- หน้าแรก
- วุ่นชะมัด เมื่อผมและเหล่าร่างแยกต้องมาเล่นละครตบตาโลก
- บทที่ 8 ความยุติธรรมแบบโจรปล้นโจร
บทที่ 8 ความยุติธรรมแบบโจรปล้นโจร
บทที่ 8 ความยุติธรรมแบบโจรปล้นโจร
บทที่ 8 ความยุติธรรมแบบโจรปล้นโจร
ว่านอี้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ ไม่สนใจรถคันอื่นที่เขาขับเฉียดผ่านหรือเสียงก่นด่าจากคนขับรถเหล่านั้น เขาขี่มอเตอร์ไซค์ตามหลังรถตำรวจไปพลางสังเกตสถานการณ์เบื้องหน้า
บนท้องฟ้ามีเฮลิคอปเตอร์บินวน คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของรถตู้มินิแวนและรายงานสถานการณ์ตลอดเวลา
ภายในรถตู้มีคนอยู่สี่คน ชายคนหนึ่งทำหน้าที่ขับรถ ส่วนชายหญิงอีกคู่กำลังลูบคลำกระสอบด้วยรอยยิ้มที่มอบให้แก่กัน
ฝ่ายชายเอ่ยขึ้น "รอบนี้รวยเละ ต่อให้ครั้งหน้าเข้ามาในโลกนี้แล้วโดนประกาศจับก่อนรีเซ็ตรอบใหม่ ก็ยังคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม"
"อย่าเพิ่งดีใจไป ถึงจะเป็นฉากยุคปัจจุบัน แต่กำลังพลที่ไล่ล่าเราก็ตึงมือเอาเรื่อง เลิกยิ้มหน้าบานเป็นคนปัญญาอ่อนแล้วหันมาช่วยกันดูต้นทางเดี๋ยวนี้" ชายติดอาวุธที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับคอยสอดส่องมองหลังรถอยู่ตลอดเวลา เอ่ยขัดขึ้นเหมือนเอาน้ำเย็นราดรด
"รถดัดแปลงมาแล้ว รถตำรวจพวกนั้นตามไม่ทันหรอกน่า" หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆ
"ใกล้จะถึงชานเมืองแล้ว ทุกคนระวังตัวด้วย" คนขับรถเตือนหลังจากประเมินเส้นทาง
คนอื่นๆ ต่างกระตือรือร้นขึ้นทันที
ตามข้อมูลที่รวบรวมมาก่อนลงมือ ในไทม์ไลน์นี้ หากก่อคดี ยิ่งเข้าใกล้ขอบเมืองมากเท่าไหร่ กำลังไล่ล่าก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ระยะทางสุดท้ายนี้แหละคือช่วงที่ยากลำบากที่สุด
เป็นไปตามคาด ไม่นานนักเสียงปืนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงกระสุนกระทบท้ายรถดังก้องอย่างต่อเนื่อง
คนในรถตู้ต่างเคร่งเครียดขึ้นมาทันที โชคดีที่พวกเขาเสริมเกราะให้รถมาล่วงหน้า โดยเฉพาะล้อยางที่มีระบบกันกระสุน ทำให้ไม่ถูกเจาะยางได้โดยง่าย
เมื่อถึงทางแยก รถตำรวจจำนวนมากก็แห่เข้ามาล้อมกรอบ ในเมืองที่เส้นทางซับซ้อน ลำพังแค่รถเร็วอย่างเดียวไม่ได้การันตีว่าจะหนีรอดได้ง่ายๆ
ชายที่นั่งข้างคนขับโผล่ตัวออกไปนอกหน้าต่างพร้อมปืนในมือ กราดยิงใส่รถตำรวจที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งเพื่อลดแรงกดดัน
ว่านอี้ที่ตามมาด้านหลังมองดูฉากไล่ล่าที่ราวกับหนังแอ็คชั่นพลางเดาะลิ้น "รถพวกมันอึดชะมัด ดัดแปลงมาแบบพิเศษหรือไงนะ?"
