- หน้าแรก
- ยอดทาสเฒ่าซ่อนลาย ระบบกลืนกินปีศาจ
- บทที่ 1 - ทาสรับใช้ในตระกูลเซียน
บทที่ 1 - ทาสรับใช้ในตระกูลเซียน
บทที่ 1 - ทาสรับใช้ในตระกูลเซียน
บทที่ 1 - ทาสรับใช้ในตระกูลเซียน
ณ โลกบำเพ็ญเพียรต้าชิง แคว้นฉี ตระกูลเซียนสกุลหลี่
"วันนี้พวกแกห้าคนมีหน้าที่ชำแหละเจ้าเต่าทมิฬตัวนี้ แยกเลือด เนื้อ และกระดองเก็บใส่ภาชนะให้เรียบร้อย ส่งของที่โรงจัดการก่อนบ่ายสองโมงครึ่งนะ"
ในบรรดาคนรับใช้ห้าคนที่ยืนเรียงหน้ากระดาน เฉินอี้ยืนมองเจ้าสัตว์ประหลาดตรงหน้าด้วยความมึนงง
เต่าดำที่มีกระดองขนาดมหึมาใหญ่กว่าโม่หิน หนามแหลมคมราวกับเหล็กกล้า หัวที่ดูดุร้ายเต็มไปด้วยเกล็ดสีเขียว ปากฉีกกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวและกรงเล็บกระดูกที่แหลมคม
นี่ฉันมาอยู่ที่ไหนเนี่ย นี่มันไม่ใช่โลกเดิมแล้วใช่ไหม? ความหวาดกลัวแล่นพล่านในใจ แต่ไม่นานหลังจากลองค้นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เขาก็ยิ่งรู้สึกสิ้นหวังกว่าเก่า
เฉินอี้ อายุ 33 ปี ไร้รากปราณ เป็นทาสรับใช้ที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาในตระกูลเซียน ตายเพราะร่างกายถูกไอปีศาจกัดกินจากการทำงานหนักมานานปี
เขาข้ามภพมาสิงอยู่ในร่างนี้เสียแล้ว
สำหรับคนที่ไม่มีรากปราณ ไอปีศาจในโลกเซียนก็ไม่ต่างอะไรกับยาพิษที่มนุษย์ไม่อาจต้านทานได้ แม้กระทั่งพลังปราณบริสุทธิ์เองก็เหมือนกับโสมร้อยปี กินนานๆ ทีก็เป็นยาบำรุงชั้นดี แต่ถ้าต้องกินทุกมื้อ ฤทธิ์ยาที่รุนแรงจะไปเร่งการทำงานของอวัยวะภายใน เหมือนบังคับให้วัวแก่ต้องวิ่งแข่งกับม้าหนุ่ม ย่อมทำให้ชีวิตสั้นลงอย่างแน่นอน
ในฐานะทาสรับใช้ที่เป็นมนุษย์ธรรมดาในตระกูลเซียนที่ไม่สามารถดูดซับพลังปราณมาเปลี่ยนเป็นพลังเวทเพื่อบำรุงร่างกายได้ อัตราการตายจึงสูงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ทาสรับใช้ระดับล่างสุดอย่างเขาเป็นเหมือนของใช้แล้วทิ้ง ที่ต้องเปลี่ยนชุดใหม่กันทุกปี
"ตาเฒ่าเฉิน ยืนบื้ออยู่ทำไม ลงมือสิวะ!"
ชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าตะคอกใส่เฉินอี้ เขาเป็นคนที่มีรูปร่างกำยำที่สุดในกลุ่มและเป็นหัวหน้าทีม
เฉินอี้อายุมากที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากการคลุกคลีกับสัตว์ปีศาจมานาน ร่างกายจึงถูกไอปีศาจกัดกินจนทรุดโทรม ตัวผอมแห้ง หน้าเหลืองซีด ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความลำบาก ดูแก่ราวกับคนอายุห้าสิบกว่า ถุงใต้ตาหย่อนยานราวกับคนแก่ที่ไตเสื่อมมาเป็นยี่สิบปี
เมื่อถูกตะคอก เฉินอี้ก็ขยับตัวเข้าไปจับขาข้างหนึ่งของเต่าทมิฬอย่างเก้ๆ กังๆ แม้จะระวังไม่ให้โดนหนามแหลมแล้ว แต่เกราะกระดูกแข็งๆ ก็ยังกระแทกจนเจ็บ แถมความเย็นยะเยือกจากกรงเล็บเต่ายังแผ่ซ่านจนแขนขวาของเขาแทบจะไร้ความรู้สึก
"เร็วเข้า!"
