- หน้าแรก
- พี่ครับ ผมแค่ตบยุง พวกเอ็งนึกว่าใช้วิชาฝ่ามือสะท้านภพ
- บทที่ 27 ผมมาขอบคุณ
บทที่ 27 ผมมาขอบคุณ
บทที่ 27 ผมมาขอบคุณ
บทที่ 27 ผมมาขอบคุณ
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจบคลาสวิชาต่อต้านการสะกดรอย เกาเจี้ยนกลับมาที่ห้องทำงานก็พบสือคังนั่งรออยู่
“เสี่ยวเกา” สือคังเห็นเกาเจี้ยนเดินเข้ามาก็รีบเอ่ยทัก
ความประทับใจแรกที่เกาเจี้ยนมีต่อสือคังนั้นติดลบแบบกู่ไม่กลับ ถ้าหวังจิ้นไม่ให้งานเพราะอยากให้เขาเรียนรู้งานก่อน สือคังที่ปฏิเสธเขาในวันนั้นก็ทำไปเพราะเหยียดเด็กใหม่ล้วนๆ
“อ้าว สวัสดีครับ” เกาเจี้ยนตอบเสียงห้วน
สือคังหน้าเจื่อน เขาเองก็รู้สึกผิดที่เคยดูถูกเกาเจี้ยน แต่ใครจะไปนึกว่าไม่กี่วันต่อมา ไอ้เด็กใหม่ที่เขาเมินหน้าหนีจะกลายเป็นคนช่วยชีวิตเขาไว้ วันนั้นเขาโดนกระดิ่งสยบวิญญาณเล่นงานจนหมดสภาพ มารู้เรื่องวีรกรรมของเกาเจี้ยนเอาทีหลังตอนนั่ว นั่วเล่าให้ฟังอย่างออกรส
พูดตรงๆ ตอนแรกสือคังไม่เชื่อหูตัวเอง แต่พอเห็นหลิ่วชิงให้เกรด D+ กับเกาเจี้ยน เขาก็ต้องยอมจำนนด้วยหลักฐาน
ระดับหลิ่วชิงคงไม่ร่วมมือกับเด็กใหม่ปั้นน้ำเป็นตัวหรอกมั้ง?
สือคังเริ่มมองเกาเจี้ยนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา
“วันนี้ฉันตั้งใจมาขอบคุณ...”
สือคังยังพูดไม่ทันจบ เกาเจี้ยนก็ยกมือเบรก “ขอบคุณไม่ต้องหรอกครับ ผมทำไปเพื่อป้องกันตัว สุดท้ายคนที่จัดการได้ก็เป็นรุ่นพี่หลิ่วชิงอยู่ดี”
“ไม่ๆๆ”
สือคังส่ายหน้ารัว “นั่ว นั่วเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว จริงๆ นายไม่จำเป็นต้องอยู่สู้เสี่ยงตายแบบนั้นด้วยซ้ำ นายหนีไปได้สบายๆ”
นี่คือเหตุผลที่ทำให้หลิ่วชิงกับนั่ว นั่วมองเกาเจี้ยนในแง่บวกสุดๆ
ถ้าเป็นคนอื่น เจอจอมยุทธ์ระดับ C เข้าไป สิ่งแรกที่คิดคงเป็น ‘หนีให้ไว’ ไม่ใช่ ‘อยู่สู้ตาย’ ระดับพลัง E กับ C มันห่างชั้นกันเกินไป การหนีไม่ใช่เรื่องน่าอายและปลอดภัยกว่าเห็นๆ แต่เกาเจี้ยนกลับเลือกทางเสี่ยงตาย
“ก็ไม่จำเป็นอยู่ดีแหละครับ”
เกาเจี้ยนไม่ได้ต้องการคำขอบคุณจากสือคัง ที่ช่วยเพราะไม่อยากเห็นคนตายต่อหน้าเฉยๆ ไม่ได้พิศวาสอะไรหมอนี่สักหน่อย
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากสือคัง +72]
สือคังอุตส่าห์เตรียมบทพูดซึ้งๆ มา พอโดนเกาเจี้ยนตัดบทแบบนี้ก็ไปไม่เป็น รีบหยิบซองเอกสารออกมาแก้เก้อ “นี่เป็นใบคำร้องขอสอบเลื่อนระดับพลังยุทธ์กรณีพิเศษที่ฉันไปวิ่งเรื่องมาให้เมื่อเช้า แค่ให้นายเซ็นชื่อ แล้วให้อาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นกำกับ ก็จะนัดวันสอบได้เลย”
อาจารย์ที่ปรึกษาในที่นี้หมายถึงพี่เลี้ยงเด็กใหม่ ซึ่งก็คือหวังจิ้น
“หือ...? อันนี้เข้าท่าแฮะ”
ตอนไม่มีงานเกาเจี้ยนกระสันอยากได้งาน พอมีงานปิดจ็อบเกรด D+ มาประดับบารมี ก็ติดปัญหาเรื่องระดับพลังยุทธ์อีก
เพื่อป้องกันเด็กใหม่ใจแตก สำนักงานเลยกำหนดสอบวัดระดับรวมในอีกสามเดือนข้างหน้า แปลว่าตามขั้นตอนปกติ เกาเจี้ยนต้องรอรากงอกอีกสองเดือนครึ่งถึงจะสอบระดับ E ได้ และถึงจะมีสิทธิ์ยื่นขอเลื่อนเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ E
ต้องเป็นระดับ E ถึงจะเปิดดูแฟ้มคดีระดับ E ได้
เมื่อคืนเกาเจี้ยนยังนอนกลุ้มเรื่องนี้อยู่เลย วันนี้สือคังดันเอาทางลัดมาประเคนให้ถึงที่
ไอ้หมอนี่... ก็ใช้ได้นี่หว่า!