"ดูท่าพวกมันคงไม่ชนคว่ำไปเองแน่ๆ เราจะเอาไงดี?" ร่างแยกของว่านอี้ถามขึ้นในใจ
"งั้นก็ช่วยสงเคราะห์ให้พวกมันคว่ำด้วยระบบแมนนวลก็แล้วกัน" ว่านอี้ขี่มอเตอร์ไซค์ที่มีความคล่องตัวและแรงม้าสูง ทำให้สามารถไล่ตามรถตู้ตัวแรงในสภาพการจราจรในเมืองได้อย่างสบายๆ
เขาเลี้ยวรถ เตรียมหาจังหวะที่เหมาะสมเพื่อลงมือตามแผน
รถตู้พุ่งขึ้นไปบนทางด่วน ชนรถคันหน้ากระเด็นอย่างไม่ไยดี ฝีมือของคนขับรถถือว่ายอดเยี่ยม เขาใช้รถยนต์ทั่วไปรอบข้างเป็นสิ่งกีดขวางรถตำรวจได้อย่างชำนาญ
ในจังหวะที่คนขับกำลังเล็งหามุมสวยๆ เพื่อพุ่งลงจากทางด่วนและสลัดรถตำรวจให้หลุดอย่างสมบูรณ์ จู่ๆ เขาก็เหลือบเห็นเงาดำปรากฏขึ้นในกระจกมองหลัง
ยังไม่ทันจะได้มองให้ชัดว่าเงานั้นคืออะไร เขาก็เห็นวัตถุแสงสีม่วงถูกขว้างเข้ามา
วัตถุแสงนั้นกระแทกเข้ากับช่วงล่างของรถตู้ เกิดการระเบิดขึ้น
อานุภาพไม่ได้รุนแรงมากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้รถตู้เสียการควบคุมชั่วคราว
ปัง!
รถที่เสียการควบคุมพุ่งหลุดออกจากทางด่วน ร่วงลงสู่อาคารเบื้องล่างทันที
คนในรถกรีดร้องลั่น แต่เสียงของพวกเขาไปไม่ถึงใคร
โครม!
รถตู้สภาพพังยับเยินกลายเป็นเศษเหล็ก ชายที่เคยนั่งข้างคนขับพยายามตะเกียกตะกายออกมาจากซากรถที่พลิกคว่ำ เขาหันไปมองเพื่อนร่วมทีม ชายหญิงคู่หลังนั้นไม่ทราบชะตากรรม ส่วนคนขับรถยังกระตุกอยู่ แต่ดูจากสภาพแล้วคงวิ่งไม่ไหว
เมื่อได้ยินเสียงไซเรนที่ใกล้เข้ามาและเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์เหนือหัว เขากัดฟันคว้ากระสอบสองใบใกล้ตัว เตรียมจะหนีไปคนเดียว
ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ชายคนนั้นปฏิกิริยาไว เขายกปืนขึ้นเล็ง... ปัง!
แต่เขากลับถูกมอเตอร์ไซค์ที่พุ่งเข้ามาชนกระเด็นเสียก่อน กระสอบสองใบกลิ้งหลุนๆ ไปด้านข้าง
"ขอบใจที่เหนื่อยนะ เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการต่อเอง" ว่านอี้กล่าวบทพูดเท่ๆ ราวกับฮีโร่ ในขณะที่กำลังทำตัวเยี่ยงโจรปล้นโจร
"ไอ้สารเลว! แกนี่เอง!" จังหวะที่ว่านอี้กำลังรวบกระสอบ เขาก็ต้องแปลกใจที่พบว่าชายคนนั้นยังไม่ตาย
ไม่เพียงแค่ไม่ตาย แต่หลังจากรถร่วงจากที่สูงและโดนมอเตอร์ไซค์ชนเข้าอย่างจัง เขากลับยังลุกขึ้นมายืนได้
"แกก็เป็น 'ตัวหายนะ' เหมือนกันงั้นเรอะ?"
"แกเรียกใครว่าตัวหายนะฮะ!?"
เอาเถอะ ดูเหมือนจะเข้าใจผิดกัน
ปรากฏว่าไม่ใช่แค่พวก 'ตัวหายนะ' เท่านั้นที่แข็งแกร่ง คนธรรมดาในโลกนี้ก็มีวิธีการอัปเกรดตัวเองเหมือนกันสินะ
ชายคนนั้นหอบหายใจถี่ กล้ามเนื้อของเขาปูดโป่งขึ้นเล็กน้อยจนเสื้อที่ขาดวิ่นอยู่แล้วฉีกขาดเพิ่มขึ้นอีก
ดวงตาของเขาแดงก่ำ จ้องเขม็งมาที่ว่านอี้ แต่เนื่องจากว่านอี้สวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้ามิดชิด เขาจึงมองไม่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย
"ย้าก!!"
ชายคนนั้นพุ่งเข้ามาตรงๆ ดูท่าทางกะจะแลกชีวิต
ปัง ปัง ปัง—
ว่านอี้หยิบปืนที่ตกอยู่ตอนชนอีกฝ่ายกระเด็นขึ้นมา เขาลองชั่งน้ำหนักดู พบว่ามันเบากว่าที่คิด แล้วลองเหนี่ยวไก
ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ
ชายที่ดูเหมือนกำลังจะระเบิดพลังเฮือกสุดท้าย ร่างพรุนเป็นรังผึ้งในพริบตา ก่อนจะล้มลงจมกองเลือด ดวงตาเบิกโพลงตายตาไม่หลับ
"เดี๋ยวนี้ยิงคนตาไม่กระพริบเลยนะ" ร่างแยกของว่านอี้วิจารณ์ในใจ
"ฉันมาเล่นงานพวกมันก็เพราะหมั่นไส้ความกร่างของพวกมันต่างหาก อีกอย่าง ถ้านับชีวิตที่พวกแกร่างแยกฆ่าไป ป่านนี้มือฉันคงเปื้อนเลือดนับไม่ถ้วนแล้วมั้ง" ว่านอี้ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาและไม่ยี่หระ
เขาผูกกระสอบติดกับมอเตอร์ไซค์แล้วขับออกไปพร้อมของกลาง... ในขณะเดียวกัน ร่างแยกของว่านอี้ก็กำลังติดตามเฉินชางไฉ เพื่อเรียนรู้ชีวิตในโลกนี้
มันคือการเรียนรู้ชีวิตจริงๆ เฉินชางไฉเตรียมการมาดีมาก ดูเหมือนเขาจะวางเส้นสายในโลกนี้ไว้ล่วงหน้า เช่น เช่ารถให้พวกเขาไปขับรับจ้าง หลังจากขับไปไม่กี่รอบ พวกเขาก็เจอ 'ชิ้นส่วนรถยนต์' ในรถ
ร่างแยกของว่านอี้พิจารณาชิ้นส่วนนั้นใกล้ๆ มันให้ความรู้สึกเบาหวิวเหมือนไม่มีน้ำหนัก ราวกับถือลูกแก้วที่มีเงารถเลือนรางสะท้อนอยู่ข้างใน
"ต้องใช้ชิ้นส่วนกี่อันถึงจะประกอบเป็นรถได้จริงๆ ครับ?" เขาถาม
เฉินชางไฉยิ้มอย่างจนใจ "มันขึ้นอยู่กับฝีมือของ 'ผู้ประกอบสร้าง' ครับ ยิ่งผู้ประกอบสร้างเก่งเท่าไหร่ ก็ยิ่งใช้ชิ้นส่วนน้อยลงเท่านั้น สำหรับรถเก๋งแบบนี้ ถ้าจะประกอบให้เป็นรถคันเล็กสองที่นั่ง อย่างน้อยที่สุดก็ต้องใช้เป็นพันชิ้น ถ้าคันใหญ่กว่านี้ผมไม่อยากจะคิดเลย"