ทั้งห้าคนช่วยกันยกเต่าทมิฬขึ้นไปบนโต๊ะชำแหละ ภายใต้การสั่งการของชายหนุ่ม พวกเขาช่วยกันรีดเลือด ถลกหนัง เลาะกระดอง แยกกระดูก และแล่เนื้อ กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปทั้งวัน
ตลอดกระบวนการเฉินอี้ทำไปแบบมึนๆ ทุกส่วนของเต่าทมิฬล้วนเป็นอันตรายต่อเขา แม้ว่าส่วนหัวใจซึ่งเป็นแก่นสำคัญที่สุดจะถูกจัดการโดยชายหนุ่มร่างกำยำ แต่ความเย็นจากกระดูกเต่าและฤทธิ์กัดกร่อนจากเลือดเนื้อของมัน ก็ทำให้แขนทั้งสองข้างของเฉินอี้เต็มไปด้วยแผลพุพอง
ชาติก่อนเฉินอี้เป็นแค่บัณฑิตหน้าขาว ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม เรียนจบมหาวิทยาลัย เข้าทำงานบริษัทเป็นพนักงานกินเงินเดือน แต่งงานมีลูก ชีวิตวนเวียนอยู่กับการโดนเจ้านายด่าและกลับบ้านไปเลี้ยงลูก ใช้ชีวิตเรียบง่ายมาเกือบสี่สิบปี ไม่เคยแม้แต่จะมีเรื่องชกต่อยกับใคร
แต่พอมาที่นี่ วันแรกก็ต้องมาจัดการกับสัตว์ประหลาดที่น่าสยดสยองขนาดนี้ แล้วแบบนี้จะรอดไปได้ยังไง? ความรู้ที่มีก็แค่การทำตารางบัญชี ฟิสิกส์ เคมี ชีวะพื้นฐาน อยู่ที่นี่จะเอาไปทำอะไรได้?
ใครบอกว่าคนข้ามภพต้องรุ่งทุกคน? ไม่ต้องพูดถึงเรื่องไม่มีรากปราณบำเพ็ญเพียรเลย แค่สภาพร่างกายตอนนี้กับงานที่ต้องทำทุกวัน อีกไม่กี่วันเขาคงได้ตายรอบสองแน่
แขนไม่มีที่ว่างเว้นจากแผล ปวดเมื่อยไปทั้งตัว แน่นหน้าอก หายใจติดขัด หน้าซีดเหลือง จิตใจล่องลอย ตัวเหม็นคาวเลือดที่ล้างไม่ออก
เฉินอี้นั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงในหอพัก ความสิ้นหวังเกาะกินหัวใจ
"ตาเฒ่าเฉิน วันนี้ก็เหมือนเดิมใช่ไหม? ไม่รับเบี้ยเลี้ยง แต่ขอแลกเป็นสิทธิ์ไปขึ้นสวรรค์ที่ซ่องนางโลม?"
