- หน้าแรก
- พี่ครับ ผมแค่ตบยุง พวกเอ็งนึกว่าใช้วิชาฝ่ามือสะท้านภพ
- บทที่ 34 ประสบการณ์ช้อปปิ้งอันแสนสุข
บทที่ 34 ประสบการณ์ช้อปปิ้งอันแสนสุข
บทที่ 34 ประสบการณ์ช้อปปิ้งอันแสนสุข
บทที่ 34 ประสบการณ์ช้อปปิ้งอันแสนสุข
ฟางหย่งดูเหมือนจะไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามอง เขาแวะกินมื้อเช้าแถวหมู่บ้าน ก่อนจะตรงดิ่งไปซูเปอร์มาร์เก็ต กวาดซื้ออาหารสำเร็จรูปมาเพียบ ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารปรุงสุก ไส้กรอก และเบียร์อีกหลายลัง
ซื้อไปกินเองคนเดียว?
หรือว่า...
ทางด้านไป๋ฝูนั้นไม่ได้อินกับภารกิจของเกาเจี้ยนเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต เธอก็เหมือนนกน้อยที่หลุดจากกรง เริงร่ากวาดขนมใส่รถเข็นอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากได้ลิ้มรสความอร่อยของเนื้อวัวอบแห้งเมื่อคืน วันนี้มีหรือที่เธอจะหยิบแค่ห่อเดียว!
เกาเจี้ยนทำทีเป็นมองนกมองไม้ อาศัยจังหวะเหลือบตามองฟางหย่งที่อยู่ห่างออกไปสองล็อกสินค้าเป็นระยะ เทคนิคนี้เขาเรียนมาจากวิชาสะกดรอย ยอดฝีมือมักมีสัญชาตญาณรับรู้ได้เมื่อถูกจ้องมอง ดังนั้นกฎข้อแรกของการสะกดรอยคือ... อย่าจ้อง!
แน่นอนว่าการไม่จ้องตลอดเวลาก็เสี่ยงที่จะคลาดสายตา การสะกดรอยจึงเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่สำนักงานกำกับดูแลฯ บรรจุเป็นหลักสูตรแยกต่างหาก ต้องเรียนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติกันเป็นเดือนๆ
เกาเจี้ยนเพิ่งหัดได้ไม่นาน แต่ด้วยอานิสงส์ของ 'เครื่องติดตาม' ทำให้งานนี้ง่ายและชิลกว่ารุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ 2-3 ปีเสียอีก
เกาเจี้ยนเห็นไป๋ฝูหยิบของใส่รถเข็นตลอดทาง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ
หยิบได้ตามสบาย ขอแค่ไม่แกะกินก่อนจ่ายเงินก็พอ เพราะยังไงเขาก็ไม่ควักกระเป๋าจ่ายอยู่แล้ว ไป๋ฝูเองก็อยากจะแกะกินใจจะขาด แต่จำคำเตือนของเกาเจี้ยนได้แม่นยำ... ห้ามกินก่อนจ่ายเงิน ขีดเส้นใต้สองเส้น!
พอเดินมาถึงแคชเชียร์ รถเข็นของไป๋ฝูก็พูนจนล้น
เกาเจี้ยนทิ้งระยะห่างจากฟางหย่งประมาณสิบกว่าเมตร คั่นด้วยช่องชำระเงินหลายช่อง เขาเข็นรถของตัวเองไปจอดหลบมุม กะว่าจะออกไปรอฟางหย่งข้างนอก
แต่ทันทีที่จะก้าวขา มือน้อยๆ ของไป๋ฝูก็คว้าแขนเขาไว้หมับ
"มีอะไร?" เกาเจี้ยนหันไปถาม
"ยังไม่ได้จ่ายเงิน" ไป๋ฝูชี้ไปที่รถเข็นที่เต็มไปด้วยของกิน
แค่กๆ
"วันนี้ไม่ซื้อนะ เงินหมดแล้ว" เกาเจี้ยนกระซิบเสียงเบา
อันนี้เรื่องจริง อีก 8 วันกว่าเงินเดือนจะออก ตอนนี้เขามีเงินติดตัวอยู่แค่พันกว่าหยวน ถึงปกติจะกินข้าวฟรีที่สำนักงานฯ แต่ก็ต้องมีเงินสำรองติดตัวไว้บ้างสิ
"อยากกิน" ไป๋ฝูเบะปาก ส่งสายตาเว้าวอนสุดฤทธิ์
อยากกินก็ไม่ได้! เกาเจี้ยนก้มมองหน้าอกหน้าใจของเธอ ดูสิ กินจนขนาดมหึมาขนาดนี้แล้ว ขืนกินต่อมีหวังใส่เสื้อผ้าไม่ได้แน่ๆ
"เอ่อ... วันนี้มีธุระด่วน ไว้คราวหน้านะ" เกาเจี้ยนพยายามใช้ลูกล่อลูกชน
ไป๋ฝูยังคงเบะปาก "อยากกิน"
"ไป๋ฝู ทำไมวันนี้ดื้อจัง?" เกาเจี้ยนทำเสียงเข้ม
"ฉันไม่ได้ดื้อนะ นายบอกว่าของที่หยิบในซูเปอร์ฯ ห้ามกินเลย ต้องจ่ายเงินก่อน ฉันก็เชื่อฟังนายทุกอย่าง" ไป๋ฝูเกาะแขนเกาเจี้ยนแน่น ท่องจำกฎเหล็กที่เกาเจี้ยนสอนเมื่อคืนได้ขึ้นใจ
"แต่ผมไม่ได้บอกว่าของที่หยิบใส่รถเข็น ต้องซื้อทุกชิ้นนี่นา" เกาเจี้ยนเถียงกลับ
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากไป๋ฝู +404]
เกาเจี้ยนสะดุ้งโหยง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับแต้มลบจากไป๋ฝู ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเธอไม่มีอารมณ์ด้านลบซะอีก
เกาเจี้ยนไม่ได้กวนประสาท แต่นี่มันสามัญสำนึกคนทั่วไป หยิบของมาแล้วไม่เอา ก็แค่คืนที่เคาน์เตอร์ ไม่มีใครบังคับให้จ่ายเงินสักหน่อย อาจจะลำบากพนักงานเก็บของนิดหน่อย แต่ตราบใดที่ไม่ได้ขโมยออกไปก็ไม่ผิด
แต่ไป๋ฝูไม่มีสามัญสำนึกข้อนี้ เธอคิดว่าในเมื่อเกาเจี้ยนอนุญาตให้หยิบ ก็แปลว่าจะซื้อให้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงกลับคำพูดล่ะ?
แต่เกาเจี้ยนไม่ได้ตั้งใจจะซื้อให้ตั้งแต่แรก เขาแค่คิดว่าหยิบใส่รถเข็นเล่นๆ ไม่เสียหายอะไร
"ข้อนี้... ข้อนี้นายไม่ได้บอกไว้ก่อน" ไป๋ฝูพูดเสียงงอน
"งั้นตอนนี้ผมบอกแล้วไง"
"งั้น... งั้นไว้ใช้คราวหน้า คราวหน้าค่อยเอากฎข้อนี้มาใช้" ไป๋ฝูหัวไวขึ้นผิดหูผิดตา ใช่สิ เรื่องแบบนี้ต้องเริ่มใช้ครั้งหน้าสิ!
คราวหน้า...
เมื่อกี้เขาก็เพิ่งบอกว่า 'ไว้คราวหน้าซื้อ' ไม่ใช่เหรอ? ยัยนี่เรียนรู้เร็วไปไหมเนี่ย!
"ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ซื้อ" เกาเจี้ยนใจแข็ง พูดจบก็สะบัดหน้าเดินหนี
ไป๋ฝูเห็นเกาเจี้ยนจะชิ่ง ก็รีบพุ่งเข้ากอดแขนเกาเจี้ยนแน่น ทิ้งน้ำหนักตัวลงนั่งยองๆ กลายเป็นตุ๊กตาเกาะแขนที่มีน้ำหนักตัวเต็มพิกัด
"ขอร้องล่ะ ซื้อเถอะนะ"
เกาเจี้ยนตกใจไม่ใช่เล่น แต่ที่ตกใจกว่าคือสัมผัสหยุ่นนุ่มที่แขน แขนของเขาถูกหนีบอยู่กลางร่องอกคู่มหึมาไซส์ 36E พอไป๋ฝูออกแรงกอด แขนเขาก็เหมือนติดกับดัก ดึงยังไงก็ไม่ออก
ไปเรียนวิธีอ้อนแบบนี้มาจากไหนเนี่ย? ช่างเป็นการขอร้องที่... ทรงพลังจริงๆ!
แต่คิดว่าเกาเจี้ยนจะยอมแพ้เหรอ?
ไม่มีทาง!
เงินพันกว่าหยวนที่เหลือไม่ใช่แค่เงิน แต่มันคือชีวิต!
ต่อให้เธอใช้วิธีมารยั่วยวนขนาดนี้ เขาก็ไม่มีวันใจอ่อน
เกาเจี้ยนออกแรงเดินลากไป๋ฝูไปที่ประตู ด้วยพละกำลังระดับจอมยุทธ์ การลากคนคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก ภาพที่ปรากฏคือ เกาเจี้ยนเดินดุ่มๆ โดยมีไป๋ฝูเกาะหนึบอยู่ที่แขน และพ่วงด้วยรถเข็นที่ไป๋ฝูใช้มืออีกข้างยึดไว้แน่น ค่อยๆ กระดืบๆ ไปทีละก้าว
คนรอบข้างต่างหยุดดูด้วยความตะลึง
ช่างเป็นภาพที่งดงามอะไรเช่นนี้!
อยากเป็นแขนข้างนั้นจังโว้ย!
แต่ความงดงามก็ต้องจบลงเมื่อถึงประตูทางออก เพราะมีร่างหนาของ รปภ. หนุ่มยืนขวางทางอยู่
"คุณครับ กรุณาชำระเงินด้วยครับ" รปภ. หนุ่มมองแขนเกาเจี้ยนที่จมหายไปในหุบเขาแห่งความสุข แล้วกลืนน้ำลายเอือก
"ผม..."
เกาเจี้ยนเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ไป๋ฝูไม่ได้โง่เลยสักนิด! ตราบใดที่เธอเกาะเขาแน่น และเกาะรถเข็นแน่น เขาก็ไม่มีทางเดินออกจากซูเปอร์ฯ ได้โดยไม่จ่ายเงิน! จะให้แยกไป๋ฝูออกจากเขาหรือรถเข็น เกาเจี้ยนประเมินแล้วว่าไร้ความสามารถ
นี่มัน... ปล้นกันชัดๆ!
ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ แม่คุณออกจากบ้านไม่พกมือถือ ไม่พกตังค์ พกมาแค่กุญแจบ้านเขาดอกเดียว กะมาเกาะกิน เกาะนอน แถมตอนนี้ยังมาไถตังค์อีก!
"โอเคๆ ซื้อก็ซื้อ" เกาเจี้ยนยอมจำนนในที่สุด
"เย้~~" ไป๋ฝูดีใจจนเนื้อเต้น เอาหน้าถูไถกับแขนเกาเจี้ยนเหมือนลูกแมวน้อยขี้อ้อน ต่างกันตรงที่ลูกแมวใช้แค่หน้า แต่ไป๋ฝูใช้ทั้งหน้าและ... อาวุธหนักคู่ใจ บดเบียดแนบชิดเพื่อแสดงความขอบคุณ
และเธอก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ
"อะแฮ่ม! พอได้แล้ว ผมจะไปจ่ายตังค์" เกาเจี้ยนรีบเบรกก่อนจะหัวใจวายตาย
รปภ. หนุ่มข้างๆ กลืนน้ำลายอีกอึกใหญ่ คิดในใจว่าถ้าเขาเหมาของพวกนี้ให้ เธอจะยอมมาถูไถไหล่เขาแบบนี้บ้างไหมนะ
เกาเจี้ยนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เข็นรถไปที่แคชเชียร์ ไป๋ฝูรีบหยิบของวางบนสายพานอย่างกระตือรือร้น เพราะรู้ว่าทันทีที่จ่ายเงิน ของกินพวกนี้ก็จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเธอ ไม่มีใครมาพรากจากกันได้อีก
ติ๊ด
ติ๊ด
ติ๊ด
ติ๊ด
ตอนแรกเกาเจี้ยนไม่ได้สังเกตว่าในรถเข็นมีอะไรบ้าง แต่พอเห็นตัวเลขบนหน้าจอพุ่งเอาๆ ใจเขาก็เริ่มเต้นแรง
เนื้อวัวอบแห้ง เนื้อวัวลูกเต๋า เอ็นวัวปรุงรส ไก่อบ เป็ดย่าง ห่านย่าง ขาหมูเยอรมัน คากิหมูตุ๋น...
26... 43... 72... 143... 198...
พอพนักงานบอกยอดรวม เกาเจี้ยนถึงกับหน้ามืด
เชี่ย... 1,024 หยวน!
[จบตอน]