เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 คุณมองออกแต่แรกแล้วเหรอว่าฉันเป็นใคร?

บทที่ 17 คุณมองออกแต่แรกแล้วเหรอว่าฉันเป็นใคร?

บทที่ 17 คุณมองออกแต่แรกแล้วเหรอว่าฉันเป็นใคร?


"ใช่ค่ะ เห็นได้ชัดว่า 'จ้านหลางกรุ๊ป' ให้ความสำคัญกับ 'คังเซิ่ง' มากจริงๆ"

หลิวเสี่ยวเหยาลอบขมวดคิ้วอย่างเงียบๆ

แปลกมาก ผู้ที่แจ้งเบาะแสให้ข้อมูลมาละเอียดมาก แม้กระทั่งระบุตำแหน่งที่แน่นอนของยาสมุนไพรที่ขึ้นรา แต่พอเธอเข้ามาตรวจค้นกลับไม่พบอะไรเลย

หรือว่าจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิตไปแล้ว?

"ผู้อำนวยการโรงงานจ้าวคะ ได้ยินมาว่ายาสมุนไพรจีนล็อตนี้มีปริมาณการผลิตมหาศาล และจะถูกส่งขายไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศใช่ไหมคะ?"

"ถูกต้องครับ"

"แล้วถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาล่ะคะ?"

"นักข่าวหลิวพูดเล่นแล้วครับ คังเซิ่งของเราไม่มีทางทำเรื่องที่ส่งผลเสียต่อผู้อื่นแน่นอน ยาทุกตัวที่เราผลิตผ่านการตรวจสอบอย่างเคร่งครัดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ สมมติฐานเรื่องปัญหานั้นไม่มีทางเป็นไปได้หรอกครับ"

ทันใดนั้น เสียงใสๆ ก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าอุโมงค์ฆ่าเชื้อ

เจียงหว่านในชุดป้องกันเชื้อยืนยิ้มแย้มสดใสอยู่ข้างๆ จ้านถิงเซียว

หัวใจของหลิวเสี่ยวเหยากระตุกวูบเมื่อได้ยินคำว่า "นักข่าว" ยิ่งพอเห็นว่าจ้านถิงเซียว มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของหนานเฉิงก็มาด้วย เธอก็ยิ้มเจื่อนๆ สีหน้าดูกระอักกระอ่วนไปชั่วขณะ

ผู้อำนวยการจ้าวเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม "นักข่าวหลิวอยากทราบอะไรเพิ่มเติมอีกไหมครับ? ผมยินดีอธิบายให้ฟัง"

"คุณมองออกแต่แรกแล้วเหรอคะว่าฉันเป็นใคร?"

"ครับ"

ที่จริงแล้ว... ไม่ใช่หรอก

ตอนที่หลิวเสี่ยวเหยาเข้ามาในฐานะฝ่ายสนับสนุนทางเทคนิคที่สำนักงานใหญ่ส่งมา เขาก็แค่รู้สึกแปลกใจ เพราะเขาไม่ได้ทำเรื่องขอการสนับสนุนไป แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมีคนถูกส่งมา?

แต่ในเมื่อเธอมีบัตรพนักงานของสำนักงานใหญ่ เขาก็จำต้องปล่อยให้เธอเข้ามา

โชคดีที่ตอนเขาเดินเข้าห้องเปลี่ยนชุดเพื่อสวมชุดป้องกันเชื้อ ดันไปจ๊ะเอ๋เข้ากับจ้านถิงเซียวและเจียงหว่านที่ "แวะมารับยาชั่วคราว" พอดี

คำถามรัวๆ สามคำถามของเจียงหว่านทำเอาเขาเหงื่อตก

"ผู้อำนวยการจ้าว วันก่อนคุณลาหยุดใช่ไหม?"

"มีสมุนไพรขึ้นราล็อตหนึ่งปะปนเข้ามาในโรงงาน คุณรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?"

"คนที่อยู่ข้างนอกนั่นคือนักข่าวจากสถานีวิทยุ คุณรู้ไหมว่าถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมา จะเกิดความวุ่นวายขนาดไหน?"

คำถามเหล่านั้นทำเอาผู้อำนวยการจ้าวขนหัวลุก

เขารีบแจ้นไปตรวจสอบที่โรงงานทันที และพบโกฐเชียง, ไป๋จู๋ และเปลือกรากหม่อนที่ขึ้นราซุกซ่อนอยู่ในมุมหนึ่งของกองวัตถุดิบที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงๆ

สมุนไพรจีนที่ขึ้นราเหล่านี้สามารถสร้างสารอะฟลาทอกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งได้ หากนำไปผลิตยาและให้ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำรับประทาน ผลที่ตามมาคงไม่อาจจินตนาการได้

"นักข่าวหลิวครับ ผมอยากทราบว่าทำไมจู่ๆ คุณถึงสนใจโรงงานยาของเราขึ้นมา?"

