- หน้าแรก
- จากตัวซวยสู่มหาเศรษฐี วันที่ครอบครัวต้องเสียดาย
- บทที่ 26 นี่แหละคือความจริง
บทที่ 26 นี่แหละคือความจริง
บทที่ 26 นี่แหละคือความจริง
บทที่ 26 นี่แหละคือความจริง
ภาพจากกล้องวงจรปิดตัดจบลงเพียงแค่นั้น
ใบหน้าของเซียวเหยียนซีดเผือด มือที่กุมเมาส์สั่นระริกไม่หยุด
"ไม่... เป็นไปไม่ได้ หมิงหมิงไม่มีทางโกหก เขาจะทำแบบนั้นได้ยังไง?"
เธอพึมพำกับตัวเองเสียงเบา "ทำไมเขาต้องใส่ร้ายเซียวเฉินด้วย?"
"ทำไมเขาต้องทำแบบนี้?"
เซียวเหยียนรับความจริงไม่ได้ เธอไม่อยากเชื่อว่าน้องชายที่ดูใสซื่อไร้เดียงสา แท้จริงแล้วจะเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายและร้ายลึกขนาดนี้
เขาทำไปทำไม? หรือกลัวว่าเซียวเฉินจะมาแย่งความรักไป?
ต้องใช่แน่ๆ... เขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอก
เซียวหมิงไม่ใช่คนเลวร้ายขนาดนั้น เขาแค่เด็กขี้อิจฉาที่กลัวเสียความรักไปก็เท่านั้น
เซียวเหยียนพยายามหาเหตุผลร้อยแปดมาแก้ต่างให้น้องชายคนเล็ก เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น
โดยที่เธอลืมไปเสียสนิทว่า ตอนที่เซียวเฉินถูกใส่ร้ายป้ายสี ไม่มีใครหน้าไหนสนใจความรู้สึกของเขาเลยแม้แต่คนเดียว
เซียวเหยียนกัดริมฝีปากแน่น เธอหยิบแฟลชไดรฟ์ออกมาเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์ แล้วก๊อปปี้ไฟล์วิดีโอนั้นเก็บไว้
จากนั้นก็ผุดลุกขึ้น คว้ากระเป๋าเตรียมจะบึ่งรถกลับบ้าน
ตอนนี้เซียวหมิงอยู่ที่บ้าน พ่อแม่และน้องสาวคนรองก็อยู่กันครบ
เธอจะกลับไปถามเซียวหมิงให้รู้เรื่องต่อหน้าทุกคน ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้?
แต่ทว่า... เมื่อลุกขึ้นยืนได้เพียงครู่เดียว เธอก็ทรุดตัวลงนั่งดังเดิมอย่างหมดแรง
เธอยังทำใจยอมรับไม่ได้ว่าน้องชายผู้แสนดีจะเป็นคนแบบนั้น
อีกใจหนึ่ง... เธอก็ไม่อยากหักหน้าเซียวหมิงต่อหน้าทุกคนในบ้าน
หลังจากนั่งขบคิดอยู่นาน ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจล็อกแฟลชไดรฟ์เก็บไว้ในลิ้นชัก
และลบข้อมูลทั้งหมดในคอมพิวเตอร์ทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน
เธอตั้งใจว่าจะหาวิธีที่ "บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น" วิธีที่จะพาเซียวเฉินกลับบ้านได้โดยที่เซียวหมิงไม่ต้องเสียหน้า
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น... พ่อโทรมา
"เหยียนเหยียน มากับพ่อหน่อย เรามีนัดเจรจาธุรกิจการลงทุนตัวใหม่"
"ได้ค่ะพ่อ ส่งโลเคชันมาเลยค่ะ เดี๋ยวหนูตามไป" เซียวเหยียนลุกขึ้นหยิบกระเป๋าอีกครั้ง
พ่อกำลังสนใจโปรเจกต์การลงทุนใหม่ตัวหนึ่ง
เป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ดูน่าสนใจมาก หากสำเร็จ มันจะเป็นก้าวสำคัญในการขยายอาณาจักรเซียวกรุ๊ป
...
ที่บ้านเช่า เซียวเฉินกำลังง่วนอยู่กับการช่วยคุณย่าเตรียมแปลงผัก
พื้นที่ส่วนหนึ่งในลานบ้านถูกแบ่งออกมาทำเป็นแปลงเพาะปลูก
เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และพลาสติกคลุมดินถูกจัดเตรียมไว้อย่างพร้อมสรรพ
อีกมุมหนึ่งถูกกั้นรั้วเล็กๆ ไว้สำหรับลูกเจี๊ยบตัวน้อยๆ วิ่งเล่น
บ้านหลังนี้เหมาะกับคุณย่าอู๋มาก ท่านเป็นคนอยู่เฉยไม่เป็น ชอบปลูกผักเลี้ยงสัตว์แก้เหงา
หลังจากตรากตรำมาทั้งเช้า ในที่สุดผักก็ถูกปลูก รดน้ำ และคลุมพลาสติกเรียบร้อย
"เฉินเฉิน ไปนั่งพักเถอะลูก ตรงนี้เดี๋ยวย่าจัดการเอง" คุณย่าส่งแก้วน้ำให้หลานชายด้วยความเอ็นดู
"ไม่เป็นไรครับย่า ผมไม่เหนื่อย" เซียวเฉินรับน้ำมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
"ไม่ได้ๆ ต้องพักบ้าง" คุณย่าดันหลังเขาให้ไปนั่งพัก
เซียวเฉินยิ้มรับ วางแก้วลงบนโต๊ะ พอดีกับที่มีข้อความเข้า... ไป๋เวยทักมา
"เซียวเฉิน ตอนนี้ว่างไหม?"
"ว่างครับพี่ไป๋ มีอะไรเหรอครับ?" เซียวเฉินตอบกลับ
"พี่อยากเลี้ยงข้าวเราสักมื้อ แล้วก็ถือโอกาสขอคำปรึกษาเรื่องงานด้วยน่ะ" ไป๋เวยส่งสติ๊กเกอร์หน้ายิ้มมาให้
"ได้ครับ ส่งโลเคชันมาได้เลย"
ครู่ต่อมาโลเคชันร้านอาหารก็ถูกส่งมา เซียวเฉินลุกขึ้นบอกคุณย่า "คุณย่าครับ ผมมีธุระต้องออกไปข้างนอก มื้อเที่ยงไม่ต้องรอนะครับ"
"จ้ะลูก รีบไปรีบมานะ" คุณย่ายิ้มรับ
เซียวเฉินรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วสแกนจักรยานสาธารณะขี่ออกไปตามนัด
เนื่องจากมากันแค่สองคน ไป๋เวยจึงเลือกโต๊ะแบบบูธที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว
ระหว่างทานอาหาร ทั้งคู่ก็คุยเรื่องงานตกแต่งภายในไปด้วย
ไป๋เวยพบว่าแนวคิดของเซียวเฉินนั้นล้ำหน้าและสร้างสรรค์มาก บางไอเดียถึงกับทำให้เธอที่ทำงานในวงการนี้มานานต้องทึ่ง
เธอจึงหยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กขึ้นมาจดบันทึกทุกคำพูดของเขาอย่างตั้งใจ
"ขอบใจมากนะเซียวเฉิน" หลังจากจดไปได้หลายหน้า เธอก็เงยหน้าขึ้นยิ้ม "ไอเดียของเธอนี่เปิดโลกพี่จริงๆ"
"พี่ไป๋ครับ รอบหน้าต้องคิดค่าที่ปรึกษาแล้วนะครับเนี่ย" เซียวเฉินพูดทีเล่นทีจริง
"แหม... งกจังนะพ่อคุณ" ไป๋เวยเคาะหัวเขาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"เซียวเฉิน?"
จู่ๆ เสียงที่คุ้นหูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
เซียวเฉินหันไปมอง พบเซียวเหยียนยืนถือไวน์สองขวดและแฟ้มเอกสารอยู่ในมือ
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันทันที... ขนาดออกมาทานข้าวนอกบ้านยังเจอคนบ้านนี้อีกเหรอเนี่ย? ดวงซวยชะมัด
"เธอก็มากินข้าวที่นี่เหรอ?" น้ำเสียงของเซียวเหยียนดูไม่มั่นใจเหมือนเคย
หลังจากที่เธอตัดสินใจจะปกปิดความผิดของเซียวหมิง ความรู้สึกผิดในใจทำให้เธอไม่กล้าสู้หน้าเซียวเฉินตรงๆ
"ถ้าไม่มากินข้าว จะให้มาเปิดห้องนอนหรือไง?" เซียวเฉินย้อนถาม
"ทำไมต้องพูดจาประชดประชันเหมือนไปกินรังแตนมาด้วย?" เซียวเหยียนเริ่มหงุดหงิด
"เซียวเฉิน คนนี้คือ?" ไป๋เวยถามอย่างสงสัย
"ไม่มีอะไรครับ แค่คนรู้จักผ่านทาง" เซียวเฉินตอบปัดๆ
"ฉันมากับพ่อ มาเซ็นสัญญาลงทุนกับ 'หยวนชี่สแน็ค' เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ เดี๋ยวคุยธุระเสร็จแล้วเรากลับบ้านพร้อมกันนะ" เซียวเหยียนพยายามชวน
"นั่นมันบ้านคุณ ไม่เกี่ยวกับผม" เซียวเฉินแค่นหัวเราะ
พูดคำก็กลับบ้าน สองคำก็กลับบ้าน... บ้านหลังนั้นมันเคยเป็นของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?
