- หน้าแรก
- พี่ครับ ผมแค่ตบยุง พวกเอ็งนึกว่าใช้วิชาฝ่ามือสะท้านภพ
- บทที่ 26 อุปกรณ์ฝึกควบคุมวัตถุ
บทที่ 26 อุปกรณ์ฝึกควบคุมวัตถุ
บทที่ 26 อุปกรณ์ฝึกควบคุมวัตถุ
บทที่ 26 อุปกรณ์ฝึกควบคุมวัตถุ
“รุ่นพี่หลิ่วชิงครับ เกาเจี้ยนทำผิดกฎ แอบตามไปที่สถาบันวิจัยโดยไม่ได้รับอนุญาต ตรงนี้ต้องโดนตัดคะแนนนะครับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจ ผมว่าให้เกรด D น่าจะเหมาะสมกว่า D+ นะครับ อีกอย่าง สำหรับการเลื่อนขั้นในครั้งหน้า จะได้ D หรือ D+ ก็มีค่าเท่ากัน”
หยางซงพูดด้วยน้ำเสียงหวังดี ประจบประแจงหลิ่วชิงเต็มที่
การได้เกรด D+ หมายถึงเกาเจี้ยนแสดงศักยภาพเทียบเท่าจอมยุทธ์ระดับ D และมีบทบาทชี้ขาดในภารกิจ เครื่องหมายบวก (+) นี้มีผลอย่างมากต่อการพิจารณาเลื่อนระดับ แถมโบนัสยังเพิ่มเป็นสองเท่าอีกด้วย
จากเดิมภารกิจระดับ D ได้ 20,000 หยวน ถ้าได้ D+ เกาเจี้ยนจะรับเละ 40,000 หยวน
ส่วนค่าหัวจ้าวเย่เป็นคดีระดับ C มีรางวัลนำจับ 200,000 หยวน ถ้าเกาเจี้ยนเอาไป 40,000 หลิ่วชิงก็จะได้น้อยลง 20,000 เพราะเงินก้อนนี้ต้องแบ่งกัน ส่วนนั่ว นั่วได้เกรด D ก็รับไป 20,000 สือคังไร้บทบาท ได้เกรด E รับค่าขนม 3,000 หยวน ส่วนเงินชดเชยของหลิวเฉวียนแยกต่างหาก ไม่เกี่ยวกับก้อนนี้
หยางซงเชื่อว่าไม่มีใครอยากได้เงินน้อยลงหรอก
“ตามนั้นแหละ”
หลิ่วชิงเซ็นชื่อลงในรายงานปิดคดีโดยไม่ลังเล เธอไม่สนโลกทัศน์คับแคบของหยางซง เงินก้อนนี้เธอรับปากว่าจะให้เกาเจี้ยน ถ้าแค่แกะรอยเฉยๆ ให้เกรด E รับ 3,000 ก็บุญโขแล้ว
แต่การยกระดับจาก E เป็น D+ คือการยอมรับในฝีมือของเกาเจี้ยน เธอตั้งใจจะตอบแทนเขาด้วยวิธีอื่น แต่ในเมื่อเขาขอเงิน เธอก็จัดให้
ส่วนเรื่องใครช่วยใคร เอาเข้าจริงก็พูดยาก หลิ่วชิงเป็นคนยิงจ้าวเย่จนบาดเจ็บ และเป็นคนปิดบัญชี เกาเจี้ยนแค่ช่วยถ่วงเวลาให้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการถ่วงเวลานั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ
หยางซงมองหน้าเกาเจี้ยนด้วยความอิจฉาริษยา เมื่อไหร่เขาจะมีวาสนาแบบนี้บ้างนะ?
ออกมาจากฝ่ายทะเบียนประวัติ เกาเจี้ยนก็เห็นมู่เซียวไป๋ในชุดขาวสะดุดตายืนรออยู่ไกลๆ
“เป็นไงบ้าง?” มู่เซียวไป๋วิ่งเหยาะๆ เข้ามาถาม
เกาเจี้ยนรู้สึกแปลกใจ หมอนี่ปกติไม่สนใจโลก แต่วันนี้กลับมารอเขาทำเรื่องปิดคดีตั้งนานสองนาน
เกาเจี้ยนบุ้ยใบ้ไปทางหลิ่วชิง “รุ่นพี่ให้เกรด D+ ว่ะ”
“สุดยอด! คืนนี้ต้องเลี้ยงข้าวนะเว้ย!”
