- หน้าแรก
- เมื่อผมปลดล็อกความสำเร็จ ที่คนปกติเขาไม่ทำกัน
- บทที่ 31 มาคุยเรื่องความรักในวัยเรียนกันเถอะ
บทที่ 31 มาคุยเรื่องความรักในวัยเรียนกันเถอะ
บทที่ 31 มาคุยเรื่องความรักในวัยเรียนกันเถอะ
บทที่ 31 มาคุยเรื่องความรักในวัยเรียนกันเถอะ
"พอได้แล้ว!" หยวนเย่พูดอย่างรำคาญ
"เซี่ยอิงสนใจนายนะเว้ย!" คำพูดของหลี่ฉีเหอทำเอาคนฟังสะดุ้ง
หยวนเย่: "?????"
เครื่องหมายคำถามผุดขึ้นเต็มหัวหยวนเย่ทันที
พูดบ้าอะไรของมัน?
"พูดอะไรที่มันน่าเชื่อถือหน่อยได้ไหม?" หยวนเย่กระตุกมุมปาก
"เรื่องจริงนะพี่หยวน!" หลี่ฉีเหอทำหน้าจริงจัง "วันนี้ฉันเจอเธอที่หน้าโรงเรียน เธอเข้ามาคุยกับฉันตั้งหลายประโยคแน่ะ"
"แล้วไง?" หยวนเย่พูดอย่างไม่ใส่ใจ "แค่คุยไม่กี่ประโยค นายด่วนสรุปไปไกลขนาดนั้นได้ยังไง? ที่สำคัญคือเธอมาหานาย ไม่ได้มาหาฉัน!"
"ก็นั่นแหละประเด็น ลองคิดดูสิ ผู้หญิงที่ไหนจะกล้าถามตรงๆ ล่ะ? เธอก็ต้องอ้อมค้อมเป็นธรรมดา! หลายประโยคที่เธอถาม ล้วนแต่เลียบเคียงถามถึงข้อมูลของคนที่สนิทกับฉันที่สุดทั้งนั้น รวมถึงว่าช่วงนี้เขาทำอะไรบ้าง อะไรเทือกนั้น แค่นี้ยังไม่ชัดอีกเหรอ?"
หยวนเย่พูดไม่ออก "สรุปคือเธอไม่ได้เอ่ยชื่อฉันออกมาตรงๆ สินะ"
"ถึงจะไม่เอ่ยชื่อ แต่ต่อให้เป็นคนโง่ก็ดูออกว่าเธอถามถึงนาย"
หลี่ฉีเหอยักไหล่ "ทั้งห้องก็รู้กันหมดว่าฉันสนิทกับนายแค่คนเดียว"
"แล้วนายตอบไปว่ายังไง?" หยวนเย่ถาม
"ฉันก็ต้องตอบตามความจริงอยู่แล้ว" หลี่ฉีเหอกล่าว "ดูสิ สาวสวยระดับท็อปแถมเรียนเก่งขนาดนั้น นี่มันพิมพ์นิยมของขวัญใจมหาชนชัดๆ คาแรคเตอร์แบบนี้ปกติเป็นนางเอกนิยายได้เลยนะ เกรดพรีเมียมสุดๆ"
"ฉันไม่สน" หยวนเย่ส่ายหน้า
จะให้เขาอธิบายถึงผู้หญิงอย่างเซี่ยอิงยังไงดี?
เธอเพียบพร้อม และที่สำคัญคือไม่เคยขาดแคลนชายหนุ่มที่มาติดพัน เธอเป็นคนประเภทที่ไปไหนก็เป็นจุดสนใจเสมอ
การเข้าไปใกล้ชิดกับคนแบบนั้นขัดกับอุดมการณ์ของหยวนเย่อย่างสิ้นเชิง
เขาไม่อยากทำตัวเด่น และไม่อยากให้ใครมาสนใจมากเกินไป
ยิ่งในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เขาต้องการลดตัวตนของตัวเองในกระแสธารแห่งประวัติศาสตร์ที่จะมาถึงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
ถ้าเลี่ยงการเป็นจุดสนใจได้ เขาก็จะเลี่ยง
อีกอย่าง...
หยวนเย่ไม่คิดว่าการคาดเดาของหลี่ฉีเหอจะถูกต้อง
เซี่ยอิงน่ะหรือจะมีความคิดหรือความสนใจในตัวเขา?
เหอะ เขาขอยอมเชื่อคำพูดเพื่อนบ้านที่บอกว่ามีแมวมาเต้นฮิปฮอปใต้เสาไฟหน้าบ้านตอนกลางคืนเสียยังดีกว่า
เรื่องนั้นยังฟังดูน่าเชื่อถือกว่าเรื่องนี้เสียอีก
คนจืดจางอย่างเขา ผลการเรียนก็งั้นๆ พูดก็น้อย หัวสมองก็ไม่ได้ฉลาดหลักแหลมอะไร เธอจะมาเห็นดีเห็นงามอะไรในตัวเขา?
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อหลี่ฉีเหอพูดมาขนาดนี้ เขาก็ควรระวังตัวไว้บ้าง
หากอีกฝ่ายมีความคิดแบบนั้นกับเขาจริง เขาจะได้รีบตัดไฟเสียแต่ต้นลมไม่ใช่หรือ?
ส่วนเรื่องสืบข้อมูล? อยากสืบก็สืบไป ข้อมูลของเขามันมีค่าขนาดนั้นเชียวหรือ?
ทว่า สิ่งที่หยวนเย่ไม่ทันสังเกตคือ สายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องเขามาจากด้านหลัง
เซี่ยอิงนั่งอยู่ที่โต๊ะเรียน นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเบาๆ
ข้อมูลต่างๆ ไหลผ่านสมองของเธออย่างรวดเร็ว
จากการตรวจสอบทั่วทั้งเมือง มีคนชื่อหลี่ฉีเหอทั้งหมด 3 คน
คนหนึ่งอายุ 69 ปี เพศชาย ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ ปัจจุบันพักรักษาตัวในบ้านพักคนชรา มีคนดูแลตลอดเวลา ตัดทิ้งได้
อีกคนเป็นเด็กแรกเกิด อายุ 3 เดือน ตัดทิ้ง
คนสุดท้ายคือนักเรียนชั้นมัธยมปลายปี 3 ห้อง 6 โรงเรียนมัธยมซินไห่หมายเลข 8
ตัดทิ้งได้เช่นกัน
เพราะ...
เซี่ยอิงมองดูเด็กหนุ่มข้างกายหลี่ฉีเหอที่ดูเฉื่อยชา บนหน้าเขียนคำว่า 'อารมณ์ไม่ดี อย่ามายุ่ง' แปะหราอยู่ แล้วเธอก็ยิ้มออกมา
ในวันที่เกิดเหตุ หลี่ฉีเหอเฝ้าร้านขายของชำอยู่ที่บ้าน มีบันทึกจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน มีพยานที่อยู่ชัดเจน
แต่เพื่อนสนิทของหลี่ฉีเหอ... หยวนเย่
เกิดในเมืองซินไห่ นักเรียนชั้นมัธยมปลายปี 3 ห้อง 6
เป็นคนเงียบขรึม เก็บตัว เพื่อนฝูงในโรงเรียนมีน้อย นอกจากหลี่ฉีเหอแล้วก็แทบไม่มีเพื่อนสนิทคนอื่น
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่ได้สร้างศัตรูกับใคร
บวกกับผลการเรียนที่ไม่โดดเด่น เขาจึงเป็นคนประเภทที่ถูกมองข้ามได้ง่ายที่สุด
ถ้าดูจากภายนอก หลี่ฉีเหอยังดูโดดเด่นกว่าหมอนี่เสียอีก แถมหลี่ฉีเหอยังมีอิทธิพลในหมู่นักเรียนไม่น้อย โดยเฉพาะนักเรียนชาย แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเจ้าพ่อห่วงโซ่อุปทานสินค้าผิดระเบียบอันดับหนึ่งของโรงเรียน
ทว่า เซี่ยอิงค้นพบความจริงบางอย่างจากการสืบสวน
แต่ก่อนหลี่ฉีเหอเป็นคนเข้าสังคมไม่เก่ง โดนแกล้ง ขี้ขลาด ธรรมดาสามัญ และน่าสมเพช
แต่หลังจากที่เริ่มสนิทสนมกับหยวนเย่ กราฟชีวิตของหลี่ฉีเหอก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขาคุมเส้นทางการขายของผิดระเบียบในโรงเรียน โกยเงิน รวบรวมสมัครพรรคพวก และสลัดภาพลักษณ์เดิมๆ ทิ้งไปจนหมดสิ้น จนตอนนี้เริ่มมีบารมี ถึงขนาดที่นักเรียนสิงห์อมควันหลายคนเรียกเขาว่า 'ลูกพี่หลี่'
ในกระบวนการทั้งหมดนี้ ชื่อของหยวนเย่กลับไม่เคยปรากฏอยู่ในสายตาของใครเลย
