เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29: ปิดการขาย

บทที่ 29: ปิดการขาย

บทที่ 29: ปิดการขาย


บทที่ 29: ปิดการขาย

สายตาของเธอแทบจะเขียนคำว่า 'รวย' แปะเอาไว้ชัดเจน

โอวอี้หานเหลือบมองต้วนหมิงรุ่ยอีกครั้ง

ต้วนหมิงรุ่ยประสานมือไว้ระหว่างขา ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม สายตาหลุบต่ำ ดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

โอวอี้หานรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น

คงเป็นเพราะไป๋เสี่ยวเฟยเห็นว่าเธอมีแนวโน้มจะซื้อ เลยคิดจะมาแย่งลูกค้าจากต้วนหมิงรุ่ยดื้อๆ

พูดตามตรง โอวอี้หานเองก็รังเกียจพฤติกรรมน่าเกลียดแบบนี้

ลำพังแค่ตัดสินคนจากภายนอกและเลือกปฏิบัติก็แย่พอแล้ว

นี่ยังจะหน้าด้านมาแย่งลูกค้าที่ตัวเองเคยดูถูกตอนที่คนอื่นกำลังจะปิดการขายอีกเหรอ?

คิดว่าโลกหมุนรอบตัวเธอคนเดียวหรือไง?

อีกอย่าง ต้วนหมิงรุ่ยก็เป็นหนุ่มหล่อที่ผ่านเกณฑ์ของระบบใช่ไหมล่ะ?

เธอกำลังกะว่าจะซื้อบ้านให้เขาเพื่อทำยอด 'แคชแบ็ก' ชดเชยส่วนต่างให้พอซื้อห้องชุดทิศเหนือ-ใต้นั่นอยู่พอดี

ไป๋เสี่ยวเฟยจะเสนอหน้ามาทำไมกัน?

ดังนั้น โอวอี้หานจึงพูดออกไปตรงๆ

"จะซื้อห้องไหน ชั้นไหน... ต้วนหมิงรุ่ยที่ปรึกษาของฉันจะเป็นคนบอกเอง ไม่ต้องรบกวนคุณหรอกค่ะ 'คุณป้า'"

รอยยิ้มของไป๋เสี่ยวเฟยแข็งค้างบนใบหน้า

เรียกใครว่า 'คุณป้า' ยะ!

ถ้าไม่ใช่เพราะค่าคอมมิชชัน 40,000 หยวนจากบ้านหลังนี้ มีหรือเธอจะยอมลดตัวมาประจบเด็กกะโปโลแบบนี้?

เมื่อได้ยินดังนั้น ต้วนหมิงรุ่ยเงยหน้าขึ้นมองเธอ ความรู้สึกดีที่มีต่อเด็กสาวแปลกหน้าที่เพิ่งพบกันคนนี้เพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด

ค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ย +5

ค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ย +5

[ติ๊ง! ตรวจพบว่าค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ยเพิ่มขึ้น 10 แต้ม ถูกแปลงอัตโนมัติเป็นแต้มอัปเกรด 1 แต้ม แต้มอัปเกรดคงเหลือปัจจุบันของโฮสต์: 2]

ไป๋เสี่ยวเฟยยังไม่ยอมถอดใจง่ายๆ เธอยังคงพยายามดิสเครดิตต้วนหมิงรุ่ยต่อหน้าโอวอี้หาน

"คุณหนูโอวคะ ถึงเสี่ยวต้วนจะเป็นเด็กดี แต่เขาก็ยังเป็นเด็กใหม่ ประสบการณ์ยังน้อย แถมส่วนลดในมือเขาก็มีไม่มากเท่าฉัน..."

"ฉันเป็นที่ปรึกษาระดับเหรียญทอง ถ้าคุณหนูโอววางใจให้ฉันดูแล รับรองว่าจะได้ราคาที่ถูกกว่าแน่นอนค่ะ"

ต้วนหมิงรุ่อหรี่ตาลง

เขาไม่นึกเลยว่าไป๋เสี่ยวเฟยจะเป็นคนแบบนี้

นอกจากจะใส่ร้ายเขาต่อหน้าลูกค้าแล้ว ยังใช้เรื่องส่วนลดมาแย่งลูกค้ากันหน้าด้านๆ อีก

"ลดได้เท่าไหร่คะ?" โอวอี้หานเอ่ยถาม

ไป๋เสี่ยวเฟยไม่สนใจว่าต้วนหมิงรุ่ยจะคิดอย่างไร

ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ปรึกษาระดับเหรียญทองคือเสาหลักที่มั่นคง ส่วนเด็กใหม่ก็แค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

อีกครึ่งเดือนถ้าเขาปิดการขายไม่ได้สักห้อง ก็ไม่รู้ว่าจะยังได้ทำงานต่อหรือเปล่า

เธอไม่จำเป็นต้องแคร์สายตาเขา

แต่ลูกค้าตรงหน้าที่ดูเหมือนจะหวั่นไหวกับส่วนลด ทำให้เธอเริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง

"ถ้าคุณหนูเชื่อใจฉัน ฉันลดให้ได้ 2 จุดค่ะ" ไป๋เสี่ยวเฟยยืดตัวตรง ชูสองนิ้วขึ้นอย่างมั่นใจ

2 จุด... ก็แค่ 40,000 กว่าหยวน

หลังจากซื้อเสื้อผ้าไป เงินของเธอเหลือไม่ถึง 2 ล้านหยวน แม้จะเอาบ้านราคา 2.1 ล้านมาลบส่วนลด 40,000 กว่าหยวน มันก็ยังไม่พอจ่ายอยู่ดี

ดังนั้น โอวอี้หานจึงตอบกลับไปว่า

"อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ แต่ขอโทษทีนะคะคุณป้า ฉันถูกชะตากับหนุ่มหล่อคนนี้คนเดียว เรื่องซื้อบ้านฉันยกให้เขาดูแลทั้งหมด คุณเชิญไปตากแอร์เล่นตรงอื่นเถอะค่ะ"

ค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ย +5

ค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ย +5

[ติ๊ง! ตรวจพบว่าค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ยเพิ่มขึ้น 10 แต้ม ถูกแปลงอัตโนมัติเป็นแต้มอัปเกรด 1 แต้ม แต้มอัปเกรดคงเหลือปัจจุบันของโฮสต์: 3]

ต้วนหมิงรุ่ยเคยกังวลว่าโอวอี้หานอาจจะโอนเอียงไปตามข้อเสนอของไป๋เสี่ยวเฟย

เพราะเขาเองก็ไม่มีส่วนลดในมือมากเท่าไป๋เสี่ยวเฟยจริงๆ

เป็นเรื่องปกติที่ลูกค้าจะมองหาผลประโยชน์สูงสุด

แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเธอจะปฏิเสธไป๋เสี่ยวเฟยอย่างไม่ไยดี

สีหน้าของต้วนหมิงรุ่ยสดใสขึ้นทันตา เขายืดอกขึ้นเล็กน้อยด้วยความภูมิใจ

"เจ๊เสี่ยวเฟย ผมบอกแล้วไงครับว่าคุณหนูโอวเธอไม่ชอบเจ๊หรอก ทำไมต้องดึงดันด้วย... ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะจำน้ำใจเจ๊ไว้ ปิดจ๊อบนี้ได้เมื่อไหร่ผมจะเลี้ยงข้าวเจ๊เอง ตอนนี้รบกวนเจ๊ช่วย..."

เขาผายมือไปทางเคาน์เตอร์ต้อนรับ เป็นเชิงบอกให้เธอกลับไปประจำที่

ไป๋เสี่ยวเฟยโกรธจนจมูกบิดเบี้ยว

เธอไม่เคยเจอลูกค้าโง่เง่าขนาดนี้มาก่อน!

เสนอส่วนลดให้ตั้ง 40,000 กว่าหยวน ยังจะเลือกซื้อกับเด็กใหม่อีก

หึ!

แต่งตัวก็โทรม อายุแค่นี้ เธอไม่เชื่อหรอกว่าจะมีปัญญาซื้อบ้านราคาแพงขนาดนี้จริงๆ

คอยดูเถอะ

ต้วนหมิงรุ่ย

เดี๋ยวพอยัยเด็กนี่ไม่มีเงินจ่าย นายคงได้ร้องไห้ไม่ออกแน่

คิดได้ดังนั้น เธอก็ลุกขึ้นด้วยใบหน้าบึ้งตึง กระทืบส้นสูงปึงปังเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ

ต้วนหมิงรุ่ยมองแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยโทสะของเธอ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก รู้สึกสะใจเล็กๆ

"ฉันเอาห้องทิศตะวันออก ชั้น 21 นะ?"