เกาเจี้ยนตบกระเป๋ากางเกงแปะๆ “เงินเดือนยังไม่ออกครับเพื่อน”
มู่เซียวไป๋จะอ้าปากเถียง แต่เสียงใสๆ ของนั่ว นั่วแทรกขึ้นมาก่อน “พี่เกาเจี้ยนคะ หนูกับพี่ฉิงกลับก่อนนะคะ”
“โอเคครับ”
ระหว่างที่คุย มือถือเกาเจี้ยนก็สั่นครืดคราด เปิดดูไลน์กลุ่มเด็กใหม่รุ่นเดียวกัน 10 คน
มู่เซียวไป๋มือไวโพสต์สติ๊กเกอร์พลุฉลองรัวๆ ตามด้วยข้อความ:
“ข่าวด่วน! วันนี้เกาเจี้ยนปลุกพลังพิเศษไฟบรรลัยกัลป์! ดวลเดือดกับจอมยุทธ์ระดับ C หลายร้อยกระบวนท่า กู้สถานการณ์พลิกนรกทำภารกิจระดับ D+ สำเร็จ (โบนัส 40,000!) พร้อมประกาศเลี้ยงข้าวเพื่อนๆ หลังเงินออก!”
“ย้ำอีกครั้ง: เลี้ยงข้าว! เลี้ยงข้าว! เลี้ยงข้าว!”
กลุ่มไลน์แทบระเบิดในพริบตา
“เชี่ย! จริงดิ? เกาเจี้ยนมีพลังพิเศษ?”
“ดวลกับระดับ C หลายร้อยกระบวนท่า? โม้ป่ะเนี่ย?”
“กราบ!”
“ชาบู!”
“พระเจ้าช่วย! รุ่นเรามีผู้มีพลังพิเศษแล้วเหรอ?”
“กราบอีกรอบ!”
“ชาบูท่านเทพ!”
“คารวะราชาเด็กใหม่!”
“เฮ้ย ขี้โม้เปล่า? ระดับ C เลยนะเว้ย เกาเจี้ยนจะไปสู้ได้ไง?”
“ไม่รู้รายละเอียดว่ะ แต่วันนี้มันปิดจ็อบได้จริง ฉันเห็นมันเดินออกมากับสองสาวสวยหมวดสี่”
ไม่ถึงนาที ข้อความไหลเป็นน้ำตก มีทั้งคนเชื่อคนไม่เชื่อ ไอ้เรื่อง ‘ดวลเดือดหลายร้อยกระบวนท่า’ นี่เวอร์วังอลังการเกินจริงไปหน่อย แต่เรื่องเกาเจี้ยนประเดิมภารกิจแรกสำเร็จนี่ของจริงแน่นอน
“จะเถียงกันทำซากอะไร? ประเด็นสำคัญคือเงินเดือนออกเกาเจี้ยนเลี้ยงข้าว!” เฉียนโหย่วไฉสรุปจบแบบเฉียบขาด
“เออ จริงด้วย พี่เฉียนพูดถูก เลี้ยงข้าว!”
“ไปครับ”
“ไปค่ะ!”
...
กลับถึงบ้าน สิ่งแรกที่เกาเจี้ยนทำคือเปิดใช้ไอเทมใหม่
[ใช้ไอเทม: ลูกบิดจำลองเวทมนตร์]
[ยืนยัน]
ภาพลูกบิดบนหน้าจอระบบหมุนติ้ว สักพักก็กลายร่างเป็นวัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเท่ามือถือหน้าจอ 4 นิ้ว
[ได้รับ: อุปกรณ์ฝึกควบคุมวัตถุ]
[คลิกเพื่อรับ]
วัตถุสีดำสนิทหล่นตุ้บออกมา เนื้อสัมผัสนุ่มหยุ่นและเบาหวิว ตามสไตล์ของจากระบบคือไม่มีคู่มือแนบมาให้ แต่ชื่อไอเทมก็บอกยี่ห้อชัดเจน... ควบคุมวัตถุ
คำว่า ‘ควบคุมวัตถุ’ เกาเจี้ยนเคยอ่านเจอในนิยายบ่อยๆ และตอนเรียนวิชาหลอมรวมวิญญาณก็พอมีความรู้ผ่านตามาบ้าง หลักการง่ายๆ คือใช้พลังจิตชักนำพลังวิญญาณเข้าไปในวัตถุ แล้วใช้พลังจิตควบคุมพลังวิญญาณนั้นอีกที เพื่อสั่งการระยะไกล
ปกติจอมยุทธ์จะควบคุมพลังวิญญาณได้แค่ในระยะประชิดตัว นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจอมยุทธ์ทั่วไปถึงเน้นการต่อสู้ระยะประชิด
แต่พลังจิตเปรียบเสมือนสะพานเชื่อม ทำให้พลังวิญญาณที่หลุดออกจากร่างกายยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม
เหมือนบังคับโดรน พลังวิญญาณคือเครื่องยนต์ พลังจิตคือรีโมทคอนโทรล
ทฤษฎีเป๊ะ แต่ภาคปฏิบัติมันคนละเรื่อง การฝึกควบคุมวัตถุเป็นวิชาขั้นสูงของระดับ ‘ตำหนักภายใน’ ขั้น 3 ขึ้นไปไม่ใช่เหรอ? มาให้ฝึกตอนนี้จะไม่เร็วไปหน่อยเรอะ?
ในโลกเซียน การขี่กระบี่บินเป็นวิชาพื้นฐานของระดับ 3 ซึ่งต้องมีพลังจิตแข็งแกร่งพอตัว ผู้ฝึกตนระดับ ‘กลั่นลมปราณ’ ตัวน้อยๆ อย่าว่าแต่ควบคุมวัตถุเลย แค่ฝืนใช้พลังจิตชี้นำพลังวิญญาณก็อาจทำให้วิญญาณอันเปราะบางบาดเจ็บได้
แต่คิดอีกที เกาเจี้ยนผ่านการแยกจิตวิญญาณมาแล้วสองรอบ ความแข็งแกร่งของวิญญาณย่อมเหนือกว่าผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณทั่วไป ไม่งั้นคงโดนกระดิ่งสยบวิญญาณเล่นงานจนสลบเหมือดไปแล้ว
ก็น่าลองดูสักตั้ง
แต่ไอ้แท่งดำๆ นี่มันใช้ยังไงหว่า?
สูตรสำเร็จโลกเซียน... อัดพลังวิญญาณเข้าไปก่อนเดี๋ยวดีเอง
เกาเจี้ยนค่อยๆ ส่งพลังวิญญาณเข้าไปในอุปกรณ์ฝึก ไม่กี่วินาทีต่อมา แท่งสี่เหลี่ยมสีดำก็นุ่มนิ่มเริ่มแข็งตัวขึ้น เหมือนฟองน้ำที่ดูดซับน้ำจนพอง
จากนั้น ลวดลายสีเงินละเอียดอ่อนก็ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวสีดำสนิท เส้นสายที่ดูยุ่งเหยิงแต่แฝงไว้ด้วยพลังและความงามอันลึกลับ
นี่มัน...
อักขระอาคม?
เกาเจี้ยนไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน แต่ความรู้พื้นฐานที่อัดแน่นในหัวบอกเขาว่านี่คืออักขระอาคม
ส่วนรายละเอียดลึกซึ้งกว่านี้ ตำราเรียนระดับกลั่นลมปราณไม่ได้สอนไว้
เกาเจี้ยนไม่มีเวลาชื่นชมความงาม เพราะทันใดนั้น อุปกรณ์ฝึกควบคุมวัตถุได้สร้างการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณกับเขา เกาเจี้ยนรู้สึกเหมือนพลังจิตที่ควรรวมเป็นหนึ่งเดียวในสมอง กำลังถูกพลังลึกลับบางอย่างดึงดูด ฉีกกระชาก และแยกส่วนออกไป
ความรู้สึกนี้ทรมานพิลึก แต่โชคดีที่เขาผ่านการแยกจิตวิญญาณมาแล้ว เลยมีภูมิต้านทานพอสมควร
ไม่กี่วินาที เกาเจี้ยนก็เริ่มเข้าใจธรรมชาติของพลังจิตมากขึ้น
ถ้าพลังจิตเดิมคือทะเลสาบ อุปกรณ์ฝึกนี้ก็เหมือนการขุดคลองระบายน้ำ บังคับให้น้ำไหลไปยังที่อื่น
‘ที่อื่น’ ที่ว่า ก็คือเจ้าแท่งดำๆ ในมือนี่เอง
ความรู้สึกตอนนี้แปลกประหลาดมาก แม้อุปกรณ์ฝึกจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่เขากลับรู้สึกเหมือนมันเป็นแขนข้างใหม่ ถึงจะยังขยับได้ไม่คล่อง แต่ก็สั่งการได้ แค่เขาคิดว่า ‘จงลอยขึ้น’ มันก็ลอยขึ้นจริงๆ!
แม้จะลอยขึ้นจากฝ่ามือได้แค่ไม่กี่นิ้วแล้วตกลงมา แต่เกาเจี้ยนก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
นี่สินะ จุดเริ่มต้นของวิชากระบี่บิน?
...
การฝึกควบคุมวัตถุไม่ใช่เรื่องหมูๆ แม้จะมีอุปกรณ์ช่วย แต่ผ่านไปไม่กี่นาที เกาเจี้ยนก็เริ่มมึนหัวตื้อๆ อาการนี้เรียกว่า ‘สมองล้า’ วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือนั่งเหม่อ
หรือภาษาเซียนเรียกว่า ‘เข้าฌาน’
ฝึกไปพักไปหลายรอบ เกาเจี้ยนเริ่มจับจุดได้ ที่น่าสนใจคือ เวลาใช้อุปกรณ์ฝึก เขาจะสัมผัสถึงการมีอยู่ของพลังจิตได้ชัดเจน แต่พอวางอุปกรณ์ลง พลังจิตก็กลับมาเลือนรางจับต้องไม่ได้เหมือนเดิม
อุปกรณ์ฝึกควบคุมวัตถุมีไว้เพื่อฝึกกระบวนการ ‘จากไม่มีให้มี’ ถ้าวันไหนเกาเจี้ยนใช้พลังจิตควบคุมของอื่นที่ไม่ใช่อุปกรณ์ฝึกได้ วันนั้นเขาก็พร้อมที่จะฝึกวิชากระบี่บินของจริง
หนทางยังอีกยาวไกล แต่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง