- หน้าแรก
- ยอดทาสเฒ่าซ่อนลาย ระบบกลืนกินปีศาจ
- บทที่ 50 - พัฒนาวิชาซ่อนปราณ
บทที่ 50 - พัฒนาวิชาซ่อนปราณ
บทที่ 50 - พัฒนาวิชาซ่อนปราณ
บทที่ 50 - พัฒนาวิชาซ่อนปราณ
เมื่อได้ยินดังนั้น รูม่านตาของเฉินอี้หดเกร็งลงเล็กน้อย
แม่หนูนี่กลับชาติมาเกิดจากปีศาจหมาหรือไงกัน?
เขาเก็บความดูถูกที่มีต่ออีกฝ่ายกลับไป พร้อมทั้งทบทวนตัวเองว่าวิชาซ่อนปราณของตนยังทำได้ไม่ดีพอ แม้จะซ่อนคลื่นพลังเวทและพลังเลือดเนื้อได้ แต่กลิ่นอายที่คลุกคลีอยู่กับฉินเฉิงเฉิงเป็นประจำกลับไม่ได้กำจัดออกไป จนถูกแม่หนูนี่จับหางได้
"แม่นางหลินเข้าใจผิดแล้ว"เขารีบส่งเสียงทางจิตแก้ตัว "ข้าเพียงแค่..."
"ไม่ต้องแก้ตัว เจ้าแค่บอกว่าจะทำหรือไม่ทำ ถ้าไม่ยอมทำอาหารมื้อนี้ ข้าจะไปบอกเจ้าหมาเลียแซ่สวีเรื่องที่เจ้าแอบเข้าห้องนอนศิษย์พี่ข้าตอนดึกๆ"
รอยยิ้มของหลินเสี่ยวอวี่กว้างขึ้น นางชอบความรู้สึกที่ได้เป็นผู้กุมสถานการณ์เช่นนี้
เฉินอี้รู้สึกปวดหัวตึบ เขาขลุกอยู่กับฉินเฉิงเฉิงทั้งวันทั้งคืนเพื่อวิจัยค่ายกล หวังแก้ผนึกในสมองของนาง
แต่เรื่องนี้ไม่อาจอธิบายให้คนภายนอกรับรู้ได้
หากรู้ไปถึงหูคุณชายสวีผู้ขี้หึงคนนั้น คงเป็นเรื่องยุ่งยากใหญ่โต
ถ้าไม่ไหวจริงๆ เขาคงต้องขอโทษฉินเฉิงเฉิง แล้วเตรียมเก็บข้าวของหนีไป
เฉินอี้แอบชำเลืองมองฉินเฉิงเฉิงเงียบๆ ถอยหลังไปสองก้าว แล้วส่งเสียงทางจิตตอบหลินเสี่ยวอวี่ต่อไป
"แม่นางหลินเข้าใจผิดจริงๆ ข้าแค่ไปส่งสุราและอาหารให้แม่นางฉินเท่านั้น หากแม่นางหลินไม่ชอบข้าจริงๆ งั้นข้าจะออกจากหอสดับเสียงตั้งแต่วันนี้เลยก็ได้"
เฉินอี้ใจกล้าเปิดเผย ยังไงเขาก็มีความสามารถติดตัว ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย
หลินเสี่ยวอวี่ทำหน้าสงสัย ขู่ขนาดนี้ยังขู่ไม่ได้ เจ้าไม่กลัวจริงเหรอ?
แต่นางดูจากสีหน้าเฉินอี้ เห็นชัดว่ายังมีความกังวลอยู่บ้าง
ก็แน่ล่ะ เจ้าเป็นแค่ผู้ฝึกระดับกลั่นลมปราณขั้นกลางวัยสี่สิบ จะไม่กลัวผู้สืบทอดระดับสร้างรากฐานของสำนักได้ยังไง?
คิดแล้วนางก็เสกยันต์สีทองอร่ามออกมาแผ่นหนึ่งตบลงบนโต๊ะ "ฮึ! นี่เป็นยันต์สื่อสารเฉพาะตัวของข้า"
"หลังจากงานสำเร็จ ข้าอนุญาตให้เจ้าใช้มันขอความช่วยเหลือจากข้าได้หนึ่งครั้ง หรือจะเอาไปขายแลกหินวิญญาณที่หอสดับเสียงสาขาไหนก็ได้"
หลินเสี่ยวอวี่กลอกตาไปมา ทำหน้าตาเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าจะไม่ตกลง
เฉินอี้ถอนหายใจในใจ อายุแค่นี้ก็รู้จักใช้พระเดชพระคุณ ตบหัวแล้วลูบหลังเป็นเสียด้วย
เห็นยันต์ทองคำบนโต๊ะ หลิวจินจินตาโต ส่วนฉินเฉิงเฉิงก็แปลกใจเล็กน้อย
ของแทนตัวบุตรสาวสุดที่รักของเจ้าสำนักหอสดับเสียง มูลค่าไม่ใช่น้อยๆ
ปีนี้หลินเสี่ยวอวี่อายุแค่ 19 ปี ก็บรรลุระดับกลั่นลมปราณขั้นสูงสุดแล้ว หากนางทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานได้โดยไม่ต้องพึ่งยาเม็ดสร้างรากฐาน ก็คาดเดาได้เลยว่านางจะก้าวขึ้นสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดได้อย่างราบรื่น และด้วยการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ การหายารวมผลึกมาเพื่อก้าวสู่ระดับสร้างแกนทองคำในชาตินี้ก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้
ศักยภาพของผู้บำเพ็ญเพียรมีจำกัด ทุกครั้งที่พึ่งพายาทะลวงขอบเขตเพื่อเลื่อนขั้น จะเป็นการเผาผลาญศักยภาพส่วนหนึ่งไป การเลื่อนขั้นครั้งต่อไปจะยากขึ้นเป็นทวีคูณ
ดังนั้นอายุ ระดับพลัง และประวัติการใช้ยาทะลวงขอบเขต จึงเป็นตัวบ่งชี้พรสวรรค์และศักยภาพของคนคนนั้นได้คร่าวๆ
ด้านข้าง
สวีซื่อเซียนเห็นยันต์สื่อสารนั้นก็ตาลุกวาว "พ่อครัวเฉิน ถ้าเจ้าดูของไม่เป็น ยันต์แผ่นนี้ ข้ายินดีรับซื้อในราคา 500 หินวิญญาณ"
"ข้าคงไม่กล้าเอายันต์สื่อสารของแม่นางหลินไปขายซี้ซั้วหรอกครับ" เฉินอี้เก็บยันต์ขึ้นมาท่ามกลางสายตาร้อนแรงของทุกคน แล้วถอนหายใจ
"งั้นขอยืมชุดเตาและหม้อวิเศษนั่นหน่อยครับ วันนี้มีผู้อาวุโสระดับสร้างรากฐานอยู่ด้วยกันถึงสองท่าน ผู้น้อยคงต้องยอมทุ่มสุดตัวลองดูสักตั้ง"
"เอาไปสิ" หลินเสี่ยวอวี่ยิ้มหวาน "ถ้าทำออกมาดี ชุดเครื่องครัวนี้ข้ายกให้เจ้าไปเลย"
หือ? ยกเครื่องครัววิเศษให้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ? แม่บุญทุ่มตัวจริงนี่หว่า
เฉินอี้แอบดีใจ หากมีเครื่องครัวชุดนี้ช่วย ความมั่นใจในการทำอาหารวิญญาณระดับสองก็จะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วน
แต่ใบหน้ากลับแสดงออกว่าจำยอม ต้องรับไว้อย่างเสียไม่ได้และดูเป็นทุกข์
ทว่า เมื่อครู่ตอนที่รับนกวิหควิญญาณขนมายาระดับสองตัวนี้มา เสียงแจ้งเตือนของระบบในหัวก็ดังขึ้นหลายครั้งแล้ว
จิตวิญญาณพิเศษของนกตัวนี้ น่าจะช่วยยกระดับเขาได้ไม่น้อย
ในเมื่อบางเรื่องหลบเลี่ยงไม่ได้ ก็เปลี่ยนมันให้เป็นประโยชน์สูงสุดเสียเลย
นอกจากสัตว์ปีศาจระดับสองตัวนี้ เฉินอี้ยังจะได้เครื่องครัววิเศษฟรีๆ อีกหนึ่งชุด แถมด้วยยันต์สื่อสารส่วนตัวของหลินเสี่ยวอวี่ที่มีค่ากว่า 500 หินวิญญาณ
งานนี้ไม่มีขาดทุนแน่นอน
แค่ว่าหลังจากนี้อาจจะมีเรื่องยุ่งยากตามมานิดหน่อย
คาดว่าพอทำมื้อนี้จบ ต่อไปคนคงแห่มาจ้างเฉินอี้ทำโต๊ะจีนวิญญาณกันตรึม
เขาคงได้กลายเป็น "เชฟเฉิน" เต็มตัวจริงๆ
เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยว่ากัน
เฉินอี้สงบจิตใจ หอบเครื่องครัวและนกขนสีขาว หันหลังเตรียมเดินเข้าครัว
ตอนจะเดินออกไป
เสียงส่งทางจิตของฉินเฉิงเฉิงก็ดังขึ้นในหู "มั่นใจแค่ไหน ต้องการให้ช่วยไหม?"
เฉินอี้ตอบกลับ "มีเครื่องครัววิเศษช่วย ถ้าข้าฝืนใช้พลังเวทสักหน่อย น่าจะมีโอกาสสำเร็จห้าส่วน แน่นอนว่าถ้าแม่นางมียาฟื้นฟูพลังเวทและพลังจิต ก็จะยิ่งดีเยี่ยม"
"ฝันไปเถอะ ข้ารู้ไส้เจ้าดี ห้าส่วนของเจ้าก็คือร้อยเปอร์เซ็นต์นั่นแหละ" ฉินเฉิงเฉิงส่งเสียงตอบกลับมาอย่างรู้ทัน
นั่นไง พอรู้นิสัยกันดีเกินไป จะหลอกกินฟรีก็ยากขึ้นแล้ว
เฉินอี้จดจำบทเรียนนี้ไว้อีกข้อ
ทีหลังต้องรักษาระยะห่างกับฉินเฉิงเฉิงบ้าง อย่างน้อยอย่าให้นางรู้สถานะของเขามากเกินไป ไม่งั้นจะโดนดักทางได้ง่ายๆ
ในห้องครัว
ขณะที่เฉินอี้กำลังจัดการวิหควิญญาณขนมายา
ปลายนิ้วสัมผัสโดนขน ระบบในห้วงความรู้ก็แจ้งเตือนทันที
[ตรวจพบจิตวิญญาณมายาระดับสอง กำลังดำเนินการกลืนกิน...]
เขาเพ่งจิต ลวดลายสีเงินละเอียดบนขนนกขยายใหญ่ขึ้นในจิตสัมผัส มันคือค่ายกลมายาขนาดจิ๋วที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
"ลายเส้นมายาธรรมชาติรึ?!"
เฉินอี้นึกถึงตอนที่สบตากับสัตว์ปีศาจเต่างูที่ก้นทะเลสาบวันนั้น อีกฝ่ายล็อกเป้าเขาได้จากคลื่นพลังซ่อนพรางอันเป็นเอกลักษณ์
"ถ้าข้าสามารถปลอมแปลงคลื่นพลังซ่อนพรางให้เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่นได้..."
