เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ไม่เชื่อคำเตือน ระวังจะเสียใจ

บทที่ 27 ไม่เชื่อคำเตือน ระวังจะเสียใจ

บทที่ 27 ไม่เชื่อคำเตือน ระวังจะเสียใจ


บทที่ 27 ไม่เชื่อคำเตือน ระวังจะเสียใจ

เซียวเฉินมองผู้เป็นพ่อราวกับมองคนสติไม่สมประกอบ "ร้านอาหารนี้คุณเปิดเหรอครับ? ถึงมีกฎว่าให้คุณมากินได้คนเดียว?"

"ผมก็แค่มากินข้าวเฉยๆ ทำไมคนตระกูลเซียวถึงตามจองล้างจองผลาญเหมือนวิญญาณอาฆาตไม่เลิกแบบนี้"

"ดูสิ! ดูมันพูดกับฉันสิ!" พ่อชี้หน้าเซียวเฉิน มือไม้สั่นระริกด้วยความโกรธ

"คุณอย่าตื่นเต้นไปหน่อยเลยครับ เราตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกกันไปตั้งนานแล้ว" เซียวเฉินกล่าวเสียงเรียบ "คำพูดทำนองนี้ผมพูดซ้ำไปไม่รู้กี่รอบแล้ว"

"ต่อไปถ้าบังเอิญเจอกันตามท้องถนน ก็ให้ทำเป็นไม่รู้จักกันเถอะครับ"

"แกใช้น้ำเสียงแบบไหนมาคุยกับฉัน? ฉันเป็นพ่อแกนะ! ที่ผ่านมาฉันปล่อยปละละเลยแกงั้นเหรอ? คราวก่อนก็ไปขลุกอยู่กับพวกนักเลง คราวนี้ไปมั่วสุมคบหากับคนประเภทไหนอีก?"

สายตาของพ่อมองไปที่ไป๋เวยอย่างไม่เป็นมิตร ในสายตาของเขา ผู้หญิงที่มากับลูกชายสารเลวแบบนี้คงไม่ใช่ผู้หญิงดีๆ แน่นอน

"วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับพวกไม่หัวนอนปลายเท้า ต่อไปแกจะได้ดีได้ยังไง?"

ไป๋เวยขมวดคิ้วมุ่น เธอเป็นถึงดีไซเนอร์ชื่อดัง แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นพวก "ไม่หัวนอนปลายเท้า"?

"พี่ไป๋ครับ ผมขอโทษจริงๆ" เซียวเฉินหันไปขอโทษไป๋เวย "พี่กลับไปก่อนเถอะครับ ทางนี้ผมจัดการเอง"

"จะให้พี่ช่วยแจ้งตำรวจไหม?" ไป๋เวยถามด้วยความเป็นห่วง

แม้จะพอเดาออกว่าคนบ้าอำนาจตรงหน้าคือพ่อของเซียวเฉิน แต่ดูจากสถานการณ์แล้วความสัมพันธ์พ่อลูกคู่นี้คงเข้าขั้นวิกฤต

แถมมาถึงก็ด่ากราดคนอื่นโดยไม่ถามไถ่สักคำ ช่างไร้มารยาทสิ้นดี

"ไม่เป็นไรครับ ขอโทษจริงๆ นะครับพี่ไป๋ วันหลังผมจะเลี้ยงข้าวไถ่โทษ" เซียวเฉินกล่าวอย่างรู้สึกผิด "พี่กลับไปก่อนเถอะครับ"

"ก็ได้ อย่าลืมนะ ครั้งหน้าเธอต้องเลี้ยง" ไป๋เวยกระพริบตาให้กำลังใจ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

"คุณครับ... ยังไงซะผมมันก็เป็นลูกที่พ่อไม่รักแม่ไม่หลงอยู่แล้ว"

น้ำเสียงของเซียวเฉินเปลี่ยนเป็นเย็นชา "ตั้งแต่เกิดมา นอกจากคุณย่าก็ไม่มีใครสนใจผม"

"คนที่ให้กำเนิดผม ยังดีกับผมสู้เพื่อนบ้านข้างห้องไม่ได้ด้วยซ้ำ"

"ในเมื่อไม่เคยคิดจะดูแล ก็ทำเหมือนผมไม่เคยเกิดมาเถอะครับ จะมาเจ้ากี้เจ้าการชีวิตผมตอนนี้เพื่ออะไร?"

