เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ร่มพันกล

บทที่ 17 ร่มพันกล

บทที่ 17 ร่มพันกล


บทที่ 17 ร่มพันกล

ผ่านไปสองปี ระดับพลังของเฟิงฮ่าวรุดหน้ามาถึงเลเวลสามสิบแล้ว

ตลอดสองปีมานี้ เขาฝึกฝนอย่างหนักหน่วงโดยมีความมุ่งมั่นที่จะไปถึงเลเวลสามสิบให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ออกเดินทางไปยังนครเทียนโต้ว

เสี่ยวอู่เองก็เติบโตขึ้นมากในช่วงสองปีนี้ ความสูงของนางเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งร้อยสี่สิบเซนติเมตร และค่อยๆ เผยแววความงามสะพรั่งออกมาทีละน้อย

นางยังคงติดเฟิงฮ่าวแจเหมือนเดิม ทุกคืนนางยังคงติดนิสัยต้องนอนกอดเฟิงฮ่าวต่างหมอนข้าง

ระดับพลังวิญญาณของนางก็พัฒนามาถึงเลเวลยี่สิบเช่นกัน แม้ความเร็วจะเทียบชั้นกับเฟิงฮ่าวไม่ได้เลยก็ตาม

ก็แน่ล่ะ นางไม่ได้มีตัวช่วยโกงเหมือนเฟิงฮ่าว อีกทั้งเคล็ดวิชา 'คัมภีร์สัจธรรมสุริยัน' ของเฟิงฮ่าวก็ใช้กับนางไม่ได้ เขาจึงไม่ได้ถ่ายทอดให้นาง

ใจจริงเขาหวังว่าจะหาเคล็ดวิชาที่เหมาะกับนางได้สักวิชา แต่ตลอดสองปีมานี้กลับไม่มีภารกิจใดๆ เด้งขึ้นมาเลย เขาจึงจนปัญญา

ในเมื่อช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม และเฟิงฮ่าวเองก็เพิ่งทะลวงผ่านเลเวลสามสิบมาหมาดๆ เขาจึงตัดสินใจจะไปหาเชียนเริ่นเสวี่ย

จากกันไปสองปี ป่านนี้นางคงงดงามยิ่งกว่าเดิมเป็นแน่!

ในความคิดของเฟิงฮ่าว ช่วงอายุที่งดงามที่สุดของสตรีคือช่วงสิบหกถึงสิบแปดปี

ส่วนหลังจากนั้นจะยังคงความงามไว้ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองแล้ว

เช้าวันนั้น เฟิงฮ่าวเอ่ยกับเสี่ยวอู่ว่า "เสี่ยวอู่ พี่อาจจะต้องออกไปข้างนอกสักสองสามวันนะ"

"พี่เฟิงฮ่าวจะไปไหนคะ? พาข้าไปด้วยไม่ได้หรือ?" นางถามพลางจ้องหน้าเฟิงฮ่าวตาแป๋ว

"ครั้งนี้พี่พาเจ้าไปด้วยไม่ได้ เอาไว้คราวหน้าถ้าพี่ไปที่อื่นจะพาเจ้าไปด้วยนะ" เฟิงฮ่าวตอบ

นครเทียนโต้วมีแต่วิทยายุทธ์ระดับสูงเดินกันให้ขวักไขว่ เฟิงฮ่าวเกรงว่าความลับเรื่องตัวตนของเสี่ยวอู่อาจถูกเปิดเผย ไม่อย่างนั้นเขาคงพานางไปด้วยแล้ว

"อ้อ! งั้นพี่เฟิงฮ่าวต้องรีบกลับมานะ" นางกระพริบตาปริบๆ ส่งสายตาอ้อนวอน

"อื้ม! พี่สัญญา" เฟิงฮ่าวพยักหน้า ก่อนจะหยิบร่มคันเล็กออกมาจากแหวนมิติ

เขายื่นร่มคันนั้นให้เสี่ยวอู่แล้วกำชับว่า "เสี่ยวอู่ เจ้ารับร่มคันนี้ไว้ป้องกันตัวนะ"

"ป้องกันตัว?" เสี่ยวอู่รับร่มมาพิจารณาดู และพบว่ามันทำจากโลหะทั้งคัน

ทว่าน้ำหนักของมันกลับเบาอย่างเหลือเชื่อ ตัวร่มบางเฉียบจนนางจินตนาการไม่ออกเลยว่าใช้เทคโนโลยีใดในการสร้างสรรค์มันขึ้นมา

ตัวร่มเป็นสีเหลืองอ่อนสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ประดับประดาด้วยไข่มุกดูสวยงาม เหมาะเจาะกับเด็กผู้หญิงยิ่งนัก

แต่ถึงมันจะสวยงามเพียงใด นางก็นึกไม่ออกว่าจะเอามันไปใช้ป้องกันตัวได้อย่างไร

"ร่มคันนี้มีชื่อว่า 'ร่มพันกล' พี่เพิ่งสร้างมันเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ มันเป็นอาวุธลับที่ทรงอานุภาพมาก แม้แต่คนธรรมดาที่ไม่มีพลังวิญญาณ หากใช้มันก็สามารถปลิดชีพวิญญาณบรรพชนได้ในทีเดียว ด้วยระดับพลังของเจ้าตอนนี้ ต่อให้เจอราชาวิญญาณระดับต่ำ เจ้าก็มีโอกาสทำให้พวกเขาบาดเจ็บสาหัสได้" เฟิงฮ่าวอธิบายสรรพคุณ

"ร้ายกาจขนาดนั้นเชียว? แล้วมันใช้ยังไงคะ?" เสี่ยวอู่ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ที่ด้ามร่มมีปุ่มกดอยู่สองปุ่ม ปุ่มหนึ่งใช้สำหรับกางร่มแบบปกติ ส่วนอีกปุ่มคือปุ่มใช้อาวุธลับ หลังจากกางร่มแล้วให้กดปุ่มอาวุธลับ กลไกอาวุธลับจะทำงานและโจมตีออกไปรอบทิศทาง" เฟิงฮ่าวสาธิตวิธีการใช้

อันที่จริง ขีดจำกัดความสามารถของร่มพันกลไม่ได้มีแค่นี้ เพียงแต่เขาหาโลหะที่คุณภาพสูงพอจะรองรับพลังสูงสุดของมันยังไม่ได้ในตอนนี้

ความมหัศจรรย์ของร่มพันกลคือการผสานพลังวิญญาณของผู้ใช้เข้าไป ซึ่งจะช่วยยกระดับพลังโจมตีได้อย่างมหาศาล หากมีพลังวิญญาณมากพอ อาวุธลับชิ้นนี้อาจสังหารได้แม้กระทั่งราชทินนามพรหมยุทธ์

แน่นอนว่านั่นต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ร่มพันกลทำจากโลหะชั้นยอดด้วย

"ข้าขอลองหน่อยนะ" เสี่ยวอู่พูดด้วยความตื่นเต้น สำหรับนางแล้ว นี่มันก็เหมือนของเล่นชิ้นใหม่ดีๆ นี่เอง

นางวิ่งเหยาะๆ ออกไปข้างหน้า แล้วกดปุ่มกางร่มพันกลออก

นางเงยหน้ามองโครงสร้างภายในร่มและพบว่ามันถูกสร้างขึ้นอย่างปราณีตบรรจง

ยากที่จะเชื่อว่าของสวยงามขนาดนี้จะทรงพลังอย่างที่เฟิงฮ่าวคุยโวไว้

นางลองกดปุ่มอาวุธลับเบาๆ

"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!"

ชั่วพริบตา เข็มบินนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาเป็นวงกลมรอบทิศทาง ปักลงบนพื้นรอบตัวนางอย่างรวดเร็ว

พื้นทางเดินปูด้วยแผ่นหิน แต่เข็มบินเหล่านั้นกลับเจาะทะลุเป็นรูพรุนได้อย่างง่ายดาย

นี่ขนาดนางยังไม่ได้ใช้พลังวิญญาณเสริม หากเข็มเหล่านี้ฝังลงบนร่างคน ไม่อยากจะคิดเลยว่าสภาพจะเป็นเช่นไร

นางหุบร่มเก็บ วิ่งกลับมาหาเฟิงฮ่าวแล้วถามว่า "พี่เฟิงฮ่าว เข็มพวกนั้นปักคาอยู่บนพื้นหิน ข้าจะเอามันออกมายังไงดี?"

"ไม่ต้องเอาออกมาหรอก ในร่มพันกลยังมีเข็มสำรองอยู่อีกเพียบ พอให้เจ้าใช้แบบนี้ได้อีกตั้งสิบแปดครั้ง หักครั้งนี้ไปก็เหลืออีกสิบเจ็ดครั้ง ถ้าใช้หมดเมื่อไหร่ เดี๋ยวพี่เติมให้ใหม่" เฟิงฮ่าวตอบ

"สิบเจ็ดครั้ง ข้าคงใช้ไม่หมดง่ายๆ หรอก ข้าชอบร่มพันกลคันนี้จัง ชื่อก็เพราะด้วย ขอบคุณนะพี่เฟิงฮ่าว" พูดจบ เสี่ยวอู่ก็เขย่งเท้าขึ้นหอมแก้มเฟิงฮ่าวฟอดใหญ่

ตลอดสองปีมานี้ นางหอมแก้มเขาแบบนี้จนเป็นเรื่องปกติ นางชิน เขาก็ชิน

เฟิงฮ่าวหันมาจูบหน้าผากนางอย่างอ่อนโยนแล้วเอ่ย "พี่จะรีบกลับมานะ"

