- หน้าแรก
- พี่ครับ ผมแค่ตบยุง พวกเอ็งนึกว่าใช้วิชาฝ่ามือสะท้านภพ
- บทที่ 29 ไป๋ฝูพูดโกหกเป็นแล้ว
บทที่ 29 ไป๋ฝูพูดโกหกเป็นแล้ว
บทที่ 29 ไป๋ฝูพูดโกหกเป็นแล้ว
บทที่ 29 ไป๋ฝูพูดโกหกเป็นแล้ว
ไป๋ฝูโชว์กุญแจให้ดูเสร็จก็ยัดกลับเข้าไปในกลุ่มผมหนาๆ ของเธอ เกาเจี้ยนพยายามเพ่งมองตามแต่ก็ดูไม่ออกว่ามันหายไปอยู่ตรงไหน
เกาเจี้ยนสงสัยก็จริง แต่ความลับในตัวไป๋ฝูมีเยอะกว่าแค่เรื่องซ่อนกุญแจ แค่เรื่องที่เธอใช้ร่างร่วมกับหลินเจียเจียได้ก็เหลือเชื่อแล้ว คิดไปก็ปวดหัว ดูทรงแล้วเขาคงต้องรอให้หลินเจียเจียตัวจริงโผล่มา ถึงจะได้เคลียร์กันให้รู้เรื่อง
“ไป๋ฝู หันหลังไปก่อน”
“อ้อ”
ไป๋ฝูทำตามอย่างว่าง่าย เกาเจี้ยนรีบกระเด้งตัวขึ้นมาใส่เสื้อผ้าอย่างไว
ช่วยไม่ได้ ใครจะไปนึกว่าอยู่ดีๆ แม่คุณจะโผล่มากลางดึก ตอนนั้นเขาใส่กางเกงในตัวเดียว ขืนโดนจ้องนานกว่านี้คงได้เขินตายชัก
“เสร็จแล้ว”
ไป๋ฝูหันกลับมา มองเกาเจี้ยนตาแป๋ว แล้วถามหน้าซื่อ “ที่ให้หันไปเมื่อกี้ เพราะจะใส่เสื้อผ้าเหรอ?”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“ในกางเกงในสีเทานั่น มีความลับอะไรซ่อนอยู่เหรอ?” ไป๋ฝูเงยหน้าถามเหมือนเด็กน้อยช่างสงสัย
“สีเทา...”
เกาเจี้ยนชะงัก วันนี้ไป๋ฝูดูแปลกไป คราวที่แล้วเธอไม่ถามคำถามลึกซึ้ง (และลามก) ขนาดนี้
“เดี๋ยวนะ คุณรู้ได้ไงว่ากางเกงในผมสีเทา?”
“เมื่อคืนตอนเปิดผ้าห่มดู” ไป๋ฝูตอบหน้าตาเฉย
“เดี๋ยวก่อน ข้ามเรื่องที่คุณเข้ามาได้ไงไปก่อนนะ ผมจำได้ว่าบอกให้นอนพื้นไม่ใช่เหรอ?” เกาเจี้ยนรู้สึกเหมือนความเป็นส่วนตัวโดนคุกคามอย่างหนัก
“ตอนแรกก็นอนพื้นแหละ แต่นายกรนเสียงดัง ฉันเลยขึ้นไปบีบจมูกนาย แล้วก็เผลอหลับไป” ไป๋ฝูมองไปทางอื่น ทำตาปริบๆ
...
ชัดเลย ไป๋ฝูเปลี่ยนไปจริงๆ สมองเธอดูแล่นกว่าคราวที่แล้ว พูดจาฉะฉานขึ้น เกาเจี้ยนเดาว่าเป็นเพราะวิญญาณของเธอเริ่มผสานเข้ากับร่างกายนี้ได้ดีขึ้น เหมือนตอนที่วิญญาณเขาเพิ่งกลับเข้าร่างครั้งแรก
แต่ถึงจะฉลาดขึ้น พฤติกรรมหลักๆ ก็ยังเหมือนเดิม
“ไป๋ฝู คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังใช้ร่างร่วมกับคนอื่นอยู่?”
ไป๋ฝูส่ายหน้า
“แล้วจำเรื่องก่อนจะมาเจอผมได้ไหม?”
ไป๋ฝูส่ายหน้าอีก
เกาเจี้ยนค่อนข้างมั่นใจแล้วว่า ไป๋ฝูคือวิญญาณที่เข้ามาสิงร่างหลินเจียเจียตอนเกิดคลื่นพลังวิญญาณแปรปรวนครั้งนั้น แต่น่าเสียดายที่ทั้งไป๋ฝูและหลินเจียเจียต่างก็จำรายละเอียดไม่ได้ ถ้าอยากรู้ความจริงคงต้องแจ้งเรื่องไปที่สำนักงานกำกับดูแลฯ
แต่ตอนนี้เกาเจี้ยนไม่ได้ร้อนเงินขนาดนั้น เรื่องอะไรจะส่งไป๋ฝูไปเป็นหนูทดลอง
เคสหายากแบบนี้ ถ้าหลุดไปถึงหูพวกนักวิจัย รับรองโดนจับผ่าพิสูจน์แน่ๆ และไป๋ฝูคงไม่ปลื้ม
“เรื่องของคุณ ห้ามบอกใครเด็ดขาดนะ” เกาเจี้ยนกำชับ
“อื้ม” ไป๋ฝูรับคำโดยไม่ถามเหตุผล
“แล้วคุณมาหาผมทำไม?” นี่มันบุกรุกยามวิกาลชัดๆ
ไป๋ฝูทำหน้ามึน “ไม่รู้สิ แค่รู้สึกว่าต้องตามนาย”
ไม่รู้แต่ก็ตามมา... กะจะมาเกาะกินฟรีล่ะสิไม่ว่า เกาเจี้ยนเบ้ปาก แล้วถามต่อ “งั้นช่วยอธิบายเรื่อง ‘กลิ่นอาย’ ที่ว่าหน่อยได้ไหม?”
ไป๋ฝูส่ายหน้าตามเคย
สรุปคือ ถึงจะฉลาดขึ้น แต่เรื่องสำคัญๆ ก็ยังถามคำตอบคำเหมือนเดิม เกาเจี้ยนถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจขั้นเด็ดขาด “อยากตามก็ตามใจ แต่ต้องเชื่อฟังผม ข้อแรก ห้ามถอดเสื้อผ้าพร่ำเพรื่อ ข้อสอง ห้ามต่อยคนมั่วซั่ว”
“ตกลง” ไป๋ฝูรับปากทันที ส่วนจะทำได้ไหม เกาเจี้ยนก็ไม่กล้าการันตี
ปล่อยไปตามยถากรรมละกัน
ยังไงซะสิ้นเดือนนี้เขาก็มีโบนัสสี่หมื่นหยวนนอนรออยู่ เลี้ยงไป๋ฝูเพิ่มอีกสักปากท้องคงไม่ถึงกับจนกรอบ อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งคู่ก็มานั่งกินมื้อเช้าฟรีที่โรงอาหารของสำนักงานฯ
เกาเจี้ยนคิดว่าไม่ใช่เขาขี้งกหรอกนะ แต่ของฟรีที่นี่มันดีจริงๆ
มื้อเที่ยงฟรี มื้อเย็นฟรี... ถ้ามีมื้อดึกฟรีด้วยชีวิตคงเพอร์เฟกต์
ไป๋ฝูก็ดูจะเห็นด้วย หลังจากฟาดซาลาเปาไส้หมูสับลูกยักษ์ไป 6 ลูก ไข่ต้มใบชา 3 ฟอง และโจ๊กหมูไข่เยี่ยวม้าอีก 2 ชาม เธอก็เรอออกมาอย่างพึงพอใจ
ซาลาเปาที่นี่ลูกเบ้อเริ่มเทิ่ม แป้งบางไส้แน่น เกาเจี้ยนกินสองลูกก็จุกแล้ว ไม่รู้กระเพาะน้อยๆ ของไป๋ฝูยัดเข้าไปหมดได้ยังไง
...
เอกสารอนุมัติสอบมาถึงมือเกาเจี้ยนตอนบ่าย ต้องขอบคุณเส้นสายของเซี่ยงเหยียนที่ช่วยดันเรื่องให้
การสอบวัดระดับไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แค่มีเจ้าหน้าที่มาบันทึกผลสองคนก็จบ เซี่ยงเหยียนในฐานะพี่เลี้ยงจำเป็นมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย พร้อมกับมู่เซียวไป๋ที่ว่างจัด และไป๋ฝูเงาตามตัวของเกาเจี้ยน
พอมู่เซียวไป๋เห็นไป๋ฝู ก็แอบยกนิ้วให้เกาเจี้ยน
วันก่อนเพิ่งทะเลาะกันบ้านแตก วันนี้กลับมาเดินตามต้อยๆ เหมือนภรรยาผู้ภักดี เกาเจี้ยนนี่แน่จริงๆ คุมเมียอยู่หมัด
แต่มู่เซียวไป๋สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของไป๋ฝู อย่างแรกคือดวงตาสีฟ้าสดที่ไม่มีร่องรอยคอนแทคเลนส์ อย่างที่สองคือเธอเงียบมาก แทบไม่พูดไม่จา มีเซี่ยงเหยียนอยู่ด้วย มู่เซียวไป๋เลยไม่กล้าชวนคุย
ไม่ใช่แค่มู่เซียวไป๋ เซี่ยงเหยียนเองก็มองไป๋ฝูด้วยความประหลาดใจ
วันแรกที่พาไป๋ฝูมา เซี่ยงเหยียนไม่อยู่เลยไม่รู้เรื่อง เขาไม่เข้าใจว่าเกาเจี้ยนมีดีอะไร สาวสวยระดับนี้ถึงได้ตามติดแจเหมือนกลัวเขาจะหายไปไหน
ซึ่งความจริงก็คือ ไป๋ฝูกลัวเกาเจี้ยนหายไปจริงๆ แต่เหตุผลคืออะไร เจ้าตัวก็ตอบไม่ได้
การวัดระดับไม่มีอะไรซับซ้อน หลักๆ คือทดสอบพลังโจมตี
เกาเจี้ยนรวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่หมัดขวา แล้วชกตูมเข้าใส่เป้าตรงกลางเครื่องวัด ตัวเลขเด้งขึ้นมาที่ 20P เป๊ะ เกาเจี้ยนพยักหน้าพอใจ การทำดาเมจสูงสุดได้ในหมัดเดียว แสดงว่าพื้นฐานเขาแน่นปึ้ก พร้อมสำหรับการฝึกขั้นต่อไปแล้ว
ส่วนเรื่องพลังพิเศษ เกาเจี้ยนเลือกที่จะไม่ทดสอบ
เหตุผลแรกคือเขาไม่ได้มีพลังพิเศษจริงๆ มันคือเคล็ดวิชาควบคุมเพลิง ขืนทดสอบไปแล้วโดนจับได้ว่ารูปแบบพลังงานไม่เหมือนชาวบ้าน เดี๋ยวจะยาว
เหตุผลที่สองคือ การไม่ระบุรายละเอียดพลังพิเศษถือเป็นเรื่องปกติ
ผู้มีพลังพิเศษส่วนใหญ่แค่ติ๊กถูกในช่อง ‘มีพลังพิเศษ’ โดยไม่ระบุว่าเป็นธาตุอะไร เพื่อปกปิดข้อมูลไม้ตายของตัวเอง ทางสำนักงานก็เข้าใจและอนุโลมให้
เกาเจี้ยนรับใบรับรองจอมยุทธ์ระดับ E มา แล้วก็ติ๊กถูกในช่องพลังพิเศษตามฟอร์ม
ตอนเดินออกมา สือคังเดินสวนมาพอดี บอกว่าบังเอิญผ่านมา เลยถามไถ่ผลสอบตามมารยาท แต่พอเห็นเซี่ยงเหยียนอยู่ด้วย สือคังก็ขมวดคิ้ว ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด
เกาเจี้ยนไม่ได้สังเกต แต่มู่เซียวไป๋เก็บรายละเอียดทุกเม็ด และเริ่มสงสัยตะหงิดๆ