- หน้าแรก
- ลิขิตรักอ่านใจ: สยบทิฐิจ้านเย่ผู้เย็นชา
- บทที่ 20 ดื่มให้หมดก่อนค่อยไป
บทที่ 20 ดื่มให้หมดก่อนค่อยไป
บทที่ 20 ดื่มให้หมดก่อนค่อยไป
เจียงหว่านยิ้มมองน้องเขยตัวดีที่เคยสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้เธอมานับไม่ถ้วนในชาติที่แล้ว
ถ้าจะถามว่าคนประเภทไหนที่เธอเกลียดเข้าไส้ที่สุดในชีวิตนี้?
ก็คงจะเป็นพวกคุณหนูไฮโซคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ที่ยังไม่เคยลิ้มรสความโหดร้ายของโลกแห่งความเป็นจริง แต่กลับหลงตัวเองคิดว่าวิเศษวิโสกว่าคนอื่นนั่นแหละ
'ใครหน้าไหนก็ตามที่ยุยงให้คนอื่นแบนฉัน มันต้องโดนสั่งสอนซะบ้าง!'
ถูกต้องที่สุด!
จ้านถิงเซียวพยักหน้าเบาๆ
ท่าทีเห็นด้วยเล็กๆ น้อยๆ นั้นไม่ได้ทำให้เจียงหว่านสังเกตเห็น
ทว่า ริมฝีปากของจ้านเฉินเฟิงกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เขามองน้องชายกับน้องสะใภ้แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"เมื่อกี้พวกนายแวะไปที่โรงงานยาตีนเขามาเหรอ?"
"อืม"
นับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บ พี่ใหญ่ก็ไม่เคยไต่ถามเรื่องงานของบริษัทมานานหลายปีแล้ว
สงสัยว่าวันนี้พี่คงอารมณ์ดี ถึงได้เอ่ยปากถามถึงสถานการณ์ที่โรงงาน
เมื่อเห็นท่าไม่ดี จ้านเหยียนอี้ก็รีบอาศัยจังหวะชุลมุนย่องหนีไปเงียบๆ
เจียงหว่านแนะนำจ้านถิงเซียวว่า "ตรวจสอบแก๊งเพื่อนกินของน้องสามให้ละเอียดนะ"
"ตกลง"
ตอนแรกเธอกังวลว่าเขาจะหาว่าเธอเผือกเรื่องชาวบ้าน แต่ผิดคาด ทันทีที่เจียงหว่านพูดจบ จ้านถิงเซียวก็พยักหน้ารับทันที
ท่าทีที่ให้ความร่วมมืออย่างผิดปกตินี้ ถ้าใครไม่รู้คงนึกว่าเขาเป็นพวก "เกลียมัว" เชื่อฟังเมียทุกอย่าง!
จ้านเฉินเฟิงยิ้มกว้างจนแก้มปริ
"เอาล่ะ พวกนายสองคนวางยาไว้ตรงนี้แหละเดี๋ยวฉันดื่มเอง ไปทำธุระของตัวเองเถอะ"
"ไม่ได้ พี่ต้องดื่มให้หมดก่อนพวกเราถึงจะไป" จ้านถิงเซียวยืนกรานเสียงแข็ง
ความเป็นห่วงเป็นใยที่เขามีต่อพี่ชายทำให้เจียงหว่านอดอิจฉาความสัมพันธ์ฉันพี่น้องของพวกเขาไม่ได้
แม้ตระกูลจ้านจะมีลูกหลานมากมาย และจ้านถิงเซียวกับจ้านเฉินเฟิงก็มีผลประโยชน์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องกันโดยตรง แต่ความรักความผูกพันที่จริงใจของพวกเขานั้นช่างน่าชื่นชมจริงๆ!
ตัดภาพมาที่ตัวเธอ แต่งเข้าตระกูลจ้านมาได้หลายวันแล้ว
เมื่อวานที่เป็นวันเยี่ยมบ้านเกิดก็เกิดเรื่องวุ่นวายขนาดนั้น แต่กลับไม่มีใครโทรมาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเลยสักคน
พวกเขาคงเห็นเธอเป็นลูกสาวที่ถูกทิ้งขว้างของตระกูลเจียงจริงๆ สินะ!
เจียงหว่านก้มหน้าลงด้วยความเศร้าสร้อย
ทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของเธอก็ดังขึ้น
เมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้า แววตาของเจียงหว่านก็ฉายแววสับสนวุ่นวายใจ ซึ่งจ้านถิงเซียวสังเกตเห็นเข้าพอดี
เขามองดูหญิงสาวกำโทรศัพท์แน่นแล้วเดินดุ่มๆ ออกจากห้องไป
...
"ฮัลโหล?"
เจียงหว่านสูดหายใจเข้าลึกๆ หลายทีก่อนจะกดรับสาย
ทันทีที่สัญญาณเชื่อมต่อ เสียงด่าทออย่างไม่พอใจของเจียงเต๋อหรงก็ดังลอดออกมา "นังตัวดี! แกเป็นคนแจ้งเบาะแสเรื่องสมุนไพรล็อตนั้นใช่ไหม?"
เจียงหว่านขมวดคิ้ว "พ่อรู้ได้ยังไง?"
"หึ! เถ้าแก่จางโทรมาฟ้องฉันหมดแล้ว! แกนี่มันนังลูกไม่รักดี อวดรู้ไปซะทุกเรื่อง อยู่ข้างนอกก็ทำตัวเหลวแหลกให้ตระกูลเจียงขายขี้หน้า เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งถึงขนาดยื่นมือมายุ่งเรื่องธุรกิจแล้วเหรอ?"
"เหลวแหลกอะไรกัน? แล้วอีกอย่าง สมุนไพรล็อตนั้นมันมีปัญหาจริงๆ ถ้าหนูไม่ระงับไว้ ขืนเอาไปผลิตยาคงมีคนตาย มีครอบครัวพังพินาศไม่รู้กี่ร้อยกี่พัน"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแก?"
เจียงเต๋อหรงขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับเธอ
เขาพูดแค่ว่า "บริษัทเราก็ทำธุรกิจกับเถ้าแก่จางเหมือนกัน! วันนี้เพราะแกสอดมือเข้าไปยุ่ง เถ้าแก่จางเลยไม่ยอมขายของให้ฉันแล้ว!"
"ไม่ขายก็ดีแล้วนี่! ของแบบนั้น ซื้อมาก็มีแต่จะทำร้ายคนอื่น"
"ทำร้ายคนอื่น? ถ้าไม่ใช่เพราะธุรกิจของฉันตลอดหลายปีมานี้ แกจะมีชีวิตสุขสบายในชนบทแบบนั้นเหรอ?
เจียงหว่าน อย่าลืมกำพืดตัวเองสิ! แต่งงานไปได้ไม่กี่วัน ก็หันข้อศอกออกนอกตัว เข้าข้างคนอื่นแล้วเหรอ?"
"งั้นพ่อก็รู้สินะว่าหนูเพิ่งแต่งงานไปได้ไม่กี่วัน!"
ตามธรรมเนียมของเมืองหนานเฉิง วันที่สามหลังแต่งงาน น้องชายของฝ่ายหญิงต้องมารับพี่สาวกลับไปเยี่ยมบ้าน
แต่นี่ เมื่อวานซึ่งเป็นวันเยี่ยมบ้าน เธอถูกใส่ร้ายป้ายสีจนเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองตลอดทั้งวัน กลับไม่มีคนจากตระกูลเจียงโผล่หัวมาดูดำดูดีเลยสักคน
แต่วันนี้ ดันโทรมาด่าเพราะเรื่องของเถ้าแก่จางกระจอกๆ คนหนึ่งเนี่ยนะ
ตลกสิ้นดี!
"พ่อคะ หนูยังเป็นลูกแท้ๆ ของพ่ออยู่ไหม?"
"แกจะพูดอะไร?"
"ปีนั้น ตอนหนูสี่ขวบ หนูไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่พ่อก็กล่าวหาว่าหนูพยายามฆ่าน้องในท้องของน้าหานซิน
พ่อไม่กลัวหนูจะลำบาก ตัดสินใจส่งหนูไปอยู่กับป้าที่ชนบทอย่างเลือดเย็น
พ่อเคยรู้บ้างไหมว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาหนูใช้ชีวิตยังไงที่นั่น?
พ่อกล้าพูดได้ยังไงว่าหนูอยู่สุขสบายเพราะเงินของพ่อ?"
"แล้วไง? ยังไงฉันก็เป็นคนส่งค่าเลี้ยงดูให้แก!"
"อย่างนั้นเหรอคะ? พ่อแน่ใจเหรอว่าพ่อโอนให้เองกับมือ?"
เจียงเต๋อหรงถึงกับพูดไม่ออก
หลังจากแม่ของเจียงหว่านเสียชีวิต เขาก็รีบแต่งงานใหม่กับหานซิน ผู้จัดการฝ่ายการเงินของบริษัททันที
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หานซินจัดการดูแลทุกอย่างในบ้านเป็นอย่างดี เขารู้สึกว่าภรรยาคนที่สองช่างแสนดีและรู้ความ ดีกว่าอดีตภรรยาที่จืดชืดไร้รสชาติคนเก่าเป็นไหนๆ
แถมเจียงหว่านคนนี้ยังถอดแบบนิสัยดื้อรั้นมาจากแม่ของเธอไม่มีผิด นอกจากจะจิตใจอำมหิตตั้งแต่เด็กแล้ว โตขึ้นมาก็ยังไม่มีสัมมาคารวะ
กลับมาอยู่หนานเฉิงได้ไม่ทันไร ก็กล้ามาปีนเกลียวกับเขาแล้วเหรอ?
"เจียงหว่าน แกคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหน แค่เพราะได้แต่งงานเข้าตระกูลจ้านงั้นสิ?"
