- หน้าแรก
- อาจารย์คะ ดุเกินไปแล้ว
- บทที่ 19 ขี้เกียจจนเป็นเรื่องปกติ
บทที่ 19 ขี้เกียจจนเป็นเรื่องปกติ
บทที่ 19 ขี้เกียจจนเป็นเรื่องปกติ
ลู่เหยากลับมาในอีกครึ่งชั่วโมงถัดมา
ในมือเธอถือกล่องข้าวมาสองกล่อง ปกติเธอจะทานข้าวที่มหาลัย แต่วันนี้ที่บ้านมีสมาชิกเพิ่มมาหนึ่งคน เธอเลยห่อข้าวกลับมาทานด้วย
หลังจากเปลี่ยนรองเท้า เธอเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น
เห็นหยุนชิงนั่งเอกเขนกอยู่บนพรม พิงโซฟา ใช้ศอกยันแท็บเล็ตตั้งไว้ มือขวาถือปากกาสไตลัสเขียนๆ วาดๆ อะไรบางอย่างอย่างขะมักเขม้น ดูเหมือนกำลังวาดรูป
"เจ๊กลับมาแล้วเหรอ"
พอได้ยินเสียง หยุนชิงก็เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มสดใสให้
ลู่เหยาวางกุญแจไว้ข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ ส่งเสียงตอบรับในลำคอเบาๆ แล้วเดินไปยังห้องทานอาหารที่อยู่ติดกัน วางกล่องข้าวสองกล่องลงบนโต๊ะ "มากินข้าวสิ"
"คร้าบผม"
หยุนชิงวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่ ลุกไปนั่งฝั่งตรงข้ามเธอ
ลู่เหยาซื้อสเต๊กมาสองชุด สถาบันเทคโนโลยีฉู่ถิงใส่ใจเรื่องโภชนาการของนักศึกษามาก สเต๊กของที่นี่จึงไม่ใช่เกรดหยาบๆ เหมือนข้างนอก รสชาติถือว่าดีเยี่ยมทีเดียว
ระหว่างมื้ออาหาร ทั้งคู่แทบไม่ได้คุยอะไรกัน ในเมื่อหยุนชิงไม่พูด ลู่เหยาก็ไม่มีเรื่องจะคุยกับเขาอยู่แล้ว
เธอกลับรู้สึกแปลกๆ มากกว่าที่มีคนมานั่งกินข้าวด้วยในบ้านแบบนี้
เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่อธิบายไม่ถูก
ลู่เหยาไม่มีนิสัยงีบหลับกลางวัน พอกินเสร็จเธอก็เก็บกวาดกล่องข้าวทิ้งลงถังขยะ เดินไปนั่งที่โซฟาแล้วเปิดทีวี ซึ่งกำลังฉายข่าวเที่ยงช่วงท้ายๆ
ส่วนหยุนชิงก็กลับไปนั่งที่เดิมและทำสิ่งที่ค้างไว้ต่อ
ลู่เหยาแอบชำเลืองมองเขาเป็นระยะ ดูเหมือนเขากำลังวาดรูปอยู่ และฝีมือก็ไม่เลวเลย เจ้าเด็กนี่วาดรูปเป็นด้วยเหรอ?
ลู่เหยาถาม "นายวาดรูปเป็นด้วยเหรอ?"
