เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 ยืนรอนานไปหน่อย

บทที่ 30 ยืนรอนานไปหน่อย

บทที่ 30 ยืนรอนานไปหน่อย


บทที่ 30 ยืนรอนานไปหน่อย

กลับมาถึงหมวดสาม ยังไม่ทันได้ฉลองชัย ก็มีข่าวดีตามมาติดๆ

เซี่ยงเหยียนอนุมัติให้เกาเจี้ยนผ่านการทดลองงานอย่างเป็นทางการ พร้อมยื่นเรื่องขอปรับระดับสิทธิ์เป็นระดับ E ให้เรียบร้อย ภายในสามวัน เกาเจี้ยนจะมีสิทธิ์รับภารกิจระดับ E ได้เต็มตัว

ข่าวดีถาโถมเข้ามาจนตั้งตัวไม่ทัน แต่การที่หัวหน้าใส่ใจขนาดนี้ เกาเจี้ยนก็ซึ้งใจ รีบกล่าวขอบคุณยกใหญ่

“หัวหน้าครับ งั้นตอนนี้ผมไปค้นแฟ้มคดีเก่าระดับ E ได้เลยไหมครับ?” เกาเจี้ยนถามอย่างมีความหวัง

“ตามหลักการยังไม่ได้” เซี่ยงเหยียนยิ้มบางๆ “แต่... ฉันอนุมัติสิทธิ์ชั่วคราวระดับ E ให้ได้ ยังไงก็อยู่ในขั้นตอนดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ถือว่าผิดกฎอะไร”

ไม่นึกว่าเซี่ยงเหยียนจะใจดีขนาดนี้ ดูเหมือนเรื่องยากๆ พอถึงมือเขากลายเป็นเรื่องกล้วยๆ ไปหมด

“ขอบคุณครับหัวหน้า!”

“เรื่องเล็กน้อย”

เกาเจี้ยนคว้าใบอนุญาตชั่วคราว เดินลิ่วออกจากห้องด้วยความตื่นเต้น โดยมีไป๋ฝูกับมู่เซียวไป๋เดินตามมาติดๆ พอใกล้ถึงห้องเก็บเอกสาร มู่เซียวไป๋ก็ลากเกาเจี้ยนเข้ามุมอับ แล้วพยักพเยิดไปทางไป๋ฝูที่ยืนห่างออกไปครึ่งเมตร

เกาเจี้ยนรู้ใจ หันไปบอกไป๋ฝู “ไป๋ฝู รอตรงนี้แป๊บนึงนะ”

“อ้อ”

พอพ้นสายตา มู่เซียวไป๋ก็ยกนิ้วโป้งให้ “สอนเมียได้ดีนี่หว่า”

“ไปไกลๆ ตีนเลย! มีไรก็รีบพูด” เกาเจี้ยนดักคอ

มู่เซียวไป๋ทำหน้ากวนประสาท ก่อนจะลดเสียงลง “นายไม่รู้สึกเหรอว่าเซี่ยงเหยียนดูแลนายดีผิดปกติ?”

“รู้สึกสิ” เกาเจี้ยนตอบทันควัน

ชัดเจนอยู่แล้ว ปกติต้องรอสอบรวมอีกสามวัน แล้วกว่าจะอนุมัติสิทธิ์เป็นทางการก็ปาไปอีกอาทิตย์ ทำไมเซี่ยงเหยียนต้องรีบเร่งรัดให้ขนาดนี้? หรือเพราะเห็นแววพลังพิเศษของเขา?

“นายไม่คิดว่ามันแปลกๆ เหรอ?” มู่เซียวไป๋ถามจี้

“แปลกยังไง?”

“วันนั้นที่สือคังเอาเอกสารมาให้ จู่ๆ เซี่ยงเหยียนก็โผล่มาเซ็นให้เอง แล้วสีหน้าตอนนั้น... มันดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่” มู่เซียวไป๋ตั้งข้อสังเกต

เกาเจี้ยนพยักหน้า พลางนึกย้อนกลับไป...

จริงด้วย วันนั้นเซี่ยงเหยียนโผล่มาจากไหนไม่รู้ อาสาเซ็นให้เอง แถมตอนเซ็นยังมีแต้มลบเด้งขึ้นมาอีก เกาเจี้ยนไม่ได้ใส่ใจในตอนนั้น

แต่มาคิดดูตอนนี้... มาช่วยเซ็นให้ แต่ดันส่งความเกลียดชังมาให้ด้วย มันย้อนแย้งชอบกล

หรือปัญหาจะอยู่ตรงนี้?