เสียงของโอวอี้หานเรียกสติของต้วนหมิงรุ่ยกลับมา

ต้วนหมิงรุ่ยเหลือบดูผังห้อง

ห้องฝั่งตะวันออก ชั้น 21 เป็นห้องเดียวกับที่ไป๋เสี่ยวเฟยแนะนำเมื่อครู่เป๊ะ

หันหน้าทิศเหนือ-ใต้ แสงและวิวดี ไม่ติดถนน เสียงรบกวนน้อย เป็นทำเลทองจริงๆ

"ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมไปพิมพ์สัญญาให้"

โอวอี้หานขัดขึ้น

"สัญญาของฉันไม่รีบ ก่อนอื่นมาจัดการซื้อห้องที่คุณอยากได้ก่อนดีกว่า"

ไม่อย่างนั้นเงินเธอจะไม่พอ

"คุณ... คุณจะซื้อบ้านให้ผมจริงๆ เหรอครับ?" แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยิน แต่ต้วนหมิงรุ่ยก็ยังรู้สึกเหมือนฝันไป จนอดถามย้ำไม่ได้

"ใช่สิ แล้วเมื่อกี้ฉันก็ช่วยคุณไล่ไป๋เสี่ยวเฟยไปแล้วด้วย คุณห้ามปฏิเสธฉันนะ" โอวอี้หานกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ต้วนหมิงรุ่ยยิ้มแห้งๆ

จะซื้อบ้านให้เขา แถมยังเอาบุญคุณมาอ้างอีก

ใจจริงเขาอยากจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องลำบากขนาดนั้นหรอก

แต่ใครล่ะจะไม่อยากได้บ้านฟรีๆ

"งั้นผมเอาห้องข้างๆ คุณแล้วกัน?" ต้วนหมิงรุ่ยชี้ไปที่ห้องทิศใต้แท้ๆ ซึ่งอยู่ติดกับห้องฝั่งตะวันออกชั้น 21 หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ถามด้วยความกังวล "น้องสาว เงินพอแน่นะครับ?"

ถ้าถึงเวลาจ่ายจริงแล้วเงินไม่พอ คงได้ขายหน้าแย่

"พอสิ... ห้องนี้ที่คุณบอกว่าราคาประมาณ 1.6 ล้านใช่ไหม?" โอวอี้หานตอบอย่างไม่ลังเล

ต้วนหมิงรุ่ยพยักหน้า

"ครับ"

โอวอี้หาน: "ดี งั้นไปเตรียมสัญญามาก่อน ต้องระบุชื่อคุณเป็นเจ้าของนะ เซ็นเสร็จแล้วฉันจะไปจ่ายเงินให้"

ต้วนหมิงรุ่ยไม่ปฏิเสธอีก

เขาตอบรับ "ตกลงครับ" แล้วลุกขึ้นเดินไปชั้นสอง

สัญญาซื้อขายจะมีผลทางกฎหมายก็ต่อเมื่อยื่นเรื่องกับกรมที่ดินเรียบร้อยแล้ว

ต่อให้เขาเซ็นสัญญาไปแล้วโดนเด็กสาวหลอก ก็ไม่เสียหายอะไร อย่างมากก็แค่ให้ผู้จัดการเซ็นยกเลิกสัญญาไปหนึ่งฉบับ

ดังนั้นเขาจึงไม่กังวล

หลังจากพิมพ์สัญญาบ้านของตัวเองและของโอวอี้หานเสร็จเรียบร้อย ต้วนหมิงรุ่ยก็เดินกลับลงมาข้างล่าง

เด็กสาวยังคงนั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่ที่โซฟาตัวเดิม

ต้วนหมิงรุ่ยวางสัญญาที่ระบุชื่อเขาเป็นเจ้าของลงตรงหน้าเธอ แล้ววางสัญญาฉบับของโอวอี้หานที่ยังไม่ได้เซ็นไว้ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยว่า