หยุนชิงตอบโดยไม่เงยหน้า มือยังคงขยับวาดต่อไป "ตอนเด็กๆ ผมชอบวาดรูปครับ แต่ด้วยเหตุผลหลายอย่างเลยเลิกไป ช่วงปิดเทอมหลังสอบเข้ามหาลัย รู้สึกว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เลยหยิบมาปัดฝุ่นใหม่"
เธอพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้ซักไซ้ต่อ
แต่แล้วเธอก็เห็นหยุนชิงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ข้างตัว เปิดหน้าเว็บอะไรบางอย่าง แล้วยื่นหน้าจอให้เธอ "เจ๊ลองดูสิ ติชมได้นะ"
"ไม่สน"
หยุนชิงเพียงแค่ยิ้ม วางโทรศัพท์ที่เปิดหน้าจอค้างไว้ข้างๆ เธอ แล้วกลับไปวาดรูปต่อ
ข่าวเที่ยงจบลงอย่างรวดเร็ว เข้าสู่ช่วงโฆษณาอันน่าเบื่อหน่าย
ปกติเวลานี้เธอจะอยู่บ้านคนเดียว นอนเอกเขนกบนโซฟาเล่นมือถือ เช็กข่าวสารออนไลน์ฆ่าเวลา
แต่ตอนนี้มีหยุนชิงอยู่ จะให้นอนเกลือกกลิ้งก็คงดูไม่งาม
หน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างโซฟายังสว่างอยู่ ในที่สุดลู่เหยาก็หยิบมันขึ้นมาดู มันคือเว็บตูนที่หยุนชิงกำลังเขียนลงในเว็บไซต์
ลายเส้นคล้ายกับที่เห็นบนแท็บเล็ตเมื่อกี้
พูดตามตรง
ฝีมือวาดของหยุนชิงถือว่าใช้ได้เลย
แต่พอนึกถึงตอนที่ไอ้หมอนี่ตะโกนว่า "ตากลมโตมองมาที่ครู ปากเล็กๆ หุบให้สนิท" เธอก็อดกัดฟันกรอดไม่ได้ คำชมที่กำลังจะเอ่ยเลยกลายเป็นคำอื่นแทน
"วาดได้น่าเกลียดชะมัด"
หยุนชิงแค่เม้มปากกลั้นขำ ไม่ได้โต้ตอบอะไร
ห้องนั่งเล่นกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ต่างคนต่างไม่พูดจา คนหนึ่งวาดรูปบนแท็บเล็ต อีกคนนั่งดูรูปบนมือถือ
การ์ตูนเป็นแนวสืบสวนสอบสวนระทึกขวัญ
ถ้าเทียบแค่ฝีมือการวาด งานของหยุนชิงอาจจะยังไม่ประณีตเท่าพวกมืออาชีพตัวท็อป แต่จุดเด่นของเขาคือการเล่าเรื่องที่ชวนติดตาม ด้วยประสบการณ์ชีวิตอันโชกโชนกว่าสามสิบห้าปีในชาติก่อน ทำให้เขาสามารถถักทอเรื่องราวที่ซับซ้อนและมีสีสันได้อย่างง่ายดาย
แค่บทแรก หยุนชิงก็ทิ้งปมใหญ่ไว้กระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของคนอ่าน
และหลังจากนั้น ทุกๆ ตอนก็จะมีจุดหักมุมใหม่ๆ โผล่มาให้ลุ้นระทึก
ความสงสัยกลายเป็นความคาดหวัง
บวกกับการผสมผสานเรื่องราวภูตผีปีศาจและตำนานลี้ลับ ราวกับเนรมิตโลกแฟนตาซีสามมิติขึ้นมาอยู่ตรงหน้า
ผลก็คือ ใครที่หลงเข้ามาอ่านตอนแรก เป็นต้องติดงอมแงมกันทุกคน
การ์ตูนเรื่องนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมในเว็บไซต์
ทว่า...
ตั้งแต่เริ่มเขียนจนถึงตอนนี้ เกือบสามเดือนแล้ว ความถี่ในการอัปเดตของหยุนชิงช่างน่าหงุดหงิด บางทีก็อาทิตย์ละตอน บางทีก็สองอาทิตย์ตอน เน้นย้ำความอืดอาดของเจ้าตัวสุดๆ
มีนักอ่านมาคอมเมนต์ทวงงาน ถามว่าไม่อัปเดตแล้วจะเอาอะไรกิน คำตอบของหยุนชิงทำเอานักอ่านตับแทบพัง
ผมไม่สนเศษเงินพวกนี้หรอกครับ
แล้วความฝันของคุณล่ะ?
ความฝันของผมคือนอนเฉยๆ ครับ
ถ้าไม่วาดรูป วันๆ คุณทำอะไร?
หาวัตถุดิบครับ
อ้างหาวัตถุดิบตลอด สรุปง่ายๆ คือไม่อัปนั่นแหละ
ลู่เหยาอ่านคอมเมนต์ตอบกลับของหยุนชิงแล้วอดมุมปากกระตุกไม่ได้ ทัศนคติการใช้ชีวิตของหมอนี่มัน... ยากจะหาคำมาบรรยายจริงๆ
เนื้อหาที่มีอยู่สิบกว่าตอนถูกอ่านจบอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ ลู่เหยาไม่เคยอ่านการ์ตูนมาก่อน แต่ในช่วงสิบกว่านาทีนี้ เธอถูกดึงดูดเข้าไปในเรื่องราวอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ต้องยอมรับเลยว่าเรื่องที่หยุนชิงแต่งมันสนุกมาก และเธอก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ปมปริศนาถูกผูกไว้เยอะเกินไป จนเธอเองก็อยากรู้ใจจะขาดว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง
"เป็นไงบ้างเจ๊? ฝีมือผมไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ?"