มู่เซียวไป๋ทิ้งปมไว้ให้คิดแค่นั้น ที่เหลือให้เกาเจี้ยนไปต่อจิกซอว์เอาเอง แต่ไม่ว่าเซี่ยงเหยียนจะมีแผนอะไร การตรวจสอบคดีเก่าก็เป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่ดี

มู่เซียวไป๋งานยุ่ง (เรื่องสาว) แถมสิทธิ์ไม่ถึง เลยขอตัวชิ่งไปก่อน

ส่วนไป๋ฝูก็เข้าห้องเก็บเอกสารไม่ได้ เกาเจี้ยนรู้ว่าไล่กลับบ้านเธอก็ไม่ไป เลยบอกให้รอข้างนอก

“ไป๋ฝู รอผมข้างนอกนะ”

ในเมื่อไป๋ฝูรับปากว่าจะเชื่อฟัง คำสั่งง่ายๆ แค่นี้เธอคงทำได้ ตราบใดที่เขาไม่หนีหายไปไหน

“อื้ม”

เกาเจี้ยนทักทายเจ้าหน้าที่ห้องเก็บเอกสาร แล้วพุ่งเข้าใส่กองแฟ้มด้วยความกระหาย ในหัวมีแต่คำว่า ‘ความจริง’

...

สี่ทุ่มตรง

เกาเจี้ยนเดินลากขาออกมาจากห้องเก็บเอกสารด้วยความอ่อนล้า แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง

ชัดเจนแล้ว... แฟ้มคดีระดับ E ไม่มีข้อมูลของอวี๋หยิ่งและผอ.หวง

“ลำบากหน่อยนะ” เกาเจี้ยนบอกลาเจ้าหน้าที่หนุ่ม

“ไม่เป็นไรครับ” เจ้าหน้าที่โบกมือ เขาไม่ได้ลำบากอะไร เพิ่งเข้ากะมาสี่ชั่วโมง นั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลาก็หมดวันแล้ว คนที่ลำบากคือเกาเจี้ยนต่างหาก เด็กใหม่อะไรฟิตจัด อ่านแฟ้มตาแฉะตั้งแต่วันแรก... อ้อ คนที่ลำบากกว่าน่าจะเป็นแม่สาวที่ยืนรออยู่ข้างนอกนั่นมากกว่า

เกาเจี้ยนผลักประตูออกมาก็เจอไป๋ฝูยืนรออยู่

“อ้าว คุณรู้ได้ไงว่าผมจะออกมา? โทษทีนะ รอนานจนเบื่อแย่เลยใช่ไหม?” หน้าห้องเก็บเอกสารไม่มีเก้าอี้สักตัว ไป๋ฝูยืนพิงกำแพงรออยู่ การรอคอยเป็นงานที่น่าเบื่อ และเขาหายหัวไปตั้ง 7 ชั่วโมง

“เกาเจี้ยน หิว” ไป๋ฝูเบะปาก ทำหน้าตาน่าสงสารจับใจ

“ขอโทษทีๆ ไปกินข้าวกัน” ถึงจะไม่เจอข้อมูลที่ต้องการ แต่เกาเจี้ยนก็พยายามทำใจให้สบาย รีบเลื่อนระดับไปเรื่อยๆ เดี๋ยวระดับ D ก็คงเจอเองแหละ

“อื้อๆ”

ไป๋ฝูยิ้มแก้มปริ เตรียมจะก้าวเดิน แต่พอยกขาขึ้น ความรู้สึกชาหนึบก็แล่นพล่านไปทั่วขา จนทรงตัวไม่อยู่

“ว้าย!”

เห็นไป๋ฝูจะล้ม เกาเจี้ยนไม่หลบเหมือนตอนเจอเติ้งเสวี่ย แต่รีบก้าวเข้าไปรับร่างเธอไว้

ไป๋ฝูเห็นคนพุ่งเข้ามา สัญชาตญาณนักสู้ก็ทำงานทันที เตรียมจับทุ่มตามความเคยชิน มือไม้ขยับไปเองอัตโนมัติ ใครหน้าไหนเข้าใกล้แม่จับทุ่มหมด

แต่เสี้ยววินาทีนั้น คำสั่งของเกาเจี้ยนเมื่อเช้าก็แวบเข้ามาในหัว: ‘อยากตามก็ตามใจ แต่ต้องเชื่อฟังผม ข้อแรก ห้ามถอดเสื้อผ้าพร่ำเพรื่อ ข้อสอง ห้ามต่อยคนมั่วซั่ว’

เชื่อฟัง... ห้ามถอด... ห้ามต่อย...

