- หน้าแรก
- เริ่มต้นก็โดนเจ๊ดาบน้ำแข็งจับขัง เลยนั่งปั้นไอดีเทพประชดชีวิตซะเลย
- บทที่ 20 จันทราโลหิตเหินเวหา
บทที่ 20 จันทราโลหิตเหินเวหา
บทที่ 20 จันทราโลหิตเหินเวหา
บทที่ 20 จันทราโลหิตเหินเวหา
"เอ่อ คือว่า ข้าแค่ล้อเล่นน่ะ ท่านเชื่อข้าไหม?"
ชิงเชวี่ยตีหน้าเศร้า นางเป็นแค่ข้าราชการตัวเล็กๆ จะไปหาเงินมากมายมหาศาลขนาดนั้นมาใช้หนี้ได้จากที่ไหน?
นอกจากจะเสียเงินเดือนไปสามปีเต็มแล้ว ยังต้องมาติดหนี้หัวโตอีก โชคของผู้เริ่มต้นมันดีเกินเหตุแบบนี้เลยหรือไง?
"งั้นก็ช่างเถอะ"
ฮูเล่ยไม่ได้ใส่ใจกับเศษเงินเล็กน้อยแค่นั้น ชิงเชวี่ยคงไม่มีปัญญาเอาตัวเข้าแลกเพื่อใช้หนี้จริงๆ หรอก ถึงนางไม่มีจ่าย ฟู่ซวนก็ต้องจ่ายแทน และเฟยเซียวคงไม่ยอมให้เขาทำอะไรบ้าๆ แน่
"แต่ข้าว่าเจ้าเป็นคนมีความสามารถนะ ชิงเชวี่ย สนใจลาออกจากสำนักพยากรณ์มาทำงานกับข้าไหม? รายได้ปีละล้านไม่ใช่แค่ฝันนะ"
"เวลาทำงานยืดหยุ่น แค่ตอกบัตรทุกวัน เมื่องานเสร็จจะอู้นานแค่ไหนก็ได้"
ฮูเล่ยวางแผนใช้ผลประโยชน์เข้าล่อเพื่อหลอกนางมาทำงานด้วย ถ้าชิงเชวี่ยยอมมาจริงๆ สวัสดิการที่ว่ามาข้างต้นเขาจัดให้ได้ไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
"จริงเหรอ? เดี๋ยวสิ ข้าว่างานที่สำนักพยากรณ์ก็ดีอยู่แล้ว ไม่รบกวนท่านดีกว่า"
ชิงเชวี่ยเกือบจะตบปากรับคำไปแล้ว แต่พอนึกถึงบุญคุณที่ฟู่ซวนชุบเลี้ยงมา นางจึงจำใจปฏิเสธอย่างเสียดาย
แน่นอนว่าเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือ โดยทั่วไปแล้วข้อเสนอที่ดีเกินจริงมักมาจากพวกต้มตุ๋นที่จะหลอกไปขายไตน่ะสิ แต่คนสนิทของท่านนายพลเฟยเซียวไม่น่าจะเป็นแบบนั้น สงสัยจะหวังเคลมร่างกายข้ามากกว่า
ชิงเชวี่ยไม่มีทางขายศักดิ์ศรีเพื่อเศษเงินหรอก
"เอาเถอะ วันไหนเบื่อๆ ก็มาหาข้าได้ ตอนนี้รบกวนเจ้าช่วยนำทางพาชมสำนักพยากรณ์หน่อยได้ไหม?"
"ได้แน่นอน!"
ชิงเชวี่ยไม่ได้คิดอะไรมาก ท่านจอมพยากรณ์เคยสั่งห้ามบุคคลน่าสงสัยเข้า แต่หนุ่มน้อยชาวจิ้งจอกรูปงามคนนี้เป็นเพื่อนของท่านนายพลเฟยเซียว ชัดเจนว่าไม่ใช่คนเลว
"นี่คือเมทริกซ์การหยั่งรู้แห่งเซียนโจวหลัวฝู ช่างอลังการจริงๆ"
ฮูเล่ยเดินชมพลางใช้พลังจิตบันทึกข้อมูลทุกอย่างไว้ หลังจากกลับไปที่จักรวรรดิ เขาจะนำสิ่งนี้ไปสร้างและยึดเป็นของตัวเอง ฮูเล่ยเองก็ใช้พลังจิตได้ หรือจะพูดให้ถูกคือ เขาเป็นผู้ใช้พลังจิตคนแรกในโลกนี้
ฮูเล่ยเป็นผู้ใช้พลังจิตโดยกำเนิด อาจเป็นเพราะมิติย่อยและจักรวาลจริงในโลกนี้ไม่ได้เชื่อมต่อกันอย่างแน่นแฟ้น จึงไม่มีผู้ใช้พลังจิตคนอื่นเกิดขึ้นก่อนหน้าเขา
ฮูเล่ยคือคนแรก และจากนั้นเขาก็เป็นผู้เปิดประตูมิติย่อยด้วยตนเองและสถาปนาเทอร์ราศักดิ์สิทธิ์ขึ้น นี่เป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวในโลกที่สามารถวิจัยความสามารถทางจิตได้อย่างกว้างขวาง ทำให้มีเพียงจักรวรรดิเท่านั้นที่มีผู้ใช้พลังจิต
มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายเกี่ยวกับมิติย่อยในโลกนี้
ข่าวดีคือ มิติย่อยของที่นี่ไม่มี 'สี่พ่อค้า' ซึ่งเป็นกลุ่มก้อนของอารมณ์ด้านลบและกองทัพปีศาจของพวกมัน มันมีเพียงพลังงานบริสุทธิ์และสงบนิ่งอย่างยิ่ง เอื้อต่อการวิจัยได้อย่างอิสระ
ข่าวร้ายคือ 'สี่พ่อค้า' และกองทัพปีศาจในโลกนี้ดันอยู่ในจักรวาลแห่งความจริง
คอร์น = อนุรักษ์ + ทำลายล้าง + ล่าสังหาร
เนอร์กัล = เฟื่องฟู + อมตะ
สลาเนช = ความงาม + ปิติสุข + แพร่พันธุ์
ซีนซ์ = ปัญญา + ความทรงจำ + ปิติสุข
ปีศาจระดับสูงแห่งมิติย่อย = ระดับผู้ได้รับพร
กองทัพปีศาจ = กองทัพปฏิสสาร + จักรวรรดิ + ยานดวงดาว + องค์กรสันติภาพ
โลกนี้ถูกเหล่าปีศาจแห่งมิติย่อย (ผู้เดินบนเส้นทางเทพดารา) ยึดครองไปแล้ว ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยผู้บูชาปีศาจ ช่างน่าเศร้าจริงๆ
"นี่คือเมทริกซ์การหยั่งรู้ของสำนักพยากรณ์ คนทั่วไปไม่มีสิทธิ์ได้เห็นนะ นี่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของชาวเรือเซียนโจวเลยล่ะ"
ชิงเชวี่ยแนะนำสถานที่ไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าสีหน้าของเฟยเซียวเริ่มเคร่งเครียด แต่นางยังคงเงียบอยู่
"คนนอกอย่างข้าดูของพวกนี้ได้เหรอ?"
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ท่านไม่ใช่คนเลวสักหน่อย เพื่อนของท่านนายพลอยากดูทั้งทีก็ดูไปเถอะ"
ชิงเชวี่ยไม่ใส่ใจเลยสักนิด คนที่ท่านนายพลเฟยเซียวพามาด้วยจะเป็นบุคคลอันตรายที่ท่านจอมพยากรณ์ฟู่ซวนพูดถึงได้ยังไง?
"ไม่จำเป็น ข้าเข้าใจโครงสร้างของเมทริกซ์การหยั่งรู้ดีพอแล้ว ได้เวลาไปที่อื่นเสียที"
"ที่ไหน?"
เฟยเซียวเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ ออร่ารอบตัวของฮูเล่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ทะเลสาบเกล็ดมังกร ข้าต้องไปจัดการธุระที่นั่นให้จบ ข้าเสียเวลามามากเกินพอแล้ว"
ฮูเล่ยรู้สึกว่าจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงเนื้อเรื่อง ไม่ใช่แค่เป็นตัวประกอบฉาก
"เป็นไปไม่ได้ ตราบใดที่ข้ายังอยู่ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าไปขัดขวางจิ่งหยวนแน่"
เฟยเซียรู้ดีว่าสิ่งที่ต้องเกิดก็ต้องเกิด หลังจากยื้อเวลามานานป่านนี้ จิ่งหยวนน่าจะใกล้จัดการกับแฟนไทเลียแล้ว นางปล่อยให้ฮูเล่ยไปสร้างปัญหาไม่ได้เด็ดขาด
พูดจบนางก็จัดการฟาดเจียวชิวและม่อเจ๋อจนสลบเหมือด ตัดกำลังรบของศัตรูล่วงหน้าทันที
"เจ้าหยุดข้าไม่ได้หรอก"
"ไม่ลองก็ไม่รู้ ท่านหัวหน้าเผ่า"
เฟยเซียวมั่นใจว่านางน่าจะยื้อฮูเล่ยไว้ได้สักพัก จากการสังเกต ดูเหมือนฮูเล่ยจะไม่ได้ตั้งใจทำให้เรือเซียนโจวล่มสลาย
"พะ... พ่อหนุ่มชาวจิ้งจอกคนนี้คือ... หมาป่าแห่งปู้หลี!"