"เซียวเฉิน เลิกงี่เง่าได้แล้ว กลับบ้านเถอะ เรื่องอื่นๆ เดี๋ยวพี่จะอธิบายให้พ่อกับแม่เข้าใจเอง" เซียวเหยียนพยายามใจเย็น
"ข้อหนึ่ง ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเซียวแล้ว ผมพูดไปหลายรอบแล้วและไม่อยากพูดซ้ำ"
"ข้อสอง ผมไม่ต้องการคำอธิบาย หรือต้องไปอธิบายอะไรให้ใครฟังทั้งนั้น เข้าใจตรงกันนะครับ? ถ้าเข้าใจแล้วก็เชิญไปทำงานของคุณเถอะ" เซียวเฉินโบกมือไล่อย่างรำคาญ
เซียวเหยียนขมวดคิ้วมุ่น กำลังจะอ้าปากเถียง แต่เซียวเฉินก็พูดสวนขึ้นมา "เดี๋ยวนะ... หยวนชี่สแน็ค? คุณจะลงทุนกับเจ้านี้เหรอ?"
ความทรงจำเกี่ยวกับบริษัท "หยวนชี่สแน็ค" ผุดขึ้นมาในหัวของเซียวเฉิน
บริษัทนี้ขายฝันด้วยภาพลักษณ์ธุรกิจขนมขบเคี้ยวแนวใหม่ระดับพรีเมียม โมเดลธุรกิจดูสวยหรู ขยายสาขาไปทั่วทุกตรอกซอกซอย
แต่เบื้องหลังคือการกินค่าหัวคิวแฟรนไชส์ สุดท้ายก็ล้มละลายทิ้งภาระให้ผู้ลงทุน
บริษัททำนองนี้มีเกลื่อนเมือง
แต่ที่เซียวเฉินจำได้แม่น เพราะไอ้บริษัท "หยวนชี่สแน็ค" แห่งเมืองเจียงเฉิงเจ้านี้ มันทำพรีเซนเทชันสวยหรู วาดฝันไว้ใหญ่โตมโหฬาร
แต่ความจริงคือแก๊งต้มตุ๋นที่หลอกเงินนักลงทุนก้อนโตแล้วหอบเงินหนีเข้ากลีบเมฆ
จำได้ว่าตอนนั้นเป็นข่าวดังครึกโครม และช่วงเวลาที่มันจะ 'บิน' หนี... ก็คืออีกไม่กี่วันนี้แหละ
"ใช่ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?" พอเห็นเซียวเฉินทักด้วยน้ำเสียงมีนัย เซียวเหยียนก็เริ่มระแวง
เธอยังจำเรื่องเหล้าสมุนไพรจางฮวาได้ดี น้องชายคนนี้มักจะทักอะไรแม่นยำเสมอ
"เตือนด้วยความหวังดี... ถอยห่างจากบริษัทนี้ซะ" เซียวเฉินพูดสั้นๆ
"ทำไม?" สีหน้าของเซียวเหยียนเปลี่ยนไป
เซียวกรุ๊ปเจรจากับทางนั้นจนเกือบจบดีลแล้ว เหลือแค่เซ็นสัญญา
โมเดลธุรกิจค้าปลีกแบบใหม่อันนี้ดูล้ำสมัยมาก แผนการขยายสาขาหกสิบแห่งในสามปี และเข้าตลาดหลักทรัพย์ในห้าปี ฟังดูน่าเชื่อถือสุดๆ
ทางฝั่งนั้นยอมถอยให้มาก โดยเสนอให้เซียวกรุ๊ปลงทุนสามล้านหยวน แลกกับหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์
ถ้ามันมีปัญหาจริงๆ เธอต้องรู้ให้ได้ว่าคืออะไร
"ทำไมผมต้องบอกคุณ?" เซียวเฉินยักไหล่กวนๆ
"เซียวเฉิน..." เซียวเหยียนกำลังจะคาดคั้น แต่เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นเสียก่อน
พ่อโทรมาตาม... ถามว่าเอาสัญญามาหรือยัง เขารออยู่ในห้องอาหารนานแล้ว
"พ่อคะ หนูเจอเซียวเฉิน เขาบอกว่าโปรเจกต์นี้ห้ามลงทุนเด็ดขาด เราควรพิจารณาใหม่ไหมคะ?" เซียวเหยียนลองเชิงถาม
"เจอไอ้ลูกทรพีนั่นเหรอ? มันอยู่ไหน? เดี๋ยวพ่อลงไปเดี๋ยวนี้!" ปลายสายตะคอกกลับมาด้วยความเดือดดาล
พ่อวางสายปุ๊บก็เดินดุ่มๆ ลงมาจากห้องอาหารชั้นสองทันที
เขาไม่สนว่าตอนนี้จะอยู่ในร้านอาหารที่มีคนพลุกพล่าน ชี้นิ้วด่ากราดใส่เซียวเฉินเสียงดังลั่น "ไอ้ลูกเนรคุณ! แกมาทำบ้าอะไรที่นี่?"
"ถ้าแกไม่คุกเข่าโขกหัวขอโทษพวกฉัน ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับไปเหยียบธรณีประตูบ้านตระกูลเซียวอีก!"