- หน้าแรก
- ระบบคลั่ง คนพลังเทพ
- บทที่ 13 เจ๊งแน่นอน
บทที่ 13 เจ๊งแน่นอน
บทที่ 13 เจ๊งแน่นอน
“ผู้จัดการใหญ่เชี่ย!”
ทั้งสองคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเอ่ยทักทาย
“หยางกัง ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ผมมาเพื่อแจ้งให้คุณทราบว่า ตอนนี้บริษัทเลิกจ้างคุณอย่างเป็นทางการแล้ว ไปติดต่อฝ่ายการเงินเพื่อเคลียร์เงินเดือนแล้วออกไปได้เลย” ผู้จัดการใหญ่เชี่ยส่ายหน้าพลางกล่าวเสียงเรียบ
“ทำไมครับ?”
ผู้อำนวยการหยางตกตะลึง ถามกลับด้วยความไม่อยากเชื่อ ปกติเขาประจบสอพลอเก่ง เข้ากับทั้งผู้จัดการใหญ่เชี่ยและจางหรงเจ้าของเก่าได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย แถมไม่ได้ทำผิดอะไร ทำไมจู่ๆ ถึงโดนไล่ออก
“เพราะผมเอง!”
ในตอนนั้นเอง หลินตงไหลก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เมื่อเห็นหลินตงไหล ผู้อำนวยการหยางก็ชะงักไป นี่มันไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่มีเรื่องกับหม่าเซียงเซียงที่หน้าบริษัทเมื่อกี้นี้ไม่ใช่เหรอ
หม่าเซียงเซียงยิ่งตกใจกว่า เธอตวาดแว้ดขึ้นมาทันที “หลินตงไหล! ไอ้กรรมกรอย่างแกเข้ามาทำอะไรในนี้ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่แกจะเสนอหน้าเข้ามาได้นะ!”
“งั้นเหรอ? ลองถามผู้จัดการใหญ่เชี่ยของพวกเธอดูหน่อยไหมล่ะ ว่าฉันเข้ามาได้หรือเปล่า?”
หลินตงไหลยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
ผู้จัดการใหญ่เชี่ยกำลังจะอ้าปากพูดอยู่แล้ว พอได้ยินหม่าเซียงเซียงปากดี จึงตวาดเสียงดังลั่น “หม่าเซียงเซียง! หุบปากเดี๋ยวนี้! นี่คือ ‘ประธานหลิน’ เจ้าของคนใหม่และประธานกรรมการบริหารของบริษัทเรา!”
เจ้าของคนใหม่?
ท่านประธานหลิน?
หม่าเซียงเซียงสมองว่างเปล่า ยืนบื้อใบ้เป็นหุ่นไม้แกะสลัก
ผู้อำนวยการหยางเองก็หน้าถอดสี พอนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้ตัวเองทำกร่างใส่เจ้าของบริษัทคนใหม่ไปขนาดไหน ก็รีบละล่ำละลักขอโทษ “ที่แท้ก็ท่านประธานคนใหม่... ท่านประธานหลินครับ เมื่อกี้ผมเสียมารยาทไปจริงๆ ขอโทษด้วยครับ ขอโทษครับ!”
พร้อมกันนั้นก็รีบโบ้ยความผิด “ขอโทษจริงๆ ครับ ทั้งหมดเป็นเพราะหม่าเซียงเซียง ยัยนี่มันเป่าหูให้ข้อมูลผิดๆ กับผม...”
“พอได้แล้ว ผมไม่มีเวลามาฟังคุณพร่ำเพ้อ เก็บของแล้วไสหัวไปซะ”
หลินตงไหลคร้านจะฟังคำแก้ตัว เขาศึกษาข้อมูลบริษัทมาหมดแล้ว รู้ดีว่าหมอนี่ไม่ใช่คนดีเด่อะไร ตั้งใจจะหาเหตุผลไล่ออกอยู่แล้ว
ผู้อำนวยการหยางหน้าซีดเผือด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าของบริษัท เขาก็ทำอะไรไม่ได้ อีกอย่างขืนเรื่องแดงขึ้นมาว่าเขาเคยทำวีรกรรมอะไรไว้บ้างในบริษัท คงมีปัญหาตามมาอีกเป็นพรวน
มองดูผู้อำนวยการหยางเดินคอตกออกไป หม่าเซียงเซียงที่เพิ่งได้สติก็หันมามองหลินตงไหลด้วยสายตาสับสนระคนหวาดหวั่น เธอคิดไม่ออกเลยว่าหลินตงไหลเปลี่ยนสถานะจากกรรมกรยาจกมาเป็นเจ้าของบริษัทได้ยังไง
“หลิน... พะ... พี่... พี่เขย...”
พี่เขย?
