- หน้าแรก
- ระบบคลั่ง คนพลังเทพ
- บทที่ 10 คำทำนายดั่งเทพเจ้า
บทที่ 10 คำทำนายดั่งเทพเจ้า
บทที่ 10 คำทำนายดั่งเทพเจ้า
เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้าเหล่าหลี่ หลินตงไหลรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก ช่วงนี้หัวหน้าเหล่าหลี่เองก็โดนคนงานรุมทวงหนี้จนแทบไม่มีที่ยืน แต่กลับยังเจียดเงินห้าหมื่นหยวนให้เขา
และตอนนี้ พอจะได้เงินมา ก็ยังคิดถึงเขา จะแบ่งเงินก้อนใหญ่มาให้ โดยไม่ห่วงตัวเองเลยว่าจะมีพอกินพอใช้หรือไม่ น้ำใจนี้ช่างยิ่งใหญ่นัก
ในตอนนั้นเอง ผู้จัดการหวงและหม่าเซียงเซียงก็เดินเข้ามาใกล้ หัวหน้าเหล่าหลี่รีบปรี่เข้าไปยื่นบุหรี่ให้ด้วยรอยยิ้มประจบประแจง “ผู้จัดการหวง มาตรวจงานเหรอครับ”
“อืม ก็เดินดูไปเรื่อย”
ผู้จัดการหวงปรายตามองหลินตงไหลแวบหนึ่ง แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน
ส่วนหม่าเซียงเซียงมองหลินตงไหลด้วยสายตาเย้ยหยัน คอยดูเถอะ วันนี้แม่จะเล่นงานแกให้ตายคาที่
หัวหน้าเหล่าหลี่รีบชวนคุย “ไซต์งานก่อสร้างฝุ่นเยอะแยะ ไม่มีอะไรน่าดูหรอกครับ ไปครับ... ผมจองโต๊ะไว้ที่ร้าน ‘กวงเซิ่งโหลว’ แล้ว เดี๋ยวเราไปหาอะไรอร่อยๆ กินไปคุยไปดีกว่า”
“ไม่ต้องรีบ!”
ผู้จัดการหวงส่ายหน้า พยักพเยิดไปทางหลินตงไหล “ไอ้นี่ลูกน้องแกเหรอ?”
“ครับ... ใช่ครับ”
“ไล่มันออกเดี๋ยวนี้!” ผู้จัดการหวงสั่งเสียงเฉียบขาด
หัวหน้าเหล่าหลี่ชะงักกึก “ผู้จัดการหวงครับ คือ... มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า ตงไหลเขาเป็นคนซื่อๆ ถ้าทำอะไรให้ไม่พอใจ ผมขอโทษแทนเขาด้วยครับ”
“แกขอโทษแทนแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร! ให้มันมาคุกเข่าโขกหัวขอขมาต่อหน้าแฟนฉันเดี๋ยวนี้ แล้วฉันจะยอมยกโทษให้!”
ผู้จัดการหวงประกาศกร้าว แถมยังจงใจใช้คำว่า ‘แฟน’ เพื่อข่มขวัญ
หัวหน้าเหล่าหลี่หน้าเสีย เขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบางว่าสองคนนี้ไปมีเรื่องอะไรกัน แต่ด้วยนิสัยของหลินตงไหล ไม่มีทางยอมคุกเข่าแน่ๆ
“แล้วก็... อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ ถ้าเรื่องนี้ไม่จบ ก็เลิกฝันถึงเงินงวดงานไปได้เลย” ผู้จัดการหวงเพิ่มเงื่อนไขบีบคั้น
หัวหน้าเหล่าหลี่หน้าซีดเผือด ร้อนรนจนแทบเต้น “ผู้จัดการหวงครับ เรื่องเงินงวดงานเราคุยกันจบแล้วไม่ใช่เหรอครับ อีกอย่างพวกเราก็โดนดึงเงินมานานมากแล้ว คนงานจะรุมทึ้งผมตายอยู่แล้วนะครับ”
“แกจะโดนรุมทึ้งจนตายก็เรื่องของแก ไม่เกี่ยวกับฉัน! อีกอย่าง... ใช่ว่าฉันจะไม่ให้โอกาสแกซะเมื่อไหร่”
เหงื่อกาฬไหลพรากเต็มหน้าผากของหัวหน้าเหล่าหลี่
หม่าเซียงเซียงเชิดหน้าขึ้นด้วยความลำพองใจ นี่สิลูกผู้ชายตัวจริง! แค่กระดิกนิ้วคุยเล่นๆ ก็ชี้เป็นชี้ตายคนอื่นได้
“ไอ้สวะ! ยังไม่รีบคุกเข่าอีก!”
ผู้จัดการหวงแค่นหัวเราะ แผ่รังสีนักเลงข่มขวัญเต็มที่
แต่ผิดคาด หลินตงไหลกลับมีสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยถามเสียงเรียบ “คุณแน่ใจนะว่าจะให้ผมคุกเข่า?”
“ถามโง่ๆ! ถ้าไม่ใช่แกคุกเข่า จะให้ฉันคุกเข่าหรือไง?” ผู้จัดการหวงย้อน
“ถูกต้อง... คุณนั่นแหละที่ต้องคุกเข่า!”
“แกพูดบ้าอะไร! รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร?”
“ก็พูดกับคุณนั่นแหละ หรือต้องให้พูดกับหมา?”
“ดี! ดีมาก! ปากดีนักนะ!” ผู้จัดการหวงโกรธจนตัวสั่น “วันนี้ถ้าฉันไม่ได้ไล่แกออก ฉันจะไม่ขอแซ่หวงอีกต่อไป! เหล่าหลี่... ถ้าแกไม่ลากมันมาคุกเข่าขอขมาฉัน แดงเดียวแกก็จะไม่ได้เห็น!”
ทิ้งคำขาดไว้แค่นั้น เขาก็โอบเอวหม่าเซียงเซียงเดินจากไป
หม่าเซียงเซียงหันมาทำหน้าเยาะเย้ย เก่งแต่ปากมันจะมีประโยชน์อะไร เดี๋ยวแกก็ต้องคลานมาร้องไห้อ้อนวอนฉัน!
“ผู้จัดการหวง! ผู้จัดการหวงครับ!”
หัวหน้าเหล่าหลี่ตะโกนเรียกอย่างสิ้นหวัง แต่อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะหันมามอง เขาได้แต่หันมามองหลินตงไหลด้วยความอัดอั้นตันใจ “ตงไหล... เอ็งทำแบบนี้ทำไม ไปมีเรื่องกับเขาแบบนั้น แล้วพวกเราจะได้เงินเมื่อไหร่”
“อีกอย่าง พี่ชายของไอ้ผู้จัดการหวงคนนี้เป็นถึงระดับผู้บริหารของหวังป้ากรุ๊ปเชียวนะ ไปแหย่หนวดเสือเข้าแล้ว เรื่องใหญ่แน่ๆ”
“หัวหน้า ไม่ต้องห่วง เชื่อผมสิ... เดี๋ยวเขาก็กลับมา” หลินตงไหลพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
“กลับมา? จะเป็นไปได้ยังไง!”
หัวหน้าเหล่าหลี่กลุ้มใจจนอยากจะด่าลูกน้องคนนี้สักยก แต่ก็ทำไม่ลง ได้แต่ถอนหายใจ “ช่างมันเถอะ จะโทษเอ็งฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ พวกมันรังแกกันเกินไปจริงๆ เดี๋ยวฉันลองหาทางอื่นดู”
หลินตงไหลไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม เขากดโทรศัพท์หาหวังยงทันที
“พี่หลิน!”
คราวนี้ น้ำเสียงของหวังยงฟังดูนอบน้อมยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า แถมยังแฝงไปด้วยความหวาดเกรงอย่างปิดไม่มิด
เหตุผลก็เพราะ... เมื่อสิบนาทีที่แล้ว หวังชินผู้เป็นลุงได้เรียกเขาไปพบ และแจ้งข่าวที่ทำให้เขาต้องขนลุกซู่ไปทั้งตัว
หวังชินเพิ่งได้รับแจ้งข่าววงในระดับลับสุดยอดจากทางจังหวัด
เนื่องจากพรุ่งนี้ทางจังหวัดจะต้องต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่ระดับบิ๊กเบิ้มจาก ‘เหยียนจิง’ (เมืองหลวง) ที่จู่ๆ ก็ตัดสินใจจะแวะมาเยี่ยมบ้านเกิดแบบกะทันหัน
ทำให้การประชุมคณะกรรมการพรรคประจำมณฑลต้องเลื่อนขึ้นมาประชุมกันด่วนในวันนี้ และในที่ประชุมได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งให้ ‘เหลียงจง’ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ‘เลขาธิการพรรคประจำเมืองหลินไห่’ (เบอร์หนึ่ง) อย่างเป็นทางการ โดยคำสั่งแต่งตั้งจะส่งมาถึงเมืองหลินไห่ในช่วงบ่ายวันนี้
ส่วนเลขาธิการคนก่อนถูกย้ายด่วนเพราะมีปัญหาทุจริต และเบอร์สองคนเดิมก็เกษียณอายุพอดี
พูดง่ายๆ ก็คือ... เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ตามสถานการณ์ปกติ กลับเกิดขึ้นจริงทั้งหมด และเกิดขึ้นตรงตามคำทำนายของหลินตงไหลเป๊ะๆ ราวกับตาเห็น!
นี่มันคือคำทำนายระดับพระเจ้าชัดๆ!
หวังยงตกตะลึงจนพูดไม่ออก “พี่หลิน... พี่แกศักดิ์สิทธิ์เกินคนไปแล้ว”
“ไม่ว่าจะศักดิ์สิทธิ์จริง หรือมีเส้นสายระดับพระกาฬ เรื่องนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเขาคือบุคคลที่เราห้ามล่วงเกินโดยเด็ดขาด!” หวังชินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้าเขาคำนวณได้จริง เขาก็คือผู้วิเศษดั่งเทพยดา”
“แต่ถ้าเขาไม่ได้คำนวณ แต่รู้ข่าววงใน... ข่าวลับระดับที่แม้แต่คนในจังหวัดยังแทบไม่รู้ แต่เขากลับรู้ล่วงหน้า นั่นแปลว่าเบื้องหลังของเขาต้องยิ่งใหญ่เทียมฟ้าขนาดไหน!”
หวังชินทั้งตื่นตระหนกและเลื่อมใส เขาพยายามสืบประวัติหลินตงไหลแล้ว แต่กลับไม่พบอะไรที่น่าสงสัยเลย นั่นยิ่งทำให้หลินตงไหลดูดูลึกลับน่ากลัวยิ่งขึ้น
หวังยงฟังแล้วใจสั่นสะท้าน จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าหลินตงไหลเคยพูดไว้ว่า ‘ครอบครัวเหลียงปั๋วเหวินจะต้องมาขอร้องเขา’
หรือว่า... มันจะมีวันนั้นจริงๆ? ถ้าเป็นอย่างนั้น ตระกูลเหลียงคงกำลังจะเจอเคราะห์หนักแน่
ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร นับจากวินาทีนี้ไป เขาขอปวารณาตัวเป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์ของหลินตงไหลอย่างถวายหัว
ดังนั้น พอเห็นเบอร์หลินตงไหลโทรมา เขาจึงรีบรับสายแทบไม่ทัน
“โครงการจ้วงหยวนเป็นของบริษัทนายใช่ไหม?” หลินตงไหลถามเข้าประเด็น
“ใช่ครับ! มีอะไรหรือเปล่าครับ หรือพี่หลินอยากจะได้ห้องชุดสักห้อง?” หวังยงรีบเสนอ
“เปล่าหรอก แค่มีเรื่องจะบอกหน่อย” หลินตงไหลเล่าเรื่องวีรกรรมของผู้จัดการหวงให้ฟังคร่าวๆ พร้อมบอกชื่อแซ่ไป
“อะไรนะ! มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ พี่หลินรอแป๊บนะครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้มันรู้สำนึกเดี๋ยวนี้แหละ!”
หวังยงโกรธเลือดขึ้นหน้า รีบวางสายแล้วโทรศัพท์จัดการทันที เขาจำได้ลางๆ ว่าไอ้ ‘หวงโหย่วเหวย’ (ผู้จัดการหวง) คนนี้ เป็นน้องชายของ ‘หวงต้าเหวย’ ผู้บริหารระดับสูงในบริษัท
เขาโทรหาหวงต้าเหวยทันที ด่ากราดแบบไม่ไว้หน้าบรรพบุรุษ ขู่ว่าจะไล่ออกยกโคตรถ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ได้
หวงต้าเหวยหน้าถอดสี แทบกระอักเลือดด้วยความกลัว รีบโทรหาน้องชายตัวดี ‘หวงโหย่วเหวย’ ทันที ด่าเช็ดเม็ดสาดเสียเทเสีย พร้อมยื่นคำขาดว่าถ้าไม่ไปกราบขอขมาให้หลินตงไหลยกโทษให้ได้ ก็เตรียมตัวไปนอนข้างถนนได้เลย!
หลังวางสายจากพี่ชาย หวงโหย่วเหวยยืนตัวสั่นเทาด้วยความช็อก
หม่าเซียงเซียงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว เห็นแฟนหนุ่มยืนนิ่งก็ถามขึ้น “ใครโทรมาคะ? ทำไมต้องเสียงดังขนาดนั้น?”
“หุบปาก! นังตัวซวยเอ๊ย!”
เพียะ!
หวงโหย่วเหวยตบหน้าหม่าเซียงเซียงเต็มแรงจนเธอล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น
หม่าเซียงเซียงทั้งเจ็บทั้งงง ผุดลุกขึ้นมาตบตีกับหวงโหย่วเหวยทันที ในสายตาเธอ แม้เขาจะเป็นผู้จัดการที่มีเงิน แต่ก็ไม่ได้วิเศษวิโสขนาดที่จะมาตบตีเธอได้ฟรีๆ
...
ทางด้านหลินตงไหล หลังจากวางสายก็หันมายิ้มให้หัวหน้าเหล่าหลี่ “หัวหน้า วางใจเถอะครับ เรียบร้อยแล้ว”
“เรียบร้อย?” หัวหน้าเหล่าหลี่ทำหน้าไม่เชื่อ เขายังคงคิดหาทางออกอื่นอยู่ แต่จนปัญญาจริงๆ ทางไหนก็ตันไปหมด
แต่ทว่า... ผ่านไปไม่ถึงอึดใจเดียว
ภาพที่หัวหน้าเหล่าหลี่เห็นทำเอาเขาแทบช็อกตาตั้ง
ผู้จัดการหวงวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาที่เดิม ใบหน้ามีรอยขีดข่วนจากการโดนเล็บขู่น แต่เขากลับไม่สนใจ รีบวิ่งตรงเข้ามาหาหลินตงไหลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มประจบประแจงสุดขีด น้อมตัวลงต่ำ ยื่นบุหรี่ให้อย่างนอบน้อม
“ลูกพี่... ไม่สิ คุณชายใหญ่! ขอโทษครับ! เมื่อกี้ผมมีตาหามีแววไม่ เผลอล่วงเกินท่านไป ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วยเถอะครับ!”
จบบท