเอาเหล่าผู้อาวุโสตกใจ เซียวเฉินจะลงแข่งอย่างนั้นหรือ

"ใช้พิษหรือ" เหล่าผู้อาวุโสหลายคนคิดในใจ หากพูดถึงเคล็ดวิชาพิษแล้ว เกรงว่าคนรุ่นใหม่คงไม่มีใครต้านทานเซียวเฉินได้

"ข้าเชื่อใจเขา" น้ำเสียงของไป๋เนี่ยนปิงแผ่วเบา ทว่าท่าทีของนางเด็ดเดี่ยว มีเพียงนางที่รู้ว่าเซียวเฉินมีความสามารถมากกว่าแค่การใช้พิษ

พลังยุทธ์ของเขาอาจจะไม่แพ้กายเต๋าโดยกำเนิดที่กล่าวขานกัน!

ไป๋เนี่ยนปิงพูดเช่นนี้ เหล่าผู้อาวุโสก็ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเขาพบว่าเซียวเฉินไม่ได้เป็นคนพูดจาโอ้อวด

หากเขาลั่นวาจาแล้วก็แสดงว่ามีความมั่นใจในระดับหนึ่ง

เซียวเฉินมองสาวใช้พยุงไป๋เนี่ยนปิงกลับเข้าไปในห้อง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้จากไป กลับนั่งลงที่โต๊ะน้ำชา

ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ คนหนึ่งนั่ง อีกคนหนึ่งนอน ทว่าไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจแต่อย่างใด

เวลาค่อย ๆ ล่วงเลยไป

คล้ายพวกเขาตกอยู่ในห้วงนิทรา

ค่ำคืนอันอ่อนโยน แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง กระทบลงบนใบหน้าเซียวเฉิน

ไป๋เนี่ยนปิงตื่นขึ้นพอดี นางเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเขาแล้วอดนึกถึงการพบกันในโรงเตี๊ยมวันนั้นไม่ได้ รอยยิ้มมุมปากของนางยิ่งหวานหยดย้อย

นางค่อย ๆ ลุกจากเตียง จับเครื่องเรือนในห้องเพื่อพยุงตัวเดินไปหาเซียวเฉินที่โต๊ะน้ำชาอย่างแผ่วเบา

ถึงกระนั้นบาดแผลบนร่างกายของนางก็สาหัสเกินไป เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็รู้สึกขาอ่อนแรง ล้มลงไปหาเซียวเฉินที่อยู่เบื้องหน้า

อีกฝ่ายตกใจตื่นขึ้น ยื่นมือออกไปตามสัญชาตญาณ ประคองไหล่ไป๋เนี่ยนปิงเอาไว้

ระยะห่างของพวกเขาไม่ถึงหนึ่งไม้บรรทัด ทั้งสองสบตากัน แววตาดูเหมือนจะหวั่นไหวเล็กน้อย

ราวกับเวลาและพื้นที่หยุดนิ่งไป เห็นเพียงดวงตาของกันและกัน

ชั่ววินาทีต่อมาเซียวเฉินก็ทำลายความแน่นิ่งนี้ ริมฝีปากของเขาจุมพิตลงบนใบหน้างดงามตรงหน้า

"อื้ม"

เหตุผลบอกให้ไป๋เนี่ยนปิงสงวนท่าที จิตใจของนางกลับมัวเมาอยู่ในความอ่อนโยนของเซียวเฉิน...

แสงแดดยามเช้าตรู่ที่ส่องเข้ามาปลุกให้คนทั้งสองตื่น

ไป๋เนี่ยนปิงลืมตาขึ้น นางเห็นเซียวเฉินกำลังมองมาเช่นกัน ความทรงจำในคืนก่อนผุดขึ้นมาในหัวของนาง ดวงหน้าสะสวยของนางก็แดงก่ำขึ้น

"เจ้างามนัก" เซียวเฉินมองใบหน้าที่ไม่ได้แต่งแต้มแล้วทึ่งในความงาม

"ท่านพูดคำหวานเป็นด้วยหรือ" ไป๋เนี่ยนปิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

"อดใจไม่ไหวน่ะ" คำพูดของเซียวเฉินทำให้ไป๋เนี่ยนปิงกระพริบตาปริบ ๆ

เหตุใดก่อนหน้านี้นางไม่ยักรู้ว่าเขาเป็นคนคารมดีเพียงนี้

สองวันต่อมา เซียวเฉินใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่กับไป๋เนี่ยนปิงทุกวัน ส่วนเวลาที่เหลือก็ไปดูแลซิ่นเอ๋อร์และฝึกวิชาอยู่ในเรือน

ผู้คนในตระกูลไป๋พากันฝึกฝนอย่างหนักเช่นกัน ไม่มีใครออกจากจวน

เทียบกับความสงบภายในตระกูลไป๋แล้ว เมืองวายุไกลกลับครึกครื้นกว่ามาก ทุกคนต่างเตรียมตัวสำหรับงานประลอง

แม้แต่ผู้คนในเมืองข้างเคียงยังเดินทางมา พวกเขาได้ยินข่าวว่าสำนักสวรรค์ไร้ขอบเขตจะมาเยือน จึงต้องการแสดงฝีมืออันโดดเด่นในงานประลองเพื่อชนะใจผู้แข็งแกร่งของสำนัก

ด้านตระกูลโจวยิ่งคึกคัก ไม่รู้ว่ามีคนมากมายแค่ไหนมาร่วมแสดงความยินดี ด้วยต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อสานสัมพันธ์กับตระกูลหวังแห่งเมืองหลวง

แน่นอนว่าหากไม่สามารถทำได้ก็ไม่เป็นไร แต่หากมีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของกายเต๋าโดยกำเนิดได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาเช่นกัน

กายเต๋าโดยกำเนิดมีศักยภาพไม่รู้จบ ตราบใดที่ไม่ตายก็จะต้องได้เป็นผู้แข็งแกร่งเลื่องชื่อในแคว้นไพศาลอย่างแน่นอน!

ในที่สุดวันงานประลองครั้งใหญ่ของเมืองวายุไกลก็มาถึง

ฟ้าเพิ่งสางบริเวณโดยรอบสนามประลองใจกลางเมืองวายุไกลก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน งานประลองครั้งนี้ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองวายุไกล ไม่ต้องกล่าวถึงว่ามีผู้แข็งแกร่งจากสำนักสวรรค์ไร้ขอบเขตมาเยือนอีกด้วย

ผู้แข็งแกร่งของจวนเจ้าเมืองมาถึงตั้งแต่เช้าตรู่ จัดเตรียมที่นั่งชมงานประลองรอบ ๆ สนาม สิ่งที่ทำให้ผู้คนแปลกใจคือบริเวณที่นั่งชมงานประลองในครั้งนี้แบ่งออกเป็นเพียงสามส่วน!

"ตามกฎในปีที่ผ่านมา จวนเจ้าเมืองและตระกูลใหญ่ทั้งสามจะได้ที่นั่งชมงานประลองที่ดีที่สุดในแต่ละส่วน แต่คราวนี้กลับมีส่วนหนึ่งหายไป!"

"ดูเหมือนว่างานประลองยังไม่ทันเริ่มก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นแล้ว"

คนของจวนเจ้าเมืองครอบครองพื้นที่ส่วนหนึ่งไปอย่างไม่ต้องสงสัย จากนั้นก็เป็นตระกูลโจวและตระกูลเหล่ง พวกเขามาด้วยกัน แต่กลับนั่งขนาบข้างพื้นที่ของจวนเจ้าเมือง!

"ไม่มีที่นั่งสำหรับตระกูลไป๋!"

ผู้คนเข้าใจการกระทำของจวนเจ้าเมืองในทันที นี่คือการกีดกันตระกูลไป๋ออกไปไม่ใช่หรือ!

"ได้ยินมาว่าไป๋เนี่ยนปิงปฏิเสธคำขอแต่งงานของจวนเจ้าเมือง จวนเจ้าเมืองกำลังแก้แค้นตระกูลไป๋อยู่หรอกหรือ" ผู้คนคาดเดาไปต่าง ๆ นานา

โจวขวางเจาเผยรอยยิ้มแฝงความนัยเช่นกัน เขาย่อมรับรู้ได้จวนเจ้าเมืองกำลังใช้หนทางนี้เพื่อดูหมิ่นตระกูลไป๋

ทว่ารอยยิ้มของเขาก็แข็งค้างในวินาทีถัดมา เมื่อเห็นคนที่เขาไม่อยากพบ!

เซียวเฉิน!

เซียวเฉินเดินเคียงข้างไป๋เนี่ยนปิง เข้ามาในงานพร้อมกับคนตระกูลไป๋

ไป๋เนี่ยนปิงตกใจเมื่อเห็นการจัดที่นั่งชมงานประลอง ผู้อาวุโสของตระกูลไป๋ตะลึงไปเช่นกัน ไม่มีที่นั่งให้พวกเขาเลยหรือ!

"ดูเหมือนตระกูลไป๋คงต้องยืนอยู่ด้านล่างแล้ว" โจวขวางเจาที่นั่งอยู่บนที่นั่งชมงานประลองเอ่ยกลั้วขำ

"ท่าทางตระกูลไป๋จะไม่มีที่ยืนในเมืองวายุไกลแล้ว" ผู้นำตระกูลเหล่งพูดเย้ยหยัน

"นั่งดูงานประลองอยู่ด้านบนสนุกตรงไหน สามารถดึงคนบนนั้นลงมาให้ได้ต่างหากถึงสนุกกว่า" เซียวเฉินก้าวออกไปข้างหน้าขณะกล่าวเสียงดัง!

จบบทที่ ตอนที่ 12 ค่ำคืนอันอ่อนโยน

คัดลอกลิงก์แล้ว