“ขอบคุณจริงๆ ครับ” คำขอบคุณนี้ออกมาจากใจจริง การเลื่อนระดับสำคัญกับเกาเจี้ยนมาก ยิ่งขึ้นระดับ E เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าใกล้ความจริงเรื่องอวี๋หยิ่งและผอ.หวงเร็วขึ้นเท่านั้น!
ส่วนเรื่องขุ่นข้องหมองใจก่อนหน้านี้...
เกาเจี้ยนคิดว่าตัวเองก็ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรขนาดนั้น โดยเฉพาะเวลาที่มีคนเอา ‘ความจริงใจ’ (และผลประโยชน์) มากองตรงหน้า
สือคังเกาหัวแกรกๆ หน้าแดงกว่าเดิม “จริงๆ แล้วรุ่นพี่หลิ่วชิงเป็นคนดำเนินการให้ ฉันแค่เป็นลูกมือเดินเอกสารเฉยๆ”
ลำพังระดับ D อย่างสือคังไม่มีพาวเวอร์พอจะขอสิทธิ์พิเศษให้เกาเจี้ยนหรอก ขนาดหลิ่วชิงเองยังต้องทำเรื่องขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษเลย
เกาเจี้ยนถึงบางอ้อ ที่แท้ก็เจ๊โหดนี่เอง เห็นหน้าดุๆ เย็นชา ไม่นึกว่าจะใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้
“คุยอะไรกันอยู่เหรอ?”
เสียงแทรกเข้ามาขัดจังหวะ ทั้งสองหันไปมอง... เซี่ยงเหยียนยืนยิ้มแฉ่งอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
“รุ่นพี่เซี่ยงเหยียน... เอ่อ ไม่มีอะไรครับ แค่คุยเรื่องคำร้องพิเศษของเกาเจี้ยนน่ะครับ” สือคังตอบเสียงอ่อย ตอนเขาเดินเข้ามาก็มองดูแล้วว่าเซี่ยงเหยียนไม่อยู่ ไม่รู้โผล่มาจากหลุมไหน
เซี่ยงเหยียนร้องอ๋อ รับซองเอกสารไปดู กวาดสายตาผ่านช่อง ‘ผู้ยื่นคำร้อง: หลิ่วชิง’ โดยสีหน้าไม่เปลี่ยน
“อ๋อ ขอสอบเลื่อนระดับล่วงหน้านี่เอง ดีเลย เดี๋ยวฉันเซ็นอนุมัติให้” พูดจบเซี่ยงเหยียนก็จรดปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงไปอย่างรวดเร็วและสวยงาม
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากเซี่ยงเหยียน +333]
เกาเจี้ยนมองหน้าต่างแจ้งเตือนด้วยความงุนงง เซี่ยงเหยียนส่งแต้มลบมาให้ทำไมวะ? นี่มันโมเดลเดียวกับจินฮ่าวชัดๆ!
หรือว่า... วิญญาณจินฮ่าวมาสิงร่างหมอนี่?
เป็นไปได้!
ทันใดนั้นภาพลักษณ์ของเซี่ยงเหยียนในสายตาเกาเจี้ยนก็ดูเจิดจรัสขึ้นมาทันที การเกาะติดหมอนี่น่าจะมีอนาคตสดใส (ในแง่การเก็บแต้ม)
สมแล้วที่เป็นรองหัวหน้า
เซี่ยงเหยียนอายุสามสิบต้นๆ หน้าตาหล่อเหลาแบบหนุ่มนักกีฬา มนุษยสัมพันธ์ดี เป็นที่รักของคนในทีม เกาเจี้ยนไม่เคยสุงสิงกับเขามาก่อน และเซี่ยงเหยียนเองก็ไม่เคยสนใจเด็กใหม่ แต่หลังจากภารกิจเมื่อวาน เซี่ยงเหยียนก็เริ่มเก็บข้อมูลของเกาเจี้ยนอย่างละเอียด
“เสี่ยวเกา เมื่อก่อนหวังจิ้นเป็นคนดูแลพวกนาย แต่ช่วงนี้ให้เขาพักรักษาตัวไปก่อน ระหว่างนี้นายกับเด็กใหม่อีกคน ฉันจะดูแลเอง” เซี่ยงเหยียนยังไม่รู้ชื่อมู่เซียวไป๋
เพิ่งคิดว่าจะเกาะติด ป๋าก็เสนอตัวมาเป็นพี่เลี้ยงให้เลย สุดยอด!
“ครับผม” เกาเจี้ยนรับคำแข็งขัน
“คดีคมมีดทมิฬทำได้ดีมาก รักษามาตรฐานไว้นะ” เซี่ยงเหยียนเอ่ยชม
“ครับ”
เซี่ยงเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลง ยิ้มให้ทีหนึ่งแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะ
พูดตรงๆ เขาคาดไม่ถึงเลยว่าหลิ่วชิงจะลงทุนขอสอบล่วงหน้าให้เกาเจี้ยน ไม่ใช่ว่าโควตานี้มันล้ำค่าอะไรนักหนา แต่มันแสดงให้เห็นว่าหลิ่วชิง ‘ใส่ใจ’ การใส่ใจคือการคิดแทนว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจริงๆ
ในมุมมองของเซี่ยงเหยียน การได้สอบล่วงหน้าและหลุดพ้นจากสถานะ ‘เด็กฝึกงาน’ ก่อนกำหนดถึงสองเดือนกว่าๆ ถือเป็นการทิ้งห่างเพื่อนรุ่นเดียวกันแบบไม่เห็นฝุ่น
เซี่ยงเหยียนไม่ได้คิดว่าหลิ่วชิงจะมาชอบพอกับเกาเจี้ยนหรอก ทั้งอายุและตำแหน่งมันต่างกันเกินไป แต่การที่ผู้หญิงที่เขาหมายปองไปทำดีกับผู้ชายอื่น มันก็ทำให้เขารู้สึกขวางหูขวางตาอยู่ดี นี่แหละคือเหตุผลที่เขาเสนอตัวมาเป็นพี่เลี้ยงให้เกาเจี้ยนในวันนี้
ตอนนี้พอมองหน้าเกาเจี้ยน เขาไม่ได้เห็นเป็นคน แต่เห็นเป็นตัวอักษรวิ่งตัวเบ้อเริ่มว่า...
ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!
...
เกาเจี้ยนหารู้ไม่ว่า ไม่ได้มีแค่เซี่ยงเหยียนคนเดียวที่กำลังจับตามองเขา
ในตึกสำนักงานแห่งหนึ่งห่างออกไปหลายกิโลเมตร รายงานเกี่ยวกับ ‘การตื่นรู้พลังพิเศษของเกาเจี้ยน’ ถูกวางหราอยู่บนโต๊ะผู้บริหารขนาดใหญ่ บนปกแฟ้มแปะรหัส ‘เป้าหมาย 77’
รายงานฉบับนี้ละเอียดถี่ยิบ ตั้งแต่การแสดงฝีมือในรอบสอบคัดเลือก วีรกรรมในคดีคมมีดทมิฬ ไปจนถึงบทวิเคราะห์และสมมติฐานการเพิ่มขึ้นของพลังกว่าสิบรูปแบบ แม้แต่ประวัติหลินเจียเจียก็ถูกขุดมาแปะไว้อย่างครบถ้วน
ในรายงานถึงขั้นตั้งสมมติฐานเรื่อง ‘บุคลิกซ้อน’ ของหลินเจียเจียด้วยซ้ำ
แน่นอนว่ารายงานก็มีข้อจำกัด อย่างน้อยเรื่องที่เกิดขึ้นหลังเกาเจี้ยนปิดม่านหน้าต่าง รายงานก็ไม่ได้ระบุไว้
บนเก้าอี้ผู้บริหาร หญิงสาวเจ้าของมือเรียวสวยเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอจรดปากกาเขียนข้อความด้วยลายมือสวยงามลงบนรายงาน
‘อนุมัติให้ทำการติดต่อ ยกระดับการเฝ้าระวัง’