หลินตงไหลเลิกคิ้ว แต่งงานกันมาตั้งหลายปี ไม่เคยได้ยินยัยเด็กนี่เรียกพี่เขยสักคำ ตอนนี้ดันมีคำว่าพี่เขยหลุดออกมาจากปาก แต่เขาไม่คิดจะสนใจ เดินนำผู้จัดการใหญ่เชี่ยและคณะผู้บริหารเข้าไปประชุมทันที
ทว่าผู้จัดการใหญ่เชี่ยกลับได้ยินคำเรียกขานนั้น เดิมทีเขาตั้งใจจะไล่หม่าเซียงเซียงออกตามไปด้วย แต่พอได้ยินความสัมพันธ์นี้ ในเมื่อหลินตงไหลไม่ได้เอ่ยปากสั่ง เขาจึงไม่กล้าผลีผลามจัดการเธอ
เมื่อเห็นหลินตงไหลเดินจากไป สีหน้าของหม่าเซียงเซียงก็เปลี่ยนไปมาไม่หยุด เธอจินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่าหลินตงไหลกลายเป็นเถ้าแก่ใหญ่ได้ยังไง หรือว่า... รวยแล้ว?
เธอทำร้ายจิตใจเขาไปตั้งกี่ครั้ง เมื่อกี้ก็เพิ่งจะฉีกหน้าเขาไป แต่เขากลับไม่ถือสาหาความ ไม่ไล่เธอออก... หรือว่าลึกๆ แล้วเขาแอบชอบเธออยู่?
เป็นไปได้มาก! น้องเมียย่อมมีแรงดึงดูดพิเศษต่อพี่เขยเสมอ... พอคิดได้แบบนี้ สมองของเธอก็เริ่มวางแผนการบางอย่างทันที
...
ในห้องประชุม ผู้จัดการใหญ่เชี่ยเรียกประชุมระดับสูงด่วน ทุกคนต่างแปลกใจที่เห็นเจ้าของคนใหม่หนุ่มแน่นขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นโชคหรือเคราะห์ของบริษัท
แต่ทันทีที่หลินตงไหลประกาศคำสั่งแรก ทุกคนก็ฟันธงในใจทันทีว่า... งานนี้เจ๊งแน่นอน
เพราะหลินตงไหลสั่งการลงไปว่า หลังจบการประชุม ให้ปิดการขายโครงการทั้งหมดชั่วคราว แล้วรอเปิดขายใหม่โดย ‘ปรับราคาขึ้น 50%’!
ต้องรู้ก่อนนะว่า ตอนนี้บริษัทขายแบบลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ ลดไปถึง 40% (ขาย 60% ของราคาเต็ม) ยังแทบไม่มีหมาตัวไหนมามอง
คิดว่าแค่ปั่นราคาขึ้นไป แล้วคนจะแห่มาซื้อเพราะนึกว่าเป็นโครงการไฮโซหรือไง? นี่มันบริหารงานแบบฆ่าตัวตายชัดๆ!
“ท่านประธานครับ การตัดสินใจแบบนี้มันจะดูมุทะลุไปหน่อยไหมครับ ตอนนี้กระแสเงินสดบริษัทเราตึงมือมาก ยอดขายก็น่าเป็นห่วงสุดๆ” ผู้จัดการหวงฝ่ายการเงินอดไม่ได้ที่จะเตือนอ้อมๆ
“ไม่ต้องพูดมาก ทำตามที่ผมสั่งก็พอ!”
หลินตงไหลไม่อยากอธิบายยืดเยื้อ พูดไปพวกนี้ก็คงเหมือนเหลียงจงที่ไม่เชื่อเขาในตอนแรก
ปัง!
ทันใดนั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกถีบเปิดออก
กลุ่มคนจำนวนมากยืนอออยู่ที่หน้าประตู ทั้งหมดเป็นพนักงานของบริษัทสือซิน โดยมีผู้อำนวยการหยางที่เพิ่งถูกไล่ออก ยืนทำหน้าถมึงทึงเป็นแกนนำอยู่ด้านหน้า
“พวกคุณจะทำอะไร?” ผู้จัดการใหญ่เชี่ยตวาดถาม
“ผู้จัดการเชี่ย ไม่ต้องมาใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มขู่พวกเราหรอก พวกเราแค่ต้องการคำตอบที่แท้จริง!” หยางกังแสยะยิ้ม วางมาดผู้นำเต็มที่
ผู้จัดการใหญ่เชี่ยกำลังจะอ้าปากด่า แต่หลินตงไหลยกมือห้ามไว้ มุมปากกระตุกยิ้มเย็นชา “อยากได้คำตอบอะไร ก็ถามมาสิ”
“พวกเราอยากรู้ว่า ท่านประธานหลินใช้เงินแค่ ‘หนึ่งล้านหยวน’ ซื้อบริษัทนี้มา ใช่หรือไม่?”
หยางกังถามเสียงดังฟังชัด เขาเพิ่งโทรไปถามจางหรงและได้ความจริงมา จางหรงบอกตรงๆ ว่าขายทิ้งถูกๆ เพื่อหนีหนี้ ข้อมูลนี้ทำให้หยางกังมั่นใจว่าเขาเจอช่องทางเล่นงานหลินตงไหลให้ตายคาที่แล้ว
“ใช่แล้วจะทำไม?” หลินตงไหลตอบกลับด้วยท่าทีนิ่งสงบ ไม่สะทกสะท้าน
“นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!”
หยางกังตะโกนลั่น “เท่าที่ผมรู้ บริษัทขาดทุนย่อยยับ ติดหนี้ซัพพลายเออร์เพียบ หัวหน้าคนงานหลายคนก็ยังเบิกเงินไม่ได้ ตอนนี้แม้แต่เงินเดือนพนักงานก็แทบจะไม่มีจ่าย ที่จางหรงขายบริษัทให้แก ก็เพื่อจะชิ่งหนี้พวกนี้ แล้วโยนขี้ให้แกรับแทน... ที่เขาขายให้แค่ล้านเดียว เพราะแกมันคือแพะรับบาป! ท่านประธานหลิน... ผมพูดผิดตรงไหนไหมครับ?”
พนักงานทุกคนจ้องมองหลินตงไหลเขม็ง พวกเขารู้ระแคะระคายว่าบริษัทมีปัญหา แต่ไม่คิดว่าจะหนักหนาสาหัสขนาดนี้
ถ้าเป็นเรื่องจริง เท่ากับว่าเจ้าของเก่าหอบเงินหนีไปแล้ว ส่วนไอ้ประธานหลินคนใหม่นี่ก็แค่ตัวตายตัวแทนที่เข้ามารับกรรม
“ไม่ผิด” หลินตงไหลไม่ปฏิเสธ ยอมรับหน้าตาเฉย “คุณพูดถูก จางหรงขายบริษัทให้ผมเพราะเขาบริหารต่อไม่ไหว... แต่เขาทำไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าผมจะทำไม่ได้!”
“น่าขำ! บริษัทหนี้สินล้นพ้นตัว โครงการที่สร้างอยู่ก็ไม่มีใครเอา บ้านที่ส่งมอบไปก็มีแต่ปัญหา ลูกบ้านประท้วงไม่เว้นแต่ละวัน เทวดาหน้าไหนจะมากู้สถานการณ์ได้?”
“ดูทรงแล้ว แกมันก็แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่อ่อนหัด โดนเขาหลอกให้มาซื้อซากบริษัท แล้วพวกเราก็ต้องพลอยซวยไปด้วย!”
ยิ่งพูดยิ่งได้ใจ หยางกังคิดในใจ กล้าไล่ฉันออก ฉันจะเล่นแให้ยับ!
อย่าว่าแต่พนักงานระดับล่างเลย แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงหลายคนก็เริ่มพยักหน้าเห็นด้วย
แม้บริษัทสือซินจะไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ แต่ก็มีชื่อเสียงในเมืองหลินไห่พอสมควร จุดเปลี่ยนที่ทำให้ตกต่ำลงขนาดนี้ก็เพราะการทุ่มทุนมหาศาลไปกับที่ดินแปลงนั้นที่เหมือนเอาเงินไปละลายแม่น้ำ
หม่าเซียงเซียงที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังพลันกระจ่างแจ้ง
อ๋อ... ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะหลินตงไหลถึงได้เป็นเจ้าของบริษัท ที่แท้ก็ไอ้โง่ที่โดนเขาหลอกขายของเน่าให้นี่เอง
เผลอๆ เงินหนึ่งล้านนั่น หลินตงไหลอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ ดีไม่ดีจางหรงอาจจะยกให้ฟรีๆ แถมเงินให้ด้วย เพื่อหลอกให้มารับหนี้แทน
ฉันนี่มันตาถั่วจริงๆ เกือบจะหลงคิดว่ามันมีน้ำยาซะแล้ว
ดูนั่นสิ... ผู้อำนวยการหยางสิของจริง แผ่รังสีอำมหิตขนาดนี้ ต่อให้โดนอำนาจกดหัว ก็ยังพลิกเกมกลับมาเป็นฝ่ายรุกไล่ได้ นี่สิลูกผู้ชายตัวจริงกระทิงแดง!
เมื่อเห็นปฏิกิริยาเห็นด้วยของทุกคน โดยเฉพาะสายตาชื่นชมจากหม่าเซียงเซียง หยางกังก็ยิ่งลำพองใจ
ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำน้ำนม คิดจะมางัดข้อกับรุ่นเก๋าอย่างฉัน... เดี๋ยวพ่อจะเล่นให้ร้องไม่ออกเลยคอยดู!
จบบท