- หน้าแรก
- ระบบคลั่ง คนพลังเทพ
- บทที่ 12 คุณถูกไล่ออกแล้ว
บทที่ 12 คุณถูกไล่ออกแล้ว
บทที่ 12 คุณถูกไล่ออกแล้ว
“สิบแปดมงกุฎ?” เหลียงจงสีหน้าขรึมลง คำตอบของลูกชายทำให้เขายิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่หวังชินพูดมาน่าจะเป็นเรื่องจริง ประเด็นสำคัญคือหวังชินไม่มีความจำเป็นต้องมาหลอกเขา
“ใช่ครับพ่อ มันก็แค่สิบแปดมงกุฎคนหนึ่ง น่าขำที่ปกติหวังยงก็ดูฉลาดทันคนแท้ๆ แต่ดันไปหลงเชื่อมันหัวปักหัวปำ” เหลียงปั๋วเหวินพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
“แกบอกว่าเขาเป็นสิบแปดมงกุฎ งั้นเขาพูดอะไรกับแกบ้าง?”
“ก็เพ้อเจ้อไปเรื่อยแหละครับ มันถึงขั้นบอกว่าวันนี้พ่อจะได้เลื่อนตำแหน่ง แถมยังได้เป็นเบอร์หนึ่งอีกต่างหาก มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อการประชุมคณะกรรมการพรรคจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ชัดๆ”
พอได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของเหลียงจงก็เปลี่ยนไปทันที เขาถามย้ำด้วยความตื่นตระหนก “เขาพูดแบบนั้นจริงๆ เหรอ?”
“จริงสิครับ ทำไมเหรอครับพ่อ?”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของพ่อ เหลียงปั๋วเหวินก็เริ่มใจคอไม่ดี ถามตะกุกตะกัก “พ่อถามแบบนี้หมายความว่ายังไง... หรือว่า?!”
“แกคิดถูกแล้ว... เขาพูดถูกทุกอย่าง พ่อได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากฝ่ายจัดตั้งแล้ว และเป็นการเลื่อนตำแหน่งแบบก้าวกระโดดขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของเมืองหลินไห่จริงๆ” เหลียงจงกล่าวเสียงเครียด
หา!
เหลียงปั๋วเหวินยืนตัวแข็งทื่อ ปากอ้าตาค้างด้วยความช็อก เป็นไปไม่ได้... มันจะเป็นไปได้ยังไง!
“นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่ามันเดามั่วแล้วถูก?”
เหลียงจงมองค้อนลูกชายอย่างเหลืออด “เดามั่ว? งั้นแกลองมาเดาดูบ้างสิว่าจะถูกไหม?”
“แต่... แต่มันเหลือเชื่อเกินไปนะครับ!” เหลียงปั๋วเหวินยังคงสับสน
“บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ชายหนุ่มคนนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่... เอาล่ะ แกเล่ารายละเอียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาให้พ่อฟังเดี๋ยวนี้ ห้ามใส่สีตีไข่เด็ดขาด!” เหลียงจงรู้นิสัยลูกชายดี
เมื่อพ่อคาดคั้น เหลียงปั๋วเหวินจึงเล่าความจริงออกมาทั้งหมดอย่างละเอียด ไม่กล้าบิดเบือนแม้แต่คำเดียว
ยิ่งฟัง คิ้วของเหลียงจงก็ยิ่งขมวดมุ่น ทั้งที่หวังยงเตือนแล้วเตือนอีก แต่ลูกชายเขาก็ยังไปล่วงเกินอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า คราวนี้ได้สร้างปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว
โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่หลินตงไหลบอกว่า ‘วันเวลาดีๆ ของเขาเหลืออีกไม่มาก’ และ ‘อย่ามาถามเรื่องของพวกเขากับหลินตงไหลอีก’ ทำเอาเหลียงจงหน้าถอดสี
“ไอ้ลูกไม่รักดี!”
เหลียงจงโกรธจนหน้าเขียว ตวาดลั่น “พ่อสอนแกมากี่ครั้งแล้ว หวังยงอุตส่าห์ช่วยไกล่เกลี่ยให้ ทำไมแกยังทำตัวอวดดีจองหองแบบนั้น!”
“ผม... ผม...”
“ไม่ต้องมาผม! ฟังนะ... ไปติดต่อเขาเดี๋ยวนี้ แล้วไปขอขมาเขาต่อหน้า ขอให้เขายกโทษให้ ไม่อย่างนั้นแกก็ไสหัวไปอยู่ที่อื่น อย่ากลับมาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีก!”