ในหอพัก ชายหนุ่มร่างกำยำเอ่ยถามเฉินอี้
ตาเฒ่าเฉิน? หมายถึงฉันเหรอ? เฉินอี้มองหน้าอีกฝ่ายอย่างงงๆ แล้วก้มมองมือที่เหี่ยวย่นของตัวเอง ก่อนจะยอมรับชื่อนี้ในใจเงียบๆ
เจ้าของร่างเดิมเป็นคนตัณหาจัด หรือจะเรียกว่าตัณหาก็ไม่เชิง ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ นอกจากการรอคอยโอกาสไปปลดปล่อยที่ซ่องนางโลมทุกๆ ไม่กี่วันแล้ว ชีวิตเขาก็ไม่มีความหมายอะไรอีกเลย เหล้าก็แพง ฝึกยุทธ์ก็ไม่รุ่ง การพนันก็ไม่ชอบ เหลือแค่หาผู้หญิงระบายความเครียดเท่านั้น นี่คือชีวิตทั้งหมดของทาสรับใช้หลังจากเลิกงาน
เดี๋ยวนะ ฝึกยุทธ์เหรอ? เฉินอี้กวาดค้นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม แล้วขุดเจอความทรงจำอันเลือนรางว่า สมัยหนุ่มๆ เจ้าของร่างเดิมดูเหมือนจะมีพรสวรรค์ด้านวิถีแห่งพลังเลือดเนื้ออยู่บ้าง อายุน้อยๆ ก็ฝึกจนถึงระดับจอมยุทธ์ชั้นสองได้แล้ว ไม่อย่างนั้นคงอยู่มาไม่ถึงสามสิบกว่าปี เพียงแต่ตอนหลังค้นพบว่าวิถียุทธ์ของคนธรรมดาไม่อาจต้านทานการกัดกร่อนของสัตว์ปีศาจได้ เมื่อหมดหวังจึงเลิกฝึกไป ทำให้พลังเลือดเนื้อที่สั่งสมมาหมดไปก่อนวัยสามสิบ และร่างกายก็ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว
ไม่ได้การ ฉันจะมาตายแบบนี้ไม่ได้ ถึงบำเพ็ญเซียนไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องรื้อฟื้นวิชาบู๊ของคนธรรมดากลับมาให้ได้ ฉันต้องรอด!
"หัวหน้าฮ่าว ฉันไม่ไปซ่องแล้ว เบี้ยเลี้ยงวันนี้ฉันขอเปลี่ยนเป็นยาเม็ดโลหิต จะลองกลับมาฝึกท่ายืนตอดูอีกสักตั้ง"
ฮ่าวโหย่วเหริน ชายหนุ่มร่างกำยำขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน "อายุปูนนี้แล้วกินยาเม็ดโลหิตไปจะมีประโยชน์อะไร? ไหนแกบอกว่าทุกครั้งที่ถึงคิวห้องเราให้ยกสิทธิ์ไปซ่องให้แกไง หรือว่าตอนนี้แกนกเขาไม่ขันแล้ว? ช่างเถอะ งั้นให้ตาจางไปแทนแล้วกัน"
ทาสชายใช้แรงงาน ทาสหญิงมีหน้าที่ผลิตลูก ถ้าวันไหนโชคดีคลอดลูกที่มีรากปราณออกมา แม่ก็จะสบายไปตลอดชีวิต ทาสชายชั้นสูงสามารถแต่งงานมีลูกของตัวเองได้ มีโอกาสพลิกชีวิตด้วยลูกหลาน ส่วนทาสชายชั้นต่ำอย่างพวกเขา ห้องหนึ่งจะได้สิทธิ์ไปซ่องนางโลมหนึ่งคนในทุกๆ ห้าวัน ถือเป็นภารกิจที่ต้องทำ แถมยังต้องใช้เบี้ยเลี้ยงซื้อสิทธิ์ด้วย เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีสิทธิ์นี้ ก่อนหน้านี้เฉินอี้ใช้ความอาวุโสและความหน้าด้านแย่งสิทธิ์ของคนทั้งห้องมา เพราะเขาเลิกฝึกวิชาไปแล้ว
แต่นั่นมันเจ้าของร่างคนเก่า เฉินอี้คนใหม่จะไม่ไปอีกแล้ว เลือดบริสุทธิ์คือต้นทุนชีวิต ขืนใช้เปลืองแบบนั้นมีหวังตายเร็วขึ้นแน่ เขาต้องเร่งฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงก่อนค่อยว่ากัน
"ฉันเพิ่งจะสามสิบสาม เด็กกว่าตอนก่อนข้ามภพมาตั้งเจ็ดปี ไหงสภาพเหมือนตาแก่ใกล้ลงโลงแบบนี้ ไม่เชื่อหรอกว่าจะกู้กลับมาไม่ได้!"
