เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 เครื่องติดตามของโคล

บทที่ 8 เครื่องติดตามของโคล

บทที่ 8 เครื่องติดตามของโคล


บทที่ 8 เครื่องติดตามของโคล

หวังจิ้นกล่าวสรุปเรื่องการมารายงานตัวในวันพรุ่งนี้สั้นๆ ก่อนจะปล่อยให้ผู้เข้าสอบแยกย้ายกันกลับบ้าน มู่เซียวไป๋ผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ดีเลิศพยายามชวนเกาเจี้ยนไปดื่มฉลองอีกรอบ แต่เกาเจี้ยนกำลังจดจ่ออยู่กับเจ้าลูกบิดปริศนา จึงปฏิเสธไปโดยไม่ลังเล

ส่วนจินฮ่าว พอเห็นฝีมือการต่อสู้ของเกาเจี้ยนเข้าจริงๆ ก็เกิดอาการความจำเสื่อมกะทันหัน ลืมเรื่องท้าตีท้าต่อยไปจนหมดสิ้น

สำหรับเกาเจี้ยน เขาไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นอะไรจินฮ่าวมากนัก อันที่จริงต้องขอบคุณด้วยซ้ำ ถ้าไม่ได้บัตรสอบที่จินฮ่าวได้มา เกาเจี้ยนคงไม่ได้มายืนจุดนี้ แถมตลอดทางจินฮ่าวยังขยันปั่นค่าอารมณ์ด้านลบมาให้เขากอบโกยเป็นกอบเป็นกำ และสุดท้ายยังช่วยตัดคู่แข่งคนสำคัญออกไป ทำให้เกาเจี้ยนคว้าโควตาอันดับสุดท้ายมาครองได้สำเร็จ

ที่สำคัญที่สุด จินฮ่าวยังเป็นสปอนเซอร์ใจดี มอบลูกบิดจำลองเวทมนตร์มาให้เขาอีกต่างหาก

แค้นอะไรกัน? ไม่มี๊! เกาเจี้ยนคิดว่าจินฮ่าวนี่มันลูกรักในไส้ชัดๆ!

เอ๊ะ ไม่สิ... ต้องเรียกว่าหลานรักน่าจะเหมาะกว่า จะได้ไม่ดูเอาเปรียบเกินไป

ระหว่างทางกลับบ้าน เกาเจี้ยนแวะซื้อ ‘เจียนปิ่งกั่วจื่อ’ (เครปจีน) กลับไปกิน พอกัดไปคำหนึ่ง เขาก็อดถอนหายใจไม่ได้ รสชาติแบบนี้คนทำยังมีชีวิตอยู่ได้จนป่านนี้ นับว่าเป็นปาฏิหาริย์ ถ้าไปขายที่เทียนจินรับรองโดนลูกค้าประชาทัณฑ์ตายคาเตาแน่ๆ

เกาเจี้ยนกล้ำกลืนฝืนกินจนหมด แล้วเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา

พลังงานคงเหลือ 3,763 แต้ม ส่วนใหญ่ก็ได้มาจากอภินันทนาการของหลานจินฮ่าวทั้งนั้น ปุ่มเรียนรู้วิชาเซียนห้าธาตุกับปุ่มเทเลพอร์ตยังคงเป็นสีเทา ใช้งานไม่ได้

สิ่งเดียวที่ใช้ได้ตอนนี้คือ ลูกบิดจำลองเวทมนตร์

[ใช้ไอเทม: ลูกบิดจำลองเวทมนตร์]

[ยืนยัน]

ภาพลูกบิดบนหน้าจอระบบหมุนติ้วเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ เหมือนตู้สล็อตแมชชีน สักพักมันก็หยุด และกลายสภาพเป็นวัตถุหน้าตาคล้ายเข็มทิศ

[ได้รับ: เครื่องติดตามของโคล]

[คลิกเพื่อรับ]

เกาเจี้ยนกดรับ เครื่องติดตามก็หล่นตุ้บออกมาจากหน้าจอระบบอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่มีคู่มือการใช้งานแนบมาด้วยตามเคย แต่ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย เกาเจี้ยนคลำๆ แป๊บเดียวก็เข้าใจวิธีใช้

เจ้าเครื่องนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังวิญญาณ ซึ่งเกาเจี้ยนมีคุณสมบัติครบถ้วน บนตัวเครื่องมีปุ่มสีแดง พอกดค้างไว้จะยิงลำแสงคล้ายเลเซอร์ออกมา วัตถุที่ถูกแสงนี้ตกกระทบจะถูกล็อกเป้าหมาย เครื่องติดตามจะไม่บอกพิกัดที่ชัดเจน แต่จะชี้ทิศทางของเป้าหมายให้ทราบ