เหลียงจงยื่นคำขาด
คำเตือนของหวังชิน บวกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทำให้เขามั่นใจอย่างน้อยหนึ่งเรื่อง... หลินตงไหลไม่ใช่คนธรรมดา ต่อให้ไม่ใช่ผู้วิเศษหยั่งรู้อนาคต ก็ต้องเป็นผู้มีอิทธิพลที่มีเส้นสายระดับเทียมฟ้า
คนระดับนี้ ไม่มีทางมาหลอกลวงต้มตุ๋นเขาเล่นแน่ และเรื่องใหญ่อย่างการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกันได้
เหลียงปั๋วเหวินอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา เมื่อกี้เขายังหัวเราะเยาะความงมงายของหวังยงอยู่หยกๆ แต่ตอนนี้ความจริงกลับตบหน้าเขาฉาดใหญ่
ภายใต้คำสั่งเด็ดขาดของพ่อ เขาจึงรีบไปหาหวังยง แล้วยืมมือถือหวังยงโทรหาหลินตงไหล แต่ผลปรากฏว่าอีกฝ่ายตอบกลับมาแค่ว่า ‘ไม่ว่าง’ แล้ววางสายใส่ทันที
“คุณชายหวัง... ไอ้หลินตงไหลมันนึกว่าตัวเองเป็นพระเจ้าหรือไง? กล้ายั่วโมโหฉัน เดี๋ยวฉันจะเล่นงานมันให้ตายคาที่!” เหลียงปั๋วเหวินระเบิดอารมณ์
หวังยงมองเพื่อนด้วยสายตาเอือมระอา “ฉันเตือนนายแล้วนะ... ทางที่ดีนายควรไปขอโทษพี่หลินด้วยตัวเอง หรือไม่ก็กลับไปปรึกษาพ่อของนายดู”
“ไปขอโทษมัน? มันเป็นใครวะ? ฝันไปเถอะ!”
เหลียงปั๋วเหวินสวนกลับทันควัน เขาปักใจเชื่อว่าหลินตงไหลก็แค่พูดจาข่มขู่ให้กลัวเท่านั้น จึงเดินหนีออกมาด้วยความโมโห โดยไม่ได้รายงานผลให้พ่อทราบ แถมยังวางแผนจะใช้บริษัทสือซินเป็นเครื่องมือสั่งสอนหลินตงไหลอีกต่างหาก
...
หลินตงไหลไม่สนใจปฏิกิริยาของเหลียงปั๋วเหวิน เก็บมือถือใส่กระเป๋าอย่างไม่ยี่หระ
โจวซินอี๋เห็นเขาพูดจาไม่เกรงใจปลายสาย ก็อดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ “ใครโทรมาเหรอ? ทำไมพูดจาห้วนขนาดนั้น?”
“ลูกชายนายกเทศมนตรี... เอ้อ ไม่สิ ตอนนี้พ่อเขาเลื่อนตำแหน่งแล้ว ต้องเรียกว่าลูกชายเลขาธิการพรรคประจำเมืองสินะ” หลินตงไหลตอบตามความจริง
โจวซินอี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำหน้าบึ้งด้วยความไม่พอใจ “หลินตงไหล เมื่อก่อนนายไม่ใช่คนชอบขี้โม้แบบนี้นะ”
“เอ่อ... ฉันไม่ได้โม้ ฉันพูดเรื่องจริง” หลินตงไหลจนปัญญาจะอธิบาย
“ช่างเถอะ... ไม่รู้เหมือนกันว่าหลายปีที่ผ่านมานายใช้ชีวิตยังไง ถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ เรื่องดีๆ ไม่เรียนรู้ ดันไปเรียนรู้วิธีขี้โม้โอ้อวด ทำตัวเหลวแหลก...” โจวซินอี๋บ่นด้วยความผิดหวัง “ในเมื่อนายเลือกที่จะใฝ่ต่ำแบบนี้ ฉันก็ขอตัวก่อนแล้วกัน นายก็... ดูแลตัวเองดีๆ ละกันนะ”
เห็นได้ชัดว่าเธอโกรธมาก
หลินตงไหลได้แต่มองตามหลังเธอไปอย่างปลงๆ พูดตามตรง เขามีความรู้สึกดีๆ ให้โจวซินอี๋อยู่ไม่น้อย เธอทั้งสวย หุ่นดี ผิวขาว แถมยังนิสัยดี เป็นผู้หญิงในฝันของใครหลายคน
...
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากพักผ่อนเต็มที่ หลินตงไหลก็นั่งแท็กซี่ตรงไปยัง ‘บริษัทอสังหาริมทรัพย์สือซิน’ แต่พอไปถึงหน้าประตูบริษัท ก็ดันแจ็คพอตแตก เจอเข้ากับหม่าเซียงเซียงที่กำลังเดินเข้างานพอดี
หม่าเซียงเซียงยังคงแค้นฝังหุ่นเรื่องเมื่อวาน เธอไม่เชื่อว่าหลินตงไหลจะเก่งกาจอะไร คิดว่าคงใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกให้ผู้จัดการหวงกลัวเฉยๆ
เพราะเธอรู้จักไส้พุงหลินตงไหลดี เขาเป็นแค่กรรมกรกระจอกๆ คนหนึ่ง ไม่งั้นคงไม่โดนบ้านเธอไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมาหรอก
“หลินตงไหล! มาทำอะไรที่นี่?” หม่าเซียงเซียงแค่นเสียงถาม “โดนไล่ออกจากไซต์งานก่อสร้างแล้วล่ะสิ คิดจะมาหางานทำที่นี่เหรอ?”
