- หน้าแรก
- ผมก็แค่นักเวท ทำไมทุกคนเรียกผมว่าเทพแห่งเวทมนตร์
- บทที่ 20 ตัวป่วนมาเยือน
บทที่ 20 ตัวป่วนมาเยือน
บทที่ 20 ตัวป่วนมาเยือน
บทที่ 20 ตัวป่วนมาเยือน
เมื่อหลินเยี่ยหยิบดอกรักเร่ที่บานสะพรั่งออกมาจากเรือนผมของหูเตี๋ย แววตาของหญิงสาวก็ฉายประกายความประหลาดใจวูบหนึ่ง
"นี่คือดอกรักเร่เหรอ?"
"ใช่ครับ ดอกรักเร่ เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ความหลงใหล ความกล้าหาญ และความมุมานะ ไม่ว่าจะนำไปจัดคู่กับดอกไม้ชนิดไหน มันก็จะโดดเด่นสะดุดตาที่สุดเสมอ ดอกไม้อื่นจะกลายเป็นแค่ตัวประกอบสำหรับมันไปเลย"
ทันทีที่หลินเยี่ยพูดจบ หูเตี๋ยก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่งดงามเจิดจรัสราวกับดอกไม้บาน
"นี่เธอชมดอกไม้ หรือชมพี่กันแน่?"
"อืม... อยากฟังเรื่องจริง หรือเรื่องโกหกล่ะครับ?" หลินเยี่ยแกล้งทำท่าครุ่นคิดก่อนตอบ
"งั้นขอฟังเรื่องโกหกแล้วกัน"
"ผมชมพี่ครับ"
"โอเค ดูเหมือนพี่จะหลงตัวเองไปหน่อย แต่พี่ชอบดอกไม้นี้นะ" พูดจบ หูเตี๋ยก็ทัดดอกรักเร่ไว้ที่ข้างหู ก่อนจะลุกขึ้นหยิบแก้วเหล้า แล้วเดินจากไปอย่างสง่างาม
ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ เธอก็หันกลับมามองหลินเยี่ย พร้อมส่งสายตาค้อนนิดๆ อย่างน่าเอ็นดู
"รอบหน้า ให้ใส่ชุดที่พี่ซื้อให้มาแสดงนะ"
ได้ยินดังนั้น หลินเยี่ยก็ยิ้มรับและพยักหน้า
"ได้เลยครับ"
"แบบนี้สิค่อยน่ารักหน่อย เดี๋ยวถ้าหิว หลังร้านมีข้าวสำหรับพนักงานนะ ไปตักกินได้เลย ถ้ากับข้าวเย็นก็เอาเข้าเวฟอุ่นเอา"
"แล้วถ้าหารถกลับไม่ได้ ก็นั่งแท็กซี่กลับนะ เดี๋ยวมาเบิกที่พี่"
"ขอบคุณครับเจ๊"
ไม่นาน หูเตี๋ยพร้อมดอกไม้ทัดหู ก็เดินเฉิดฉายไปยังโต๊ะลูกค้าอีกฝั่ง พูดคุยหยอกล้อกับแขกเหรื่ออย่างออกรส บางครั้งก็หัวเราะจนไหล่สั่นไหวอย่างมีเสน่ห์
ในขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในบาร์ก็พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดหลังจากการแสดงชุดแรกของหลินเยี่ยจบลง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลินเยี่ยก้าวขึ้นสู่เวทีเล็กตรงกลางร้านอีกครั้ง
เนื่องจากการแสดงรอบก่อนหน้านี้ ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ในบาร์รู้แล้วว่าหลินเยี่ยเป็นนักมายากล แต่ก็ยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่ยังไม่รู้เรื่อง
ยกตัวอย่างเช่น... กลุ่มสาวๆ ที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่
สาวๆ กลุ่มนี้แต่งตัวจัดจ้านทันสมัย ทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับเน้นไปทางแนวสตรีทฮิปฮอป
โดยเฉพาะหญิงสาวที่เป็นหัวโจก แม้หน้าตาจะดูน่ารักจิ้มลิ้ม แต่บนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยจิว ทั้งที่ปาก จมูก เปลือกตา หรือแม้แต่แก้ม ก็เจาะใส่จิวสารพัดแบบ ผมยาวสีแดงเพลิงถูกพันด้วยผ้าโพกหัวลวดลายกราฟิก ทำให้เธอดูเป็นสาวเปรี้ยวซ่าเต็มพิกัด
จังหวะที่พวกเธอเข้ามา เป็นช่วงที่หลินเยี่ยก้าวขึ้นเวทีพอดี ทุกสายตาในบาร์จึงจับจ้องไปที่เขา
ความเงียบที่เกิดขึ้นชั่วขณะในบาร์ เรียกความสนใจจากแก๊งสาวซ่ากลุ่มนี้ทันที
"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมวันนี้ร้านเงียบจังวะ?"
