- หน้าแรก
- เมื่อผมปลดล็อกความสำเร็จ ที่คนปกติเขาไม่ทำกัน
- บทที่ 30 ฉันก็อยากเห็นความหล่อเท่ของเขาเหมือนกัน
บทที่ 30 ฉันก็อยากเห็นความหล่อเท่ของเขาเหมือนกัน
บทที่ 30 ฉันก็อยากเห็นความหล่อเท่ของเขาเหมือนกัน
บทที่ 30 ฉันก็อยากเห็นความหล่อเท่ของเขาเหมือนกัน
ราตรีผ่านพ้นโดยไร้ซึ่งวาจา
ดวงจันทร์ลับขอบฟ้า อาทิตย์อุทัยฉายแสงตามวัฏจักร
บรรยากาศภายในห้องเรียน ม.6/6 โรงเรียนมัธยมซินไห่หมายเลข 8 คึกคักไม่ต่างจากห้องอื่นๆ หัวข้อสนทนาของทุกคนในวันนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างน่าประหลาด นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนย่านการค้าเมื่อเย็นวาน
"เฮ้ย พวกนายรู้เรื่องเมื่อวานเปล่า? บอกเลยว่าเรื่องใหญ่มาก!"
"เกิดอะไรขึ้นเหรอ? เมื่อคืนพอกลับถึงบ้านฉันก็ปั่นการบ้านยิกๆ ไม่ได้สนใจข่าวสารบ้านเมืองเลย"
"ฉันรู้!!"
"ฉันก็รู้ แชทกลุ่มระเบิดระเบ้อ มีคนถ่ายคลิปไว้ด้วย พอดูจบฉันกินข้าวเย็นไม่ลงเลย น่าสยดสยองสุดๆ"
"ยุคแห่งพลังเหนือมนุษย์จะปะทุขึ้นแล้วจริงๆ เหรอ? เดี๋ยวนี้พวกเหนือมนุษย์โผล่หัวออกมาจะๆ เลย"
"แต่สถานการณ์จริงมันต่างจากที่เราจินตนาการไว้หน่อยนะ ถ้าเกิดจลาจลแบบนั้น แล้วพวกเราดันไปอยู่ตรงนั้นเมื่อวานล่ะ? ถ้าภัยอันตรายแบบนั้นเกิดขึ้นกับตัวเราล่ะ?"
"ฟังแล้วขนลุกเลยแฮะ"
"โถ่เอ๊ย การจะแข็งแกร่งขึ้น เป็นยอดคนเหนือคน มันก็ต้องแลกมาด้วยเลือดและน้ำตาอยู่แล้ว คิดแบบนี้สิถึงจะเร้าใจ การบำเพ็ญเพียรคือการต่อสู้กับฟ้าดิน สนุกจะตายไป! อีกอย่าง ถ้าฉันได้เป็นผู้เหนือมนุษย์ ฉันจะออกไปยืนข้างหน้าแล้วใช้ร่างกายปกป้องทุกคนเอง"
"เหอะ พูดเหมือนผายลม ถามว่าถ้ามีเงินล้านจะบริจาคให้เด็กยากไร้บนดอยไหม แกคงตอบว่าบริจาคทันทีโดยไม่ลังเล แต่พอถามว่าตอนนี้ขอบริจาคสักสิบหยวนได้ไหม แกคงเริ่มอิดออด"
"ก็เพราะฉันมีสิบหยวนจริงๆ นี่หว่า"
"งั้นปัญหาก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ? ถามอีกข้อ ถ้าตอนนี้นายเป็นผู้เหนือมนุษย์ได้ทันที สิ่งแรกที่จะทำคืออะไร?"