ไม่นานนัก หลี่ฉีเหอก็ถูกทางโรงเรียนจับได้เรื่องธุรกิจมืด ถูกประจานและลงโทษ แต่หยวนเย่กลับไม่เคยโดนหางเลขหรือถูกลงโทษไปด้วยเลย
และจุดที่สำคัญที่สุดคือ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ หลี่ฉีเหอมีพยานที่อยู่ แต่หยวนเย่... ไม่มี
เซี่ยอิงขยับแว่นตา ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองไปยังเด็กหนุ่มที่กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับในสายตา
ตูม—
พลังปราณพุ่งทะลักออกมาจากร่างของเด็กหนุ่ม สูงขึ้นไปหลายเมตร เปี่ยมไปด้วยพลานุภาพ ในขณะที่เจ้าตัวกำลังคุยสัพเพเหระกับหลี่ฉีเหอ
เซี่ยอิงเผยรอยยิ้ม
ซ่อนคมเล็บไว้ลึกจริงๆ
แต่ซ่อนลึกแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ ในเมื่อฉันเองก็ 'ตื่นรู้' แล้วเช่นกัน
เซี่ยอิงขยับแว่นตาอีกครั้ง
ไม่นาน หยวนเย่ก็กลับมานั่งที่โต๊ะ แม้ในใจลึกๆ จะพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าเซี่ยอิงคงไม่ได้ถามถึงเขา และเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความเข้าใจผิด
แต่เขาก็ต้องยอมรับว่า เมื่อเซี่ยอิงส่งยิ้มและเบนสายตามาทางเขา ร่างกายของเขาก็เผลอแข็งทื่อไปชั่วขณะ
เพราะเขาสัมผัสได้ถึงเสียงกัดฟันกรอดๆ ของเพื่อนชายรอบข้าง
เรื่องนี้ทำเอาเขาจนปัญญาจริงๆ
แค่ลำพังนั่งตรงตำแหน่งนี้ก็สร้างความลำบากให้เขามากพออยู่แล้ว ยังจะมีเรื่องแบบนี้เข้ามาอีก
"นี่ หยวนเย่" เซี่ยอิงเอ่ยทัก
"มีอะไร?" หลังจากนั่งลง หยวนเย่ก็หันไปมองเธอ
พูดตามตรง ถ้าตัดปัจจัยอื่นทิ้งไป เสียงของเซี่ยอิงนั้นไพเราะมาก และเธอก็สวยมากจริงๆ
ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่น คงแทบจะคุกเข่าแล้วตะโกนว่า "ผมยอมเป็นหมาให้พี่สาวจูงครับ" ตรงนั้นเลย
แต่เพราะเป็นแบบนี้แหละ หยวนเย่ถึงต้องสรรหาวิธีถอยห่างจากคนประเภทนี้ให้ไกลที่สุด
"เปล่าหรอก แค่อยากถามว่า คุณหยวนเย่มีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับข่าวลือเรื่องพลังพิเศษระบาดในช่วงนี้บ้าง?"
"ไม่มีความเห็น" หยวนเย่ตอบ "มันไม่เกี่ยวกับฉัน"
หาเรื่องคุยงั้นเหรอ?
ช่างสรรหาเรื่องคุยเสียจริง แต่ดันเลือกหัวข้อที่เขาไม่อยากเสวนาด้วยที่สุดซะงั้น
หยวนเย่กำลังจะอ้าปากเตือนเธอด้วยความหวังดีว่า ช่วงนี้เป็นโค้งสุดท้ายของการเรียน เรื่องรักใคร่ในวัยเรียนมันไม่จำเป็น และไม่ควรเอาเวลามาทิ้งกับคนธรรมดาๆ อย่างเขา
"ไม่เกี่ยวจริงเหรอ?"
จู่ๆ เซี่ยอิงก็ยิ้มหวาน "คุณหยวนเย่ การ 'ตื่นรู้' ขั้นต้นกำลังจะมาถึงแล้วนะ ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องการบำเพ็ญเพียรก็ถามฉันได้ ฉันพอจะช่วยตอบให้ได้แทบทุกเรื่อง เพราะต่อให้นายจะพยายามซ่อนแค่ไหน พ้นวันนี้ไปนายก็คงปิดไม่มิดแล้ว เพราะวันนี้... คือวันประกาศอย่างเป็นทางการน่ะสิ"
หยวนเย่: "?"
เดี๋ยวสิ วกกลับมาคุยเรื่องความรักในวัยเรียนเถอะ!