เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: ค่ำคืนอันโหดร้าย (ต่อ)

บทที่ 10: ค่ำคืนอันโหดร้าย (ต่อ)

บทที่ 10: ค่ำคืนอันโหดร้าย (ต่อ)


บทที่ 10: ค่ำคืนอันโหดร้าย (ต่อ)

รีดพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกคลื่นเหียนและความหวาดกลัวที่ปะทุขึ้นในใจ ขาของเขายังคงก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

เขามาถึงหน้าห้องนอนของพ่อแม่บุญธรรม ประตูไม้สักบานใหญ่ที่เคยดูโอ่อ่าบัดนี้ถูกพังทลายจนไม่เหลือชิ้นดี

ภายในห้อง เปลวเพลิงยังลามไปไม่ถึงใจกลางห้องมากนัก แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตานั้นเลวร้ายยิ่งกว่านรกขุมใด

พ่อบุญธรรมของเขา ชายผู้เคร่งขรึมแต่เปี่ยมด้วยความเมตตา ถูกตรึงร่างไว้กับผนังด้วยหอกเหล็กดัดของรั้วระเบียง เลือดสีแดงฉานไหลนองลงมาเปรอะเปื้อนพรมราคาแพง

แม่บุญธรรมนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว คอของเธอบิดเบี้ยวผิดรูป

และเหนือร่างของพวกเขา มีปีศาจแวมไพร์ตนหนึ่งในชุดราตรีที่เปื้อนเลือด ยืนเลียเลือดสดๆ จากปลายนิ้วของตนเองด้วยท่าทีรื่นรมย์

เมื่อมันหันมาเห็นรีด รอยยิ้มเยาะหยันก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่งดงามแต่แฝงด้วยความอำมหิต

"หนูตัวน้อยอีกตัวงั้นหรือ?"

เสียงหัวเราะคิกคักของมันบาดลึกเข้าไปในจิตใจของรีด ความโกรธแค้น ความเศร้าโศก และความสิ้นหวังถาโถมเข้ามาจนเขาแทบกระอัก

เขาอยากจะพุ่งเข้าไป อยากจะสาดผงธุลีตะวันใส่หน้ามัน แล้วสับร่างมันเป็นชิ้นๆ

แต่เสียงกำชับของคุณปู่ก็ดังก้องขึ้นมาในหัว: อย่างน้อยก่อนคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งหน้า... เจ้าต้องเลือก

พวกเขาจากไปแล้ว เขาช่วยอะไรไม่ได้แล้ว

หากเขาตายอยู่ที่นี่เพราะความวู่วาม เมลี่ก็จะกลายเป็นรายต่อไป

เมลี่!

เมลี่อยู่ที่ไหน?

แวมไพร์สาวตนนั้นก้าวเท้าเข้ามาหาเขา รีดไม่ลังเลอีกต่อไป เขาเขว้างขวดแก้วที่บรรจุ 'ของเหลวสุริยัน' ลงบนพื้นระหว่างเขากับมัน

เพล้ง!

ของเหลวสาดกระเซ็น และเมื่อกระทบกับแสงไฟจากเปลวเพลิง—ซึ่งแม้จะไม่ใช่ดวงอาทิตย์แต่ก็มีความร้อนและแสงสว่าง—ปฏิกิริยาทางเวทมนตร์ก็เกิดขึ้น มันลุกวาบกลายเป็นกำแพงไฟสีทองที่สว่างจ้าจนแสบตา

"กรี๊ดดด!" แวมไพร์สาวกรีดร้อง ยกมือขึ้นบังหน้าจากแสงที่แผดเผาผิวหนังซีดเซียวของมัน

รีดฉวยโอกาสนั้นหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต

น้ำตาเอ่อล้นออกมาจนภาพตรงหน้าพร่ามัว ก่อนจะระเหยไปทันทีด้วยความร้อนระอุของเปลวเพลิง

ผมขอโทษ... ผมขอโทษ...

เขามุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของคุณปู่ นั่นคือสถานที่ที่แข็งแกร่งที่สุดในคฤหาสน์ หากเมลี่ยังปลอดภัย เธออาจจะหนีไปที่นั่น หรือไม่คุณปู่ก็อาจจะกำลังปกป้องเธออยู่

โครงสร้างของคฤหาสน์เริ่มส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด คานไม้เริ่มอ่อนแอลงเพราะไฟที่โหมกระหน่ำ

เมื่อเขามาถึงปีกตึกที่เป็นที่ตั้งของห้องทำงาน เสียงการต่อสู้ที่ดังสนั่นก็แว่วมาเข้าหู

"ไอ้พวกสัตว์เดรัจฉาน! ไสหัวไปซะ!"

นั่นคือเสียงของคุณปู่ มันดังกังวานและเต็มไปด้วยพลังอำนาจ แตกต่างจากชายชราที่ดูอ่อนแอในยามปกติอย่างสิ้นเชิง

รีดรีบวิ่งเลี้ยวผ่านมุมตึกและได้เห็นภาพตรงหน้า

ทางเดินหน้าห้องทำงานเต็มไปด้วยซากศพของแวมไพร์—บ้างถูกเผาไหม้เกรียม บ้างก็ถูกสับเป็นชิ้นๆ

คุณปู่ยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตูห้องลับ ผมเผ้ากระเซิง ในมือถือไม้เท้าที่เปล่งแสงสีฟ้าดูน่าเกรงขาม

แต่สถานการณ์ไม่ได้เข้าข้างเขาเลย

แวมไพร์สามตนกำลังล้อมกรอบเขาอยู่ หนึ่งในนั้นคือเจ้าแวมไพร์หน้าสวยที่รีดเพิ่งเจอมา

และที่ด้านหลังของคุณปู่ ตรงกรอบประตูห้องลับ มีร่างเล็กๆ ที่กำลังสั่นเทาหลบซ่อนอยู่

เมลี่!

เธอยังมีชีวิตอยู่!

หัวใจของรีดเต้นแรงด้วยความโล่งใจระคนหวาดหวั่น

"คุณปู่!" รีดตะโกนลั่นพร้อมกับพุ่งตัวเข้าไป

แวมไพร์หน้าสวยหันขวับมามอง ดวงตาสีแดงฉานหรี่ลง "โอ้? เจ้าแมลงตัวน้อยรอดจากการตกตึกมาได้งั้นรึ? แถม... กลิ่นตัวเจ้าดูมีปัญหาพิกล"

มันสังเกตเห็นดาบในมือของรีดและถุงสัมภาระที่เอว

คุณปู่หันมามอง ดวงตาเบิกกว้าง "รีด! ปู่บอกให้เจ้าหนีไป! เจ้ากลับมาที่นี่ทำไม?!"

"ผมมารับปู่กับเมลี่!" รีดตะโกนตอบ พร้อมกับควักผงธุลีสีทองกำมือใหญ่ออกมาจากถุง

เขาไม่รอให้พวกมันตั้งตัว รีดสาดผงธุลีขึ้นไปในอากาศ และในจังหวะเดียวกัน คุณปู่ก็กระแทกไม้เท้าลงพื้น สายลมกรรโชกพัดพาผงธุลีนั้นพุ่งเข้าใส่กลุ่มแวมไพร์ราวกับพายุทราย

"ระวัง!" แวมไพร์หน้าสวยร้องเตือนและถอยฉากออกไปได้ทันท่วงทีด้วยความเร็วเหนือมนุษย์

แต่อีกสองตนที่เหลือช้ากว่า ผงธุลีเกาะติดไปตามร่างกายของพวกมัน และวินาทีต่อมา ร่างของพวกมันก็ลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงสีทอง กรีดร้องโหยหวนอย่างทรมานขณะที่ผิวหนังหลุดลอกออกมาเหมือนกระดาษไหม้ไฟ

"ไป! พาเมลี่หนีไปซะ!" คุณปู่คำรามลั่น ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าของเขาซีดเผือด เห็นได้ชัดว่าเขาฝืนใช้พลังจนเกินขีดจำกัดแล้ว "ปู่ต้านทาน 'บรรพบุรุษ' ไว้ได้อีกไม่นาน! มันกำลังมา!"

บรรพบุรุษ

ตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวที่ถูกเอ่ยถึงก่อนหน้านี้

รีดวิ่งฝ่าเข้าไปคว้ามือเมลี่ มือของเธอเย็นเฉียบและสั่นระริก ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

"รีด... พ่อกับแม่..."

"อย่าหันกลับไปมอง" รีดพูดเสียงสั่นแต่หนักแน่น "เราต้องหนี"

"รีด ฟังปู่นะ" คุณปู่หอบหายใจหนัก หันกลับไปเผชิญหน้ากับแวมไพร์หน้าสวยที่กำลังจ้องมองมาอย่างระแวดระวังจากระยะไกล "ทางลับในห้องด้านในจะพาเจ้าไปโผล่ที่ป่าหลังเขา อย่าหยุดวิ่ง อย่ากลับมาที่นี่เด็ดขาด"

"คุณปู่ ไปด้วยกันสิครับ!"

"ปู่ต้องทำลายงานวิจัยทั้งหมด" คุณปู่พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "ถ้าพวกมันได้วิชาเวทมนตร์ไป... มนุษยชาติจะจบสิ้น ไปซะ!"

ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลก็กดทับลงมาจากฟากฟ้า เพดานเหนือทางเดินระเบิดออกเสียงดังสนั่น

ร่างเงาทะมึนร่างหนึ่งค่อยๆ ร่อนลงมาท่ามกลางแสงจันทร์และเปลวเพลิง

รีดมองไม่เห็นหน้ามันชัดเจน แต่กลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่ออกมาทำให้เข่าของเขาอ่อนแรงแทบทรุด

"การต่อต้านที่น่าสนใจดีนี่" เสียงหนึ่งดังก้อง เรียบเฉยและเยือกเย็นจับขั้วหัวใจ

คุณปู่ผลักรีดและเมลี่เข้าไปในห้องลับ แล้วกระแทกประตูเหล็กหนาปิดลงอย่างรวดเร็ว

"ไป!!!"

ภาพสุดท้ายที่รีดเห็นผ่านช่องประตูที่กำลังปิดลง คือแผ่นหลังของคุณปู่ที่เปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้า พุ่งเข้าใส่ร่างมรณะที่กำลังลงมาจากฟากฟ้า

ตูม!

เสียงระเบิดดังอู้อี้ผ่านประตูเหล็กเข้ามา แต่แรงสั่นสะเทือนนั้นรุนแรงจนพื้นดินใต้เท้าไหวสะเทือน

รีดกัดฟันแน่น ลากเมลี่ที่กำลังช็อกให้วิ่งผ่านห้องวิจัย

พวกเขาวิ่งผ่านโต๊ะทดลอง ผ่านขวดโหลใส่ตัวอย่างประหลาด เข้าไปยังห้องชั้นในที่มีกองกระดูก

ที่มุมห้อง กลไกบนพื้นถูกเปิดออกเผยให้เห็นบันไดที่ทอดลงสู่ความมืดมิดของอุโมงค์

"รีด..." เมลี่สะอื้น

"โดดลงไป" รีดสั่ง น้ำตาไหลอาบแก้ม "เราต้องมีชีวิตรอด"

จบบทที่ บทที่ 10: ค่ำคืนอันโหดร้าย (ต่อ)

คัดลอกลิงก์แล้ว