- หน้าแรก
- วิถีตัวแม่สายเปย์
- บทที่ 29: ปิดการขาย
บทที่ 29: ปิดการขาย
บทที่ 29: ปิดการขาย
บทที่ 29: ปิดการขาย
สายตาของเธอแทบจะเขียนคำว่า 'รวย' แปะเอาไว้ชัดเจน
โอวอี้หานเหลือบมองต้วนหมิงรุ่ยอีกครั้ง
ต้วนหมิงรุ่ยประสานมือไว้ระหว่างขา ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม สายตาหลุบต่ำ ดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
โอวอี้หานรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น
คงเป็นเพราะไป๋เสี่ยวเฟยเห็นว่าเธอมีแนวโน้มจะซื้อ เลยคิดจะมาแย่งลูกค้าจากต้วนหมิงรุ่ยดื้อๆ
พูดตามตรง โอวอี้หานเองก็รังเกียจพฤติกรรมน่าเกลียดแบบนี้
ลำพังแค่ตัดสินคนจากภายนอกและเลือกปฏิบัติก็แย่พอแล้ว
นี่ยังจะหน้าด้านมาแย่งลูกค้าที่ตัวเองเคยดูถูกตอนที่คนอื่นกำลังจะปิดการขายอีกเหรอ?
คิดว่าโลกหมุนรอบตัวเธอคนเดียวหรือไง?
อีกอย่าง ต้วนหมิงรุ่ยก็เป็นหนุ่มหล่อที่ผ่านเกณฑ์ของระบบใช่ไหมล่ะ?
เธอกำลังกะว่าจะซื้อบ้านให้เขาเพื่อทำยอด 'แคชแบ็ก' ชดเชยส่วนต่างให้พอซื้อห้องชุดทิศเหนือ-ใต้นั่นอยู่พอดี
ไป๋เสี่ยวเฟยจะเสนอหน้ามาทำไมกัน?
ดังนั้น โอวอี้หานจึงพูดออกไปตรงๆ
"จะซื้อห้องไหน ชั้นไหน... ต้วนหมิงรุ่ยที่ปรึกษาของฉันจะเป็นคนบอกเอง ไม่ต้องรบกวนคุณหรอกค่ะ 'คุณป้า'"
รอยยิ้มของไป๋เสี่ยวเฟยแข็งค้างบนใบหน้า
เรียกใครว่า 'คุณป้า' ยะ!
ถ้าไม่ใช่เพราะค่าคอมมิชชัน 40,000 หยวนจากบ้านหลังนี้ มีหรือเธอจะยอมลดตัวมาประจบเด็กกะโปโลแบบนี้?
เมื่อได้ยินดังนั้น ต้วนหมิงรุ่ยเงยหน้าขึ้นมองเธอ ความรู้สึกดีที่มีต่อเด็กสาวแปลกหน้าที่เพิ่งพบกันคนนี้เพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด
ค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ย +5
ค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ย +5
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ยเพิ่มขึ้น 10 แต้ม ถูกแปลงอัตโนมัติเป็นแต้มอัปเกรด 1 แต้ม แต้มอัปเกรดคงเหลือปัจจุบันของโฮสต์: 2]
ไป๋เสี่ยวเฟยยังไม่ยอมถอดใจง่ายๆ เธอยังคงพยายามดิสเครดิตต้วนหมิงรุ่ยต่อหน้าโอวอี้หาน
"คุณหนูโอวคะ ถึงเสี่ยวต้วนจะเป็นเด็กดี แต่เขาก็ยังเป็นเด็กใหม่ ประสบการณ์ยังน้อย แถมส่วนลดในมือเขาก็มีไม่มากเท่าฉัน..."
"ฉันเป็นที่ปรึกษาระดับเหรียญทอง ถ้าคุณหนูโอววางใจให้ฉันดูแล รับรองว่าจะได้ราคาที่ถูกกว่าแน่นอนค่ะ"
ต้วนหมิงรุ่อหรี่ตาลง
เขาไม่นึกเลยว่าไป๋เสี่ยวเฟยจะเป็นคนแบบนี้
นอกจากจะใส่ร้ายเขาต่อหน้าลูกค้าแล้ว ยังใช้เรื่องส่วนลดมาแย่งลูกค้ากันหน้าด้านๆ อีก
"ลดได้เท่าไหร่คะ?" โอวอี้หานเอ่ยถาม
ไป๋เสี่ยวเฟยไม่สนใจว่าต้วนหมิงรุ่ยจะคิดอย่างไร
ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ปรึกษาระดับเหรียญทองคือเสาหลักที่มั่นคง ส่วนเด็กใหม่ก็แค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
อีกครึ่งเดือนถ้าเขาปิดการขายไม่ได้สักห้อง ก็ไม่รู้ว่าจะยังได้ทำงานต่อหรือเปล่า
เธอไม่จำเป็นต้องแคร์สายตาเขา
แต่ลูกค้าตรงหน้าที่ดูเหมือนจะหวั่นไหวกับส่วนลด ทำให้เธอเริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง
"ถ้าคุณหนูเชื่อใจฉัน ฉันลดให้ได้ 2 จุดค่ะ" ไป๋เสี่ยวเฟยยืดตัวตรง ชูสองนิ้วขึ้นอย่างมั่นใจ
2 จุด... ก็แค่ 40,000 กว่าหยวน
หลังจากซื้อเสื้อผ้าไป เงินของเธอเหลือไม่ถึง 2 ล้านหยวน แม้จะเอาบ้านราคา 2.1 ล้านมาลบส่วนลด 40,000 กว่าหยวน มันก็ยังไม่พอจ่ายอยู่ดี
ดังนั้น โอวอี้หานจึงตอบกลับไปว่า
"อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ แต่ขอโทษทีนะคะคุณป้า ฉันถูกชะตากับหนุ่มหล่อคนนี้คนเดียว เรื่องซื้อบ้านฉันยกให้เขาดูแลทั้งหมด คุณเชิญไปตากแอร์เล่นตรงอื่นเถอะค่ะ"
ค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ย +5
ค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ย +5
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ยเพิ่มขึ้น 10 แต้ม ถูกแปลงอัตโนมัติเป็นแต้มอัปเกรด 1 แต้ม แต้มอัปเกรดคงเหลือปัจจุบันของโฮสต์: 3]
ต้วนหมิงรุ่ยเคยกังวลว่าโอวอี้หานอาจจะโอนเอียงไปตามข้อเสนอของไป๋เสี่ยวเฟย
เพราะเขาเองก็ไม่มีส่วนลดในมือมากเท่าไป๋เสี่ยวเฟยจริงๆ
เป็นเรื่องปกติที่ลูกค้าจะมองหาผลประโยชน์สูงสุด
แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเธอจะปฏิเสธไป๋เสี่ยวเฟยอย่างไม่ไยดี
สีหน้าของต้วนหมิงรุ่ยสดใสขึ้นทันตา เขายืดอกขึ้นเล็กน้อยด้วยความภูมิใจ
"เจ๊เสี่ยวเฟย ผมบอกแล้วไงครับว่าคุณหนูโอวเธอไม่ชอบเจ๊หรอก ทำไมต้องดึงดันด้วย... ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะจำน้ำใจเจ๊ไว้ ปิดจ๊อบนี้ได้เมื่อไหร่ผมจะเลี้ยงข้าวเจ๊เอง ตอนนี้รบกวนเจ๊ช่วย..."
เขาผายมือไปทางเคาน์เตอร์ต้อนรับ เป็นเชิงบอกให้เธอกลับไปประจำที่
ไป๋เสี่ยวเฟยโกรธจนจมูกบิดเบี้ยว
เธอไม่เคยเจอลูกค้าโง่เง่าขนาดนี้มาก่อน!
เสนอส่วนลดให้ตั้ง 40,000 กว่าหยวน ยังจะเลือกซื้อกับเด็กใหม่อีก
หึ!
แต่งตัวก็โทรม อายุแค่นี้ เธอไม่เชื่อหรอกว่าจะมีปัญญาซื้อบ้านราคาแพงขนาดนี้จริงๆ
คอยดูเถอะ
ต้วนหมิงรุ่ย
เดี๋ยวพอยัยเด็กนี่ไม่มีเงินจ่าย นายคงได้ร้องไห้ไม่ออกแน่
คิดได้ดังนั้น เธอก็ลุกขึ้นด้วยใบหน้าบึ้งตึง กระทืบส้นสูงปึงปังเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ
ต้วนหมิงรุ่ยมองแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยโทสะของเธอ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก รู้สึกสะใจเล็กๆ
"ฉันเอาห้องทิศตะวันออก ชั้น 21 นะ?"
เสียงของโอวอี้หานเรียกสติของต้วนหมิงรุ่ยกลับมา
ต้วนหมิงรุ่ยเหลือบดูผังห้อง
ห้องฝั่งตะวันออก ชั้น 21 เป็นห้องเดียวกับที่ไป๋เสี่ยวเฟยแนะนำเมื่อครู่เป๊ะ
หันหน้าทิศเหนือ-ใต้ แสงและวิวดี ไม่ติดถนน เสียงรบกวนน้อย เป็นทำเลทองจริงๆ
"ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมไปพิมพ์สัญญาให้"
โอวอี้หานขัดขึ้น
"สัญญาของฉันไม่รีบ ก่อนอื่นมาจัดการซื้อห้องที่คุณอยากได้ก่อนดีกว่า"
ไม่อย่างนั้นเงินเธอจะไม่พอ
"คุณ... คุณจะซื้อบ้านให้ผมจริงๆ เหรอครับ?" แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยิน แต่ต้วนหมิงรุ่ยก็ยังรู้สึกเหมือนฝันไป จนอดถามย้ำไม่ได้
"ใช่สิ แล้วเมื่อกี้ฉันก็ช่วยคุณไล่ไป๋เสี่ยวเฟยไปแล้วด้วย คุณห้ามปฏิเสธฉันนะ" โอวอี้หานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ต้วนหมิงรุ่ยยิ้มแห้งๆ
จะซื้อบ้านให้เขา แถมยังเอาบุญคุณมาอ้างอีก
ใจจริงเขาอยากจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องลำบากขนาดนั้นหรอก
แต่ใครล่ะจะไม่อยากได้บ้านฟรีๆ
"งั้นผมเอาห้องข้างๆ คุณแล้วกัน?" ต้วนหมิงรุ่ยชี้ไปที่ห้องทิศใต้แท้ๆ ซึ่งอยู่ติดกับห้องฝั่งตะวันออกชั้น 21 หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ถามด้วยความกังวล "น้องสาว เงินพอแน่นะครับ?"
ถ้าถึงเวลาจ่ายจริงแล้วเงินไม่พอ คงได้ขายหน้าแย่
"พอสิ... ห้องนี้ที่คุณบอกว่าราคาประมาณ 1.6 ล้านใช่ไหม?" โอวอี้หานตอบอย่างไม่ลังเล
ต้วนหมิงรุ่ยพยักหน้า
"ครับ"
โอวอี้หาน: "ดี งั้นไปเตรียมสัญญามาก่อน ต้องระบุชื่อคุณเป็นเจ้าของนะ เซ็นเสร็จแล้วฉันจะไปจ่ายเงินให้"
ต้วนหมิงรุ่ยไม่ปฏิเสธอีก
เขาตอบรับ "ตกลงครับ" แล้วลุกขึ้นเดินไปชั้นสอง
สัญญาซื้อขายจะมีผลทางกฎหมายก็ต่อเมื่อยื่นเรื่องกับกรมที่ดินเรียบร้อยแล้ว
ต่อให้เขาเซ็นสัญญาไปแล้วโดนเด็กสาวหลอก ก็ไม่เสียหายอะไร อย่างมากก็แค่ให้ผู้จัดการเซ็นยกเลิกสัญญาไปหนึ่งฉบับ
ดังนั้นเขาจึงไม่กังวล
หลังจากพิมพ์สัญญาบ้านของตัวเองและของโอวอี้หานเสร็จเรียบร้อย ต้วนหมิงรุ่ยก็เดินกลับลงมาข้างล่าง
เด็กสาวยังคงนั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่ที่โซฟาตัวเดิม
ต้วนหมิงรุ่ยวางสัญญาที่ระบุชื่อเขาเป็นเจ้าของลงตรงหน้าเธอ แล้ววางสัญญาฉบับของโอวอี้หานที่ยังไม่ได้เซ็นไว้ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยว่า
"นี่ครับ สัญญาของผมเซ็นเรียบร้อยแล้ว คุณเซ็นสัญญาของคุณ แล้วเราไปแผนกการเงินเพื่อชำระเงินพร้อมกันเลยครับ"
พูดจบ เขาก็หยิบปากกาและตลับหมึกออกมา
โอวอี้หานไม่รอช้า จรดปากกาเซ็นชื่อและประทับลายนิ้วมือลงบนสัญญาอย่างรวดเร็ว
หลังจากจัดการสัญญาซื้อขายทั้งสามฉบับเสร็จสิ้น เธอก็วางปากกาลงและหยิบทิชชู่มาเช็ดคราบหมึกที่ปลายนิ้ว
ต้วนหมิงรุ่ยตรวจสอบความเรียบร้อย ไม่มีการตกหล่นหรือพิมพ์ผิด จากนั้นจึงหันไปมองโอวอี้หาน
"คุณหนูโอวครับ ตอนนี้เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่มีข้อสงสัยอื่น เราไปชำระเงินที่แผนกการเงินชั้นสองกันเลยไหมครับ?"
โอวอี้หานพยักหน้า "ได้สิ"
ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินนำไปยังบันได
ต้วนหมิงรุ่ยรีบเดินตามไปติดๆ
เมื่อถึงแผนกการเงิน ต้วนหมิงรุ่ยยื่นสัญญาทั้งสองฉบับให้พนักงาน
พนักงานการเงินเป็นหญิงวัยกลางคนสวมแว่นตา
เธอพลิกดูสัญญา ขยับแว่นเล็กน้อย แล้วมองต้วนหมิงรุ่ย
"ไม่เลวนี่เจ้าหนู ไม่นึกเลยว่าจะรวยขนาดนี้ อายุแค่นี้ซื้อบ้านได้แล้ว"
ใบหูของต้วนหมิงรุ่ยแดงระเรื่อ เขาตอบกลับไปว่า
"มีคนซื้อในนามผมน่ะครับ ไม่ใช่เงินผมหรอก รบกวนพี่ช่วยคีย์ยอดเงินให้หน่อยครับ เราจะได้รีบจ่าย"
พนักงานการเงินชำเลืองมองโอวอี้หานแวบหนึ่ง
โอวอี้หานสบตาเธอด้วยสีหน้าจริงจัง ท่าทีสงบนิ่งของเธอทำให้พนักงานรู้สึกเกรงใจจนไม่กล้าจ้องนาน
พนักงานการเงินละสายตา กลับมาทำท่าทีเคร่งขรึม แล้วเอ่ยถาม
"จะชำระค่าบ้านหลังไหนก่อนคะ? จ่ายเต็มจำนวนหรือกู้?"
โอวอี้หานชิงตอบก่อน "บ้านของต้วนหมิงรุ่ยก่อนค่ะ จ่ายสดเต็มจำนวนทั้งสองหลัง"
จากนั้นเธอก็ควักบัตรธนาคารสีดำใบนั้นออกมา
พนักงานการเงินกดตัวเลขลงในเครื่องรูดบัตร แล้วยื่นให้
โอวอี้หานรับมา รูดบัตรผ่านช่องอ่านอย่างคล่องแคล่ว
ต้วนหมิงรุ่ยจ้องมองทุกอิริยาบถ หัวใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ลุ้นจนตัวโก่ง
กลัวเหลือเกินว่าวินาทีถัดไปเครื่องรูดบัตรจะแจ้งเตือนว่า 'ยอดเงินไม่เพียงพอ'
ทว่า... โดยไม่ต้องใส่รหัสผ่าน เครื่องรูดบัตรก็พิมพ์ใบเสร็จสีขาวใบเล็กออกมา
โอวอี้หานฉีกใบเสร็จ เซ็นชื่อ แล้วดันกลับไปให้พนักงานพร้อมกับเครื่องรูดบัตรในคราวเดียวอย่างลื่นไหล
"เป็นไงบ้างครับ... ยอดเงินถูกต้องไหม?" ต้วนหมิงรุ่ยที่มองไม่เห็นตัวเลข รีบชะโงกหน้าข้ามเคาน์เตอร์ไปถามพนักงานการเงิน