"หาเงิน ยกระดับชีวิตตัวเอง ทำให้ครอบครัวสบายขึ้น"
"ฉันดูคลิปแล้ว พลังแบบนั้นมันน่ากลัวจริงๆ"
"คนเลวมันก็มีอยู่ทุกที่แหละ ต่อให้ไม่มีพลังเหนือมนุษย์ คนพวกนี้ก็ยังมีอยู่ ความชั่วร้ายก็ยังคงมีอยู่ เลี่ยงไม่ได้หรอก"
"ใช่ บางคนพอมีพลังพิเศษก็เอาไปปราบสัตว์ประหลาด ปกป้องชาวบ้าน แต่แน่นอนว่าต้องมีพวกจิตใจสกปรกเอาไปใช้ในทางที่ผิด จริงๆ แล้วไม่เกี่ยวกับว่าพลังพิเศษจะปะทุหรือไม่ ต่อให้ไม่มี พวกมันก็ทำชั่วอยู่ดี"
หัวข้อนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงอย่างเผ็ดร้อน ไม่ใช่แค่ห้อง 6 แต่ทั่วทั้งโรงเรียนซินไห่หมายเลข 8 ต่างกำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันให้แซ่ด
และโรงเรียนซินไห่หมายเลข 8 ท่ามกลางผู้คนนับไม่ถ้วน ก็เป็นเพียงภาพจำลองเล็กๆ ที่สะท้อนความคิดของชาวเมืองซินไห่ หรือแม้แต่ชาวฮั่นเซี่ยทั้งประเทศในขณะนี้
ในยุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยากนักที่จะปิดข่าวได้สนิท ทันทีที่เกิดเรื่อง คลิปวิดีโอก็แพร่สะพัดไปทั่วแพลตฟอร์มโซเชียลและหน้าฟีดเพื่อนฝูง จากนั้นข้อมูลแฉต่างๆ ที่ถูกเรียบเรียงเป็นบันทึกแชทก็แพร่ระบาดราวกับไวรัสในกลุ่มแชทต่างๆ
ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น และอยู่ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ เส้นประสาทของทุกคนจึงไวต่อหัวข้อนี้เป็นพิเศษ
นี่คือผู้เหนือมนุษย์ในตำนานเชียวนะ!
จะไม่ให้สนใจได้ยังไง?
แน่นอนว่าปฏิกิริยาของผู้คนที่มีต่อเหตุการณ์นี้ย่อมแตกต่างกันไป
แต่หลักฐานมากมายในขณะนี้ดูเหมือนจะบ่งชี้ว่า ยุคสมัยใหม่กำลังจะมาถึงแล้วจริงๆ!
เมื่อเทียบกับการปิดข่าวเงียบกริบและลบทุกร่องรอยในตอนแรก วิธีการจัดการของทางการในตอนนี้เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ หลายคนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้
คิดว่าทางการไม่รู้เห็นเรื่องพวกนี้จริงๆ หรือ? ต้องรู้ก่อนว่าอำนาจในการควบคุมดูแลของทางการฮั่นเซี่ยนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดเป็นอันดับต้นๆ ของดาวบลูสตาร์
ในทางกลับกัน ยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อวาน มีข้อมูลมหาศาลไหลเวียนอยู่ในโลกออนไลน์
ถ้าคุณกล้าโพสต์ภาพหรือคลิปเหตุการณ์สดๆ ที่มีความรุนแรง เลือดสาด โดยไม่เซ็นเซอร์ โพสต์นั้นจะปลิวภายในสิบนาที หรือไม่บัญชีของคุณก็จะถูกจัดการ
แต่ถ้าคุณเบลอภาพ หรือแค่พูดคุยถกเถียงถึงเหตุการณ์นั้น ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าทางการกำลังบอกใบ้อะไรบางอย่างหรือเปล่า? เท่ากับยอมรับกลายๆ ว่าพลังเหนือมนุษย์กำลังจะปะทุขึ้นจริงๆ?