จ้านถิงเซียวยืนตระหง่านอยู่ที่ปากทางเข้า

รูปร่างสูงโปร่งของเขาแผ่แรงกดดันที่มองไม่เห็นออกมา

เขาเป็นคนเอ่ยปากถามคำถามคาใจของผู้อำนวยการจ้าว

เขาไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าบอสใหญ่ไม่เข้ามาเบรกทันเวลาและสั่งให้กำจัดสมุนไพรล็อตนั้นทิ้ง จะเกิดเรื่องราวใหญ่โตขนาดไหน

เจียงหว่านถามแทรกขึ้น "มีคนแจ้งเบาะแสมาสินะคะ?"

"ใช่ค่ะ!"

หลิวเสี่ยวเหยาเห็นว่าตัวตนของเธอถูกเปิดโปงแล้ว และการสืบสวนต่อไปก็คงคว้าน้ำเหลว

สู้ยอมพูดความจริงไปเลยดีกว่า ดีกว่าไม่ได้สกู๊ปข่าวเด็ดแถมยังไปกระตุกหนวดเสืออย่างจ้านถิงเซียว จนอาจจะหากินในเมืองหนานเฉิงลำบากในอนาคต

เธอจึงโชว์ข้อมูลนิรนามที่ได้รับเมื่อวานซืนให้จ้านถิงเซียวและเจียงหว่านดู

"คนคนนั้นอ้างว่าเป็นคนในของจ้านหลางกรุ๊ปค่ะ เขาบอกว่าทนไม่ได้ที่เห็นตระกูลจ้านเห็นแก่เงินก้อนโตจนไม่สนใจชีวิตคน! ประธานจ้านคะ นี่คือบัตรพนักงานที่เขาส่งมาให้ฉันหลังจากที่ฉันตกลงรับงานแอบถ่าย เขาบอกว่าใช้บัตรนี้จะเข้าออกคังเซิ่งได้อย่างอิสระค่ะ"

"ตลกสิ้นดี!"

จ้านถิงเซียวรับบัตรพนักงานมาดู "บัตรปลอม"

"ปลอมเหรอครับ?"

ผู้อำนวยการจ้าวเคยเห็นบัตรพนักงานของสำนักงานใหญ่มาก่อน และรู้ว่ามันมีสัญลักษณ์พิเศษ บัตรที่นักข่าวคนนี้ถือมาก็มีเหมือนกัน แล้วมันจะปลอมได้ยังไง?

จ้านถิงเซียวโยนบัตรกลับไปให้เขา แล้วบอกให้ดูให้ละเอียด "สีเพี้ยน ของจริงจะมีเลขรหัสพนักงานที่เป็นตัวอักษรเรืองแสง ซึ่งของก๊อปเกรดเอพวกนี้ทำเลียนแบบไม่ได้"

"คุณพระ! มีรายละเอียดขนาดนี้เลยเหรอ?"

เจียงหว่านเองก็เพิ่งรู้ เพราะชาติที่แล้วเธอไม่เคยได้เหยียบย่างเข้าไปในจ้านหลางกรุ๊ปเลย

ตอนที่คังเซิ่งเกิดเรื่อง เธอกำลังโดนตระกูลจ้านทำสงครามเย็นใส่เพราะเรื่องยาพาราควอตของจ้านเฉินเฟิง

ต่อมา จ้านเฉินเฟิงฆ่าตัวตาย คังเซิ่งก็เกิดเรื่องฉาวโฉ่

เพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้ป่วย ตระกูลจ้านต้องทุ่มเงินทองแทบจะหมดเนื้อหมดตัว และชื่อเสียงของจ้านหลางกรุ๊ปก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทหน้าเลือด

'เฮ้อ... ถ้าชาติที่แล้วฉันรู้เรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ สถานการณ์มันจะดีขึ้นกว่านี้ไหมนะ?'

'คำตอบคือ... คงไม่ต่างกันหรอก'

เจียงหว่านถอนหายใจเบาๆ ไม่ขอจมปลักกับอดีต

เธอแค่สงสัยว่าทำไมวันนี้จ้านถิงเซียวถึงให้ความร่วมมือดีจัง

เธอบอกว่าจะมารับยาให้จ้านเฉินเฟิง อันที่จริงเธอมาคนเดียวก็ได้

แต่เขากลับยอมให้เธอจูงมือพาเดินดุ่มๆ มาถึงที่นี่โดยไม่รู้ตัว จนสุดท้ายเจียงหว่านเองนั่นแหละที่ได้สติ แล้วก็ด่าตัวเองในใจว่า 'หมามันเลิกกินขี้ไม่ได้ฉันใด ฉันก็เลิกนิสัยเดิมไม่ได้ฉันนั้นสินะ!'

ทำไมเธอต้องเผลอไปแตะเนื้อต้องตัวเขาตามสัญชาตญาณด้วยนะ?

"เฮ้อ"

เจียงหว่านส่ายหน้าในใจ จู่ๆ ก็สังเกตเห็นว่าทุกคนในที่นั้นกำลังมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ

หลิวเสี่ยวเหยาเอ่ยขอโทษ "ขอโทษนะคะประธานจ้าน คุณนายจ้าน ฉันคงถูกคนไม่หวังดีหลอกใช้เข้าแล้ว ต้องขอโทษจริงๆ ที่เกือบทำให้โรงงานยาของคุณเสียหาย"

"แค่ขอโทษก็พอแล้วเหรอคะ"

"คะ?"

เจียงหว่านโบกมือ แล้วถามหลิวเสี่ยวเหยา "คุณทำข่าวประเภทนี้มานานแค่ไหนแล้วคะ?"

"สามปีค่ะ ตั้งแต่เรียนจบฉันก็ทำข่าวสายสังคมสงเคราะห์มาตลอด คอยเป็นกระบอกเสียงให้ชาวบ้านตาดำๆ"

"เป็นนักข่าวที่ดีนี่นา!"

เจียงหว่านยกนิ้วโป้งให้

"จริงๆ แล้วในมุมของคุณ คุณไม่ผิดเลย แถมยังกล้าหาญมากด้วยซ้ำ"

หญิงสาวที่สดใสคนหนึ่ง กล้าบุกเดี่ยวเข้ามาในถิ่นของ "บริษัทหน้าเลือด" ความกล้าหาญและความเที่ยงธรรมที่จะเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนแบบนี้ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม

ดังนั้น... "ในเมื่อมาแล้ว ก็อย่าให้เสียเที่ยวสิคะ จริงไหม?"

"ห... หมายความว่ายังไงคะ?"

เจียงหว่านยิ้มหวาน "อันที่จริง ตั้งแต่สมัยคุณปู่จ้าน ตระกูลจ้านก็มุ่งมั่นทำงานการกุศลมาตลอด ล่าสุดตระกูลจ้านของเราเพิ่งก่อตั้งหน่วยงานคลินิกเคลื่อนที่เพื่อรักษาฟรี โดยเน้นช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวทั่วประเทศที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษาพยาบาล คุณช่วยโปรโมทโครงการนี้ให้เราหน่อยได้ไหมคะ?"

"ได้ค่ะ! ยินดีเลยค่ะ!"

เดิมทีหลิวเสี่ยวเหยากลัวว่าจ้านถิงเซียวจะไม่ยกโทษให้ที่เธอแอบเข้ามาทำข่าว แต่ข้อเสนอของเจียงหว่านไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้เธอได้ร่วมงานกับจ้านถิงเซียว แต่ยังมอบประเด็นข่าวร้อนๆ ให้เธออีกด้วย

เธอมองจ้านถิงเซียวด้วยความดีใจ หวังว่าคุณจ้านผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งขรึมจะให้โอกาสเธอ

ทว่า สายตาของจ้านถิงเซียวกลับจับจ้องอยู่ที่เจียงหว่าน

ณ เวลานี้ ไม่มีใครล่วงรู้ถึงความตกตะลึงในใจของเขา

โครงการคลินิกเคลื่อนที่รักษาฟรีเพื่อคนยากจนนี้... เป็นความคิดริเริ่มของเขาเอง

เขาอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ แต่พวกอาๆ น้าๆ ในคณะกรรมการบริหารกลับคัดค้านหัวชนฝา

พวกเขามองว่ามันเป็นหลุมดำที่ถมไม่เต็ม มีแต่จะผลาญเงินเล่น

เป็นงานที่เหนื่อยเปล่าและไม่ได้อะไรตอบแทน

แต่เธอกลับสนับสนุนงั้นเหรอ?

ยัยงกที่เห็นแก่เงินเป็นชีวิตจิตใจคนนี้... ยินดีที่จะช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนด้วยเหรอ?

"ว่าไงคะประธานจ้าน ยอมรับการสัมภาษณ์จากนักข่าวหลิวไหมคะ?" เจียงหว่านกระตุกแขนเสื้อเขาเบาๆ

"คิดอะไรอยู่คะ?"

"ทำไมเหม่อลอยจัง?"

จ้านถิงเซียวเก็บซ่อนความรู้สึกซับซ้อนในใจ แล้วพยักหน้าให้หลิวเสี่ยวเหยา "เดี๋ยวผู้ช่วยผมจะส่งเวลานัดไปให้ครับ"

"โอเคค่ะท่านประธานจ้าน! ขอบคุณมากนะคะท่านประธานจ้าน!"

หลิวเสี่ยวเหยาจากไปอย่างมีความสุข

ทิ้งให้ผู้อำนวยการจ้าวที่บริหารงานผิดพลาด ยืนสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่ข้างๆ

จ้านถิงเซียวหันไปถามเขา "สมุนไพรขึ้นราล็อตนั้นเผาทิ้งไปหรือยัง?"

"ผมสั่งให้คนเผาทิ้งเรียบร้อยแล้วครับ"

"ใครเป็นคนหาช่องทางการจัดซื้อนี้มา? แล้วใครเป็นคนเซ็นรับของ?"

จบบทที่ บทที่ 17 คุณมองออกแต่แรกแล้วเหรอว่าฉันเป็นใคร?

คัดลอกลิงก์แล้ว