ซู่ซางและกุ้ยหน่ายเฟินเพิ่งตระหนักได้ว่าทำไมเจียวชิวถึงไล่พวกนางกลับบ้าน ที่แท้ที่นี่ก็อันตรายจริงๆ
"เดี๋ยวนะ หมาป่าแห่งปู้หลี ข้า... ท่านจอมพยากรณ์ฟู่ซวน ข้าขอโทษ"
ชิงเชวี่ยมองบรรยากาศที่ตึงเครียด มองฮูเล่ยที่เริ่มกลายร่างเป็นหมาป่า และสถานะหัวหน้าเผ่าของเขา... นี่มันศัตรูระดับตำนานที่ร้ายกาจที่สุดของชาวเซียนโจวไม่ใช่เหรอ?
ตัวร้ายตัวเป้งในแบบเรียนของชาวเซียนโจว บุคคลอันตรายที่ท่านจอมพยากรณ์คำนวณไว้ก็น่าจะเป็นคนคนนี้ และข้าดันเป็นคนพาเขาเข้ามาเองกับมือ
ชิงเชวี่ย: ข้าเคยมีงานทำ
"งั้นก็มาลองดู!"
พูดจบ ฮูเล่ยก็ควักหัวใจของตนออกมา จันทราสีเลือดเริ่มปรากฏขึ้นเหนือสำนักพยากรณ์ แสงแห่งจันทราโลหิตเริ่มสาดส่องไปทั่วลำเรือ
จันทราสีเลือดดั้งเดิมสามารถแพร่เชื้อใส่ชาวจิ้งจอกทุกคนบนเรือได้ และอันนี้เป็นเวอร์ชันอัปเกรดด้วยพลังจิต ที่ฮูเล่ยเสริมพลังด้วยอำนาจของผู้ได้รับพรและความสามารถทางจิต ทำให้มันทรงพลังยิ่งกว่าของเดิม
"เจ้ามันบ้าไปแล้ว!"
เมื่อเห็นดังนั้น เฟยเซียวไม่มัวเสียเวลากับฮูเล่ยอีกต่อไป นางเรียกเงาร่างเฟยหวงออกมาและกลืนกินจันทราสีเลือดเข้าไปทันที โชคดีที่ไม่เกิดความเสียหายวงกว้าง
"ท่าน... ท่านนายพลเฟยเซียว..."
แก๊งสามสาวชิงเชวี่ยมองเฟยเซียวที่ตกอยู่ในภาวะคลุ้มคลั่งจันทราด้วยความเป็นห่วง ตอนนี้ดวงตาของเฟยเซียวแดงฉานและกำลังจะโจมตีทุกคนไม่เลือกหน้า
ปัง!
ทันใดนั้นนางก็ถูกฮูเล่ยฟาดด้วยอิฐจนสลบเหมือด นี่คือผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ร่วมกันระหว่างผู้ใช้พลังจิตที่แข็งแกร่งที่สุดและเทพดาราแห่งความปิติสุข ประสิทธิภาพของมันยอดเยี่ยมมาก
ความจริงแล้ว ฮูเล่ยอาจจะไม่สามารถเอาชนะเฟยเซียวได้ง่ายๆ แม้จะชนะได้ จิ่งหยวนก็คงจัดการเรื่องทางโน้นเสร็จไปแล้ว
โชคร้ายที่เฟยเซียวต้องปกป้องเซียนโจวและถูกเล่นทีเผลอ ฮูเล่ยจึงจัดการนางได้อย่างง่ายดาย
ฮูเล่ยกัดเข้าที่ลำคอของเฟยเซียวต่อหน้าต่อตาชิงเชวี่ย ซู่ซาง และกุ้ยหน่ายเฟิน เริ่มกระบวนการชำระล้างสายเลือดปู้หลีของนาง
สามสาวตัวน้อยรู้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีและพยายามจะเข้าไปขวาง แต่ก็ถูกเจียวชิวและม่อเจ๋อที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาจับตัวไว้
"สายเลือดแท้มันต่างจากเลือดที่สกัดออกมาจริงๆ ด้วย"
"แม่จิ้งจอกน้อย จักรวรรดิคือบ้านที่แท้จริงของเจ้า"
ร่างกายดี ผิวสัมผัสใช้ได้ และรสชาติของเลือดยิ่งยอดเยี่ยม
ทุกอย่างเป็นไปตามแผน บีบให้เฟยเซียวกลืนกินจันทราสีเลือด แล้วหาทางชำระสายเลือดปู้หลีของนาง ตอนนี้สายเลือดจิ้งจอกของเฟยเซียวแทบไม่เหลือแล้ว
แบบนี้เฟยเซียวคงยิ่งได้รับความไว้วางใจจากเซียนโจวยากขึ้นไปอีก
เฟยเซียวกลืนกินจันทราสีเลือด แม้ว่าการสืบทอดพลังของหมาป่าแห่งปู้หลีจะไม่ต้องพึ่งพาจันทราสีเลือดอีกต่อไป แต่มันมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก ยิ่งบวกกับความจริงที่ว่าตอนนี้นางแทบไม่ต่างจากเผ่าปู้หลีเลือดบริสุทธิ์ พวกตาแก่ในเซียนโจวจะยังไว้ใจนางได้จริงหรือ?