หลินตงไหลขมวดคิ้ว “ไม่ได้มาหางาน... แต่มาทำงาน”
“มาทำงาน? ใครรับแกเข้าทำงานยะ? แต่ถึงแกจะได้เข้ามาจริงๆ ก็ไม่มีประโยชน์ หรอกย่ะ ตราบใดที่ฉันอยู่ที่นี่ บริษัทสือซินไม่มีที่ยืนให้แกแน่ อย่าว่าแต่คนงานก่อสร้างเลย แม้แต่ตำแหน่งคนกวาดขยะก็ไม่มีวันตกถึงมือแก!”
หม่าเซียงเซียงประกาศกร้าว
ได้ยินแบบนั้น หลินตงไหลก็อดขำไม่ได้ “หม่าเซียงเซียง เท่าที่ฉันรู้ เธอก็แค่พนักงานต๊อกต๋อยคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ? ใครให้ความกล้าเธอมาเบ่งขนาดนี้?”
“ฉันให้เอง! มีปัญหาไหม?!”
ทันใดนั้น เสียงชายวัยกลางคนก็ดังขึ้น ชายคนนั้นรูปร่างอ้วนลงพุงพลุ้ย เดินเข้ามาด้วยท่าทางวางก้าม พอเห็นหม่าเซียงเซียง แววตาก็ฉายแววหื่นกระหายวูบหนึ่ง
เขาเล็งหม่าเซียงเซียงมานานแล้ว แถมเธอยังคอยอ่อยให้เขาแต๊ะอั๋งอยู่บ่อยๆ ติดแค่ยังไม่ได้แอ้มจริงๆ จังๆ สักที มีโอกาสโชว์พาวต่อหน้าสาวแบบนี้ เขาจะพลาดได้ยังไง
หม่าเซียงเซียงเห็นชายคนนั้นก็ยิ้มร่า “ฮึ! แนะนำให้รู้จัก นี่คือ ‘ผู้อำนวยการหยาง’ ของบริษัทเรา เขาอยากจะไล่ใครออก ก็แค่กระดิกนิ้วสั่งคำเดียว”
ผู้อำนวยการหยางรับลูกทันที เขาปรายตามองหลินตงไหลแล้วเอ่ยเสียงเข้ม “ไอ้หนุ่ม ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกอยู่แผนกไหน หรือใครฝากแกเข้ามา... ตอนนี้แกไสหัวไปได้เลย บริษัทนี้ไม่ต้อนรับแก!”
หม่าเซียงเซียงยิ้มเยาะด้วยความสะใจ “เป็นไงล่ะหลินตงไหล... ทีนี้รู้ซึ้งหรือยังว่าคำว่า ‘อำนาจบารมี’ มันเป็นยังไง? สภาพอย่างแกคิดจะมางัดข้อกับฉัน? ฝันไปเถอะ!”
พูดจบ เธอก็เชิดหน้าเดินตามผู้อำนวยการหยางเข้าไปในบริษัทด้วยความลำพองใจ
เมื่อเข้ามาในออฟฟิศ หม่าเซียงเซียงก็รีบเอาใจ “ผู้อำนวยการหยางคะ เมื่อกี้ขอบคุณมากนะคะ”
“คนกันเองน่า ไม่ต้องเกรงใจหรอก” ผู้อำนวยการหยางยิ้มกรุ้มกริ่ม “พอดีเลย เมื่อวานฉันเจอร้านอาหารร้านหนึ่งรสชาติเด็ดมาก เย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกันไหม?”
“ได้สิคะ เดี๋ยวหนูเลี้ยงเอง” หม่าเซียงเซียงรู้งาน ต้องให้รางวัลตอบแทนบ้าง
“มีฉันอยู่ด้วย จะให้เธอเลี้ยงได้ยังไง... เบิกงบบริษัทเอาก็ได้ คืนนี้กินดื่มให้เต็มที่เลย!” ผู้อำนวยการหยางวางมาดป๋าเต็มที่
“กินข้าวน่ะได้... แต่ถ้าจะเบิกงบบริษัท เห็นทีจะไม่ได้แล้วล่ะครับ!”
ประตูห้องไม่ได้ปิด ‘ผู้จัดการใหญ่เชี่ย’ เดินดุ่มๆ เข้ามาพร้อมกับพูดสวนขึ้นทันควัน
จบบท