- หน้าแรก
- วิถีตัวแม่สายเปย์
- บทที่ 77 สิ่งที่ดึงดูดสายตายิ่งกว่าตัวรถมอเตอร์ไซค์ คือบุคคลที่นั่งคร่อมมันอยู่
บทที่ 77 สิ่งที่ดึงดูดสายตายิ่งกว่าตัวรถมอเตอร์ไซค์ คือบุคคลที่นั่งคร่อมมันอยู่
บทที่ 77 สิ่งที่ดึงดูดสายตายิ่งกว่าตัวรถมอเตอร์ไซค์ คือบุคคลที่นั่งคร่อมมันอยู่
บทที่ 77 สิ่งที่ดึงดูดสายตายิ่งกว่าตัวรถมอเตอร์ไซค์ คือบุคคลที่นั่งคร่อมมันอยู่
ผู้ขับขี่สวมชุดรัดรูปสีดำสนิทและหมวกกันน็อกสีดำเงาวับ หน้ากากหมวกถูกเปิดขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายอย่างชัดเจน
แสงแดดสาดส่องกระทบใบหน้าซีกขวา ขับเน้นโครงหน้าอันสมบูรณ์แบบให้ดูโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น
เขานั่งคร่อมอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ ขายาวข้างหนึ่งยันพื้นเพื่อพยุงตัว ส่วนอีกข้างวางพักไว้บนที่วางเท้า ร่างกายเอนพิงเล็กน้อย แผ่กลิ่นอายความฮึกเหิมและเฉียบคมออกมาอย่างน่าประหลาด
ทันทีที่โอวยี่หานเดินออกมาจากเขตที่พักอาศัย สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือโจวตี้จวินในลุคนี้
วันนี้เขาดูเท่กว่าครั้งก่อนที่เจอมากนัก
ทว่าน่าเสียดาย แม้เธอจะจำเขาได้ แต่เขากลับจำเธอไม่ได้
สายตาเย็นชาของเขาเพียงแค่กวาดผ่านร่างเธอไปวูบหนึ่ง ก่อนจะละสายตาไปทางอื่นอย่างรวดเร็วราวกับมองคนแปลกหน้า
โอวยี่หานไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เพราะช่วงไม่กี่วันมานี้เธอเปลี่ยนแปลงไปมากโข อีกทั้งยังสวมทั้งหน้ากากอนามัยและหมวกแก๊ป จึงไม่แปลกที่เขาจะจำไม่ได้
เธอจึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเขา มือข้างหนึ่งไพล่หลัง อีกข้างโบกทักทายตรงหน้า
"ไง... โจวตี้จวิน วันนี้แต่งตัวเท่เชียวนะ"
โจวตี้จวินขมวดคิ้วมุ่น กวาดตามองเธอด้วยความระแวดระวังและสับสน
เมื่อเห็นว่าเขายังนึกไม่ออก โอวยี่หานจึงเอามือไพล่หลังแล้วเริ่มบอกใบ้
"จำฉันไม่ได้เหรอ? หน้าโรงเรียน... คืนโทรศัพท์... นัดเลี้ยงข้าวไง"
พอได้ยินคำใบ้ โจวตี้จวินก็ร้องอ๋อในใจ
คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายออก ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้น เขาหันกลับมาพิจารณาเธอใหม่อีกครั้งด้วยความสนใจ
"เธอเองเหรอ 'น้องสาวเก็บของได้คืนเจ้าของ'? ไม่เลวนี่ ไม่เจอกันแค่สองวันเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย นอกจากจะรู้จักแต่งตัวแล้ว ยังไปดัดผมมาด้วยสินะ"
พูดจบเขาก็ยื่นมือมาดึงปอยผมหยิกที่โผล่ออกมาจากหมวกแก๊ปของเธอเล่นอย่างนึกสนุก
โอวยี่หานปัดมือเขาออกทันที พลางยิ้มแล้วเอ่ยแก้
"ลามปามผู้ใหญ่! ขอย้ำอีกครั้งนะ ฉันไม่ใช่น้องสาว ฉันเป็นพี่สาวเธอ ฉันอายุสิบแปดแล้ว โตกว่านายย่ะ"
โจวตี้จวินมีหรือจะยอม
"เธอสิบแปดงั้นเหรอ? งั้นฉันก็สิบเก้า เพราะงั้นฉันเป็นพี่ชาย ส่วนเธอเป็นน้องสาว ถูกต้องแล้ว"
โอวยี่หานรู้สึกทั้งขำทั้งระอาในความหน้ามึนของเขา
ระบบแจ้งชัดเจนว่าเขาอายุสิบเจ็ด แต่เขากลับโกหกหน้าตาย
โจวตี้จวินยังคงเรียกเธอว่าน้องสาวต่อไป สายตาจับจ้องไปที่หน้ากากสีดำของเธอก่อนเอ่ยถาม
"น้องสาว ทำไมต้องใส่หน้ากากด้วย? เป็นสิวเหรอ? ไม่เป็นไรหรอก พี่ชายไม่ถือ ถอดออกเถอะน่า"
โจวตี้จวินหยอกเย้าด้วยมาดกวนๆ
"ไม่ได้เป็นสิว แต่ถอดไม่ได้" โอวยี่หานตอบกลับ
จากนั้นก็มองไปที่เบาะท้ายรถมอเตอร์ไซค์
"นายมารับฉันไปกินข้าวไม่ใช่เหรอ? งั้นฉันขึ้นรถล่ะนะ"
ว่าแล้วโอวยี่หานก็เตรียมจะก้าวขึ้นซ้อนท้าย
โจวตี้จวินยิ้มมุมปาก เป็นเชิงอนุญาตโดยดุษณี
ขณะที่เธอกำลังจัดแจงท่านั่ง โจวตี้จวินก็ถามทีเล่นทีจริง
"นี่... บ้านเธออยู่ที่นี่เหรอ? ราคาบ้านแถวนี้ไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ ในเมื่อฐานะทางบ้านดีขนาดนี้ ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่าทำไมวันที่เราเจอกันครั้งแรกเธอถึงแต่งตัวโทรมขนาดนั้น? หรือว่าแอบปิ๊งฉัน เลยจงใจเรียกร้องความสนใจ?"
อันที่จริงข้อสงสัยนี้ผุดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวานตอนที่ได้รับตำแหน่งที่ตั้งจากเธอแล้ว
สถานที่แห่งนี้อยู่ไกลจากจุดที่เขาทำโทรศัพท์หายและไม่ใช่ทางผ่าน โอวยี่หานมาเจอโทรศัพท์เขาที่นี่ได้อย่างไร?
อีกอย่าง ที่นี่คือย่านธุรกิจใจกลางเมือง คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ได้ย่อมมีฐานะ แต่วันนั้นโอวยี่หานกลับแต่งตัวซอมซ่อ... สองเรื่องนี้มันดูขัดแย้งกันชอบกล ดังนั้นโจวตี้จวินผู้คุ้นเคยกับการได้รับจดหมายรักจึงอดไม่ได้ที่จะคิดเข้าข้างตัวเอง
โอวยี่หานกลอกตามองบน
"น้องชาย อาการหลงตัวเองนี่ถือเป็นโรคชนิดหนึ่งนะ รีบไปหาหมอรักษาซะเถอะ!"