ด้านหลังเครื่องมีปุ่มตัวเลข 1-9 เกาเจี้ยนลองกดเล่นดูถึงรู้ว่าเป็นฟังก์ชันบันทึกเป้าหมาย สามารถสลับไปมาเพื่อติดตามเป้าหมายได้พร้อมกันถึง 9 คน สะดวกสุดๆ

เก็บเครื่องติดตามเสร็จ เกาเจี้ยนก็เริ่มฝึกเคล็ดวิชาหลอมรวมวิญญาณต่อ

นี่เป็นการฝึกครั้งแรกหลังจากกลับสู่ร่างเนื้อ พูดตรงๆ คือผลลัพธ์ห่วยแตกมาก

ตอนอยู่ในถ้ำ เกาเจี้ยนโคจรลมปราณได้ 4 รอบ รอบแรกได้อานิสงส์จากระบบช่วยเลยลื่นไหลสุดๆ อีก 3 รอบหลังแม้จะยากขึ้นแต่ก็ยังพอไปวัดไปวาได้ แต่ครั้งนี้... การฝึกรอบที่ 5 ที่บ้าน ผลลัพธ์แย่กว่า 3 รอบหลังแบบคนละเรื่อง

ขั้นกลั่นลมปราณมี 9 ระดับ หรือที่เรียกว่า เก้าเกลียวคลื่นสมุทรปราณ

การฝึก 4 รอบในถ้ำ ทำให้เกลียวคลื่นแรกก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างเกือบครึ่ง แต่พอมาฝึกที่บ้านจนจบรอบที่ 5 เกาเจี้ยนพบว่าเกลียวคลื่นแทบไม่ขยับขยาย แทบมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย

สาเหตุอาจจะมีหลายอย่าง แต่เกาเจี้ยนเดาว่าปัจจัยหลักน่าจะอยู่ที่ ‘ความเข้มข้นของพลังวิญญาณ’

แม้ประสาทสัมผัสต่อพลังวิญญาณของเขาจะยังเลือนราง แต่ก็พอจับความรู้สึกได้ว่า พลังวิญญาณที่นี่เบาบางกว่าในถ้ำนั้น 3-5 เท่าเห็นจะได้

ความแตกต่าง 3-5 เท่านี่มันขนาดไหนน่ะเหรอ?

ตอนอยู่ในถ้ำ แค่ตั้งสมาธินิดหน่อย พลังวิญญาณก็ไหลเข้าสู่ร่างกายเองเหมือนน้ำไหลลงสู่ที่ต่ำ

แต่ที่นี่ เกาเจี้ยนรู้สึกว่าพลังวิญญาณรอบตัวมันเฉื่อยชาและตายด้าน ต้องใช้แรงใจมหาศาลกว่าจะลากมันเข้ามาในร่างได้ สมาธิคนเรามีจำกัด พอเอาไปทุ่มกับการดึงพลังวิญญาณจนหมด ก็ไม่เหลือแรงไปคุมขั้นตอนอื่น

แถมพลังวิญญาณที่ดึงเข้ามาได้ก็น้อยนิดและไร้ชีวิตชีวา เหมือนกินอาหารหมดอายุยังไงยังงั้น

กว่าจะโคจรลมปราณจบรอบเดียวก็ปาเข้าไปสองทุ่ม เกาเจี้ยนพักกินข้าวแล้วกลับมาฝึกต่อทันที

ถึงผลลัพธ์จะน้อยนิด แต่มีก็ยังดีกว่าไม่มี เกาเจี้ยนเชื่อว่าในเมื่อฟ้าประทานโอกาสที่คนอื่นไม่มีมาให้ เขาก็ต้องคว้าไว้ให้มั่น อย่างน้อยที่สุด เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอวี๋หยิ่งและคนอื่นๆ

คืนหนึ่งฝึกได้เต็มที่แค่ 3 รอบ ไม่ใช่ร่างกายรับไม่ไหว แต่เพราะเกาเจี้ยนยังไม่ชำนาญ ปกติคนอื่นใช้เวลา 2 ชั่วโมง แต่พี่แกปาไป 3 ชั่วโมงกว่า

เจ็ดโมงเช้า เกาเจี้ยนงีบหลับไปพักหนึ่ง นึกว่าจะเพลียจากการอดหลับอดนอน แต่พอตื่นขึ้นมากลับสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาด

เมื่อเกาเจี้ยนไปถึงสำนักงานกำกับดูแลฯ เด็กใหม่คนอื่นๆ ก็ทยอยมาถึงกันครบทั้งเก้าคน

เก้าโมงตรง หลี่โหรว เจ๊ขาโหดประจำแผนกรับสมัครก็เดินเข้ามาในห้อง เธอวางปึกซองเอกสารลงบนโต๊ะ แล้วประกาศเสียงดังฟังชัด

“หยิบไปตามชื่อ ข้างในมีบัตรประจำตัวกับเอกสารข้อมูล ต่อไปนี้พวกคุณคือคนของสำนักงานสาขาเมืองลวี่หยางแล้ว รักษาบัตรให้ดี ถ้าหายต้องเสียเงินทำใหม่เอง”

ไม่มีใครแย่งกัน ทุกคนเดินเข้าไปหยิบซองของตัวเองอย่างเป็นระเบียบ

“ทีนี้จะแจ้งเรื่องการแบ่งกลุ่ม รอบนี้เรารับคนเข้าสังกัดกองร้อยที่สอง ซึ่งมีสามหมวดย่อย เสิ่นซินหราน ลวี่คัง หวงหยวนเจี๋ย หลิวซือเมี่ยว พวกเธอไปรายงานตัวที่หมวดหนึ่ง เฉิงเทียนเจ๋อ กวนเมิ่งไป๋ เฉียนโหย่วไฉ ซูซิงซิง ไปหมวดสอง มู่เซียวไป๋ เกาเจี้ยน พวกนายสองคนไปหมวดสาม”

แม้จะเป็นเด็กใหม่ แต่ทุกคนก็ยืนแถวฟังคำสั่งอย่างเรียบร้อย ไม่มีใครโต้แย้ง

“ช่วงทดลองงานสามเดือน เงินเดือนพื้นฐาน 600 หยวน ผ่านโปรแล้วปรับเป็น 2,000 หยวน ถ้าผลงานดีอาจได้บรรจุเป็นพนักงานประจำก่อนกำหนด แต่ถ้าห่วยแตกก็เตรียมตัวโดนไล่ออก ส่วนโบนัสผลงาน จ่ายเต็มจำนวนตั้งแต่วันแรก ไม่มีกั๊ก”

ข้อมูลพวกนี้ทุกคนพอจะรู้อยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ละเอียดเท่าที่หลี่โหรวอธิบาย

สำนักงานกำกับดูแลฯ เป็นหน่วยงานรัฐที่ฐานเงินเดือนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ยิ่งกว่าค่าแรงขั้นต่ำเสียอีก แต่เจ้าหน้าที่ที่นี่ไม่มีใครไส้แห้ง ก็เพราะ ‘โบนัสผลงาน’ นี่แหละ

“เรื่องโบนัสผลงานคงเคยได้ยินกันมาบ้าง ฉันจะอธิบายโครงสร้างให้ฟังคร่าวๆ”

หลี่โหรวกางตารางลงบนโต๊ะ “รูปแบบการทำงานของที่นี่ต่างจากหน่วยงานอื่น แรกเริ่มเราตั้งขึ้นมาเพื่อควบคุมผู้มีพลังพิเศษ แต่หลังๆ ขอบเขตงานขยายไปถึงการจัดการบุคคลหรือกลุ่มคนที่เป้นภัยต่อสังคม”

“ยกตัวอย่างง่ายๆ แก๊งต้มตุ๋นโกงเงินไป 10 ล้าน ถ้าตำรวจเอาไม่อยู่ คดีจะถูกส่งมาที่เรา ด้วยโครงสร้างองค์กรที่ยืดหยุ่น เพื่อกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงาน รัฐบาลจะหัก 2% ของมูลค่าทรัพย์สินในคดีมาเป็นรางวัลนำจับ แน่นอนว่ามีเพดานสูงสุดกำหนดไว้”

“สมมติได้รางวัลมา 200,000 หยวน ครึ่งหนึ่งจะเข้ากองกลางของสำนักงาน อีกครึ่งหนึ่งจะแบ่งให้ทีมที่ปิดคดีได้เป็นโบนัส”

หลี่โหรวชี้แจงรายละเอียด ทุกคนตั้งใจฟังตาไม่กะพริบ เพราะนี่คือแหล่งรายได้หลักที่จะทำให้พวกเขาลืมตาอ้าปากได้

“งานหนึ่งชิ้นน้อยนักที่จะทำคนเดียวจบ เช่น หัวหน้าหมวดหนึ่งรับคดีต้มตุ๋นมา เขาจะแจกแจงงานให้ลูกน้องในทีมตามความเหมาะสม แต่บางทีคนไม่พอ เช่น ต้องสืบประวัติคนร้ายแต่หมวดหนึ่งไม่ว่าง หัวหน้าก็จะซอยงานย่อยลงในระบบอินทราเน็ต ให้คนจากหมวดอื่นที่ว่างอยู่กดรับไปทำ”

“ไม่ว่าจะทำงานของหมวดตัวเอง หรือรับจ็อบจากหมวดอื่น เรตโบนัสเท่ากันหมด”

“อีกส่วนคือการจับกุมคนร้าย พวกนี้อาจจะไม่ได้ก่อคดีฉ้อโกงโดยตรง แต่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ ทางหน่วยงานจะประเมินค่าหัวตามระดับฝีมือการต่อสู้ จับได้ก็ได้โบนัสก้อนโตเหมือนกัน”

จบบทที่ บทที่ 8 เครื่องติดตามของโคล

คัดลอกลิงก์แล้ว