"นี่ครับ สัญญาของผมเซ็นเรียบร้อยแล้ว คุณเซ็นสัญญาของคุณ แล้วเราไปแผนกการเงินเพื่อชำระเงินพร้อมกันเลยครับ"

พูดจบ เขาก็หยิบปากกาและตลับหมึกออกมา

โอวอี้หานไม่รอช้า จรดปากกาเซ็นชื่อและประทับลายนิ้วมือลงบนสัญญาอย่างรวดเร็ว

หลังจากจัดการสัญญาซื้อขายทั้งสามฉบับเสร็จสิ้น เธอก็วางปากกาลงและหยิบทิชชู่มาเช็ดคราบหมึกที่ปลายนิ้ว

ต้วนหมิงรุ่ยตรวจสอบความเรียบร้อย ไม่มีการตกหล่นหรือพิมพ์ผิด จากนั้นจึงหันไปมองโอวอี้หาน

"คุณหนูโอวครับ ตอนนี้เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่มีข้อสงสัยอื่น เราไปชำระเงินที่แผนกการเงินชั้นสองกันเลยไหมครับ?"

โอวอี้หานพยักหน้า "ได้สิ"

ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินนำไปยังบันได

ต้วนหมิงรุ่ยรีบเดินตามไปติดๆ

เมื่อถึงแผนกการเงิน ต้วนหมิงรุ่ยยื่นสัญญาทั้งสองฉบับให้พนักงาน

พนักงานการเงินเป็นหญิงวัยกลางคนสวมแว่นตา

เธอพลิกดูสัญญา ขยับแว่นเล็กน้อย แล้วมองต้วนหมิงรุ่ย

"ไม่เลวนี่เจ้าหนู ไม่นึกเลยว่าจะรวยขนาดนี้ อายุแค่นี้ซื้อบ้านได้แล้ว"

ใบหูของต้วนหมิงรุ่ยแดงระเรื่อ เขาตอบกลับไปว่า

"มีคนซื้อในนามผมน่ะครับ ไม่ใช่เงินผมหรอก รบกวนพี่ช่วยคีย์ยอดเงินให้หน่อยครับ เราจะได้รีบจ่าย"

พนักงานการเงินชำเลืองมองโอวอี้หานแวบหนึ่ง

โอวอี้หานสบตาเธอด้วยสีหน้าจริงจัง ท่าทีสงบนิ่งของเธอทำให้พนักงานรู้สึกเกรงใจจนไม่กล้าจ้องนาน

พนักงานการเงินละสายตา กลับมาทำท่าทีเคร่งขรึม แล้วเอ่ยถาม

"จะชำระค่าบ้านหลังไหนก่อนคะ? จ่ายเต็มจำนวนหรือกู้?"

โอวอี้หานชิงตอบก่อน "บ้านของต้วนหมิงรุ่ยก่อนค่ะ จ่ายสดเต็มจำนวนทั้งสองหลัง"

จากนั้นเธอก็ควักบัตรธนาคารสีดำใบนั้นออกมา

พนักงานการเงินกดตัวเลขลงในเครื่องรูดบัตร แล้วยื่นให้

โอวอี้หานรับมา รูดบัตรผ่านช่องอ่านอย่างคล่องแคล่ว

ต้วนหมิงรุ่ยจ้องมองทุกอิริยาบถ หัวใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ลุ้นจนตัวโก่ง

กลัวเหลือเกินว่าวินาทีถัดไปเครื่องรูดบัตรจะแจ้งเตือนว่า 'ยอดเงินไม่เพียงพอ'

ทว่า... โดยไม่ต้องใส่รหัสผ่าน เครื่องรูดบัตรก็พิมพ์ใบเสร็จสีขาวใบเล็กออกมา

โอวอี้หานฉีกใบเสร็จ เซ็นชื่อ แล้วดันกลับไปให้พนักงานพร้อมกับเครื่องรูดบัตรในคราวเดียวอย่างลื่นไหล

"เป็นไงบ้างครับ... ยอดเงินถูกต้องไหม?" ต้วนหมิงรุ่ยที่มองไม่เห็นตัวเลข รีบชะโงกหน้าข้ามเคาน์เตอร์ไปถามพนักงานการเงิน

จบบทที่ บทที่ 29: ปิดการขาย

คัดลอกลิงก์แล้ว