เหล่ามือใหม่ต่างอึ้งกิมกี่เมื่อได้ยิน หันมองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วก้มมองชิ้นส่วนเล็กจิ๋วในมือ
ความดีใจที่ได้รับของรางวัลมลายหายไปในพริบตา
ขับรถตั้งหลายเที่ยว ใช้เวลาเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง ได้มาแค่ชิ้นส่วนเดียว นี่มันน่าท้อแท้จริงๆ
พวกเขาเข้าใจทันทีว่าทำไมนักสำรวจส่วนใหญ่ถึงเลือกใช้วิธีที่ตรงไปตรงมากว่าอย่าง 'การทำลายล้าง'
ประสิทธิภาพมันคนละเรื่องกันเลย
ถ้าแค่ทุบรถทิ้ง ก็มีโอกาสสูงที่จะได้ชิ้นส่วนรถยนต์มาทันที เผลอๆ อาจได้มากกว่าหนึ่งชิ้นด้วยซ้ำ!
"นี่แหละคือความจริง..." เฉินชางไฉยิ้มพลางกล่าว "อย่าเพิ่งท้อครับ เดี๋ยวผมจะพาไปสนามยิงปืน ของที่นั่นดีกว่านี้เยอะ"
"สนามยิงปืนเหรอ? ยิงปืนแล้วจะได้ชิ้นส่วนปืนเหรอคะ?" ใครบางคนถาม
"ใช่ครับ การถือครองอาวุธปืนเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดชิ้นส่วนปืนได้ อาวุธทุ่นแรงพวกนี้มีค่ามาก และถ้าโชคดี คุณอาจจะได้ 'ชิ้นส่วนทักษะ' ด้วย"
"ชิ้นส่วนทักษะ?"
"ชิ้นส่วนแบ่งออกเป็นแบบกายภาพและแบบนามธรรมครับ ในนั้นมีสิ่งที่เรียกว่าชิ้นส่วนทักษะ ซึ่งช่วยให้เราเรียนรู้ทักษะต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และมูลค่าของมันก็สูงลิบลิ่ว" เฉินชางไฉอธิบายด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนคิดตามแล้วก็เข้าใจถึงมูลค่าของมัน
"ถ้าเป็นชิ้นส่วนของวรยุทธ์หรือวิชาบำเพ็ญเพียรจากนิยายกำลังภายในหรือแฟนตาซี เราก็เรียนได้เลยเหรอครับ?" ร่างแยกของว่านอี้ถาม
คำถามนี้ทำเอาดวงตาของทุกคนลุกวาวหนักกว่าเดิม
"ได้ครับ แม้วิชาที่ต้องใช้พลังงานพิเศษในการขับเคลื่อนอาจจะเรียนได้ไม่สมบูรณ์ แต่ตราบใดที่เงื่อนไขครบถ้วน ทุกอย่างสามารถเรียนรู้ได้โดยตรงผ่านชิ้นส่วนครับ" เฉินชางไฉพยักหน้ายืนยัน
นี่เป็นข่าวดีจริงๆ
แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถสร้างขุมกำลังการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ชิ้นส่วนทักษะพวกนี้คงตกถึงมือเฉพาะคนที่มีโชคระดับมหาศาลเท่านั้น คนส่วนใหญ่อาจไม่มีวาสนาจะได้แตะต้อง
แม้เฉินชางไฉจะพูดปลุกใจไว้อย่างสวยหรู แต่ความจริงช่างโหดร้าย
ที่สนามยิงปืน กลุ่มคนแปดคนระดมยิงปืนกันอยู่ครึ่งค่อนวัน ได้ชิ้นส่วนปืนมาแค่สิบกว่าชิ้น และไม่เห็นเงาของชิ้นส่วนทักษะเลยแม้แต่น้อย
"เอ่อ... ทุกคนอย่าเพิ่งท้อนะครับ ชิ้นส่วนพวกนี้ก็ยังพอประกอบเป็นปืนพกเล็กๆ ได้อยู่นะ" เฉินชางไฉพยายามให้กำลังใจ
"จริงเหรอคะ? งั้นก็ถือว่าไม่ได้คว้าน้ำเหลวสินะ!" หญิงสาวคนหนึ่งพูดอย่างดีใจ
"แปดคนยิงปืนทั้งบ่าย ได้ปืนพกกระบอกเดียว แปลว่าคนคนเดียวต้องยิงปืนถึงแปดบ่ายกว่าจะได้ปืนสักกระบอก แถมต่อให้ประกอบได้ปืนพก เราก็แบ่งกันไม่ลงตัวอยู่ดี" ร่างแยกของว่านอี้พูดพลางลูบปืนในมือ เหมือนบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่เสียงดังพอให้คนอื่นได้ยิน
ประโยคนั้นทำเอาบรรยากาศกร่อยสนิท
ร่างแยกของว่านอี้หันกลับมา เหมือนเพิ่งรู้สึกตัวช้าไปหน่อย "อ๊ะ ขอโทษทีครับ ผมแค่บ่นไปเรื่อย อย่าเก็บไปใส่ใจเลย"
เขาชินกับการบ่นเรื่อยเปื่อยกับร่างต้นโดยไม่คิดอะไร พฤติกรรมเมื่อครู่เลยดูเหมือนคนมีความฉลาดทางอารมณ์ต่ำไปหน่อย
"ไม่เป็นไรหรอกครับ ที่คุณพูดมาก็ถูก" เฉินชางไฉกล่าวอย่างจนใจ "ชีวิตของผู้ลี้ภัยข้ามแดนส่วนใหญ่ก็ทำได้แค่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานเพื่อเอาชีวิตรอดเท่านั้น เรื่องแบบนี้ไม่เกี่ยวกับพรสวรรค์จับต้องไม่ได้อะไรหรอกครับ มันอยู่ที่ดวงล้วนๆ"
การหาทรัพยากรคือหัวใจสำคัญของการแข็งแกร่งขึ้นในโลกนี้... ร่างแยกของว่านอี้คิดในใจ
หลังจากออกจากสนามยิงปืน ทุกคนก็นั่งรถออกไปนอกเมือง เตรียมตัวออกจากไทม์ไลน์
ก่อนจากไป ร่างแยกของว่านอี้ขอตัวไปเข้าห้องน้ำและสลับตัวกับร่างต้นที่กลับมาสมทบ ส่วนร่างแยกนี้จะขออยู่ในไทม์ไลน์นี้ต่อชั่วคราวพร้อมกับกระสอบชิ้นส่วนเหล่านั้น
ในตอนนี้ เขาขนชิ้นส่วนทั้งหมดออกไปไม่ได้ เขาจึงโกยชิ้นส่วนกำมือหนึ่งใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วทิ้งส่วนที่เหลือไว้ในโลกนี้ก่อน
อย่างน้อยชิ้นส่วนพวกนี้ก็จะไม่หายไปก่อนที่โลกนี้จะรีเซ็ตรอบใหม่
และอีกอย่าง เขาอยากทดสอบดูว่าร่างแยกจะเป็นอย่างไรหากต้องอยู่ในโลกนี้นานๆ
แถมเขายังอยากให้ร่างแยกช่วยฟาร์มชิ้นส่วนเพิ่มให้อีกแรง
เวลาและประสิทธิภาพ... ด้วยความช่วยเหลือจากร่างแยก เขามีข้อได้เปรียบเหนือคนอื่นอย่างมหาศาลในด้านนี้ ดังนั้นย่อมต้องใช้มันให้คุ้มค่า