ไป๋ฝูง้างมือเตรียมเหวี่ยงแล้ว เกาเจี้ยนเห็นท่าไม่ดี หนังหัวชาวาบ ท่านี้มันคุ้นๆ แฮะ... หลบไม่ทันแล้วด้วย เกาเจี้ยนหลับตาปี๋ ภาวนาให้ท่าลงพื้นสวยๆ หน่อย อย่าให้เจ็บตูดมากนักเลย

แต่ทว่า... ไป๋ฝูทำสิ่งที่น่าทึ่ง มือขวากำลังจะคว้าคอเสื้อเกาเจี้ยน มือซ้ายกลับอ้อมไปด้านหลัง กระชากมือขวาตัวเองกลับมาอย่างแรง เหมือนคนกำลังสู้กับตัวเอง

เกาเจี้ยนเตรียมตัวบิน แต่กลายเป็นว่าร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นพุ่งเข้ามาชนอกเขาเต็มๆ

ด้วยทักษะการทรงตัวระดับเทพ จริงๆ แล้วแค่ขาชาไป๋ฝูไม่ล้มหรอก แต่เมื่อกี้มัวแต่ตบตีกับสัญชาตญาณตัวเอง เลยเสียศูนย์คะมาแบบเต็มๆ

“อุ๊ย”

เกาเจี้ยนลืมตาขึ้น นอกจากจะไม่เจ็บตัว ยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวไป๋ฝู ตอนนี้ไป๋ฝูเอามือไพล่หลังทั้งสองข้าง ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดมาที่หน้าอกหน้าใจที่เบียดแนบชิดกับอกเขา

จุดรับน้ำหนักนี้นี่มัน...

เกาเจี้ยนรีบจับไหล่เธอพยุงไว้ ถามเสียงสั่น “เป็นอะไรหรือเปล่า?”

ไป๋ฝูยืนตั้งหลักได้ นวดขาตัวเอง เบะปากบ่น “ขาชา”

“ฮ่าๆ ขาชา... หือ?” เกาเจี้ยนชะงัก นึกอะไรขึ้นมาได้ ชี้ไปที่กำแพงด้านหลัง “อย่าบอกนะว่าคุณยืนอยู่ตรงนี้ตลอด?”

“ก็นายบอกให้รอตรงนี้นี่นา” ไป๋ฝูทุบขาตัวเอง ทำหน้ามุ่ยเหมือนจะบอกว่า ‘สั่งเองลืมเองเหรอ?’

ใจเกาเจี้ยนหล่นวูบ ก่อนเข้าไปเขาบอกให้รอ แล้วก็ชี้มาทางนี้จริงๆ ด้วยความรีบเขาเลยไม่ได้กำชับอะไรมาก นึกว่าเธอจะไปหาที่นั่งรอแถวๆ นั้น

ที่ไหนได้... แม่คุณยืนพิงกำแพงรออยู่ตรงจุดเดิมเป๊ะๆ ตั้ง 7 ชั่วโมง!

ไป๋ฝูฟื้นตัวเร็ว ทุบขาแป๊บเดียวก็หายชา เธอยิ้มตาหยีอย่างภูมิใจ “สัญญาเมื่อเช้า ฉันทำได้แล้วนะ”

เกาเจี้ยนรู้สึกแสบจมูกขึ้นมาดื้อๆ เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ ทำไมต้องจริงจังกับคำสัญญาขนาดนั้นด้วยฟะ!

เกาเจี้ยนใช้เวลาสองสามวินาทีปรับอารมณ์ ก่อนจะยิ้มตอบ “เก่งมาก ในเมื่อทำตัวดีแบบนี้ ผมก็ต้องมีรางวัล คืนนี้กินหม้อไฟ ไม่อั้น!”

“เย้!”

ไป๋ฝูดีใจจนกระโดดตัวลอย

“ไปกันเถอะ”

“มีอีกเรื่อง... ปวดฉี่” ไป๋ฝูกระซิบเสียงเบา

อันนี้ก็เป็นข้อตกลงเมื่อเช้าเหมือนกัน จะเข้าห้องน้ำต้องบอกเบาๆ อย่าตะโกน

พอไป๋ฝูพูดขึ้นมา เกาเจี้ยนก็นึกได้ว่าตัวเองก็อั้นมา 7 ชั่วโมงเหมือนกัน ข้าศึกบุกทะลวงประตูเมืองแล้ว!

“งั้นรีบไปเลย ผมก็จะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”

“ฉี่... หม้อไฟ... ฉี่... หม้อไฟ...” ไป๋ฝูพึมพำสลับกันไปมา เป็นจังหวะเหมือนท่องสูตรคูณ

เกาเจี้ยน: “...”

จบบทที่ บทที่ 30 ยืนรอนานไปหน่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว