- หน้าแรก
- พี่ครับ ผมแค่ตบยุง พวกเอ็งนึกว่าใช้วิชาฝ่ามือสะท้านภพ
- บทที่ 7 แจกไอเทมแล้ว
บทที่ 7 แจกไอเทมแล้ว
บทที่ 7 แจกไอเทมแล้ว
บทที่ 7 แจกไอเทมแล้ว
“เอาจริงแล้วนะ”
สิ้นเสียงหวังจิ้น เขาก็สืบเท้าพุ่งเข้ามา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดดันจนเกาเจี้ยนรู้สึกได้ถึงลมกรรโชกปะทะใบหน้า ความเร็วหมัดครั้งนี้ต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว เกาเจี้ยนรู้ตัวว่าหมดสิทธิ์ปัดป้อง จึงรีบยกแขนซ้ายขึ้นตั้งการ์ดขวางลำตัว
ปัง!
เสียงหมัดกระแทกท่อนแขนดังสนั่นจนผู้เข้าสอบที่ยืนห่างออกไปสิบเมตรยังได้ยินชัดแจ๋ว
นี่มัน... กะเอาให้ตายเลยหรือไง?
เดิมทีเกาเจี้ยนวางแผนไว้สวยหรู กะว่าจะใช้แขนซ้ายรับหมัดแล้วสวนหมัดขวากลับไปทันที ถึงจะต่อยไม่โดนก็ช่างหัวมัน อย่างน้อยก็ได้ผลาญโควตาไปหนึ่งกระบวนท่า แต่ความเป็นจริงช่างโหดร้าย แรงปะทะมหาศาลจากแขนซ้ายส่งผลให้เขาเซถอยหลังไปสามก้าวรวด จังหวะจะสวนกลับหายวับไปกับตา
เกาเจี้ยนยังไม่ทันทรงตัวได้ดี หมัดของหวังจิ้นก็ตามมาจ่อหน้าอีกแล้ว
ปัง!
คราวนี้เกาเจี้ยนยกสองแขนไขว้กันป้องกันหน้าอก รับการโจมตีไปเต็มๆ อีกดอก
ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง
ครั้งนี้เกาเจี้ยนเซถอยหลังไปถึงห้าก้าว
“ไม่เลว” ผ่านไปสองท่าแล้วยังไม่ร่วง หวังจิ้นไม่ได้รีบร้อนบุกต่อ แววตาที่มองเกาเจี้ยนฉายแววชื่นชมเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจงใจเว้นจังหวะให้เกาเจี้ยนได้พักหายใจบ้าง
ตั้งแต่เริ่มสอบมา นี่เป็นครั้งแรกที่หวังจิ้นเอ่ยปากชมใครสักคน
ไม่ใช่แค่หวังจิ้น เหล่าผู้เข้าสอบรอบข้างต่างก็อ้าปากค้างกันเป็นแถว สองหมัดเมื่อกี้หวังจิ้นใส่เต็มแรงชัดๆ แต่เกาเจี้ยนกลับแค่เซถอยหลัง แขนไม่หักกระดูกไม่ร้าว แถมยังดูขยับเขยื้อนได้คล่องแคล่วเหมือนเดิม
หมอนั่นเป็นจอมยุทธ์เหรอ?
ก็ดูไม่น่าใช่
จอมยุทธ์สามารถเดินลมปราณเสริมแกร่งร่างกาย เวลาโจมตีก็แฝงพลังปราณทำให้รุนแรงกว่าปกติหลายเท่า การป้องกันก็เช่นกัน ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่มีความรู้เรื่องนี้ดีกว่าเกาเจี้ยนมาก แต่ในสายตาพวกเขา เกาเจี้ยนดูเหมือนแค่คนที่มีร่างกายแข็งแกร่งผิดมนุษย์เฉยๆ ไม่ได้มีออร่าพลังปราณอะไรเลย
หรือว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแบบในนิยาย...
บ้าไปแล้ว นั่นมันพล็อตนิยายชัดๆ
“ไอ้หมอนี่ของจริงแฮะ”
“ฝีมือไม่ธรรมดา”
“มิน่าล่ะถึงกล้าท้าโหมดขีดสุด”
...