ยังไม่นับนิสัยส่วนตัวของเฟยเซียวที่ดูเหมือนชาวปู้หลียิ่งกว่าชาวปู้หลีเสียอีก แม้แต่ฮัวก็คงต้องคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าและอาจจะไม่วางใจเฟยเซียวเต็มร้อย
จันทราสีเลือดจะช่วยเสริมพลังให้เฟยเซียวและรักษาอาการคลุ้มคลั่งจันทราของนาง แต่น่าเสียดายที่มันจะทำให้ประวัติชีวิตที่มัวหมองอยู่แล้วของนางยิ่งมัวหมองลงไปอีก
"ข้าฝากเฟยเซียวด้วยนะ ข้าไปก่อนล่ะ"
พูดจบ ฮูเล่ยก็โยนเฟยเซียวที่ยังคงต่อสู้กับอีกตัวตนหนึ่งในความฝันให้แก๊งสามสาวชิงเชวี่ยดูแล จากนั้นเขาก็พาเจียวชิวและม่อเจ๋อมุ่งหน้าสู่ทะเลสาบเกล็ดมังกร พร้อมที่จะไปสนับสนุนแฟนไทเลีย
"ซางซาง ชิงเชวี่ย เราจะทำยังไงกันดี?"
กุ้ยหน่ายเฟินมองดูสำนักพยากรณ์ที่เละเทะด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง
"จบกัน ท่านจอมพยากรณ์กลับมาต้องลงโทษข้าหนักแน่ๆ"
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราช่วยกันเก็บกวาดที่นี่ก่อนเถอะ แล้วรอให้ท่านนายพลเฟยเซียวฟื้น"
...
"เจ้ามังกรเถารันว่ายังไงบ้าง? ข้าจะได้เคล็ดวิชาสะกดจ้าวมังกรหรือกำลังเสริมที่ต้องการไหม?"
"อย่าบอกนะว่าปฏิเสธ เจ้ามังกรนั่นมีศักดิ์ฐานะทัดเทียมกับจ้าวมังกร เขาต้องมีไม้ตายอะไรสักอย่างแน่"
ฟู่ซวนมองอัศวินอวิ๋นฉีที่กลับมามือเปล่าด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
จนถึงตอนนี้ ฟู่ซวนก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมจ้าวมังกรถึงสามารถควบคุมเทพสายฟ้าได้หลังจากตื่นรู้พลัง
หรือว่าเทพดาราแห่งความอมตะจะยังไม่ตาย แต่เพียงแค่ยืมชื่อของ 'หลาน' และกลายเป็นเทพดาราแห่งการล่าสังหาร?
"เจ้ามังกรเถารันแจ้งว่าขณะนี้เขากำลังรวบรวมกองทัพเผ่ามังกร จึงยังไม่มีกำลังพลเพียงพอจะมาช่วยสนับสนุนขอรับ"
"นี่คือคำสั่ง การสั่งให้เจ้ามังกรมาช่วยรบคือคำสั่ง เผ่ามังกรคิดจะกบฏหรือไง?"
ฟู่ซวนรู้สึกว่าการที่แฟนไทเลียและจักรวรรดิบุกเข้ามาได้ง่ายดายขนาดนี้ ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเจ้ามังกรเหล่านี้เป็นแน่
"ถอยทัพ ไปหาท่านนายพล"
เมื่อมองดูเยี่ยนชิงที่กำลังถูกไปลู่ไล่ต้อนจนถอยร่น และอัศวินอวิ๋นฉีที่บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ฟู่ซวนทำได้เพียงออกคำสั่งถอย อย่างน้อยก็เพื่อไปแจ้งสถานการณ์ปัจจุบันให้จิ่งหยวนรู้ล่วงหน้า
นี่ขนาดไปลู่ยอมออมมือให้แล้วนะ เพราะมัวแต่เล่นไพ่ ฮูเล่ยเลยตั้งค่าไปลู่เป็นโหมดต่อสู้อัตโนมัติ ซึ่งเปิดช่องโหว่ให้ไปลู่พอสมควร
คำสั่งคือให้โจมตี แต่วิธีการโจมตีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในฐานะธิดามังกร การที่ไปลู่จะยั้งมือไว้บ้างก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ?