- หน้าแรก
- ระบบคลั่ง คนพลังเทพ
- บทที่ 9 เดี๋ยวเขาก็ต้องซมซานมาอ้อนวอนฉัน
บทที่ 9 เดี๋ยวเขาก็ต้องซมซานมาอ้อนวอนฉัน
บทที่ 9 เดี๋ยวเขาก็ต้องซมซานมาอ้อนวอนฉัน
“สถานการณ์ปกติมันก็ซื้อไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ แต่ถ้าย้ายบ่อขยะออกไป แล้วปรับปรุงภูมิทัศน์รอบด้าน พร้อมกับสร้างโรงเรียนขึ้นมาแทนที่ล่ะ?” หลินตงไหลย้อนถาม
หวังยงชะงักไปครู่หนึ่ง ถ้าเป็นอย่างที่ว่าจริง สถานการณ์คงพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เผลอๆ อาจจะฟันกำไรมหาศาล
“ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า คิดว่าบ่อขยะมันนึกจะย้ายก็ย้ายได้ง่ายๆ อย่างงั้นเหรอ?” เหลียงปั๋วเหวินแค่นเสียง “เท่าที่ฉันรู้มา ไม่มีทางย้ายเด็ดขาด ตอนนี้ก็ไม่มีข่าวอะไรหลุดออกมาเลยด้วยซ้ำ แถมทางเทศบาลกำลังประเมินกันอยู่ด้วยว่าจะจัดการยังไงกับบริษัทสือซินที่น่าจะเจ๊งภายในไม่เกินสองเดือนนี้”
หวังยงพยักหน้าเห็นด้วย “พี่หลิน พ่อของคุณชายเหลียงเป็นถึงรองนายกเทศมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ข้อมูลจากวงในระดับนี้น่าจะแม่นยำนะครับ”
หลินตงไหลคร้านจะอธิบายให้มากความ “เอาเถอะ หวังยง... ฉันตกลงใจจะซื้อบริษัทนี้แล้ว นายพอจะช่วยจัดการให้ฉันได้ไหม?”
หวังยงมีท่าทีลำบากใจ
“คุณชายหวัง ในเมื่อเขาอยากจะอวดฉลาดนัก นายก็ช่วยสงเคราะห์เขาหน่อยเถอะ เดี๋ยวฉันจะช่วยเร่งเรื่องให้อีกแรง รับรองว่าวันนี้เสร็จทุกขั้นตอน”
เหลียงปั๋วเหวินพูดแทรกขึ้นมา เขามั่นใจว่างานนี้หลินตงไหลต้องเจ๊งย่อยยับแน่ๆ ถึงตอนนั้นหวังยงจะได้เลิกงมงายกับไอ้สิบแปดมงกุฎนี่สักที แล้วจะได้กลับมาลงทุนกับเขาต่อ
พอเห็นหลินตงไหลยืนกราน หวังยงก็จำต้องรับปาก ซึ่งทำให้เหลียงปั๋วเหวินอารมณ์ดีขึ้นมาก
ต้องรู้ก่อนว่า เงินลงทุนที่เขาหามาได้ เขาจะได้ส่วนแบ่งค่านายหน้าด้วย แม้เปอร์เซ็นต์จะไม่เยอะ แต่พอคูณกับยอดเงินมหาศาล มันก็เป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย การที่หวังยงถอนทุนออกไป ทำให้รายได้เขาหายไปอื้อซ่า
“ในเมื่อคุณชายเหลียงมีน้ำใจช่วยเหลือ งั้นฉันก็จะมอบข่าวสารช่วยชีวิตให้นายสักข่าวก็แล้วกัน” หลินตงไหลกล่าวเรียบๆ
“ข่าวช่วยชีวิต?”
เหลียงปั๋วเหวินทำหน้าเย้ยหยัน จนป่านนี้ยังจะมาไม้เดิมอีก? คิดว่าเขาโง่เหมือนหวังยงหรือไง?
“ไม่เชื่อ?”
หลินตงไหลยิ้มบางๆ “งั้นฉันจะบอกแค่ครึ่งแรกก่อน... พ่อของนายกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่ง พรุ่งนี้เที่ยงน่าจะมีคำสั่งลงมา”
“ตลกตายล่ะ เรื่องที่พ่อฉันจะได้เลื่อนตำแหน่ง ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น ไม่ต้องรอให้นายมาบอกหรอก บอกไว้เลยนะว่าพ่อฉันจองเก้าอี้เบอร์สองของเมืองเจียงไห่ไว้แล้วแบบนอนมา!” เหลียงปั๋วเหวินเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ
แค่ตำแหน่งรองนายกฯ หายไปคำว่า ‘รอง’ อำนาจก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ผิดแล้ว... ไม่ใช่เบอร์สอง แต่จะได้รับการเลื่อนขั้นเป็นเบอร์หนึ่งต่างหาก” หลินตงไหลกล่าวด้วยความมั่นใจ
“เพ้อเจ้อ! ตำแหน่งนั้นพ่อฉันยังไม่กล้าหวังเลยด้วยซ้ำ” เหลียงปั๋วเหวินแค่นหัวเราะ “อีกอย่าง การประชุมคณะกรรมการพรรคมณฑลจะจัดขึ้นมะรืนนี้ นั่นหมายความว่าผลจะออกอย่างเร็วที่สุดก็มะรืน พรุ่งนี้ไม่มีทางรู้ผลหรอก”
“เป็นไงล่ะ? ไหนว่าผู้วิเศษ? หน้าแหกไหมล่ะครับ?”
เหลียงปั๋วเหวินทำหน้าผู้ชนะ หันไปยักคิ้วให้หวังยง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน หวังยงคงผสมโรงด่าไปแล้ว แต่หลังจากเจอเรื่องกับตัวมาหมาดๆ แม้ครั้งนี้หลินตงไหลจะพูดผิดอย่างเห็นได้ชัด เขาก็ยังลังเลที่จะฟันธง
“ไม่เชื่อก็ช่าง แต่ทางที่ดีนายเตรียมใจไว้หน่อยก็ดี... วันเวลาดีๆ ของนายกับพ่อเหลืออีกไม่มากแล้ว” หลินตงไหลส่ายหน้า
“แกพูดบ้าอะไร! กล้าแช่งพวกเราเหรอ!” เหลียงปั๋วเหวินของขึ้น
“ไม่ใช่คำแช่ง แต่เป็นคำเตือน... แต่ในเมื่อนายไม่เชื่อ ต่อไปก็อย่ามาถามเรื่องของพวกนายกับฉันอีก” หลินตงไหลลุกขึ้นยืน “หวังยง ฉันอิ่มแล้ว ไปจัดการธุระกันเถอะ”
“คะ... ครับ” หวังยงรับคำอย่างเสียไม่ได้
เหลียงปั๋วเหวินโกรธจนตัวสั่น แต่พอนึกภาพจุดจบอันน่าสมเพชของหลินตงไหล ก็ข่มใจไว้ ปล่อยให้มันกร่างไปก่อนอีกสักวันสองวัน ถึงตอนนั้นค่อยดูน้ำหน้ามัน
เมื่อเดินออกมา หวังยงก็อดกระซิบเตือนไม่ได้ “พี่หลิน คุณชายเหลียงอาจจะพูดแรงไปหน่อย แต่แหล่งข่าวของเขาแม่นยำมากนะครับ แถม...”
“ไม่ต้องแถมแล้ว อีกเดี๋ยวเขาก็ต้องซมซานมาอ้อนวอนฉัน... ไม่อย่างนั้น ทั้งตัวเขาและพ่อของเขา จบเห่แน่”
หลินตงไหลตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆ
หวังยงชะงักไปครู่หนึ่ง จะแม่นขนาดนั้นจริงดิ?
ถ้าครั้งนี้พี่หลินทายถูกอีก เขาสาบานเลยว่าต่อจากนี้ไปจะยอมถวายหัวรับใช้ ต่อให้พี่หลินสั่งให้โดดตึก เขาก็จะโดดทันที
...
หลังจากนั้น ด้วยคอนเนกชั่นของหวังยง บวกกับการช่วยเหลือแบบเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษจากเหลียงปั๋วเหวิน ทุกขั้นตอนจึงผ่านฉลุย
เพียงแค่บ่ายวันเดียว ‘บริษัทอสังหาริมทรัพย์สือซิน’ ก็ตกมาอยู่ในมือของหลินตงไหลอย่างสมบูรณ์ รวมถึงหนี้สินทั้งหมดด้วย
หวังยงได้แต่ถอนใจเงียบๆ และรายงานเรื่องนี้ให้ลุงหวังชินทราบ หวังชินกำชับหนักแน่นว่าต่อให้สงสัยแค่ไหน ก็ห้ามแสดงท่าทีไม่เคารพหลินตงไหลเด็ดขาด รออีกไม่กี่วันความจริงก็จะปรากฏเอง
...