เขาแอบเดินเครื่องระบบ ประกายทองที่ฝ่ามือแผ่ออกไปเหมือนใยแมงมุม ค่อยๆ ดูดซับพลังวิญญาณสีเงินอมฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ในขนนกออกมา
วินาทีที่พลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกาย อักขระวิชาซ่อนปราณในห้วงความรู้ก็สั่นสะเทือนรุนแรง เส้นทางเดินพลังที่เคยเป็นเส้นตรง จู่ๆ ก็แตกกิ่งก้านสาขาออกมามากมาย
ราวกับต้นไม้แก่ได้น้ำฝน งอกกิ่งก้านแห่งมายาออกมาจากลำต้นหลัก!
เพียงชั่วเวลาจิบชา วิชาซ่อนปราณก็วิวัฒนาการเสร็จสมบูรณ์ ผลของการซ่อนพรางดียิ่งขึ้น การใช้พลังเวทกลับลดลง
เพิ่มคุณสมบัติ "จำแลงกาย" สามารถเลียนแบบคลื่นกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตที่ระดับต่ำกว่าตนและมีความคุ้นเคยได้ (เช่น งูอัคคี เต่าทมิฬ เป็นต้น)
คลื่นพลังซ่อนพรางแบบเฉพาะตัวของกระดองเต่าเก่าแก่ถูกกลบไปจนหมดสิ้น
แบบนี้ ต่อให้เฉินอี้ลงน้ำจริงๆ เขาก็ประเมินว่าแม้แต่เจ้าเต่าแก่ตัวนั้นก็น่าจะจำผิด แยกไม่ออกและหาตัวเฉินอี้จากคลื่นพลังซ่อนพรางไม่ได้อีกแล้ว
เฉินอี้กรีดนิ้วเบาๆ กลิ่นอายรอบตัวพลันเปลี่ยนเป็นงูอัคคีระดับกลั่นลมปราณขั้นต้น แม้แต่เสียงเสียดสีของเกล็ดกับใบหญ้าก็ยังเลียนแบบได้เหมือนเปี๊ยบ
"แค่ขนเส้นเดียวยังวิเศษขนาดนี้..." สายตาเขาจ้องเขม็งไปที่แก่นอสูร "ขุมทรัพย์ที่แท้จริงต้องอยู่ที่นั่น"
เฉินอี้เริ่มลงมือชำแหละนก พลังกัดกร่อนของสัตว์ปีศาจระดับสองที่มักทำร้ายผู้ฝึกระดับกลั่นลมปราณทั่วไป ไม่ระคายผิวเฉินอี้ที่อยู่ในสภาวะกายาวัชระเลยแม้แต่น้อย
เขาผ่าท้อง ควักเอาแก่นอสูรและเครื่องในออกมาทีละชิ้น ส่วนพวกนี้กินไม่ได้ มันมีพลังปีศาจและไอสังหารปนเปื้อนอยู่มาก
แต่สำหรับเฉินอี้ ทั้งหมดนี้ระบบสามารถแยกแยะและดูดซับได้ เขาจึงเก็บรวบรวมไว้อย่างดี
นอกจากนี้
ตอนผ่าตัด เฉินอี้พบว่าลึกเข้าไปในแก่นอสูรมีผลึกสีเงินอมฟ้าก่อตัวอยู่ พอแตะโดนก็มีภาพมายาไหลเข้ามาในหัว นี่คือพลังวิญญาณพรสวรรค์ของนกที่จับตัวเป็นก้อนแข็ง
ระบบเพิ่งจะกลืนกินไปแค่นิดเดียว พลังงานที่ได้กลับบริสุทธิ์เทียบเท่ายาบำรุงวิญญาณ!
เฉินอี้รีบหยุดมือ เอาแก่นอสูรห่อด้วยยันต์ผนึกไว้
พลังวิญญาณเหล่านี้ถ้ารอให้ดูดซับจนหมด อาจจะช่วยให้จิตสัมผัสของเขายกระดับขึ้นได้อีกครั้ง แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป
จากนั้น เฉินอี้ถึงเริ่มลงมือปรุงเจ้านกวิเศษตัวนี้อย่างเป็นทางการ
[จบแล้วล