"นั่นดิ มีใครตีกั้นรึเปล่า?"
"บ้าเหรอ ใครจะกล้ามาตีกันในร้านนี้?"
"แล้วพวกเขามองอะไรกันอะ?"
"ไปดูกัน เดี๋ยวก็รู้"
ว่าแล้วกลุ่มสาวฮิปฮอปก็เบียดเสียดผู้คนเข้าไปกลางร้าน เพียงแวบเดียวพวกเธอก็เห็นหลินเยี่ยยืนเด่นอยู่กลางเวที
"เฮ้ย! ลูกพี่! นั่นมันผู้ชาย!"
สาวแต่งตัวสไตล์ชิบูย่าคนหนึ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นหน้าหลินเยี่ยชัดๆ
"อย่าเรียกว่าลูกพี่! มันดูโลว์คลาส บอกกี่ครั้งแล้วยะ?" สาวเจาะปากหันไปตวาดใส่ลูกน้องข้างๆ ตาเขียวปัด "แล้วก็ไม่ต้องบอก ฉันไม่มีตาดูรึไงว่านั่นผู้ชายน่ะ?"
"แปลกแฮะ ทำไมมีผู้ชายอยู่ที่นี่ได้? แล้วหมอนั่นทำอะไรอยู่น่ะ?"
"จากการวิเคราะห์ของฉัน หมอนั่นน่าจะกำลังเล่นมายากล!" สาวอีกคนที่ประโคมเครื่องประดับมาเยอะจนถอดออกมาเปิดร้านขายของชำได้ พูดพลางลูบคางอย่างใช้ความคิด
"พูดจาเลอะเทอะ ถ้าไม่ใช่มายากล แล้วจะเป็นมนตร์ดำรึไง?"
พูดจบ สาวเจาะปากก็กำหมัดแน่น
"ไม่ได้การ! ฉันไม่ยอมให้มีผู้ชายโผล่หัวอยู่ที่นี่เด็ดขาด เดี๋ยวพอมันเล่นมายากล พวกเราต้องหาทางจับผิดมัน ให้มันหน้าแตกแล้วไล่มันออกไป เข้าใจไหม?"
"ลูกพี่ไม่ต้องห่วง บาร์กุหลาบดำคือฐานทัพหญิงแกร่งของพวกเรา เราไม่ยอมให้พวกผู้ชายเข้ามายุ่มย่ามแน่ เดี๋ยวจัดให้หนักๆ เลย"
"ใช่ ต้องไล่มันไป"
"แต่เขาหล่อมากเลยนะ"
"อย่าไปหลงกลความหล่อเชียว! จำไว้ ยิ่งผู้ชายหล่อเท่าไหร่ ยิ่งเจ้าชู้ตัวพ่อเท่านั้น คนหล่อๆ แบบนี้มันเห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่น!"
"ใช่ๆ หล่อขนาดนี้ แต่งตัวดีขนาดนี้ ต้องมีเจตนาแอบแฝงชัวร์"
"ในฐานะผู้มีประสบการณ์ ฉันขอเตือนพวกเธอเลยนะ ห้ามคบคนหล่อ แล้วก็อย่าไปหลงคำว่า 'เบบี๋' ของพวกมัน โทรศัพท์ของพวกคนหล่อน่ะเหมือนโรงเรียนอนุบาล มีแต่คำว่า 'เบบี๋' เต็มไปหมด... อ้อ แล้วก็ห้ามคบคนขี้เหร่ด้วย เพราะคนขี้เหร่นอกจากจะชอบโกหกแล้ว ยังขี้เหร่อีกต่างหาก" สาวเจาะปากร่ายยาวด้วยสีหน้าจริงจัง
"โหย... คำคมลูกพี่โคตรลึกซึ้ง! ลูกพี่ต้องเคยมีแฟนมาเยอะมากแน่ๆ ใช่ไหม?" สาวผอมแห้งคนหนึ่งมองสาวเจาะปากด้วยสายตาเทิดทูน
พอได้ยินแบบนั้น มุมปากของสาวเจาะปากก็ยกยิ้มขึ้นทันที
"ไม่ต้องถาม ฉันผ่านมาเยอะ แฟนฉันมีมากกว่าจำนวนผู้ชายที่พวกเธอเคยเห็นในชีวิตรวมกันซะอีก ฉันคบมาหมดแล้วทุกรูปแบบ และเพราะแบบนั้นแหละ ฉันถึงรู้สึกว่าสาวๆ ตัวนุ่มนิ่มดีกว่าตั้งเยอะ"
"มามะ ให้ลูกพี่จุ๊บทีซิ!"