วันรุ่งขึ้น หลินตงไหลไปที่โรงพยาบาล แม่บอกเขาว่าเมื่อคืนผู้อำนวยการโรงพยาบาลแวะเอาผลไม้กระเช้าใหญ่มาเยี่ยมเพื่อขอพบเขา แถมพยาบาลเสี่ยวหลินก็มาดักรอเพื่อจะขอบคุณ แต่คลาดกันเสียก่อน
หลินตงไหลไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ เขาตั้งใจว่าจะแวะไปสั่งงานที่บริษัทสือซินสักหน่อย แต่จู่ๆ ‘หัวหน้าคนงานเหล่าหลี่’ ก็โทรมาถามว่าว่างไหม ให้ช่วยเข้ามาที่ไซต์งานหน่อย
ปกติหลินตงไหลทำงานขยันขันแข็ง ไม่เคยบ่น และหัวหน้าเหล่าหลี่ก็ดีกับเขามาก เขาจึงไม่ลังเล รับปากแล้วรีบบึ่งไปทันที
เมื่อไปถึงไซต์ก่อสร้าง ขณะที่หลินตงไหลกำลังเดินเข้าไป ด้านหน้าเขามีชายหญิงคู่หนึ่งเดินนำอยู่ ผู้หญิงเดินนวดนาดส่ายสะโพก ดูท่าทางคุ้นตา... นั่นมัน ‘หม่าเซียงเซียง’ น้องสาวหม่าหรงหรงนี่นา
ไม่รู้ว่าเป็นคราวซวยหรือโชคดี จังหวะนั้นพอดีมีท่อนไม้ยาวร่วงลงมาจากนั่งร้านด้านบน พุ่งตรงเข้าหาศีรษะของหม่าเซียงเซียง
หลินตงไหลพุ่งตัวเข้าไปตามสัญชาตญาณ คว้าท่อนไม้นั้นไว้ได้ทันเฉียดฉิว
เขาเป็นคนปฏิกิริยาไวและแรงเยอะมาตั้งแต่เด็ก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะวิชาการหายใจที่ปู่แก่ๆ คนหนึ่งเคยสอนไว้ตอนเด็กหรือเปล่า
หม่าเซียงเซียงตกใจจนหน้าซีด พอหันมาเห็นหน้าคนช่วย ก็ตวาดแว้ดทันที “หลินตงไหล! แกทำบ้าอะไรของแก!”
อย่าว่าแต่ตอนนี้เลย สมัยก่อนตอนเขายังเป็นพี่เขย ยัยเด็กนี่ก็ไม่เคยเรียกเขาว่าพี่เขยสักคำ หลินตงไหลแค่นเสียง “ไม้หล่นลงมา ฉันเพิ่งช่วยเธอไว้!”
“แกเนี่ยนะช่วยฉัน?” หม่าเซียงเซียงทำหน้าไม่เชื่อ “เหอะ! ขยะอย่างแกคงแอบทำลูกไม้เรียกร้องความสนใจล่ะสิ โชคดีจริงๆ ที่พี่สาวฉันหย่ากับแก ไม่งั้นขืนอยู่กับแกต่อไป ชาตินี้ทั้งชาติคงเป็นได้แค่พวกรากหญ้า”
หลินตงไหลหน้าตึงขึ้นมาทันที เมื่อก่อนเห็นแก่หน้าหม่าหรงหรงเลยยอมๆ ไป แต่วันนี้ไม่จำเป็นต้องเกรงใจใครแล้ว “หม่าเซียงเซียง พูดจาระวังปากหน่อย อย่าให้ฉันต้องหมดความเกรงใจ”
“กล้าดียังไงมาด่าฉัน!” หม่าเซียงเซียงของขึ้น “เชื่อไหมว่าฉันสั่งให้คนไล่แกออกจากงานได้เดี๋ยวนี้เลย!”
“น้ำหน้าอย่างเธอเนี่ยนะ?!”
หลินตงไหลทำหน้าสมเพช แล้วหันหลังเดินหนี
เท่าที่เขารู้ โครงการนี้เจ้าของคือหวังป้ากรุ๊ป ด้วยความสัมพันธ์ของเขากับหวังยงในตอนนี้ ต่อให้ไล่ใครออกก็คงไม่มีใครกล้าแตะต้องเขา
ท่าทีเมินเฉยของหลินตงไหลทำเอาหม่าเซียงเซียงโกรธจนตัวสั่น
“น้องเซียงเซียง อย่าเพิ่งโกรธเลยครับ เดี๋ยวพี่จัดการสั่งสอนมันให้เอง!” ‘ผู้จัดการหวง’ ที่เดินมาด้วยกันรีบเสนอหน้า
อุตส่าห์ได้เจอกับสาวสวย แถมเธอยังดูมีใจให้ จะปล่อยโอกาสโชว์พาวแบบนี้หลุดมือไปได้ยังไง
ในตอนนั้นเอง หัวหน้าเหล่าหลี่ก็เห็นหลินตงไหลเดินมา จึงตะโกนทัก “ตงไหล! มาแล้วเหรอ!”
“ครับหัวหน้า ขอโทษทีครับที่ลางานไปหลายวัน ทำให้งานล่าช้าไปหมด”
“ไม่เป็นไรๆ จะบอกข่าวดีให้” หัวหน้าเหล่าหลี่หัวเราะร่า “หลังจากยื้อกันมาตั้งนาน ในที่สุดเราก็คุยกับไอ้ผู้จัดการหวงจอมเขี้ยวลากดินนั่นรู้เรื่องแล้ว เงินงวดงานน่าจะโอนเข้าพรุ่งนี้”
“เดี๋ยวเงินออก ฉันจะให้ยืมอีกสักสองแสน น่าจะพอค่าผ่าตัดพ่อเอ็งแล้วล่ะ”
จบบท