- หน้าแรก
- ระบบคลั่ง คนพลังเทพ
- บทที่ 19 สะเทือนเลือนลั่นทั้งเมือง
บทที่ 19 สะเทือนเลือนลั่นทั้งเมือง
บทที่ 19 สะเทือนเลือนลั่นทั้งเมือง
“ได้ยินข่าวหรือยัง! บ่อขยะทางทิศใต้กำลังจะเริ่มย้ายออกแล้วนะ แถมยังจะปรับปรุงพื้นที่ตรงนั้นสร้างเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ด้วย!”
“จริงเหรอ? ข่าวลวงหรือเปล่า? พวกดีเวลลอปเปอร์ปล่อยข่าวหลอกไม่ให้คนคืนห้องล่ะมั้ง”
“จริงแท้แน่นอน! ฉันมีเพื่อนขับรถแม็คโคร เขาบอกว่าพรุ่งนี้บริษัทเขาก็ต้องเอารถเข้าไปเริ่มงานในบ่อขยะแล้ว”
“โอ้โห! งั้นก็เรื่องจริงน่ะสิ... มิน่าล่ะ พอคนคืนห้องไปเกือบหมด พวกเขาถึงไม่ง้อ ไม่ต้องมานั่งปล่อยข่าวหลอกใครหรอก ถ้าพวกที่คืนห้องไปรู้เรื่องนี้คงน้ำตาเช็ดหัวเข่าแน่ๆ แถมแว่วๆ มาว่าจะมีการสร้างโรงเรียนสาธิตครบวงจร ทั้งประถมและมัธยมในที่เดียวกันด้วยนะ”
“ไม่ใช่แค่โรงเรียนธรรมดานะ ได้ยินมาว่าจะให้ ‘โรงเรียนมัธยมสาธิตหลินไห่’ เข้ามาบริหารจัดการ ส่งครูเก่งๆ และทีมบริหารมืออาชีพมาดูแล เป็นสาขาใหม่ของโรงเรียนสาธิตเลยล่ะ!”
“คุณพระช่วย! โรงเรียนสาธิตหลินไห่เนี่ยนะ? นั่นมันโรงเรียนอันดับหนึ่งของเมืองเราเลยนะ... นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย?!”
“บ้าไปแล้ว! ถ้าเป็นจริงนี่รวยเละแน่ๆ!” คนในกลุ่มแชทที่ยังไม่ได้คืนห้องต่างพากันตื่นเต้นดีใจ
แต่ก็ยังมีพวกที่คืนห้องไปแล้ว หรือพวกขวางโลกออกมาแย้ง “เพ้อเจ้อกันใหญ่แล้ว ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า มีที่ไหนข่าวเพิ่งลือก็บอกว่าจะสร้างเลย”
“นั่นสิ เมื่อกี้ฉันโทรไปถามฝ่ายขายโครงการลวี่เฉิง พวกเขายังบอกว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย ถ้ามีข่าวดีขนาดนี้ เจ้าของโครงการต้องรู้ก่อนใครเพื่อนแล้วสิ”
ในขณะเดียวกัน ที่สำนักงานขาย พนักงานหญิงคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้าไปในห้องทำงานของผู้จัดการใหญ่เชี่ย “ผู้จัดการเชี่ยคะ!”
“มีอะไร?”
“เมื่อกี้มีลูกบ้านโทรเข้ามาถามเยอะมาก บางคนถึงขั้นบุกมาถามถึงที่เลยค่ะ...” พนักงานสาวเล่าเรื่องข่าวลือให้ฟัง
ผู้จัดการใหญ่เชี่ยฟังแล้วก็อึ้งไปครู่หนึ่ง เขาเองก็ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน แต่พอนึกย้อนไปถึงพฤติกรรมแปลกๆ และความมั่นใจเกินร้อยของหลินตงไหล... หรือว่าข่าวลือจะเป็นเรื่องจริง?
คิดได้ดังนั้น เขาก็ตื่นเต้นจนแทบกระโดดตัวลอย
“ผู้จัดการเชี่ย...”
“ไม่เป็นไร ออกไปบอกทุกคนว่า... เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้จะตื่นตูมไปทำไม ตั้งใจทำงานไป รอรับโบนัสก้อนโตได้เลย”
ผู้จัดการใหญ่เชี่ยเลียนแบบท่าทางอันสุขุมของหลินตงไหล ทั้งที่ในใจกำลังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้ว ท่านประธานหลินไม่ใช่เด็กหนุ่มอ่อนหัดที่ไร้ความรู้ แต่เป็น ‘เทพเจ้า’ ผู้หยั่งรู้ฟ้าดินต่างหาก!
พนักงานสาวอึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพอเดาความหมายได้ รีบวิ่งเหยาะๆ ออกไปกระจายข่าวดี
ข่าวแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วปานไฟลามทุ่ง ยิ่งลือก็ยิ่งจริงจัง แม้แต่หมู่บ้านที่พ่อของหลินเข่อเหรินอาศัยอยู่ก็ยังคุยกันให้แซ่ด
หลินเสี่ยวผู้เป็นพ่อ พอได้ยินข่าวก็รีบวิ่งกลับบ้านไปบอกภรรยาด้วยความตื่นเต้น แม่หลินเองก็ดีใจจนเนื้อเต้น ปากก็พร่ำบอกว่า “ฉันว่าแล้ว มันต้องมีอะไรแปลกๆ ฉันว่าแล้วเชียว!” ทำเอาหลินเสี่ยวรู้สึกละอายใจที่เคยด่าลูกเมีย แต่ก็เป็นความละอายใจที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
อย่างไรก็ตาม ยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่ยอมเชื่อ จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น... ประกาศอย่างเป็นทางการเรื่องการย้ายบ่อขยะก็ถูกแปะหราไปทั่ว!
รวมถึงประกาศเวนคืนที่ดินชุมชนแออัดเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ด้วย
นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่า... ข่าวลือทั้งหมดเป็นความจริง!
วินาทีนั้น พวกปากดีในกลุ่มแชทเงียบกริบ หน้าแหกยับเยินจนหมอไม่รับเย็บ
ส่วนพวกที่คืนห้องไปแล้ว แทบจะกระอักเลือดออกมาเป็นปี๊บ พวกเขารวมตัวกันไปที่สำนักงานขาย เรียกร้องจะขอซื้อห้องคืน แต่มีหรือที่บริษัทจะยอมขายคืนในราคาเดิม... ฝันไปเถอะ!
พวกชาวบ้านที่โกรธแค้นจึงหันไปเล่นงาน ‘ต้าเปียว’ และ ‘ผู้จัดการเฉา’ ที่เป็นตัวตั้งตัวตีให้ไปคืนห้อง กลายเป็นเรื่องวุ่นวายโกลาหล
แต่คนที่เจ็บปวดที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘จางหรง’ เจ้าของเก่า
พอเขารู้ข่าวนี้ ก็ถึงกับหน้ามืดล้มตึง เลือดลมตีกลับจนแทบจะเด็ดสะเมอเร่คาที่ ปากก็ตะโกนก้องว่าจะไปคิดบัญชีกับหลินตงไหลที่มาหลอกซื้อบริษัทเขา
ในขณะที่โลกภายนอกกำลังโกลาหล หลินตงไหลกลับนอนหลับสบายใจเฉิบอยู่ที่โรงแรม จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์จากหวังยงปลุกให้ตื่น
“พี่หลิน! บ่อขยะจะย้ายจริงๆ ด้วยครับ! แถมจะสร้างโรงเรียนอันดับหนึ่ง สร้างสวนสาธารณะระดับท็อปอีก!”
“อื้ม!”
หลินตงไหลตอบรับเนิบๆ ราวกับทุกอย่างอยู่ในกำมือ ทั้งที่ความจริงเขารู้แค่คร่าวๆ เท่านั้น ไม่คิดว่าผลลัพธ์จะออกมาดีเกินคาดขนาดนี้
เมื่อวานเขาลองดีดลูกคิดดูเล่นๆ ก็น่าจะกำไรสักพันสองพันล้านหยวน แต่ฟังจากน้ำเสียงตื่นเต้นของหวังยง กำไรน่าจะทะลุเป้าไปไกลโข
“จริงสิ พี่หลินรู้อยู่แล้วนี่นา ผมไม่น่าตื่นเต้นเลย”
หวังยงรู้สึกละอายใจ นึกถึงตอนที่เขาพยายามห้ามพี่หลินไม่ให้ซื้อบริษัทนี้
แต่ความจริงคือ... ต้นทุนแค่หนึ่งล้านหยวน พริบตาเดียวเปลี่ยนเป็นกำไรหลายพันล้าน! นี่มันการบริหารระดับพระเจ้าชัดๆ ต่อให้เป็นเซียนหุ้นระดับโลกยังทำไม่ได้ขนาดนี้
แถมพี่หลินยังใจกว้างบอกช่องทางรวยให้เขาอีก แต่เขาดันคว้าโอกาสไว้ไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะไปแย่งซื้อห้องแถวชุมชนแออัดมาได้นิดหน่อย เขาคงไม่มีหน้าโทรหาพี่หลินแน่ๆ
ไหนจะเรื่องบริษัทลงทุนแชร์ลูกโซ่นั่นอีก ถ้าพี่หลินไม่เตือน เงินต้นเกือบสองร้อยล้านของเขาคงละลายหายไปกับสายน้ำ ตอนนี้ข่าวออกแล้วว่าเจ้าของบริษัทหอบเงินหนีไปเรียบร้อย
“อ้อ... ได้ยินว่ามีบริษัทอื่นเข้ามากว้านซื้อที่ดินชุมชนแออัดด้วยเหรอ?” หลินตงไหลถาม
“ใช่ครับ ผมเช็คดูแล้ว เป็นฝีมือของ ‘ติงซื่อกรุ๊ป’ ยักษ์ใหญ่ระดับมณฑล พวกเขาน่าจะมีเส้นสายวงในระดับสูง เลยรู้ข่าวล่วงหน้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังช้ากว่าพี่หลินอยู่ดี”
หลินตงไหลยิ้มบางๆ “อย่าพูดอย่างนั้นสิ เขาอาจจะมีแผนการใหญ่กว่านั้นก็ได้”
หวังยงชะงัก คำพูดพี่หลินแฝงนัยอะไรหรือเปล่า? ...ความจริงหลินตงไหลก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อย แต่ดันกลายเป็นจริงอีกนั่นแหละ
วางสายจากหวังยงปุ๊บ หวังชินก็โทรเข้ามาปั๊บ
“น้องหลิน! ยินดีด้วยนะ! ครั้งนี้รวยเละเทะเลยสิ!” หวังชินรู้ข่าวหมดแล้ว แม้จะพอเดาได้อยู่แล้ว แต่ก็ยังอดตกใจไม่ได้
เรื่องบ่อขยะย้ายที่เพิ่งจะสรุปกันสดๆ ร้อนๆ แต่หลินตงไหลรู้ล่วงหน้าเป็นวันๆ นี่มันเทพพยากรณ์ชัดๆ
หรือไม่ก็... หลินตงไหลอาจจะสนิทกับท่านผู้เฒ่าหยาง แล้วใช้สติปัญญาอันเฉียบแหลมคาดการณ์เอา?
ไม่ว่าจะทางไหน หลินตงไหลก็คือบุคคลอันตรายที่ห้ามล่วงเกินเด็ดขาด ขนาดตัวเขาเองยังต้องก้มหัวให้ โชคดีเหลือเกินที่เขาผูกมิตรกับเด็กหนุ่มคนนี้ไว้แต่เนิ่นๆ
หลินตงไหลหัวเราะ “ก็แค่เศษเงินเล็กน้อยครับ เทียบกับพี่หวังไม่ได้หรอก”
“น้องหลินถ่อมตัวเกินไปแล้ว ความสามารถระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินแบบนี้ ตระกูลหวังของพี่เทียบไม่ติดฝุ่นเลย” หวังชินเยินยอ “เอ่อ... วันนี้พี่มีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อย”
“เรื่องอะไรครับ?”
“คือว่า... เพื่อนพี่ ‘เหลียงจง’ (เลขาธิการพรรคคนใหม่) อยากจะพาลูกชายมาขอขมาน้องหลินด้วยตัวเอง แต่กลัวน้องจะไม่ต้อนรับ เลยไหว้วานให้พี่ช่วยติดต่อให้” หวังชินพูดด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ในฐานะผู้นำตระกูลหวัง จะต้องมาพูดจาพินอบพิเทากับเด็กหนุ่มคนหนึ่งขนาดนี้ แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
หลินตงไหลเงียบไปครู่หนึ่ง เขาได้ยินมาว่าเหลียงจงเป็นข้าราชการน้ำดีคนหนึ่ง เพียงแต่ลูกชายทำตัวเหลวไหลจนน่ารำคาญ แต่โชคดีที่ยังไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรร้ายแรงให้เขา
หวังชินเห็นปลายสายเงียบ ใจก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม “พี่แค่ลองถามดูเฉยๆ ถ้าน้องหลินไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะ ถือซะว่าพี่ไม่ได้พูด”
“ความจริงก็ไม่ค่อยสะดวกหรอกครับ แต่ในเมื่อพี่หวังเอ่ยปากมา ผมก็ต้องไว้หน้าพี่อยู่แล้ว... เพียงแต่ วันนี้ผมไม่ว่าง” หลินตงไหลจงใจเล่นตัวดึงเกม
“ไม่เป็นไรๆ! น้องว่างเมื่อไหร่ค่อยบอกพี่ก็ได้” หวังชินไม่กล้าเซ้าซี้ แม้เหลียงจงจะย้ำนักย้ำหนาว่าเรื่องด่วนมาก ต้องรีบเจอให้เร็วที่สุด
“โอเคครับ งั้นแค่นี้ก่อนนะ”
หลินตงไหลวางสาย
หวังชินถือโทรศัพท์ค้างไว้ด้วยความกังวล หลินตงไหลคงไม่ได้โกรธนะ?
ทางด้านหลินตงไหล วางโทรศัพท์ลงพลางถอนหายใจ... ในเวลาสั้นๆ เขาเปลี่ยนจากยาจกกลายเป็นเศรษฐีพันล้าน แม้แต่เลขาธิการพรรคผู้ยิ่งใหญ่ประจำเมืองยังต้องมาขอเข้าพบผ่านคนกลาง
เหมือนฝันไปจริงๆ
แต่ทว่า... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ความมั่นใจของเขาเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ สักวันหนึ่ง เขาจะไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้ ให้ทุกคนต้องแหงนหน้ามอง!
จบบท