เฉินอี้รับยาเม็ดโลหิตมา บิขี้ผึ้งที่หุ้มออก แล้วกลืนลงคอตามความทรงจำ รสเผ็ดร้อนฉุนจมูกแผ่ซ่านออกมา ฤทธิ์ยากลายเป็นกระแสความอุ่นในกระเพาะ เฉินอี้ตั้งท่าเตรียมฝึกท่ายืนตอ พยายามชักนำพลังเลือดเนื้อในกาย แต่พบว่าฤทธิ์ยานั้นไหลไปไม่ถึงจุดตันเถียน ก็รั่วไหลออกไปตามเส้นชีพจรที่เสียหายยับเยินจนหมด
ผ่านไปครู่ใหญ่ เฉินอี้ทิ้งมือลงข้างตัวอย่างหมดแรง ท่ายืนตอเพื่อสุขภาพชุดนี้ เขาทำไม่จบกระบวนท่าเสียด้วยซ้ำ
"ตาเฒ่า ยอมรับความจริงเถอะ บอกแล้วว่าเอายาเม็ดโลหิตให้แกก็เสียของเปล่า ร่างกายแกตอนนี้เหมือนเครื่องเป่าลมที่รั่ว พรุนไปหมดแล้ว กินยาอะไรก็ไม่เข้าหรอก ตอนที่ยังขยับไหว ฉันว่าแกไปหาความสุขที่ซ่องเถอะ โอกาสที่หัวหน้าให้ฉัน ฉันยังไม่ได้ใช้ แกจะไปไหมล่ะ ฉันยกให้ พรุ่งนี้ค่อยเอายาเม็ดโลหิตมาคืนฉัน ฉันขอไปลงสนามจริงสักสองดอก"
ชายวัยสามสิบที่หัวหน้าเรียกว่าตาจางพูดแหย่เฉินอี้
เฉินอี้มองไปรอบๆ ด้วยความว่างเปล่า ต่อให้มีจิตใจของคนสองชาติภพรวมกัน ก็ยังรู้สึกไร้ที่พึ่งพิง
"ไม่ได้ ฉันต้องลองอีกครั้ง"
เขาไม่สนใจคำพูดของตาจาง ในห้องพักไม้เก่าซอมซ่อ เฉินอี้ยืนอยู่ที่หน้าเตียงของตัวเอง เริ่มตั้งท่าเตรียมฝึกยืนตออีกครั้ง คราวนี้เขาลดมาตรฐานความเข้มข้นของการโคจรพลังลง ทำตัวเหมือนมือใหม่หัดขับ เน้นแค่ท่วงท่าร่างกาย ค่อยๆ ขยับฝึกท่ายืนตออย่างช้าๆ และระมัดระวัง
ผ่านไปสิบห้านาที เขาทำท่ากายบริหารสิบแปดท่าจนจบได้แบบทุลักทุเล พลังเลือดเนื้ออันเบาบางจนแทบสัมผัสไม่ได้ก่อตัวขึ้นในร่างกาย
[ตรวจพบพลังเลือดเนื้อ โฮสต์กำลังฝึกฝนวิถียุทธ์] [ตรวจพบพลังงานแปลกปลอมในร่างกาย...] [กำลังวิเคราะห์... องค์ประกอบปราณปีศาจวารี 95% องค์ประกอบปราณพฤกษา 3%] [กำลังพยายามกลืนกิน...] [เริ่มการกลืนกิน: 1%] [การกลืนกินยังไม่สมบูรณ์]
ข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นในหัวของเฉินอี้ทีละบรรทัด แล้วเลือนหายไป
"หืม? สูตรโกงงั้นเหรอ?" หัวใจของเฉินอี้เต้นโครมคราม!
ถึงจะขึ้นว่ายังไม่สมบูรณ์ แต่ก็หยุดความตื่นเต้นของเฉินอี้ไม่ได้ เพราะอย่างน้อยก็สำเร็จไปหนึ่งเปอร์เซ็นต์! และไอ้หนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่ถูกกลืนกินไปนั้น มันเปลี่ยนเป็นพลังชีวิตธาตุน้ำมาเติมเต็มพลังเลือดเนื้อของเขาอย่างเห็นได้ชัด วินาทีนี้ เฉินอี้รู้สึกได้เลยว่าร่างกายของเขาดูเหมือนจะไม่เปราะบางเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว!
[จบแล้ว]