"อื้ม!" เสี่ยวอู่พยักหน้าอย่างว่าง่าย

จากนั้น เฟิงฮ่าวก็เริ่มกระตุ้นทักษะวิญญาณที่สองของแผนภาพไท่จี๋

สะพานสีทองปรากฏขึ้นกลางเวหา เหนือสะพานนั้น พลังอำนาจมหาศาลหลั่งไหลลงมาจากฟากฟ้า

ปลายทางอีกฝั่งของสะพานสีทองยังคงเลือนราง

เฟิงฮ่าวต้องกำหนดจุดหมายปลายทางด้วยตนเอง ในห้วงเวลานี้ จิตวิญญาณของเขาสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองต่างๆ โดยรอบได้จากมุมสูงอย่างรวดเร็ว

และขอบเขตการมองเห็นก็ขยายกว้างออกไปเรื่อยๆ จนในที่สุด เขาก็เห็นนครเทียนโต้วอยู่ลิบๆ

เมื่อล็อคเป้าหมายที่นครเทียนโต้วแล้ว เขาก็หันกลับมาโบกมือลาเสี่ยวอู่

"เสี่ยวอู่ พี่ไปล่ะนะ" พูดจบเขาก็ก้าวขึ้นสู่สะพานสีทอง มุ่งหน้าไปยังอีกฟากฝั่ง

ทันทีที่เขาก้าวข้ามไป วินาทีถัดมาสะพานสีทองก็เลือนหายไปพร้อมกับร่างของเขา

เสี่ยวอู่มองดูความว่างเปล่าเบื้องหน้าแล้วพึมพำกับตัวเอง "พี่เฟิงฮ่าวเป็นเทวดาเหรอเนี่ย?"

วิชาปาฏิหาริย์ขนาดนี้ นางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยสักนิด

หายตัวไปในพริบตา ไร้ซึ่งร่องรอยของพลังใดๆ หลงเหลือ

"พี่เฟิงฮ่าวต้องเป็นเทวดาที่สวรรค์ส่งมาช่วยข้าแน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ" นางพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ

เฟิงฮ่าวรู้สึกเหมือนตัวเองเดินทะลุผ่านม่านหมอกหนาทึบ แล้วเขาก็มาโผล่ที่นอกนครเทียนโต้ว

หากพลังวิญญาณของเขาไม่ลดฮวบไปเกือบหนึ่งในสาม เขาคงคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป

ถึงแม้จะรู้สรรพคุณของทักษะวิญญาณนี้อยู่แล้ว

แต่พอได้ใช้จริงครั้งแรก เขาก็ยังอดทึ่งไม่ได้อยู่ดี

แม้จะต้องแลกด้วยพลังวิญญาณถึงหนึ่งในสาม แต่ทักษะวิญญาณนี้ก็นับเป็นของระดับเทพเจ้าโดยแท้จริง

ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้แสงแดดจ้า ด้วยอานุภาพของ 'คัมภีร์สัจธรรมสุริยัน' พลังวิญญาณของเขาก็ฟื้นฟูคืนมาอย่างรวดเร็ว

เขาเดินอาดๆ เข้าไปในนครเทียนโต้วอย่างสบายใจ พลางฟื้นฟูพลังวิญญาณไปด้วย

หลังจากเดินเล่นในเมืองได้ราวครึ่งชั่วโมง จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังขึ้นจากด้านข้าง

"นายน้อยเฟิงฮ่าว นั่นท่านใช่ไหม?"

เมื่อได้ยินเสียงเรียก เขารีบหันขวับไปมองทันที

และก็ใช่จริงๆ นั่นคือพรหมยุทธ์หอกอสรพิษ

"ผู้อาวุโส เป็นข้าเอง! ไม่นึกเลยว่าท่านจะเจอข้าเร็วขนาดนี้" เฟิงฮ่าวเอ่ยด้วยความประหลาดใจ

แม้ว่าราชทินนามพรหมยุทธ์จะสามารถสัมผัสกลิ่นอายและระบุตำแหน่งผู้คนได้ไว

แต่พรหมยุทธ์หอกอสรพิษต้องคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาถึงจะทำได้

การที่พรหมยุทธ์หอกอสรพิษโผล่มาเร็วปานสายฟ้าแลบเช่นนี้ แสดงว่าเขาต้องคอยตรวจจับกลิ่นอายของเฟิงฮ่าวในนครเทียนโต้วอยู่ตลอดเวลาเป็นแน่

"เพราะคุณหนูกำชับให้ข้าคอยสอดส่องอยู่ตลอด ข้าเลยไม่กล้าละเลย สองปีมานี้คุณหนูบ่นถึงท่านไม่หยุดเลย นายน้อย รีบตามข้ามาเถอะ!" พรหมยุทธ์หอกอสรพิษกล่าวเร่งเร้า

จบบทที่ บทที่ 17 ร่มพันกล

คัดลอกลิงก์แล้ว