ว่าแล้วสาวเจาะปากก็โอบไหล่สาวข้างๆ ประคองหน้าเข้ามาใกล้แล้วทำท่าจะจูบ
แต่ในตอนนั้นเอง เสียงของหลินเยี่ยก็ดังขึ้นจากบนเวที
"มายากลชุดต่อไปนี้ค่อนข้างพิเศษครับ ผมต้องการสุภาพสตรีแสนสวยหนึ่งท่านขึ้นมาเป็นผู้ช่วย"
"คนที่จะมาเป็นผู้ช่วยผมได้ ไม่เพียงต้องมีความงามที่โดดเด่น แต่ต้องมีจิตใจที่บริสุทธิ์ด้วย ทว่า... พลังเวทของผมมีจำกัด ผมคงไม่สามารถแยกแยะได้ว่าท่ามกลางสาวงามมากมายในที่นี้ ใครคือคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ที่สุด"
"ดังนั้น ผมจะให้คู่หูสัตว์เลี้ยง และผู้ช่วยทางเวทมนตร์ของผม... เจ้า 'แบล็ก' เป็นคนเลือกครับ"
"ขอเชิญพบกับ... แบล็ก!"
สิ้นเสียงแนะนำตัว เสียงร้อง 'เหมียว' ก็ดังขึ้น
เสียงร้องกะทันหันนี้ดึงความสนใจของทุกคนให้กวาดสายตามองหาต้นตอของเสียงทันที
แต่ไม่ว่าจะมองหายังไง ก็ไม่มีใครเห็นวี่แววของแมวสักตัว
จนกระทั่งมีใครบางคนร้องอุทานขึ้นมา
"แมวอยู่นั่น! บนหัวเขา!"
สิ้นเสียงอุทาน ทุกคนต่างพากันมองไปที่ศีรษะของหลินเยี่ย
ภายใต้แสงสลัวของบาร์ แมวดำรูปร่างสง่างาม ขนเป็นมันขลับดูสูงส่งราวขุนนาง กำลังยืนตระหง่านอยู่บนหัวของหลินเยี่ย ดวงตาของมันเปล่งประกายแสงสีเขียวราวมรกต
เมื่อเห็นการปรากฏตัวของเจ้าแมวดำ ทั้งบาร์ก็ฮือฮาขึ้นมาทันที
เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าแมวตัวนี้โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่
ทันใดนั้น เจ้าแมวดำก็กระโดดลงจากหัวของหลินเยี่ย แล้วมานั่งสงบเสงี่ยมอยู่ที่เท้าของเขาอย่างว่าง่าย
"แบล็ก ไปตามหาสุภาพสตรีที่มีจิตใจบริสุทธิ์ผู้นั้นซิ"
"เหมียว~"
ขานรับเสร็จ เจ้าแมวดำก็บิดขี้เกียจหนึ่งที ก่อนจะเดินนวยนาดลงจากเวที
ภายใต้สายตาอยากรู้อยากเห็นของเหล่าลูกค้าสาวๆ มันเดินดมตรงโน้นที ถูตรงนี้ที โดยไม่มีอาการตื่นคนแม้แต่น้อย
ทุกคนต่างเอ็นดูเจ้าเหมียวน้อยตัวนี้ บางคนพยายามจะอุ้ม แต่มันก็เบี่ยงตัวหลบได้อย่างคล่องแคล่ว
ในที่สุด แบล็กก็เหมือนจะได้กลิ่นอะไรบางอย่าง มันค่อยๆ เดินตรงเข้าไปหาสาวเจาะปาก ก่อนจะนั่งลงและใช้ขาหน้าข้างซ้ายสะกิดที่ขากางเกงของเธอ แล้วหันไปร้องเรียกหลินเยี่ยบนเวที
สายตาทุกคู่ในบาร์จับจ้องไปที่สาวเจาะปากเป็นตาเดียว
เมื่อเจอกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน สาวเจาะปากก็ทำตัวไม่ถูก เริ่มลนลานขึ้นมาทันที
เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าแบล็กจะเลือกเธอ
"หรือว่า... จิตใจอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของฉัน จะถูกเจ้าแมวนี่ค้นพบเข้าแล้ว?"
หารู้ไม่ว่า ในขณะนี้ ดวงตาเล็กๆ ของเจ้าแบล็กกำลังจับจ้องเขม็งไปที่กระเป๋าสะพายของเธอ
ซึ่งบนกระเป๋าใบนั้น มีตัวหนังสือเขียนเอาไว้ว่า... 'ไก่ทอดไซซ์ยักษ์ Hao Da Da'