- หน้าแรก
- พี่ครับ ผมแค่ตบยุง พวกเอ็งนึกว่าใช้วิชาฝ่ามือสะท้านภพ
- บทที่ 5 การสอบรอบสอง
บทที่ 5 การสอบรอบสอง
บทที่ 5 การสอบรอบสอง
บทที่ 5 การสอบรอบสอง
เกาเจี้ยนมาถึงสนามสอบได้ไม่กี่นาที หวังจิ้นก็มาถึงพร้อมกระดานดำแผ่นใหญ่ที่เขียนกฎกติกาการสอบเอาไว้
การสอบรอบสองคือการต่อสู้มือเปล่า โดยมีหวังจิ้นเป็นคู่ต่อสู้
หวังจิ้นจะออกท่าโจมตีทั้งหมด 15 ท่า ในโหมดปกติ การโจมตีจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ ทนได้หนึ่งท่าก็ได้หนึ่งคะแนน คะแนนเต็ม 15 คะแนน
นอกจากนี้ยังมี ‘โหมดขีดสุด’ ซึ่งหวังจิ้นจะใส่ ‘เต็มแรง’ ตั้งแต่หมัดแรก แต่ตัวเลือกนี้แทบทุกคนมองข้ามไปตั้งแต่แรกเห็น
ถ้าใครรับหมัดเต็มแรงของหวังจิ้นได้ คงไม่ต้องมายืนสอบรวมกับคนอื่นตรงนี้หรอก
จากผู้เข้าสอบ 22 คน จะคัดเหลือ 10 คนที่มีคะแนนสูงสุด ลำดับการสอบเรียงตามคะแนนรอบแรก คนแรกที่ต้องขึ้นสังเวียนคือเสิ่นซินหราน ผู้ทำคะแนนรอบแรกไป 77 คะแนน รอบนี้มีผู้หญิงผ่านเข้ามา 8 คน เสิ่นซินหรานเป็นหนึ่งในนั้น เธอสวมชุดกีฬาทะมัดทะแมง มัดผมรวบตึง ดูสดใสและกระฉับกระเฉง
เสิ่นซินหรานจัดว่าเป็นคนหน้าตาดี และน่าจะสวยที่สุดในบรรดาผู้เข้าสอบหญิงทั้งหมด
“ผมจะพูดแค่ครั้งเดียวนะ ถ้าไม่ไหวให้ตะโกนบอก บาดเจ็บทางเราไม่รับผิดชอบ ได้ยินไหม?”
“ได้ยินครับ/ค่ะ” ผู้เข้าสอบตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน
“เริ่มได้”
เสิ่นซินหรานสูง 165 เซนติเมตร ถือว่าไม่เตี้ยสำหรับผู้หญิง แต่พอยืนเทียบกับยักษ์ปักหลั่นอย่างหวังจิ้น คนดูถึงกับต้องลุ้นจนตัวเกร็ง สองท่าแรกเป็นการหยั่งเชิง หวังจิ้นใช้แรงแค่ 3 ส่วน เสิ่นซินหรานรับมือได้อย่างสบายๆ
เกาเจี้ยนฝึกศิลปะการต่อสู้มาสองปี เคยได้ยินเรื่อง ‘จอมยุทธ์’ และ ‘ผู้มีพลังพิเศษ’ มาบ้าง แต่รายละเอียดลึกๆ ก็ไม่รู้แน่ชัด
เกาเจี้ยนสังเกตว่าท่วงท่าของเสิ่นซินหรานต่างจากมวยที่เขาฝึกมาพอสมควร เธอก้าวย่างคล่องแคล่ว ไม่เน้นปะทะ แต่ใช้ความปราดเปรียวหลบหลีกและถ่วงเวลา วิธีนี้อาจจะดูเจ้าเล่ห์นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ผิดกติกา
เพราะการหลบหลีกได้ ก็ถือเป็นความสามารถอย่างหนึ่ง
4, 5, 6...
เกาเจี้ยนนับเลขในใจ
ท่าโจมตีของหวังจิ้นเร็วขึ้นและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เสิ่นซินหรานไม่สามารถหลบได้ทุกท่า จังหวะที่ต้องปะทะทำเอาเธอเซถอยหลังไปหลายก้าว ดูเหมือนเธอพยายามผ่อนแรงกระแทกและยื้อเวลาให้ตัวเองได้หายใจหายคอ
9, 10, 11
ทันทีที่หวังจิ้นปล่อยท่าที่สิบเอ็ด ความเร็วและพละกำลังก็ยกระดับขึ้นอีกขั้น
จังหวะที่หวังจิ้นเตะกวาดล่าง เสิ่นซินหรานกระโดดลอยตัวขึ้นสูง แต่สิ่งที่รอรับเธออยู่คือหมัดตรงอันทรงพลังที่พุ่งตามมาติดๆ
ผู้เข้าสอบหลายคนอุทานออกมาด้วยความตกใจ การถูกบีบให้ลอยตัวกลางอากาศทำให้เสิ่นซินหรานเสียเปรียบเพราะเคลื่อนไหวหลบหลีกไม่ได้ดั่งใจ หมัดนี้หวังจิ้นใส่แรงถึง 8 ส่วน ทุกคนต่างคิดในใจว่า ‘ถ้าเป็นตู คงโดนสอยร่วงแน่’
เหงื่อผุดพรายที่ปลายจมูกของเสิ่นซินหราน ในวินาทีวิกฤต เธอใช้มือข้างหนึ่งยันกำปั้นของหวังจิ้นไว้ แล้วอาศัยแรงส่งนั้นหมุนตัวกลางอากาศอย่างรวดเร็ว หลบหมัดตรงได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด แต่ร่างกายก็เสียสมดุลจนแทบจะร่วงลงพื้น
หวังจิ้นไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ วินาทีต่อมา ลูกเตะส้นเท้าก็ฟาดลงมากลางกบาล
เสิ่นซินหรานที่เสียหลักจากการหมุนตัวกลางอากาศ แม้จะหลบหมัดพ้น แต่ก็หมดหนทางไปต่อ
เมื่อเห็นรองเท้าเบอร์ 48 กำลังพุ่งตรงมาที่ท้องน้อย เสิ่นซินหรานตัดสินใจทันที
“ยอมแพ้ค่ะ!”
ลูกเตะของหวังจิ้นชะงักค้างกลางอากาศ หยุดอยู่เหนือร่างเสิ่นซินหรานเพียงนิดเดียว
“89 คะแนน”
รับมือหวังจิ้นได้ถึง 12 ท่า บวกกับคะแนนสอบข้อเขียนอันดับหนึ่ง การันตีว่าเสิ่นซินหรานสอบติดแน่นอน
“เอวอ่อนใช้ได้เลยแฮะ ว่าไหมพ่อเทพ?”
เกาเจี้ยนกำลังวิเคราะห์ท่วงท่าของเสิ่นซินหรานอยู่ดีๆ ก็โดนมู่เซียวไป๋ขัดจังหวะ หมอนี่คะแนน 65 รั้งท้ายเป็นอันดับสองแท้ๆ แต่กลับไม่ทุกข์ร้อน แถมยังมีอารมณ์มาวิจารณ์เอวสาวๆ เกาเจี้ยนชักจะทึ่งในความชิลของมันจริงๆ
“ตัดคำว่าเทพออกซะ”
“หึๆ” คราวนี้มู่เซียวไป๋ไม่ได้แจกค่าอารมณ์ด้านลบให้
การสอบดำเนินต่อไป ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่เน้นตั้งรับและหลบหลีก มีบางคนหัวหมอพยายามชิงจังหวะบุกในช่วงแรกที่หวังจิ้นยังออมมือ แต่ก็ไร้ผล การโจมตีถูกปัดป้องอย่างง่ายดาย ทำให้ทุกคนตระหนักว่าหวังจิ้นไม่ได้มีดีแค่พละกำลัง แต่ยังมีความเร็วและความยืดหยุ่นไม่แพ้เสิ่นซินหราน ชายร่างยักษ์ที่มีครบทั้งความถึก ความไว และความอ่อนตัว... น่ากลัวชะมัด
เกาเจี้ยนแอบฟังคนอื่นคุยกันจนรู้ที่มาที่ไปของคนพวกนี้ สรุปว่าพวกที่มีจดหมายแนะนำตัวไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นศิษย์จากตระกูลจอมยุทธ์หรือสำนักวิชาต่างๆ
แม้จะยังไม่ถึงขั้นเรียกว่า ‘จอมยุทธ์’ หรือ ‘ผู้มีพลังพิเศษ’ แต่ด้วยพื้นฐานวิทยายุทธ์ที่ฝึกมา ขัดเกลาอีกสักหน่อยก็น่าจะเป็นนักรบที่เก่งกาจได้
สำนักงานกำกับดูแลฯ เป็นสถานที่พิเศษ ไม่ว่าจะอยากฝึกวิชาขั้นสูงหรืออยากไต่เต้าในสายราชการ ที่นี่ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนมีฝีมือ
การสอบแต่ละคนใช้เวลาไม่นาน ผ่านไปไม่ถึง 40 นาที ก็เหลือคนรอสอบแค่ 3 คน รวมเกาเจี้ยนด้วย
หวังจิ้นสู้ต่อเนื่องตั้งแต่คนแรกยันคนท้าย นอกจากจิบน้ำไปครั้งเดียว ก็ไม่มีท่าทีว่าจะพักเลย
ตอนนี้คะแนนอันดับหนึ่งยังเป็นเสิ่นซินหราน 89 คะแนน คนส่วนใหญ่รับมือได้ 8-9 ท่า มีพวกหัวกะทิไม่กี่คนที่ยืนระยะได้เกิน 10 ท่า คนที่เก่งสุดในตอนนี้คือเฉิงเทียนเจ๋อ รั้งอันดับสี่ รับไปได้ 13 ท่า
จินฮ่าวเพิ่งสอบเสร็จ เจ้าเตี้ยที่ไม่มีใครสนใจกลับทำผลงานได้ดีเกินคาด รับมือได้ 12 ท่า คะแนนรวม 79.5 อยู่อันดับแปด
แม้จินฮ่าวกับเสิ่นซินหรานจะรับได้ 12 ท่าเท่ากัน แต่ใครๆ ก็ดูออกว่าเสิ่นซินหรานเน้นหลบ แต่จินฮ่าวเน้นชน ต้องยอมรับว่าจุดศูนย์ถ่วงต่ำบางทีก็เป็นข้อได้เปรียบ อย่างน้อยหวังจิ้นที่สูงเกือบสองเมตรก็ออกอาวุธใส่คนตัวเตี้ยๆ ได้ไม่ถนัดนัก
จินฮ่าวเดินกลับมาด้วยความมั่นใจ เขาเหลือบมอง 3 คนที่เหลือ... คนหนึ่งรับมือได้ 13 ท่า อีกสองคนรับได้ 12 ท่า ส่วนไอ้ที่เหลืออยู่คือไอ้อ้วนขาวซีดเหมือนซาลาเปานึ่ง กับไอ้หน้าจืดขี้ก้างดูอ่อนแอ สองคนนี้ไม่มีทางทำคะแนนได้เกิน 13 แน่นอน
ต่อให้พวกมันเป็นเสือซ่อนเล็บ อย่างมากเขาก็แค่ตกลงมาอยู่ที่สิบ
ที่หนึ่งกับที่สิบต่างกันไหม?
ไม่!
ขอแค่ได้เข้าสำนักงานกำกับดูแลฯ จินฮ่าวเชื่อว่าเขามีโอกาสอีกถมเถที่จะประกาศศักดาให้โลกรู้ถึงความร้ายกาจของทายาทสำนักกระถางเพชรตัดทิศใต้
ส่วนไอ้บ้านนอกเกาเจี้ยน ต่อให้รับได้ครบ 15 ท่าก็ไร้ประโยชน์ ใครใช้ให้มึงไม่มีจดหมายแนะนำตัวล่ะ?
สอบได้คะแนนเต็มมีประโยชน์ไหม? มี แต่น้อยมาก ก็แค่ให้โอกาสมึงได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้อย่างสมศักดิ์ศรีเท่านั้น ส่วนโหมดขีดสุดน่ะเหรอ เหอะ... ฝีมือระดับเกาเจี้ยนที่เขาซัดร่วงในสามหมัด ถ้าเจอโหมดนั้นเข้าไป หวังจิ้นคงต่อยมันปลิวไปไกลห้าเมตรแน่ๆ
จินฮ่าวยิ้มเยาะเกาเจี้ยน แล้วชูนิ้วกลางให้อีกรอบ
เกาเจี้ยนไม่ชอบให้ใครมาท้าทาย เขาเลยทำท่าเอามือวัดระดับความสูงที่เอวตัวเองสองที
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +333]
หน้าจินฮ่าวแดงก่ำ ฝีมือไอ้เกาเจี้ยนอาจจะงั้นๆ แต่สกิลกวนตีนนี่ระดับปรมาจารย์
“มึงไม่ต้องมาทำซ่า สอบเสร็จมึงรอเลย กูจะกระทืบให้พิการ” จินฮ่าวชี้หน้าคาดโทษ
“ได้ แต่ตอนมาช่วยยืนบนที่สูงๆ หน่อยนะ ถ้ามองไม่เห็นถือว่ามึงเบี้ยวนัด” เกาเจี้ยนสวนกลับ
“อุ๊บ ฮ่าๆๆๆ” มู่เซียวไป๋กลั้นขำไม่อยู่ ไอ้เกาเจี้ยนนี่มันตัวฮาชัดๆ
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +777]
“คนต่อไป เฉียนโหย่วไฉ”
เจ้าอ้วนที่อยู่อันดับสามนับจากท้ายขานรับแล้วเดินตุ้ยนุ้ยออกไป เกาเจี้ยนเห็นชื่อนี้ทีไรก็อดขำไม่ได้ คนอื่นๆ ก็แอบหัวเราะคิกคัก การตั้งชื่อนี่มันศิลปะจริงๆ ไม่รู้ว่าเจ้าอ้วนนี่ ‘มีเงิน’ (โหย่วเฉียน) หรือ ‘มีพรสวรรค์’ (โหย่วไฉ) หรือจะมีทั้งสองอย่าง?
แต่ผิดคาด ผ่านไปไม่กี่กระบวนท่า ทุกคนก็ต้องอึ้งกับความพลิ้วไหวที่ขัดกับรูปร่างอย่างสิ้นเชิง
ทุกก้าวย่างที่ดูเหมือนเชื่องช้า แท้จริงแล้วว่องไวไม่แพ้เสิ่นซินหรานเลย แถมเกาเจี้ยนยังสังเกตเห็นว่า ชั้นไขมันของเจ้าอ้วนเหมือนมีระบบกันสะเทือน หมัดของหวังจิ้นที่กระแทกเข้าไป ดูเหมือนจะถูกดูดซับแรงปะทะไปหลายส่วน
ตึง!
ในที่สุดเจ้าอ้วนก็โดนซัดจนก้นจ้ำเบ้า แต่ทุกคนต่างมองด้วยความทึ่ง เจ้าอ้วนนี่ของจริงแฮะ
“14 คะแนน รวม 80 คะแนน”
หวังจิ้นหมุนข้อมือคลายกล้ามเนื้อ แล้วตะโกนก้อง “คนต่อไป มู่เซียวไป๋”