คนที่นั่งไม่ติดที่สุดเห็นจะเป็นจินฮ่าว แม้เขาจะไม่เชื่อว่าเกาเจี้ยนจะยืนระยะได้ถึงสิบท่า แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้เกาเจี้ยนกลายเป็นตัวอันตรายที่สั่นคลอนเก้าอี้อันดับสิบของเขาเข้าแล้ว ที่สำคัญคือ เขาเคยปะทะกับเกาเจี้ยนมาก่อน ถ้าหมอนั่นมีพละกำลังขนาดนี้ คนที่นอนกองกับพื้นในห้องรับสมัครวันนั้นควรจะเป็นเขาไม่ใช่เหรอ?
เอ๊ะ... วันนั้นคนที่นอนกองก็คือกูนี่หว่า โดนแก้วน้ำปาหัวสองรอบซ้อน ตอนนี้หัวยังปูดไม่หายเลย
หรือว่าไอ้เวรนั่นแกล้งทำเป็นกาก เพราะรู้ว่าเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาห้าม?
มึงจะเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว!
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +666]
เกาเจี้ยนสะบัดแขนไล่ความชา สองหมัดเมื่อกี้หนักหน่วงเอาเรื่อง ทำเอาแขนชาไปหมด แต่ก็ยังพอทนไหว
“เข้ามา!”
เกาเจี้ยนตะโกนลั่น ปกติเขาไม่ใช่พวกบ้าเลือด แต่ตอนนี้สัญชาตญาณดิบถูกปลุกขึ้นมาเพราะหมัดของหวังจิ้น สิ้นเสียงตะโกน เขาก็สืบเท้าพุ่งไปข้างหน้า ครั้งนี้เขาเลือกที่จะเป็นฝ่ายเปิดฉากบุกบ้าง
หวังจิ้นยิ้มมุมปาก ก้าวขาซ้ายเฉียงไปด้านหลัง ตั้งท่าม้าเตรียมรับมือ
ปัง!
หวังจิ้นตั้งใจจะลองวัดพลังของเกาเจี้ยนดู แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้เขาเซถลาจนเกือบเสียหลัก ชัดเจนเลยว่าถ้าเขาไม่เตรียมตัวรับแรงปะทะไว้ก่อน คงได้ถอยหลังกรูดไปหลายก้าวแน่
พละกำลังระดับนี้ เหนือกว่า ‘การโจมตีเต็มแรง’ ของเขาเสียอีก
น่าเสียดาย ถ้าให้คะแนนพละกำลังเต็มร้อย เทคนิคคงได้แค่ยี่สิบ ช่องโหว่เต็มไปหมด อ่อนหัดสิ้นดี
ปัง!
เกาเจี้ยนปล่อยหมัดตรงซ้ำ หวังจิ้นกดมือซ้ายลงสลายแรงปะทะ พร้อมกับใช้มือขวาล็อคแขน แล้วขัดขาเกาเจี้ยนจนเสียหลักลอยละลิ่ว
เกาเจี้ยนรู้ตัวว่าโดนจับทางได้ก็ใจหายวาบ วินาทีต่อมาตัวเขาก็ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ หวังจิ้นจับเขาทุ่มจนตัวลอยสูงกว่าหัวคนปกติ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาบินสูงขนาดนี้ แทนที่จะตกใจ เกาเจี้ยนกลับบังคับสติให้จดจ่อ บิดตัวกลางอากาศครึ่งรอบ เพื่อให้มือขวาลงสัมผัสพื้นก่อน
ครืดๆ
เกาเจี้ยนกลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้นสามตลบก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นยืน เทคนิคการผ่อนแรงใช้ได้ บวกกับร่างกายที่อึดถึกทน ทำให้เขาแทบไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย
“หกท่าแล้ว สู้เขา!”
“เยี่ยมมาก!”
“เอาอีก!”
กองเชียร์เริ่มส่งเสียงเชียร์กันอย่างคึกคัก นอกจากจินฮ่าวแล้ว ผลการสอบของเกาเจี้ยนไม่ได้กระทบใครเลย พอเห็นคนกล้าท้าชนกับครูฝึกระดับปีศาจ หลายคนก็อดไม่ได้ที่จะเทใจเชียร์มวยรอง
มู่เซียวไป๋หรี่ตามองเกาเจี้ยน ตอนแรกนึกว่าเป็นแค่ตัวตลก ไม่นึกว่าจะมีของดีซ่อนอยู่ เสียดายที่เทคนิคยังดิบเถื่อนไปหน่อย
“เขาล้มแล้วไม่ใช่เหรอ? น่าจะแพ้แล้วนะ” เสียงจินฮ่าวแทรกขึ้นมา
“แพ้บ้าอะไร ท่าลุกขึ้นโคตรพลิ้ว”
“อย่าไปฟังเสียงนกเสียงกา ดูต่อเถอะ ไอ้หมอนี่อยู่ที่สิบ เดี๋ยวคงร่วง” ผู้เข้าสอบที่ตกรอบไปแล้วคนหนึ่งพูดเยาะเย้ย
...
เสียงของจินฮ่าวถูกกลบไปในพริบตา โลกของนักสู้ก็แบบนี้แหละ ไม่มีฝีมือแล้วยังปากดีใครเขาก็รังเกียจ แต่ถ้ามีฝีมือแล้วจะขี้คุยหน่อย ก็ถือเป็นสีสันแห่งลูกผู้ชาย
ส่วนจินฮ่าว ใครจะไปสนว่ามันจะสอบติดหรือไม่ติด?
“ระวังตัว!” หวังจิ้นคำรามต่ำ แล้วพุ่งเข้าใส่เกาเจี้ยนดุจพายุ
การจู่โจมครั้งนี้ทำให้ทุกคนตระหนักว่า แม้แต่ในโหมดขีดสุด เมื่อกี้หวังจิ้นก็ยังกั๊กฝีมืออยู่ แต่สำหรับเกาเจี้ยน หวังจิ้นในตอนนี้เปรียบเสมือนรถบรรทุกสิบล้อที่เหยียบคันเร่งมิดไมล์พุ่งตรงเข้ามา แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน
ระยะห่างสองเมตร หวังจิ้นกระโดดลอยตัวฟาดส้นเท้าลงมาใส่เกาเจี้ยน
เกาเจี้ยนยกแขนไขว้เหนือศีรษะรับแรงปะทะ แขนซ้ายที่อยู่ด้านบนชาหนึบจนแทบไร้ความรู้สึก
นึกว่ารับลูกเตะได้แล้วจะมีจังหวะสวนกลับ แต่หวังจิ้นกลับอาศัยแรงต้านจากเกาเจี้ยนพยุงตัวกลางอากาศ แล้วสวิงเท้าซ้ายเตะอัดเข้ากลางอกเกาเจี้ยนเต็มๆ
ผิดแผน! แขนทั้งสองข้างของเกาเจี้ยนยังค้างอยู่เหนือหัว จะดึงลงมากันก็ไม่ทันแล้ว
ปัง!
รองเท้าคอมแบทกระแทกหน้าอกอย่างจัง เกาเจี้ยนถูกแรงถีบส่งจนเซถอยหลังไม่เป็นท่า เลือดลมตีกลับจนรสคาวหวานปร่าขึ้นมาที่คอหอย เกือบจะกระอักเลือดออกมา
อึก เกาเจี้ยนกลืนเลือดคำนั้นลงคอไป
ยกเว้นจินฮ่าว ทุกคนต่างกลั้นหายใจลุ้นระทึกแทนเกาเจี้ยน
คราวนี้หวังจิ้นไม่ปล่อยให้เกาเจี้ยนได้พัก หลังจากถีบเกาเจี้ยนกระเด็น เขาก้าวเท้าขวาตามติด แล้วหมุนตัวเตะกลับหลัง (Back Kick) อย่างรุนแรง น้ำหนักของลูกเตะนี้ไม่ด้อยไปกว่าลูกเตะผ่าหมากเมื่อครู่เลย เกาเจี้ยนรีบยกมือขวาขึ้นมากันหน้าอก รับแรงกระแทกไปเต็มๆ แบบเส้นยาแดงผ่าแปด
ตึง ตึง ตึง
เกาเจี้ยนเซถอยหลังไปอีกสามก้าว แต่พายุบุกของหวังจิ้นยังไม่จบ เมื่อลูกเตะกลับหลังพลาดเป้า หวังจิ้นอาศัยแรงเหวี่ยงหมุนตัวต่อเนื่อง ปล่อยลูกเตะซ้ำด้วยท่าเดิมอีกครั้ง
ลูกเตะต่อเนื่อง!
สติของเกาเจี้ยนเริ่มเลือนราง แขนซ้ายขวาระบมจนแทบยกไม่ขึ้น เห็นลูกเตะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง เขาทำได้เพียงฝืนบิดตัวเอาไหล่ซ้ายเข้าปะทะ
ปัง!
เกาเจี้ยนที่กำลังหมุนตัวอยู่แล้ว บวกกับแรงเตะของหวังจิ้น ทำให้เขาลอยละลิ่วหมุนคว้างเหมือนลูกข่างกลางอากาศ หมุนไปสี่รอบครึ่งก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นในท่าคุกเข่า
ท่าลงพื้นพิสดารอีกแล้ว
ความเงียบปกคลุมไปชั่วขณะ ก่อนจะมีใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา “ยังไม่ล้ม!”
“ใช่! ยังไม่ล้ม!”
“สิบท่าแล้วยังไม่ร่วง?”
“เชี่ย! มันทำได้!”
“โคตรเจ๋ง!”
“อึดชิบหาย!”
เสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ บางคนถึงกับผิวปากเชียร์
จินฮ่าวนั่งเอ๋อแดกอยู่ข้างสนาม เรื่องที่คิดว่าชัวร์ป้าบกลับพลิกล็อกวินาศสันตะโร เป็นไปได้ยังไงที่คนคนหนึ่งจะพลิกสถานการณ์กลับมาแซงเขาถึงสามครั้งสามครา แถมยังเฉือนชนะไปแค่ 0.5 คะแนนทุกรอบ? แผนการครองโลกของกู! นี่มัน...
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +1000]
[ได้รับของขวัญ: ลูกบิดจำลองเวทมนตร์ 1 ชิ้น]
“เกาเจี้ยน 80 คะแนน” หวังจิ้นประกาศเสียงเรียบ เจ้าหน้าที่สาวข้างสนามรีบจดคะแนนลงในใบประเมิน
เกาเจี้ยนสูดหายใจลึก มองหวังจิ้นด้วยความซาบซึ้งใจ มีเพียงสองสามคนในสนามที่ดูออกว่า ลูกเตะสุดท้ายนั้นหวังจิ้นยั้งแรงไว้ ไม่งั้นเกาเจี้ยนคงลงไปนอนกองกับพื้นไปแล้ว
“ขอบคุณครับ”
“อย่าพูดมาก รีบกลับเข้าแถว” ปากบอกปัดเสียงแข็ง แต่ทุกคนสัมผัสได้ว่าหวังจิ้นอารมณ์ดีไม่น้อย
เกาเจี้ยนรีบวิ่งเหยาะๆ กลับเข้าแถว แขนสองข้างห้อยต่องแต่งยกไม่ขึ้น แต่ใจยังสู้ หันไปยักคิ้วให้จินฮ่าว “ไอ้เตี้ย เดี๋ยวจะซัดกันอีกไหม?”
หน้าจินฮ่าวเขียวคล้ำ
ซัดพ่อง!
มึงอึดตายยากขนาดนี้ ที่บ้านรู้หรือเปล่าวะ?
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +850]
เกาเจี้ยนเพิ่งมีเวลาเปิดดูหน้าต่างระบบ แล้วก็ต้องอุทาน ‘เอ๊ะ’ ในใจ เมื่อกี้เหมือนระบบจะแจกไอเทมอะไรมานะ?