"นี่ยังกล้าต่อปากต่อคำอีกเหรอ? แกกะจะให้ฉันอกแตกตายเลยใช่ไหมฮะ?" พ่อบันดาลโทสะ

เขาง้างฝ่ามือขึ้น เตรียมจะฟาดใส่หน้าเซียวเฉินอีกครั้ง

แต่คราวนี้เซียวเฉินไม่ยอมให้รังแกฝ่ายเดียว เขาคว้าเก้าอี้ด้านหลังขึ้นมาเตรียมสวนกลับทันที

"แกจะทำอะไร? นี่แกกล้าสู้ฉันเหรอ?" พ่อเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

แม้ช่วงหลังเซียวเฉินจะดื้อแพ่ง แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นจะลงไม้ลงมือ

พอเห็นลูกชายถือเก้าอี้ด้วยแววตาเอาเรื่อง เขาถึงกับช็อก

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ลูกชายกล้าจะฟาดปากกับพ่อบังเกิดเกล้า?

ขณะที่สถานการณ์กำลังจะระเบิด เสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

"ทำอะไรกัน? ตำรวจ!"

โจวจวินเดินนำทีมตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามา พร้อมโชว์ตราประจำตัว

ตอนนี้โจวจวินได้เลื่อนยศเป็นรองผู้กำกับจากการปราบปรามยาเสพติดครั้งใหญ่

วันนี้เขาพาลูกน้องมาเลี้ยงฉลองตำแหน่งใหม่ แต่ดันมาเจอเหตุการณ์นี้พอดี

เมื่อเห็นเซียวเฉินถือเก้าอี้ด้วยท่าทางป้องกันตัว เขาจึงรีบเข้ามาแทรกแซง

"คุณตำรวจ นี่ลูกชายผมเอง ดูมันสิครับ วันๆ เอาแต่คบค้าสมาคมกับพวกอันธพาล"

"นิสัยเสียจนกู่ไม่กลับ ดูสิครับ มันจะเอาเก้าอี้ฟาดผมแล้ว" พ่อรีบฟ้องตำรวจ ร่ายยาวความผิดของลูกชายเป็นฉากๆ

"เซียวเฉิน วางของในมือลงก่อน มีอะไรค่อยๆ คุยกับฉัน" โจวจวินเอ่ยเสียงนุ่ม

"ผู้กำกับโจวครับ ผมแค่ป้องกันตัว" เซียวเฉินชี้ให้ดูรอยช้ำที่ยังหลงเหลือบนแก้ม "คราวก่อน ผู้ชายคนนี้ตบหน้าผมกลางโรงเรียน จนหน้าผมบวมมาถึงทุกวันนี้"

"เข้าใจแล้ว ครั้งนี้มีฉันอยู่ ใครก็ทำอะไรเธอไม่ได้" โจวจวินตีหน้าขรึม หันไปมองพ่อของเซียวเฉินด้วยสายตาตำหนิ

รอยช้ำบนหน้าเด็กหนุ่มยังจางไม่หมด แสดงว่าตอนนั้นต้องโดนตบแรงขนาดไหน?

มีพ่อที่ไหนลงมือกับลูกโหดขนาดนี้? แถมเขายังรู้อีกว่าเซียวเฉินไม่ถูกกับที่บ้าน

เซียวเฉินพยักหน้า ยอมวางเก้าอี้ลง

"เล่ามาซิว่าเกิดอะไรขึ้น?" โจวจวินหันไปถามพ่อ

"พ่อสั่งสอนลูก ผิดกฎหมายด้วยเหรอครับ?" พ่อถามด้วยความไม่พอใจ

"ไม่ผิดครับ แต่ต้องมีขอบเขต ถ้าคุณตีลูกจนบาดเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาล คุณก็ต้องเข้าคุก"

โจวจวินเตือนสติ "อีกอย่าง สมัยนี้พ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกได้ดีทั้งนั้น มีอะไรผิดใจกันก็นั่งคุยกันดีๆ สิครับ"

"ผมไม่มีลูกเนรคุณแบบมัน!" พ่อตะคอกใส่ แล้วชี้หน้าเซียวเฉิน "เซียวเฉิน ฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้ง"

"กลับบ้านไปคุกเข่าโขกหัวขอโทษทุกคน แล้วฉันจะพิจารณาให้แกกลับเข้าตระกูลเซียว"

"แต่ถ้าแกไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ ชาตินี้ก็อย่าหวังจะได้เหยียบธรณีประตูบ้านฉันอีก!"

"ผมไม่อยากพูดซ้ำซากนะครับ" เซียวเฉินตอบกลับ "หนังสือตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูก คุณก็เป็นคนเซ็นเอง"

"ตอนนี้ผมติดหนี้ตระกูลเซียวอยู่สามแสนหยวน ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนบุญคุณที่ให้กำเนิด สัปดาห์หน้าผมจะเอาเงินไปคืนให้"

"จากนั้นถือว่าเราหายกัน ไม่ติดค้างอะไรกันอีก เจอกันข้างถนนก็ทำเป็นไม่รู้จักไปซะ"

"ดี... ดี! แกมันแน่มาก!" พ่อโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม

จังหวะนี้เอง ทีมงานจากบริษัท "หยวนชี่สแน็ค" เดินออกมาจากห้องอาหารพอดี

"เหยียนเหยียน ไปกันเถอะ เรามีธุระสำคัญต้องทำ" พ่อหันไปเรียก

"พ่อคะ..." เซียวเหยียนยืนนิ่งไม่ขยับ "เมื่อกี้เซียวเฉินบอกว่าบริษัทนี้มีปัญหา เราลงทุนไม่ได้นะคะ"

"มีปัญหาอะไร?" ไฟโทสะที่เพิ่งมอดไปลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อเซียวเฉิน

"เด็กมัธยมอย่างมันจะไปรู้อะไร!"

"เซียวเฉิน... บริษัทนี้มีปัญหาอะไร บอกพี่มาเถอะนะ" เซียวเหยียนถามเสียงอ่อน

"ไม่มีปัญหาหรอกครับ... การลงทุนจะไปมีปัญหาอะไร? อย่างมากเงินที่ลงทุนไปก็แค่ละลายแม่น้ำ"

เซียวเฉินยิ้มเยาะ "ยังไงซะตระกูลเซียวก็รวยล้นฟ้าอยู่แล้ว เอาเงินสักห้าหกล้านมาโยนทิ้งเล่นๆ คงไม่สะเทือนขนหน้าแข้งหรอกมั้งครับ"

"หุบปากเดี๋ยวนี้! เหยียนเหยียน วันนี้ลูกเป็นอะไรไป? ลูกเชื่อคำพูดพล่อยๆ ของไอ้สวะนี่งั้นเหรอ?"

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ พ่อตะคอกด้วยทิฐิแรงกล้า "วันนี้ยังไงฉันก็จะลงทุนกับหยวนชี่สแน็ค! แถมจะเพิ่มทุนด้วย ฉันจะลงห้าล้าน!"

"พ่อคะ! อย่าใช้อารมณ์สิคะ!" เซียวเหยียนตกใจหน้าซีด

เงินห้าล้านหยวนคือเงินทุนหมุนเวียนเกือบทั้งหมดในบัญชีบริษัทตอนนี้

ถ้าการลงทุนมีปัญหา จนหมุนเงินกลับมาไม่ทัน เซียวกรุ๊ปเสี่ยงจะล้มละลายเพราะขาดสภาพคล่องได้เลย

เธอรู้ดีว่าพ่อกำลังทำประชดเซียวเฉิน แต่จะเอาอนาคตบริษัทมาล้อเล่นแบบนี้ไม่ได้

"โอ้โห! ท่านประธานเซียววิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆ ครับ" ตัวแทนจากหยวนชี่สแน็คตาลุกวาว รีบประจบสอพลอ

"บริษัทเราใช้โมเดลธุรกิจแบบ O2O (Online to Offline) ครบวงจร ทั้งการจัดการ สต๊อกสินค้า ช่องทางจำหน่าย และตัวผลิตภัณฑ์ ล้วนเหนือกว่าคู่แข่งในตลาด"

"ภายในสามปี เราจะขยายสาขาให้ครบหกสิบแห่ง ทำยอดขายแตะห้าสิบล้าน และภายในห้าปีเราจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แน่นอน"

"เงินลงทุนห้าล้าน ผมจะมอบหุ้นให้ท่านประธานสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ถึงตอนนั้นเข้าตลาดหุ้นได้ ท่านก็ขายหุ้นทำกำไร เตรียมเป็นเศรษฐีพันล้านได้เลยครับ"

คำหวานหว่านล้อมทำให้พ่อหน้ามืดตามัว เขาประกาศกร้าวให้ทางนั้นวางใจ วันนี้เซ็นสัญญาแล้วเงินจะเข้าทันที

มุมปากของเซียวเฉินยกยิ้มสมเพช... คำโบราณว่าไว้ คนจะตายห้ามยังไงก็ไม่อยู่

ไอ้พวกแก๊งต้มตุ๋นกลุ่มนี้พูดสำเนียงชาวใต้นิดๆ สกิลการหลอกลวงต้มตุ๋นระดับเทพจริงๆ

ขนาดพ่อเขาที่ทำธุรกิจมาหลายสิบปียังโดนกล่อมจนเคลิ้มได้

"พ่อคะ..." เซียวเหยียนพยายามทัดทานเป็นครั้งสุดท้าย

"หุบปาก!" พ่อตวาดสวนทันที

"ตอนนี้ฉันเป็นประธานบริษัทเซียวกรุ๊ป แกยังไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนฉัน... เอาสัญญามาเซ็นเดี๋ยวนี้!"

จบบทที่ บทที่ 27 ไม่เชื่อคำเตือน ระวังจะเสียใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว