เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 สมรู้ร่วมคิด

ตอนที่ 11 สมรู้ร่วมคิด

ตอนที่ 11 สมรู้ร่วมคิด


ตอนที่ 11 สมรู้ร่วมคิด

เซียวเฉินพลันตระหนักได้ว่าคนที่ลอบสังหารเขาไม่ได้มาจากแค่ตระกูลโจว!

ตูม!

ปราณรุนแรงแผ่ซ่านออกมา เซียวเฉินเหวี่ยงสองหมัดด้วยไอสังหารมาคุ พลังดาบทั้งสองที่พุ่งเข้ามาก็พังทลายลงในทันที ไม่สามารถปิดกั้นเส้นทางของเซียวเฉินได้!

สีหน้าของทั้งสองเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อาจต้องใช้ผู้แข็งแกร่งขอบเขตทะเลทุกข์ขั้นแปดถึงจะต่อกรกับกำปั้นของเซียวเฉินได้!

นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก ผู้ฝึกตนในระดับขอบเขตทะเลทุกข์ขั้นห้าสามารถมีพลังยุทธ์ที่น่าเกรงกลัวเช่นนี้ได้อย่างไร!

“ลำพังแค่พวกเจ้า คิดว่าจะฆ่าข้าได้หรือ”

เซียวเฉินบีบคอของทั้งสอง พวกเขาดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นเป็นอิสระได้

“เราแค่ทำตามคำสั่ง” ใบหน้าของทั้งสองแดงก่ำ หายใจไม่ออก

“ทำตามคำสั่งหรือ แต่หากข้าเป็นคนไร้ค่าจริง ๆ ป่านนี้ข้าคงตายด้วยน้ำมือของพวกเจ้าไปแล้ว”

ดวงตาของเซียวเฉินวาววับด้วยแววมาดร้ายรุนแรง ที่มาของวิชาดาบที่พวกเขาใช้ก็ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาในหัวของเขา!

แกร็ก!

เสียงกระดูกแตกร้าวดังขึ้น ทั้งสองถูกเขาบีบคอหักก่อนล้มลงกับพื้น

เซียวเฉินไม่ได้ถามว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง กลับโยนศพของพวกเขาออกไปหน้าเรือน

“พี่ชาย!” ซิ่นเอ๋อร์ซ่อนตัวอยู่ เมื่อเห็นเซียวเฉินเดินเข้ามาจึงตะโกนเรียกด้วยความกลัว

“ไม่ต้องกลัว”

เซียวเฉินลูบหลังของซิ่นเอ๋อร์เบา ๆ ทำให้นางค่อย ๆ สงบลง

อย่างไรก็ตาม ดวงตาของเซียวเฉินก็วาววับด้วยความเย็นชา เขาอยู่กับไป๋เนี่ยนปิงและคนอื่น ๆ มาตลอด ทว่าคนเหล่านี้ปรากฏตัวขึ้นหลังเขาเพิ่งกลับมาที่เรือน

จังหวะเวลาช่างบังเอิญเหลือเกิน!

“พี่เซียว!”

ไป๋เนี่ยนปิงมีธุระต้องมาหาเซียวเฉิน เมื่อเห็นสี่ศพที่หน้าประตูก็ตกใจจนตัวสั่น

“ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม” ไป๋เนี่ยนปิงมองสำรวจเซียวเฉินหัวจรดเท้าขณะถามด้วยความเป็นห่วง

เซียวเฉินยิ้มบาง “ข้าไม่เป็นไร อยากได้ชีวิตข้าไม่ใช่เรื่องง่าย”

“เป็นฝีมือของผู้อาวุโสใหญ่” ไป๋เนี่ยนปิงถอนหายใจโล่งอกก่อนแววตาจะนิ่งค้างไป นางจำสองศพได้ พวกเขาคือคนสนิทของผู้อาวุโสใหญ่!

สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจยิ่งกว่าคือคนสนิททั้งสองคนนี้แข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่านาง ทว่ากลับตายด้วยน้ำมือของเซียวเฉิน

นั่นหมายความว่าเซียวเฉินแข็งแกร่งพอจะเอาชนะนางได้เช่นกันไม่ใช่หรือ

ชายผู้นี้หลบซ่อนอะไรไว้มากมายขนาดนี้กัน

“อีกสองคนเป็นคนของตระกูลโจว” เซียวเฉินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไป๋เนี่ยนปิงรู้ดีว่าเขากำลังพูดถึงใคร

“เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง ท่านตามข้ามา”

ไป๋เนี่ยนปิงเผยสีหน้าจริงจังและเคร่งขรึมไม่น้อย

“ให้ผู้อาวุโสทุกคนในตระกูลไป๋มารวมตัวกันที่เรือนของผู้อาวุโสใหญ่” เมื่อเดินออกจากเรือนบ้านของเซียวเฉิน ไป๋เนี่ยนปิงก็สั่งบ่าวรับใช้ไปแจ้งผู้อาวุโสทุกคน

ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ผู้อาวุโสทุกคนก็มารวมตัวกันหน้าเรือนของไป๋ชิวเหยียน ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลไป๋ ทุกคนนิ่งเงียบเมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาของไป๋เนี่ยนปิง

ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลไป๋ไม่ได้ออกมาต้อนรับ ราวกับว่าเขากำลังปิดประตูบำเพ็ญจริง ๆ

“ผู้อาวุโสทุกคนมาครบแล้ว เยี่ยมมาก แบกพวกเขามา” ไป๋เนี่ยนปิงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่นานบ่าวรับใช้ก็ขนศพทั้งสี่ขึ้นมาวางไว้ตรงหน้าพวกเขา ทำให้ผู้อาวุโสหลายคนถึงกับเปลือกตากระตุก

“สองคนนี้...” มีผู้อาวุโสคนหนึ่งจำคนสนิทของผู้อาวุโสใหญ่ได้ มุมปากกระตุกเล็กน้อยราวกับเข้าใจบางอย่าง

“พวกเขาลอบสังหารพี่เซียวหลังพวกเราต่อกรกับจวนเจ้าเมืองและกำลังผ่อนคลาย”

ไป๋เนี่ยนปิงพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงขึ้น ความสงสัยของพวกเขาไม่ผิด!

“พี่เซียวเป็นสหายกับตระกูลไป๋ เป็นผู้มีพระคุณต่อท่านพ่อและผู้อาวุโสทุกคน ส่วนตระกูลโจวนั้นเป็นศัตรูของตระกูลไป๋ ผู้อาวุโสใหญ่สมรู้ร่วมคิดกับศัตรูเพื่อจัดการผู้มีพระคุณของตระกูลไป๋ เรื่องนี้ควรจัดการอย่างไร” ไป๋เนี่ยนปิงถาม

“หากเป็นจริงเช่นนั้น ผู้อาวุโสใหญ่ควรสละตำแหน่งผู้อาวุโส หรืออาจถึงขั้นถูกขับไล่ออกจากตระกูลไป๋” ผู้อาวุโสที่น่าเคารพนับถือคนหนึ่งเอ่ย “ถึงกระนั้นเราก็ยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของผู้อาวุโสใหญ่หรือไม่ ข้าว่าเราควรสืบหาความจริงก่อน”

“ความจริงหรือ” แววตาไป๋เนี่ยนปิงวูบไหว นางไม่ได้ตอบกลับทันทีแต่มองไปที่เซียวเฉิน

“ความจริงควรสืบหา แต่ปัญหาคือจะสืบหาอย่างไร” เซียวเฉินถาม

ผู้อาวุโสทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน เมื่อพิจารณาตามหลักเหตุผลแล้ว ผู้อาวุโสใหญ่ต้องเป็นคนสั่งให้คนสนิทไปฆ่าเซียวเฉิน เขามีแรงจูงใจและมีความสามารถจะทำได้

ในทางกลับกัน หากต้องการสืบหาความจริงก็ไม่พบเบาะแสใด คนทั้งสองที่อยู่บนพื้นตายไปแล้ว จะสืบหาอย่างไรได้

“หากผู้อาวุโสทุกคนคิดไม่ออกว่าจะสืบหาความจริงอย่างไร ข้าขอเสนอให้กักบริเวณผู้อาวุโสใหญ่ไว้ก่อน ขังเขาไว้ในเรือน ห้ามใครเข้าออก!”

เซียวเฉินจงใจพูดเสียงดังราวกับว่าต้องการให้ทุกคนในเรือนได้ยิน

“อาวุโสใหญ่เป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด เห็นควรทำเช่นนั้น” ไป๋เนี่ยนปิงให้ความร่วมมือกับเซียวเฉิน ประกาศเสียงกึกก้อง

“อวดดี พวกเจ้าผู้น้อยกล้ากักขังข้าหรือ”

เสียงคำรามดังขึ้น ไป๋ชิวเหยียนย่างสามขุมออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว จ้องเซียวเฉินและไป๋เนี่ยนปิงเขม็ง

“ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านมีคำอธิบายอะไรเกี่ยวกับคนที่ลอบสังหารพี่เซียวหรือไม่เล่าห” ไป๋เนี่ยนปิงถาม

“ข้าไม่มีคำอธิบายใด ๆ ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดถึงอะไร” ไป๋ชิวเหยียนแค่นเสียงบอก “ข้าขอถามเจ้า ไป๋เนี่ยนปิง หากเจ้าไม่แยกแยะผิดชอบชั่วดี กักขังข้าไว้โดยไม่ฟังเหตุผล เจ้าคิดถึงตระกูลไป๋หรือไอ้คนสกุลเซียวคนนี้กันแน่!”