แค่ยังไม่รู้ว่าในระยะนี้ การปะทุจะเกิดขึ้นเฉพาะในฮั่นเซี่ย หรือจะลุกลามไปทั่วทั้งดาวบลูสตาร์
ในขณะเดียวกัน เพื่อนร่วมชั้นที่หูตากว้างไกลบางคนก็เปิดเผยข้อมูลสำคัญ
"มีเรื่องที่พวกนายคงยังไม่รู้ใช่ไหม? ลูกพี่ลูกน้องฉันทำงานอยู่ที่สำนักงานความมั่นคง เขาเล่าข้อมูลวงในให้ฟัง จริงๆ แล้วเมื่อวานไอ้คนร้ายนั่นโดนจัดการไปแล้ว ยังไม่ทันได้หนี ก็โดนผู้เหนือมนุษย์ลึกลับอีกคนฆ่าตาย แถมยังช่วยผู้รอดชีวิตไว้ได้สองคนด้วย"
"มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ? แต่ก็ดีแล้ว คนพรรค์นั้นอยู่ไปก็รกโลก"
"คนดียังมีอยู่ในสังคมจริงๆ!"
"ใช่ ได้ยินลูกพี่ลูกน้องเล่าว่า ทันทีที่ผู้เหนือมนุษย์ลึกลับคนนั้นปรากฏตัว ก็อัดไอ้คนร้ายนั่นซะน่วมเลย แถมยังหล่อมากด้วย ตอนนี้ทางการกำลังตามหาตัวเขาให้ควัก มีรางวัลนำจับด้วยนะ"
"นี่แหละชีวิตที่ฉันต้องการ มีพลังมหาศาล ชำระความแค้น ผดุงความยุติธรรม"
"อยากเป็นผู้เหนือมนุษย์บ้างจัง"
"ไม่รู้ว่าผู้เหนือมนุษย์คนนั้นเป็นคนยังไง ออกตัวก่อนนะว่าฉันไม่ได้เป็นเกย์ แต่ถ้าได้เห็นความเก่งกาจของเขากับตาตัวเองคงจะดี ย้ำอีกทีว่าฉันไม่ได้เป็นเกย์ แค่คิดว่าเขาต้องหล่อ สูงยาวเข่าดี และดูสง่างามมากแน่ๆ สุดท้ายขอพูดอีกครั้งว่าฉันไม่ได้เป็นเกย์ แค่คิดว่ากล้ามแขนเขาต้องแน่นปึ้กแน่ๆ"
"ใครบ้างจะไม่อยากเจอเขา?"
ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอย่างออกรส ประตูห้องเรียนก็ถูกเปิดออกเสียงดัง "ปัง—" ทำลายบรรยากาศจนสิ้น
หยวนเย่ยืนอยู่หน้าประตูห้องเรียน สวมชุดนักเรียน สะพายกระเป๋าเป้ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ไม่เหลือเค้าความสบายๆ เหมือนปกติ สภาพดูไม่ได้ราวกับรังไก่
ขอบตาดำคล้ำ ใบหน้าซีดเหลือง ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขาเดินลอยๆ เข้ามาในห้องเรียน
ห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขา
"หืม?"
หยวนเย่เห็นบรรยากาศเงียบผิดปกติก็ขมวดคิ้ว "มองอะไรกัน? คุยกันต่อสิ หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง?"
"มีจริงๆ" เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งพยักหน้ารัวๆ
"ไม่สิ... พี่หยวน เมื่อคืนไปทำอะไรมาเนี่ย?" หลี่ฉีเหอเดินเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง สีหน้าดูเวอร์วังสุดขีด
"หือ? ฉันจะไปทำอะไรได้?" หยวนเย่มองหลี่ฉีเหออย่างงุนงง "ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย"
แน่นอนว่าหยวนเย่ไม่ได้นึกถึงเรื่องที่ความลับแตกเมื่อวาน
สิ่งที่เขาทำเมื่อวาน เพื่อนร่วมห้องพวกนี้ไม่มีทางรู้ และไม่มีทางแพร่งพรายออกไป รายละเอียดต่างๆ ไม่มีทางสาวมาถึงตัวเขาได้ เขาจัดการทุกอย่างไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
แล้วทำไมทุกคนถึงมองหน้าเขาแบบนั้น?