เขาไม่รู้ว่าคุณย่าตระกูลจ้านตาบอดหรือเปล่า ถึงได้เอ็นดูนังเด็กเหลือขอที่ไร้มารยาทคนนี้มากกว่าเจียงโหรวลูกรักของเขา
เมื่อวานตอนที่เจียงเซิงไปรับเธอ ก็ถูกไล่กลับมา
เห็นชัดๆ ว่าจ้านถิงเซียวไม่ได้ให้ค่าอะไรกับเธอเลย!
"หึ! รู้จักประมาณตนบ้างก็ดีนะ! เจียงหว่าน ในฐานะพ่อ ฉันขอเตือนแกด้วยความหวังดี การที่ผู้หญิงจะเอาอกเอาใจสามีเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่การทำตัวเป็นสุนัขรับใช้ด้วยการตัดทางทำมาหากินของครอบครัวตัวเองน่ะ มันโง่เขลาสิ้นดี!"
"หนูว่าพ่อนั่นแหละที่โง่บัดซบ!"
เจียงหว่านโกรธจนกดตัดสายทิ้ง
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม หัวใจเต็มไปด้วยความคับแค้นใจที่ไม่มีใครเข้าใจ
'เอาอกเอาใจอะไร สุนัขรับใช้อะไร?'
'ในสายตาของเขา ฉันมันก็แค่คนไร้ค่าคนหนึ่งสินะ?'
น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้ม
หยดน้ำใสๆ ไหลผ่านใบหน้ารูปไข่ที่ซีดเผือด ดูโดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่งท่ามกลางลมเหนือที่พัดกระหน่ำ
เจียงหว่านในความทรงจำของจ้านถิงเซียว เป็นคนมั่นใจและหยิ่งยโส
ถ้าเธอไม่เห็นด้วย เธอจะเถียงกลับ ถ้าไม่ยุติธรรม เธอจะลุย!
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอร้องไห้หนักขนาดนี้เพราะโทรศัพท์เพียงสายเดียว
"เป็นอะไร? ที่บ้านโทรมาเหรอ?"
"บ้าน? ฉันยังมีบ้านอยู่อีกเหรอ?"
"ตั้งแต่ถูกส่งไปชนบทตอนสี่ขวบ ฉันก็ไม่มีบ้านแล้ว!"
"คุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงอะไรกัน? ตระกูลเจียงน่ะ อยากให้ฉันหายไปจากโลกนี้จะตาย!"
เจียงหว่านปาดน้ำตาบนใบหน้าอย่างแรง บอกตัวเองว่าไม่ต้องร้องไห้ให้กับคนที่ไม่ได้รักเธอ
ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นพ่อแท้ๆ ก็ตาม!
"คุณตามหาฉันเหรอ?"
"อะแฮ่ม"
จ้านถิงเซียวแสร้งกระแอมไอเบาๆ แล้วยื่นทิชชู่ห่อหนึ่งให้เธอ
เขาจะบอกได้ยังไงว่าเห็นเธอหน้าตาไม่สู้ดี กลัวจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น เลยตามออกมาดูด้วยความเป็นห่วง
เขาจึงพูดแก้เก้อไปว่า "ฉันลืมไปเลยว่าเมื่อวานเป็นวันเยี่ยมบ้าน ถ้าเธอโอเค เดี๋ยวฉันพาไปตอนนี้เลยก็ได้นะ?"
"ไม่จำเป็น! ตามธรรมเนียมแล้ว ถ้าบ้านเดิมไม่ส่งคนมารับ ฉันก็ไม่ควรกลับไป"
จ้านถิงเซียวมองใบหน้าที่พยายามทำเป็นเข้มแข็งของเจียงหว่าน แล้วจู่ๆ หัวใจเขาก็เจ็บแปลบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
คำพูดปลอบโยนหลุดออกจากปากเขาไปเอง "ถ้าหลังหย่าเธอไม่อยากกลับตระกูลเจียง ฉันยกวิลล่าชื่อฉันให้เธอสักหลังสองหลังก็ได้นะ!
หรือเธออยากจะทำธุรกิจ? ฉันช่วยได้ทุกเรื่องเท่าที่ฉันจะช่วยได้"
"ไม่ต้องหรอก ขอบคุณนะ!"
สิ่งที่เธอต้องการก็แค่บ้านหลังเล็กๆ ที่อบอุ่นเท่านั้น!
แต่ครอบครัวเดิมของเธอก็ไม่ต้องการเธอแล้ว
และครอบครัวสามี... อีกแค่เดือนเดียวก็ต้องแยกทางกัน
"จ้านถิงเซียว... สุดท้ายเราก็เดินคนละเส้นทางกัน!"
"เพราะงั้น... ได้โปรดอย่าทำดีกับฉันเลย ฉันกลัวว่าฉันจะเผลอมีความหวังลมๆ แล้งๆ แล้วไม่อยากจะจากไป!"