“พี่เซียวเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลไป๋!” ไป๋เนี่ยนปิงกล่าว

“ไร้สาระ เขาเป็นตัวซวยของตระกูลไป๋!” ไป๋ชิวเหยียนตื่นเต้นเล็กน้อย “หากไม่ใช่เพราะเขา ตระกูลไป๋จะไม่ถูกตระกูลโจวและตระกูลเหล่งร่วมมือกันโจมตี ลูกหลานในตระกูลแม้แต่จะออกจากบ้านก็ยังไม่กล้า และเจ้าก็ปฏิเสธการสู่ขอของจวนเจ้าเมืองเพราะเขา ทำให้เราบาดหมางกับจวนเจ้าเมืองอีกด้วย รากฐานร้อยปีของตระกูลไป๋จะพังทลายลงเพราะพวกเจ้า!”

“ระหว่างการปิดประตูบำเพ็ญของผู้อาวุโสใหญ่ เขากลับรู้สถานการณ์โลกภายนอก ข้าเองก็อยากจะถามผู้อาวุโสใหญ่ว่าท่านทำเพื่อรากฐานตระกูลไป๋หรือเพื่ออำนาจของตนเองกันแน่”​ เซียวเฉินโพล่งถามไป๋ชิวเหยียน

“เหลวไหล ข้าจะไปมีเจตนาเห็นแก่ตัวเช่นนั้นได้อย่างไร” อีกฝ่ายย่อมไม่ยอมรับ

“หากท่านไม่มีเจตนาเห็นแก่ตัว เหตุใดไม่ส่งทายาทโดยชอบธรรมของตนมาฆ่าข้า กลับส่งสองคนนี้มาตาย ต่อไปนี้ใครจะกล้าสละชีวิตเพื่อท่านอีก” เซียวเฉินเอ่ยเสียงแข็ง

“ส่งใครไปแล้วต่างกันตรงไหน อย่ามาพูดจาหาเรื่อง!” ผู้อาวุโสใหญ่เถียงกลับด้วยความโมโห

“เช่นนั้นท่านก็ยอมรับว่าส่งคนไปฆ่าพี่เซียวจริงอย่างนั้นหรือ” ไป๋เนี่ยนปิงชี้ช่องโหว่ของเขา ร่วมมือกับเซียวเฉินเป็นอย่างดี

“ข้า... ข้าเปล่า” ไป๋ชิวเหยียนหน้าเปลี่ยนสี

“กล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับอย่างนั้นหรือ” เซียวเฉินปรามาสเย็นชา

ผู้อาวุโสใหญ่คล้ายต้องการโต้เถียง ทว่าหลังสูดหายใจเขาก็พ่นลมก่อนบอก “เจ้ามีแต่จะทำลายตระกูลไป๋!”

“ทำลายตระกูลไป๋? ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านลองมองดูตระกูลไป๋ในวันนี้สิ!”

ไป๋เนี่ยนปิงโบกมือ ผู้อาวุโสเจ็ดคนพลันก้าวออกมา ปราณแข็งแกร่งในขอบเขตทะเลทุกข์ขั้นเก้าแผ่ซ่าน!

“เป็นขอบเขตทะเลทุกข์ขั้นเก้าจริง ๆ!” ไป๋ชิวเหยียนเบิกตากว้างขึ้นหลายเท่า เซียวเฉินทำได้จริง ๆ ทำให้ผู้อาวุโสทุกคนก้าวข้ามไปสู่ขอบเขตทะเลทุกข์ขั้นเก้า!

และเขาพลาดโอกาสอันล้ำค่านี้ไปเพราะมัวแต่ต่อต้านเซียวเฉิน!

“บิดาของข้าก็จะหายดีในเร็ววัน เมื่อถึงเวลานั้นตระกูลไป๋ของเราจะมีผู้แข็งแกร่งขอบเขตทะเลทุกข์ขั้นเก้าแปดคน เราจะต้องเกรงใจคนอื่นไปทำไม หากไม่ใช่เพราะเซียวเฉิน วันนี้ตระกูลไป๋ของเราคงกลายเป็นลิ่วล้อตระกูลโจวเหมือนกับตระกูลเหล่งไปแล้ว!” ไป๋เนี่ยนปิงตะโกน

“ตระกูลโจวจะไม่ปล่อยเราไป” ผู้อาวุโสคนหนึ่งถอนหายใจก่อนพูดกับผู้อาวุโสใหญ่ว่า “ท่านควรเข้าใจความจริงข้อนี้”

“ข้า...” ไป๋ชิวเยี่ยนก้มหัวลงราวกับกำลังใคร่ครวญถึงความผิดพลาดของตนเอง

ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา เขาพลันส่งฝ่ามือกระแทกโจมตีเซียวเฉินอย่างรุนแรง

ผู้อาวุโสทั้งเจ็ดรีบทะยานออกไป เพียงแต่พวกเขาช้าไปก้าวหนึ่ง

ตูม!

เมื่อพลังฝ่ามือคลายลง ร่างหนึ่งร่วงกระแทกกับพื้น เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนเลือด คนผู้นี้ไม่ใช่เซียวเฉิน

“เนี่ยนปิง!”

จบบทที่ ตอนที่ 11 สมรู้ร่วมคิด

คัดลอกลิงก์แล้ว