"สภาพนายดูไม่ค่อยดีเลยนะพี่หยวน ไม่สบายหรือเปล่า? ไปห้องพยาบาลไหม?" หลี่ฉีเหอเตือนสติ
"ทำไมพูดงั้น?" หยวนเย่ถาม
"ดูเองสิ"
หลี่ฉีเหอยื่นกระจกให้
"ไหนขอดูหน่อย"
หยวนเย่รับกระจกมาส่องหน้าตัวเองอย่างสงสัย
"เชี่ยไรเนี่ย?!"
พี่ชาย นายเป็นใคร?
ในกระจก ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาหายวับไป เหลือแต่ใบหน้าที่ดูอ่อนเพลียสุดขีด
สภาพดูแย่จนกระจกแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาแทน
ถ้าให้ใส่ชุดรัดรูปแล้วไปโผล่ในสตูดิโอถ่ายหนังบางประเภท แม้แต่ผู้เล่นหานซิ่นอันดับหนึ่งของประเทศยังต้องยอมกราบ
หยวนเย่รู้สึกเดจาวู ถ้ากระจกบานนี้พูดได้ มันคงตบไหล่เขาแล้วบอกว่า "เพลาๆ บ้างนะไอ้น้อง"
"อย่างน้อยก็อย่ามาตายคาหน้ากระจกฉันก็พอ"
นี่มันสภาพของนักรบผู้กรำศึกหนักชัดๆ
"พี่หยวน ฉันเข้าใจความรู้สึกนายนะ ทุกคนก็เป็นเหมือนกัน แต่ร่างกายเป็นของเรา อย่างน้อยก็หักโหมให้น้อยลงหน่อยเถอะ!"
หลี่ฉีเหอกล่าวด้วยความเป็นห่วง
แม้จะรู้ว่าหลี่ฉีเหอหวังดี แต่คำพูดที่เป็นห่วงบวกกับหน้าตาที่เหมือนเพนกวินจักรพรรดิเดินได้ของมัน ทำให้หยวนเย่อดรู้สึกไม่ได้ว่าไอ้หมอนี่กำลังล้อเลียนเขาอยู่
"ไม่ใช่... ฉันไม่ได้ทำจริงๆ"
"ฉันเชื่อ!"
ถึงปากจะบอกว่าเชื่อ แต่สีหน้าของหลี่ฉีเหอฟ้องชัดเจนว่าแค่เออออห่อหมกไปงั้นๆ
หยวนเย่: "..."
เขาคำนวณพลาดไป เมื่อคืนมัวแต่วิจัยความสามารถทั้งคืน พอตอนเช้าตื่นสายเลยรีบมาโดยไม่ได้ล้างหน้าแต่งตัว
ไม่คิดเลยว่าการใช้พลังปราณจนเกินขีดจำกัดจะส่งผลขนาดนี้
ดูท่าต่อไปต้องระวังให้มาก พลังปราณที่บำเพ็ญเพียรมาจนเป็นของตัวเอง ก็เหมือนอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย
ใช้ได้ แต่อย่าใช้จนเกินตัว ไม่งั้นผลเสียจะตกอยู่ที่ตัวเองแน่นอน
ไม่น่าเชื่อว่าชื่อเสียงของเขาจะต้องมามัวหมองเพราะเรื่องพรรค์นี้
"แค่ไม่สบายนิดหน่อยเองน่า" หยวนเย่โยนกระจกคืนให้หลี่ฉีเหออย่างเซ็งๆ
พูดจบเขาก็เตรียมจะเดินกลับไปที่โต๊ะ
ก่อนเริ่มคาบเรียน เขาอยากงีบสักหน่อย การใช้พลังงานอย่างหนักบวกกับการอดนอนเมื่อคืนทำให้สภาพร่างกายตอนนี้แย่มาก
ทว่า หลี่ฉีเหอกลับรั้งตัวเขาไว้ "พี่หยวน มีเรื่องต้องรายงาน!"
สีหน้าของหลี่ฉีเหอดูจริงจังเป็นพิเศษ