หางตาหยุนชิงเห็นลู่เหยาวางโทรศัพท์ลง เลยแกล้งถามลอยๆ ลู่เหยาไม่พูดอะไร แค่ยื่นมือไปทางแท็บเล็ต
OK
นี่แหละคำตอบที่ดีที่สุด
หยุนชิงยิ้มแล้วส่งแท็บเล็ตให้ลู่เหยา เขาวาดเร็วมาก หรือจะพูดให้ถูกคือวาดลวกมาก ขี้เกียจเก็บรายละเอียด ตอนใหม่เลยเสร็จเกือบจะทันที
ลู่เหยาอ่านเนื้อหาทั้งหมดเงียบๆ
"สรุปแล้วใครคือคนร้ายตัวจริง?"
"ยังไม่ได้คิด"
"??"
ลู่เหยางง "นี่มันแนวสืบสวนนะ นายไม่คิดตอนจบก่อนวาดเหรอ? ไม่มีพล็อตหรือโครงเรื่องวางไว้ก่อนหรือไง?"
หยุนชิงตอบหน้าตาย "ต้องมีของแบบนั้นด้วยเหรอ? ยุ่งยากตายชัก ปกติผมรู้พล็อตแค่ห้านาทีก่อนลงมือวาดแค่นั้นแหละ"
ลู่เหยา: "......"
เธอถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว
แม้จะไม่อยากยอมรับ
แต่การ์ตูนเรื่อง "จิตวิญญาณปริศนา" ของหยุนชิงนั้นสนุกและน่าติดตามจริงๆ พิสูจน์ได้จากคอมเมนต์ทวงงานจำนวนมหาศาล
ลู่เหยานึกถึงนักศึกษามากมายที่จบจากสถาบันเทคโนโลยีฉู่ถิงในแต่ละปี หลายคนไม่ได้ทำงานตรงสายที่เรียนมา แต่กระจัดกระจายไปอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม
ถ้าการ์ตูนของหยุนชิงสามารถกลายเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้ในอนาคต ก็ถือว่าไม่เลวเลย
ลู่เหยาแนะนำ "ฝีมือวาดรูปของนายพัฒนาได้อีกเยอะนะ ถ้านายขยันอัปเดตทุกวัน มันทำเงินเป็นค่าครองชีพให้นายได้สบายๆ เลย ฉันรู้นายจะบอกว่าไม่สนเศษเงิน แต่ยังไงมันก็คือเงินไม่ใช่เหรอ? เผลอๆ ในอนาคตมันอาจจะเป็นอาชีพหลักของนายก็ได้"
"เจ๊อยากอ่านต่อไหมล่ะ?"
ฉันอยากรู้ว่านายจะแก้ปมที่ผูกไว้ยุ่งเหยิงนั่นยังไงต่างหาก แต่ลู่เหยาไม่มีทางยอมรับหรอก "ไม่อยาก"
หยุนชิงเบะปาก "งั้นผมจะอัปทำไม เสียเวลาเปล่า"
"......"
"แล้วนายเอาเวลาไปทำอะไร?"
"เอาไปทิ้งขว้างเล่นไง"
"......"
ลู่เหยาพูดไม่ออก
ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเจอคนแบบหยุนชิงมาก่อน จะอธิบายทัศนคติของเขายังไงดี?
ขี้เกียจจนกลายเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมไปซะงั้น
แต่พอคิดดูอีกที คนเราต่างก็มีวิถีชีวิตเป็นของตัวเอง และนี่คงเป็นวิถีของหยุนชิง
แม้จะต่างจากเธอ แต่เธอก็ยอมรับมัน
ลู่เหยาส่งแท็บเล็ตคืนให้หยุนชิง ปล่อยให้เขาวาดต่อ ส่วนเธอก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องนอน
มองตามแผ่นหลังของเธอ แววตาของหยุนชิงลึกล้ำขึ้น
เจ๊ไม่ได้บังคับให้ผมขยันทำงานนี่หว่า!
การ์ตูนเข้าสู่ช่วงท้ายของตอนแล้ว เขารีบวาดให้เสร็จแล้วอัปโหลดตอนใหม่
พอใช้สมองไปหน่อย จู่ๆ ความเหนื่อยล้าที่อธิบายไม่ถูกก็เข้าครอบงำ หยุนชิงผู้ขี้เกียจกำลังจะทิ้งตัวลงนอนแผ่บนโซฟาสักงีบ
แกร๊ก
ประตูห้องนอนเปิดออก ลู่เหยาเดินออกมาพร้อมกระดาษข้อสอบในมือ